“แม่คะ พ่อคะ” เสียงหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงร้องเรียกชื่อบุคคลที่กำลังอยู่ในความฝันของเธอด้วยเสียงที่ดังลั่น จนราฟและแมรี่ที่กำลังดูแฟ้มเอกสารกันอยู่ในห้องรับแขกข้างๆ ต้องรีบวิ่งเข้ามา แต่เป็ชายหนุ่มที่เฝ้าเธอทั้งคืนมาถึงเตียงของหญิงสาวก่อน
“อัญ อัญตื่นเถอะ อัญ... ผมอยู่นี่” เขาดึงเธอที่กำลังโวยวายเพราะฝันร้ายเข้ามาแนบอกแกร่งอย่างเป็ห่วง จนลืมไปเสียสนิทเลยว่ายังมีใครอีกคนอยู่ในห้องนี้กับเขาด้วย จนแมรี่ที่ยืนมองอยู่ก็ได้แต่อมยิ้ม ั้แ่ทำงานด้วยกันมาเกือบสิบปี วันนี้ดะเป็วันที่เ้านายเธอเริ่มมีหัวใจที่กลับมาเต้นได้อีกครั้ง
หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่กำลังโอบล้อมตัวเธออยู่ตอนนี้ เธอคิดว่าคงจะเป็พ่อหรือไม่ก็แม่ของเธอแน่ๆ ที่กำลังกอดกระชับเธออยู่ จนเปลือกตาบางค่อยๆ เปิดขึ้น แม้เธอจะรู้สึกว่าเปลือกตาเธอหนักแสนหนัก แต่เธอก็อยากเจอคนที่เธอรักอีกสักครั้ง แม้เธอจะจำพวกท่านตอนยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้เพราะเธอยังเด็กมาก แต่ตอนนี้เธอคงจะได้เจอพวกท่านแล้ว หญิงสาวค่อยลืมตาขึ้นมาด้วยความหวัง ก่อนที่น้ำเสียงอันแหบพล่าจะเรียกคนที่กำลังเห็นอยู่ตอนนี้ด้วยความใ
“คุณราฟ” แม้จะไม่ใช่คนที่เธอฝันถึง แต่เขาคือคนสุดท้ายที่เธอคิดถึงตอนที่กำลังอยู่ในห้องมืดอับชื้นห้องนั้น เธอคิดว่าเขาต้องมาช่วยเธอแน่ๆ เพราะแม้เ้านายเธอจะปากร้ายและดุไปหน่อย แต่เขาก็ใจดีกับเธอเสมอ ดังนั้นเธอจึงกอดเขาตอบอย่างแแ่ เธอไม่สามารถอธิบายความรู้สึกที่อยู่ในใจตอนนี้ได้ แต่ที่เธอรับรู้ได้คือเขาตอนนี้ ทั้งคู่กอดกันนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งมีเสียงเปิดประตูที่ถูกเปิดออก
“เอ่อ...” แดนรีบเสมองทางอื่นอย่างรีบร้อน เมื่อเห็นภาพที่ไม่ควรเห็น แต่สายตาเหลือบไปเห็นแมรี่ยืนยิ้มอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง เขาจึงรีบเดินไปสมทบทันที อย่างน้อยถ้าถูกเ้านายด่าก็แพ็คคู่ละวะ
ส่วนหญิงสาวที่กำลังอยู่อ้อมอกของเ้านายก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอกำลังซุกอยู่กับอกเขา เธอจึงรีบผลักเขาออกอย่างแรง จนคนร่างหนาเซเล็กน้อย และขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเมื่อโดนผลักออก
“ใช้เสร็จแล้วก็ถีบหัวส่ง” เขาบ่นพึมพำ
“เอ่อ ขอบคุณทุกคนมากนะคะ แต่ฉันไม่เป็อะไรแล้ว” หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงหันไปยิ้มให้กับแมรี่และแดนที่ยืนดูอยู่ด้วยความเก้อเขิน
“เธอไม่เป็อะไรก็ดีแล้วละ แต่ยังไงก็ต้องพักผ่อน” แมรี่เอ่ยขึ้นและปรับสีหน้าให้นิ่งเฉยดังเดิมราวกับเธอไม่รู้ไม่เห็นอะไรเพราะเกรงว่าหญิงสาวที่หน้าแดงเป็กุ้งต้มตอนนี้จะสุกเสียก่อน
“แต่ฉันไม่เชื่อเธอ จนกว่าหมอจะมาตรวจ” เ้านายขั้วโลกเหนือขัดขึ้นเสียงดัง เขาเดินไปนั่งที่โซฟาข้างๆ เตียงคนไข้ และยกขาขึ้นไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์
“แต่ว่า...” คนป่วยบนเตียงทำท่าจะท้วงแต่ถูกเ้านายเ็าคนเดิมโบกมือไปมาเป็เชิงให้เธอหยุดพูดก่อนที่เขาจะทิ้งะเิลงมา และหันไปทางคนที่เข้ามาไม่รู้จังหวะเมื่อครู่แทน
“แดนตามหมอมาดูยัยตัวยุ่งนี่หน่อย”
“ครับ” แดนรับคำสั่งและรีบเดินออกไปทันที ขืนช้ากว่านี้มีหวังได้โดนสอยเื่เปิดประตูเข้ามาเมื่อครู่แน่
“ส่วนเธอหิวหรือยัง ยังไม่ได้กินอะไรั้แ่ในงานเมื่อวาน” เ้านายหันถามคนป่วยต่อ
“ไม่คะ ฉันแค่อยาก...” คนป่วยที่ไม่อยากอยู่ต่อไม่สนใจที่เ้านายเปลี่ยนเื่ สีหน้าเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอจะไม่ยอมอยู่ที่นี่ต่ออย่างแน่นอน แต่มีเหรอคนอย่างราฟสั่งการไปแล้ว แล้วจะเปลี่ยนคำสั่งง่ายๆ
“ฉันบอกว่าเธอต้องรอให้หมอยืนยันก่อนว่าไม่เป็อะไรแล้ว ฉันถึงจะให้ออกจากโรงพยาบาล แล้วก็เลิกพูดเื่นี้ได้แล้ว” พูดจบเขาก็เดินไปห้องรับแขกที่เดินออกมาเมื่อครู่เพื่อทำงานต่อ แมรี่จึงพยักหน้าให้หญิงสาวที่นั่งหน้าเหวออยู่บนเตียงว่าให้ยอมๆ ไปก่อน จากนั้นเธอจึงเดินตามเ้านายเข้าไปทำงานต่อ
‘เมื่อกี้ยังน่ารักอยู่เลย แต่ตอนนี้เ้านายขั้วโลกเหนือกลับมาอีกแล้วสินะ’ อัญณิกานั่งเซ็งอยู่บนเตียง
หมอมาตรวจหญิงสาวตามคำขอของเ้าของไข้ แต่คนไข้ที่กำลังให้หมอตรวจได้แต่ทำท่าเก้ๆ กังๆ เพราะเ้านายตัวดีดันยืนกอดอกจ้องมองเธอเขม็งจนเธอเกร็งไปหมด จนกระทั่งหมอตรวจเรียบร้อย และเรียกให้เ้านายเธอไปคุยด้วยในห้องรับแขก ซึ่งเดิมทีมีแมรี่นั่งทำงานอยู่ แต่ราฟบอกให้เธอกลับไปก่อน แม้ใจจริงแมรี่ยังไม่อยากกลับตามคำสั่งเ้านายแต่เธอก็ไม่สามารถขัดได้ และถ้าเธอเดาไม่ผิดทั้งคู่จะต้องมีเื่อะไรที่ปิดบังหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยแน่ๆ
“เธอเป็ยังไงบ้างครับหมอ” ราฟถามด้วยสีหน้าเป็กังวลจากตอนที่ยืนอยู่กับอัญณิกาเมื่อครู่ลิบลับ
“เธออาการดีขึ้นมากเลยครับ สภาพจิตใจกลับมาเป็ปกติแล้ว เพียงแต่ร่างกายยังอิดโรยอยู่บ้างแต่หลังจากทานอาหารเช้า เธอคงจะดีขึ้น ยังไงหมอก็ยังแนะนำให้รักษาอาการกลัวของเธอให้หายขาดดีกว่า เพราะเมื่อไหร่ที่สภาวะจิตใจเธอถูกกระตุ้นอาจจะทำให้มีอาการตื่นกลัวกลับมาอีกจนสามารถเกิดอาการเหมือนที่เคยเป็ได้อีก ซึ่งหมอไม่อาจคาดเดาได้ว่าครั้งหน้าอาการจะคงที่เหมือนครั้งนี้หรือแย่ลงกว่าเดิม”
ราฟได้ยินหมอพูดก็ได้แต่พยักหน้า แววตาเต็มไปด้วยความเป็วิตก แม้ใจจริงของเขาอยากจะให้เธอรักษาโรคนี้ แต่ก็กลัวว่าเ้าตัวจะไม่ยินยอมก็แม่เลขาตัวเล็กออกจะดื้อปานนั้น ตอนนี้ที่เขาทำได้คือตามน้ำไปก่อนแล้วค่อยคุยกับเธอเื่นี้อีกครั้ง
หมอและราฟกำลังจะเดินออกมาจากห้องรับแขก แต่หูของเ้านายตัวดีดันได้ยินเสียงแว่วๆ ซึ่งเป็เสียงหัวเราะคิกคักจนแปลกใจว่าภายในห้องคนไข้เกิดอะไรขึ้น แต่พอออกมาเห็นคำตอบเท่านั้นแหละ สีหน้าที่นิ่งเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็ไม่พอใจขึ้นมาทันที เขาแทบอยากจะถลาไปหักคอเพื่อนรักที่บังอาจแอบมายืนหัวร่อต่อกระซิกกับเลขาของเขาแต่เช้า แต่ก็ทำได้เพียงเดินผ่านไปและเปิดประตูห้องออกเพื่อส่งหมอ จากนั้นเขาก็เดินกลับมาอีกครั้งและพยายามปรับสีหน้าที่ไม่พอใจให้เป็ใบหน้าเรียบเฉยตามปกติ ต่างจากน้ำเสียงที่แสดงความไม่พอใจจนไม่สามารถปิดบังได้
“งานการไม่มีทำหรือไง ถึงแวะมาหัวเราะกับเลขาฉันได้”
“ฉันก็เป็ผู้บริหารเหมือนแก ในเมื่อแกก็มีงานแต่ยังมาโผล่ที่นี่ได้ แล้วทำไมฉันจะมาไม่ได้ ใช่มั้ยครับคุณอัญ” ไตรภพตอบกลับเพื่อนด้วยท่าทียิ้มแย้มต่างจากอีกฝ่ายที่ใบหน้าตึงขึ้นทันทีที่ได้ยินคำตอบ แต่ยังยืนกอดอกเก็บความคุกรุ่นไว้ภายใน
อัญณิกาที่ทำท่าทีว่าจะเห็นด้วยกับเพื่อนเ้านายที่ส่งยิ้มมาให้แต่เธอกลับต้องปิดปากลง เมื่อหันไปเห็นเ้านายขั้วโลกเหนือตีหน้าเหี้ยมใส่
“เอาเถอะ ฉันเบื่อแกแล้ว ฉันแค่มาดูคุณอัญว่าอาการดีขึ้นหรือยัง แต่เห็นแบบนี้ก็หายห่วง ฉันไปก็ได้” ไตรภพยักคิ้วให้เพื่อนรัก การเห็นเพื่อนที่เ็ามีอารมณ์ขึ้นๆ ลงบ้างก็สนุกดีเหมือนกัน
“ดี! รีบไปเลย” เ้าของั์ตาสีเทาไล่เพื่อนรักอย่างไร้เยื่อใย
“อ่อ... ไอราฟออกมาส่งฉันหน่อย ฉันมีเื่จะคุยกับแก”
“ได้ ขอแค่แกไปให้พ้นๆ จะให้ฉันไปส่งที่ไหนก็ได้”
ไตรภพส่ายหัวไปมาให้เพื่อนรักที่รู้กันอยู่ว่านอกจากเ็า ใจร้อน ปากก็ยังไม่น่าพิสมัยอีกต่างหาก
“ไปนะครับคุณอัญ เอาไว้ผมมาเยี่ยมใหม่” ไตรภพพูดจบก็ถูกเ้านายคนป่วยรั้งคอไว้แล้วลากออกไปทันที
“มีอะไร” ราฟเอ่ยปากถามทันที เมื่อพ้นประตูห้องออกมา
“ตกลงคุณอัญไม่เป็อะไรมากใช่มั้ยวะ” ไตรภพมองหน้าเพื่อนรักที่ตอนนี้ทำหน้าไม่ค่อยพอใจเขาสักเท่าไหร่ เมื่ออยู่ๆ เขาก็ถามถึงคนใต้บังคับบัญชาของเพื่อนอย่างห่วงใย
“ยังไงฉันกับคุณอัญก็ถือเป็คนรู้จักกันแล้ว แกอย่าคิดมากได้ไหมวะ” เขาเลยต้องอธิบายให้เพื่อนรักฟัง แม้เขาจะได้หญิงสาวในห้องเพียงแค่ไม่นานแต่เขารู้สึกได้ว่าเธอเป็ผู้หญิงที่จิตใจดี เขาจึงอยากช่วยเท่านั้น
ราฟมองหน้าเพื่อนรักอีกครั้ง และชั่งใจอยู่นานว่าเขาควรจะบอกดีไหม แต่ไหนมันก็ยื่นเท้าเข้ามาแล้วนิก็ให้มันรู้เื่อีกสักเื่คงไม่เป็ไร อีกอย่างเขาจะได้มีคนคอยช่วยเื่เกลี้ยกล่อมยายตัวเล็กได้อีกแรง จากนั้นเขาจึงเล่าเื่ที่เขาคุยกับหมอให้เพื่อนฟัง
“เดี๋ยวฉันจะลองพูดๆ ดูให้แล้วกัน” ไตรภพตบบ่าเพื่อน
“แล้วแกคิดว่าแกเป็ใคร พอแกพูดเขาก็ต้องทำว่างั้น” คนตีความความหวังดีของเพื่อนผิดกลับตีรวนซะอย่างนั้น
“อะไรของแกวะไอราฟ ก็เมื่อกี้แกยังอยากให้ฉันช่วยอยู่เลย พอตอนนี้กลับมาหาเื่ฉัน แกบ้าหรือเปล่าวะ” ไตรภพถึงกับส่ายหัว ถึงเขาจะรู้ใจเพื่อนอย่างราฟดี แต่อาการขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ก็ทำให้เขาอ่านใจเพื่อนรักยากเหลือเกิน
“ช่างเถอะ ฉันอาจจะเครียดๆ”
“ฉันถามแกจริงๆ เถอะ แกเคยถามตัวเองบ้างมั้ยว่าทำไมแกถึงชอบมีอาการขึ้นๆ ลงๆ เวลาอยู่กับคุณอัญ หรือพูดเื่คุณอัญ”
“แกไร้สาระ คิดไปเองทั้งนั้น ไปได้แล้ว” ราฟผลักหลังเพื่อนรักออกไป แต่ไตรภพขืนไว้สุดแรงเพราะเื่ที่เขาจะพูดยังไม่จบ
“มีอีกเื่ที่ฉันอยากจะถามแก”
“เื่...”
“แกจะเอายังไงกับคุณเอลเลน”
“ฮึ... เดี๋ยวแกก็ได้รู้ ไปได้แล้ว อย่าสู่รู้ให้มันมากนัก”
“แกก็อย่าทำอะไรเขารุนแรงเกินไปก็แล้วกัน ยังไงเขาก็เป็ผู้หญิงเว้ย” พูดกับเพื่อนจบไตรภพก็เดินออกไปทันที
ชายหนุ่มที่บัดนี้นึกถึงเื่ที่เพื่อนรักพูดเมื่อครู่เื่นางแบบสาวตัวดี เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง และยกขึ้นกดไปยังเบอร์โทรศัพท์ของแดน จากนั้นเขามีคำสั่งออกไปสี่ห้าประโยค ซึ่งแม้ปลายสายจะไม่เห็นด้วยกับเ้านายสักเท่าไหร่ แต่เป็ที่รู้กันว่า คำสั่งคือคำสั่ง หน้าที่คือทำและห้ามขัด
ห้องผู้ป่วย...
คนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงได้แต่กระพริบตาถี่ๆ นั่งมองเ้านายขั้วโลกเหนือเปิดแฟ้มเอกสาร บนโต๊ะแคบๆ ไปมาก็รู้สึกสงสาร
‘โต๊ะทำงานที่บริษัทตัวตั้งใหญ่แล้วจะมานั่งทำไมที่โต๊ะแคบๆ หรือจะรู้สึกผิดที่แม่นางแบบอกโตนั่นแกล้งเธอ แต่เธอก็ไม่ได้เป็อะไรนี่นาจะคิดมากไปทำไม’ หญิงสาวที่นอนคิดได้แต่ขมวดคิ้วแต่อยู่ๆ เสียงเสียงดังลั่นที่โต๊ะเล็กก็ทำเธอใแทบแย่
ปัง...
เสียงแฟ้มหนาหล่นลงจากโต๊ะตัวเล็ก จนคนที่นอนอยู่บนเตียงต้องย่นคิ้วใส่
“คุณราฟ ฉันว่าคุณกลับไปทำงานที่บริษัทก็ได้นะคะ ฉันไม่เป็อะไรแล้วจริงๆ” เป็ดังที่ว่าไว้จริงๆ โต๊ะเล็กนิดเดียวจะพอดีกับกองเอกสารนั่นได้ไง ไหนจะมีคุณแมรี่ที่ต้องเทียวไปเทียวมาเพื่อเอาเอกสารมาให้อีก ทุกอย่างมันดูวุ่นวายไปหมดเพราะเ้านายขั้วโลกเหนือแสนดื้อคนนี้นี่แหละ
“เลิกพูดมากได้มั้ย ฉันจะทำงาน...” ราฟก้มลงหยิบลงแฟ้มเอกสารที่หล่นด้วยน้ำเสียงฮึดฮัดแล้วก้มหน้าทำงานต่อ
“คะ แล้วแต่เ้านายจะเลยคะ อยากทำอะไรก็เชิญ” อัญณิกานิ่วหน้าใส่ ก่อนจะล้มลงนอนเหมือนเดิมแล้วหันหลังให้
‘พูดกับเ้านายนิสัยแบบนี้ พูดไปก็เท่านั้นจริงๆ นอนหลับน่าจะมีประโยชน์กว่าเยอะ’
ราฟที่ตอบคนป่วยแต่ไม่ยอมเงยหน้าจากกองเอกสารเพราะมัวแต่อมยิ้มอยู่ ั้แ่อยู่โรงพยาบาลมาจนล่วงเข้าวันที่สามหญิงสาวที่เขาเฝ้าอาการดีขึ้นจนน่าใเพราะตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ดูเหมือนเธอจะลืมเื่ที่โดนเขาดุวันนั้นไปชั่วขณะ สังเกตได้จากอาการนกแก้วนกขุนทองของหญิงสาวเมื่อครู่ที่เริ่มกลับมาเป็เหมือนเดิมทีละน้อย
ปัง...
เสียงประตูที่ถูกเปิดออกกระแทกผนังห้องอย่างแรงทำให้ราฟที่กำลังอมยิ้มอยู่หันไปมองอย่างรวดเร็ว หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงหันหลังอยู่ก็รีบหมุนตัวกลับสายตามองไปยังต้นเสียง
“คุณราฟคะ คุณราฟ เอลเลนขอโทษนะคะ” หญิงสาวที่เปิดประตูเข้ามารีบถลามานั่งกอดเข่าราฟด้วยน้ำตานองหน้า เพราะอยู่ๆ คิวงานของเธอที่เคยยาวเหยียดและแน่นเอี๊ยดถูกยกเลิกทั้งหมดโดยไม่มีสาเหตุ รวมถึงสัญญาว่าจ้างการเป็พรีเซ็นเตอร์ให้บริษัทรถนำของราฟที่ทำสัญญากับเธอเหยียบยี่สิบล้านก็ถูกยกเลิกเช่นกัน
“...” คนถูกร้องขอได้แต่นิ่งเงียบมองหน้าหญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้นกอดขาเขาแน่นด้วยน้ำตานองหน้าอย่างน่าสมเพช ก่อนหน้านี้เขาเคยเตือนเธอแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยฟัง และนี่คือผลของมัน
หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงได้แต่มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าตาปริบๆ เธอไม่รู้ว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้นระหว่างทั้งสองคน แต่ที่รู้คือเื่ที่เกิดขึ้นกับเธอต้องมีเอี่ยวด้วยแน่ๆ
เอลเลนเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงยังไม่หลับ เธอจึงรีบปล่อยมือจากขาของราฟวิ่งไปหาหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้แทน อัญณิกาที่เห็นเธอเดินมารีบลุกขึ้นนั่งด้วยความใ
‘เธอ้าอะไรกันแน่ แล้วเ้านายตัวดีไปทำอะไรเธอถึงมีสภาพเป็แบบนี้’
หญิงสาวที่กำลังอับจนหนทางรีบยกมืออัญณิกาขึ้นมาเขย่าเพื่อขอความช่วยเหลือ น้ำตาก็ยังคงไหลไม่หยุด อัญณิกาเห็นก็อดที่จะสงสารไม่ได้ แต่ยังคงนิ่งอยู่เพราะเธอเองก็จนใจจะช่วย จนอีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอน
“ฉันขอโทษนะ ฉันขอโทษ ฉันแค่โมโหแต่ฉันไม่ได้มีเจตนา...”
เอลเลนพูดไม่ทันจบก็โดนราฟดึงแขนข้างหนึ่งอย่างแรงให้ออกห่างจากหญิงสาวบนเตียง จนตัวเธอเซเล็กน้อยเพราะตั้งหลักไม่ทัน หญิงสาวที่อยู่บนเตียงนิ่วหน้าด้วยความสงสัย ระคนสงสารหญิงสาวอีกคนที่ถูกกระทำ จึงเอ่ยปากถาม
“มันเกิดอะไรขึ้นคะคุณราฟ”
“เธอไม่ต้องรู้มากหรอก รู้แค่ว่าตอนนี้เอลเลนได้ชดใช้ความผิดที่ก่อไว้แล้วก็พอ”
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ...” เอลเลนยกมือไหว้ทั้งสองไปมาร้องห่มร้องไห้ยกใหญ่ แต่เธอพูดไม่ทันจบราฟก็ขัดขึ้น
“ตอนนี้เธอจะมาพูดว่าเสียใจอย่างนั้นเหรอ แล้วตอนที่จับยัยนี่ไปขังไว้ในห้องทำไม่รู้จักคิด ทีตอนนี้จะมาให้ฉันยกโทษให้ มันจะไม่ขอมากเกินไปหน่อยหรือไง”
“ฉัน ฉัน...” เอลเลนน้ำเสียงสั่นเทา มือสองข้างที่ยังคงขึ้นยกไหว้คนบนเตียงอยู่สั่นเทา ด้วยนัยตาสีเทาที่จ้องมาที่เธออย่างเอาเื่ แม้ในใจเธอจะรู้ดีว่าแค่นี้ก็ถือว่าเขาใจดีมากแล้ว แต่เธอก็รับไม่ได้จริงๆ ที่จะต้องชวดเงินหลายสิบล้านไปอย่างน่าเสียดาย
“คุณราฟ” อัญณิกากระซิบข้างใบหูของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ฉันไม่เป็ไรแล้วจริงๆ นะคะ ยกโทษให้เธอเถอะคะ”
ราฟได้ยินที่หญิงสาวตัวเล็กกระซิบต้องหันกลับมามองคนพูดดังขวับ จนปลายจมูกอยู่ห่างกันแค่คืบ ใบหน้าที่โกรธขึงหญิงสาวอีกคนเมื่อครู่เกิดร้อนเห่อขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขาจึงต้องถอยออกมาและพูดเสียงดังลั่นใส่เอลเลนแก้เก้อ แต่นั่นทำให้สถานภาพระหว่างเ้านายและลูกน้องดูอึดอัดขึ้นทันตาอีกครั้ง
“ถ้าเธอทำกับผู้หญิงของฉันรุนแรงขนาดนี้ แล้วฉันไม่ให้บทเรียนเธอบ้างก็อย่ามาเรียกฉันว่าราฟาเอล และฉันจะเตือนเธอเป็ครั้งสุดท้ายว่า อย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉันอีก” เขาชี้หน้าเอลเลนอย่างโมโห จนลืมไปว่าเขาพูดอะไรออกไป
“เอ่อ...” หญิงสาวที่นั่งฟังอยู่บนเตียงได้แต่หน้าแดงก่ำกับคำพูดของเ้านายขั้วโลกเหนือ มันต้องมีอะไรเข้าสิงเ้านายเธอแน่ๆ หรือไม่ก็ไปกินอะไรผิดมา
“ไปสิ มายืนอยู่ทำไม หรือจะให้คนของฉันมาลากเธอออกไป” ราฟเค้นเสียงผ่านไรฟัน
“ฉัน...” หญิงสาวที่โดนไล่ขยับเข้ามาหาชายหนุ่มอีกครั้ง
“ออกไป!” ราฟตวาดเสียงดังจนเส้นเืที่ขมับนูนปูดออกมา
หญิงสาวที่โดนตวาดจนตกอกอกใจต้องรีบหันหลังแล้วเปิดประตูออกไปด้วยความกลัว ขืนเธออยู่ต่ออีกนิดอย่าว่าแต่งานที่หดหายไปเลย แม้แต่ในประเทศไทยเธอก็คงอยู่ไม่ได้
“เป็ไงบ้างเอลเลน” เสียงผู้จัดการนางแบบสาวที่ยืนรออยู่หน้าห้องถามด้วยอาการร้อนใจ
“จะเป็ไงละ ขนาดฉันร้องห่มร้องไห้ขนาดนี้ยังโดนเขาไล่ตะเพิดออกมาอย่างไม่ใยดีสักนิด ฉันเกลียด... เกลียดอีนางเลขาสู่รู้นั่นเข้าไส้เลย พี่คอยดูเถอะฉันไม่ปล่อยมันเอาไว้แน่” เอลเลนกำมือแน่น
“เื่ที่เธอสร้างมันยังไม่มากพอใช่มั้ย ถึงคิดจะสร้างเื่ใหม่ขึ้นมาอีก จำเอาไว้นะ ถ้าเธอเอางานกลับมาไม่ได้ เธอก็ไปหาผู้จัดการใหม่ได้เลย”
“นี่พอฉันหมดประโยชน์พี่ก็คิดจะเขี่ยกันทิ้งแบบนี้เลยใช่มั้ย”
“แล้วฉันจะอยู่กับแกทำซากอะไร” ผู้จัดการพูดจบก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้เอลเลนกรีดร้องด้วยความไม่พอใจราวกับคนบ้า
“คอยดูฉันนะ ฉันจะเอาคืนพวกแกทั้งหมดให้สาสมเลย จำไว้”
“เอ่อ... คุณราฟคะ” อัญณิกาอยากจะถามเหลือเกินว่าคำว่า ‘ผู้หญิงของฉัน’ นี่เขาพูดผิดหรือเปล่า แต่เ้านายที่ดันรู้ใจตอบมาไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ฉันก็พูดไปอย่างนั้นแหละ มันเป็คำย่อ ฉันี้เีพูดยาวๆ” หญิงสาวที่นั่งบนเตียงยิ้มให้เ้านายที่กำลังหันหลังกลับ จะว่าไปั้แ่เจอเขามา ถึงเขาจะเ็าไปหน่อย แต่เขาก็มักจะทำอะไรดีๆ ให้เธอเสมอ หรือจริงๆ เธอควรจะเลิกโกรธเขาเื่นั้นได้แล้ว ในเมื่อเธอก็มีส่วนผิดด้วย
“ฉันแค่อยากจะบอกว่า ฉันอยากกินชานมไข่มุกนะคะ” คนบนเตียงยิ้มระรื่นให้คนที่เดินไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิมและเตรียมยกแฟ้มเอกสารขึ้นมาอ่านต่อ
“ตกลงฉันเป็ลูกน้องเธอแล้วหรือไง...” สายตาคมหันไปมองรอยยิ้มสดใส
“ฉัน...”
“ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันบอกแดนให้... นี่เห็นว่าป่วยอยู่หรอกนะ” ราฟพูดจบก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่ออย่างอารมณ์ดี
ส่วนคนบนเตียงก็ได้แต่สายไปมาให้กับความท่ามากของเ้านายตัวเอง
เอสเค กรุ๊ป...
“เอ่อ... สะ... สวัสดีคะ คุณราฟ” ประชาสัมพันธ์สาวด้านล่างขยี้ตาตัวเองสองสามครั้ง หลังจากเห็นรองประธานบริษัทแสนเ็าเดินผ่านไป
“แกว่าฉันตาฝาดหรือเปล่า” ประชาสัมพันธ์สาวสวยหันไปถามรุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน
“ฉันว่าไม่นะพี่ เพราะฉันก็เห็นเหมือนพี่เลย”
สองประชาสัมพันธ์สาวยังคงไม่แน่ใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ พวกเธอไม่ว่าแน่ใจว่าสิ่งที่เห็นคือความฝันหรือความจริงกันแน่ แม้ตอนนี้เ้านายจะเดินไปขึ้นลิฟต์ผู้บริหารแล้วก็ตาม
พิมขวัญและมาดาที่ได้ยินเสียงลิฟต์ผู้บริหารเปิดออกในเวลานี้ก็เดาได้ทันว่าเป็ใคร ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อต้อนรับเ้านาย แต่ภาพที่ทั้งคู่เห็นตอนนี้มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอคิดไว้เลย
มาดาหันไปมองพิมขวัญด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม เมื่อเ้านายที่ไม่ได้เข้าสำนักงานมาสี่วันเดินยิ้มมาแต่ไกล แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือช่อดอกเยอบีร่าหลากสีช่อใหญ่ในมือ
“สวัส... เอ่อ... ดีคะ... คุณราฟ...” มาดาพูดจาตะกุกตะกักขึ้นทันที เมื่อเห็นช่อดอกไม้ในมือเ้านายที่ยื่นมาให้ตรงหน้า แม้แต่พิมขวัญก็จ้องมองดอกไม้ที่ถูกส่งผ่านหน้ามาให้เพื่อนอย่างสงสัย
“เอาไปใส่แจกันให้ผมที แล้วก็เอาเข้าไปให้ในห้องทำงานนะ” ราฟพูดจบก็เดินก้าวเท้าต่อทันที แต่เมื่อนึกได้ว่ามีบางอย่างที่เขาอยากรู้จึงชะงักเท้าไว้และเดินถอยหลังกลับมาสองสามก้าว
“อัญมาหรือยัง” ราฟหันไปถามพิมขวัญที่ยังยืนอยู่ ส่วนมาดาเมื่อรับดอกไม้มาแล้วก็วิ่งตรงไปยังแคนทีนเพื่อจัดการกับช่อดอกไม้ตามคำสั่งทันที
“มาได้สักครู่แล้วคะ” พิมขวัญได้แต่แปลกใจที่เห็นเ้านายดูมีอาการแปลกไป ยิ้มบ้างละ เดินถือดอกไม้มาบ้างละ แล้วเมื่อกี้ยังถามเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอีก
‘หรือพรุ่งนี้โลกจะแตก...’
ส่วนแมรี่ที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดจากภายในห้อง เธอก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ก๊อก ก๊อก...
หลังจากเสียงเคาะประตูที่ถูกเปิดออก อัญณิกาลอบมองมาดาที่เดินถือดอกไม้เข้ามาถึงกับแปลกใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เธอก้มหน้าจัดการงานต่ออย่างคล่องแคล่ว จนกระทั่งเลขาสาวรุ่นพี่เดินไปหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานเ้านายและเอ่ยถามขึ้น
“คุณราฟจะให้วางไว้ตรงไหนคะ”
คนถูกถามต้องแต่มองรอบๆ ห้องเหมือน้าจะหาพื้นที่ตรงไหนสักที่ภายในห้องลงเ้าช่อดอกไม้ั์ ก่อนจะลอบมองเลขาส่วนตัวที่วันนี้หญิงสาวกลับมาทำงานได้วันแรกหลังจากออกจากโรงพยาบาล เขาเห็นเธอสนใจเอกสารตรงหน้ามากกว่าดอกไม้ที่มาดาถือเข้ามาอีก แล้วแบบนี้เขาควรจะจัดการยังไงดี
เ้านายขั้วโลกเหนือทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง และเอ่ยออกไป
“ตรงนั้น” เขาชี้ไปยังที่หมาย จนมาดาต้องมองตามนิ้วประกาศิตเ้านายอย่างสงสัย ก่อนที่สายตาลุกวาวพร้อมด้วยรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า และเดินไปยังโต๊ะอีกฝั่งที่เ้าของกำลังง่วนกับงานเอกสารอยู่ แต่จำต้องเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่ามีใครสักคนมายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวเอง
“มีอะไรหรือเปล่าคะพี่มาดา” อัญณิกาเงยหน้าถามเลขารุ่นพี่ที่อยู่ๆ เอาแจกันดอกไม้มาวางบนโต๊ะทำงานเธอ มาดาจึงแอบชี้นิ้วไปที่เ้านาย
หญิงสาวเ้าของโต๊ะจึงหันไปมองตัวต้นเื่แต่ทันทีที่เธอหันหน้าไป เ้านายตัวดีก็หลบหน้าลงแสร้งทำเป็อ่านแฟ้มเอกสาร จนเธอต้องยิ้มให้มาดาเพื่อขอบคุณ จากนั้นมาดาจึงยิ้มตอบและเดินออกไปทันที
‘วันนี้เทวดาองค์ไหนลง เล่นซะใหญ่เชียว’
คนที่ได้รับดอกไม้ทนไม่ไหว จึงเดินมาที่โต๊ะทำงานเ้านายขั้วโลกเหนือแล้วเคาะไปที่โต๊ะสองสามครั้งเพื่อให้เขาเงยหน้ามามองเธอ
“คุณให้ดอกไม้ฉันทำไมคะ”
ราฟไม่ได้พูดอะไรแต่ยื่นการ์ดสีขาวให้แทน เพราะทางร้านดอกไม้แนะนำว่าถ้าไม่อยากพูดก็ให้เป็การ์ดก็ได้ เพราะอย่างน้อยคนรับจะได้รับรู้ความรู้สึกของเรา ชายหนุ่มจึงยอมทำตาม
อัญณิกาเลิกคิ้วขึ้น ก่อนที่จะหยิบการ์ดขึ้นมาอ่าน โดยในการ์ดพิมพ์ไว้ว่า ‘ดอกเยอบีร่า ดอกไม้แห่งความบริสุทธิ์ไร้เดียงและเข้มแข็ง สำหรับเธอที่จิตใจบริสุทธิ์ไร้เดียงสาแต่เข้มแข็ง เธอคือแสงอาทิตย์แห่งชีวิตฉัน’ มีเพียงคำคำเดียวที่เป็ลายมือของเ้านายที่เขียนด้วยตัวเองคือ ‘ขอโทษ’ หญิงสาวที่อ่านจบก็เดินถือการ์ดกลับไปนั่งที่เดิมโดยไม่ได้พูดอะไร จนเ้าของดอกไม้ถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อมองกลับไปที่เธอ
‘ไม่สำเร็จจริงๆ ด้วย ใครว่าผู้หญิงชอบดอกไม้ โกหกทั้งนั้น...’
อัญณิกาเงยหน้ามองนาฬิกาแบบจงใจจะให้เ้านายทักเธอเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เขากลับเฉยๆ จนเธอต้องเดินมาหาที่โต๊ะ และกระแอมเสียงดัง
“เที่ยงแล้วรับอะไรดีคะ เ้านาย” เธอกรอกเสียงใสและรอยยิ้มให้เ้านายเหมือนเดิม จนเ้านายยิ้มรับเพียงชั่วครู่ๆ ด้วยความเผลอไผล และรีบปรับใบหน้าให้เรียบเฉยดังเดิม
“ถ้าฉันให้เธอซื้อมาให้กินอีกคงจะไม่ได้กินอีกเหมือนเดิม เอาเป็ว่าฉันไปกินด้วยเลยก็แล้วกัน” คนถูกถามพูดจบก็เด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้นำหน้าเลขาส่วนตัวที่ยืนยิ้มค้างด้วยความสงสัย
‘เกิดอะไรกับเ้านายขั้วโลกเหนือกันแน่เนี่ย วันนึงมีสิบอารมณ์ใครจะไปตามทัน’
“ตามมาสิ” เ้านายที่เดินนำหน้าไปแล้วะโกลับมาหญิงสาวที่ไม่มีทีท่าว่าจะขยับ
“คะ ไปเดี๋ยวนี้แหละคะ” อัญณิการีบวิ่งตามหลังเ้านายไปติดๆ แม้ยังคงสงสัยกับเ้านายที่ดูจะแปลกไป
ร้านข้าวแกงข้างบริษัท...
ก่อนจะออกจากลิฟต์อัญณิกามั่นใจว่าเธอถามกับเ้านายแล้วว่าจะมากินร้านประจำเธอจริงๆ เหรอ ซึ่งเขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าแบบนั้น แต่สภาพคนที่ยืนยันหนักแน่นเมื่อครู่ตอนนี้ดูน่าสงสารขึ้นมาทันที เมื่อหน้าผากมีแต่เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มไปหมด ส่วนเสื้อเชิ้ตราคาแพงแขนยาวที่สวมใส่อยู่ก็เริ่มเปียก เนื่องจากอากาศที่ร้อนมากในเวลาเที่ยงบวกกับเป็เวลาพักที่มีผู้คนแออัด ร้านข้าวแกงข้างทางไม่ติดแอร์จึงเรียกเหงื่อของผู้ที่ไม่ค่อยได้ลำบากสักเท่าไหร่เป็อย่างดี ส่วนพนักงานของบริษัทก็ได้แต่มองรองประธานบริษัทผู้เ็าที่กำลังนั่งซับเหงื่อเป็ตาเดียว
“คุณราฟไหวแน่นะคะ” อัญณิกาถามด้วยความเป็ห่วง แม้จริงๆ เธอจะกินอาหารที่แคนทีนก็ได้ ที่นั่นสะดวกสบายกว่ามาก แต่รสชาติก็สู้ร้านข้าวแกงร้านนี้ไม่ได้
“สบายมาก” ราฟยักคิ้วให้คนตรงหน้าแม้ตอนนี้เหงื่อจะไหลลงมาเรื่อยจนถึงขมับแล้วก็ตาม
“งั้นเดี๋ยวถ้าคุณกินเสร็จ เราไปซื้อชาไข่มุกกัน ฉันเลี้ยงคุณเอง” รอยยิ้มสดใสโผล่มาจากใบหน้าคนตัวเล็กทันทีเมื่อพูดถึงชานมไข่มุก
“เธอพูดแล้วห้ามคืนคำนะ” ราฟยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อได้ยินว่ายายตัวเล็กจอมงกจะควักกระเป๋าเลี้ยงน้ำตัวเอง แม้ความจริงเขาจะไม่ค่อยชอบไอนมหวานๆ เลี่ยนๆ ที่เธอเคยให้ชิมสักเท่าไหร่
อัญณิกาพยักหน้ารับคำอีกครั้ง แต่รอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่ผุดขึ้นบนใบหน้ามันทำให้ราฟรู้สึกว่า เขาหลงกลอะไรเธอบางอย่างเสียแล้ว
จริงดังเขาคิด เมื่อเขาต้องมาต่อแถวรอซื้อชานมไข่มุกคิวยาวเหยียด นี่คงเป็ร้านเดียวกับคราวที่แล้วสินะ ที่ทำให้เธอหายไปเป็ชั่วโมง แต่ในเมื่อหลงกลเธอแล้ว ก็คงต้องรอต่อไป แม้จะมีพนักงานหลายคนให้เขาแซงหน้าไปก่อน แต่อัญณิกาเลขามือดีก็ปฏิเสธให้เรียบร้อย ด้วยเหตุผลที่ว่า เ้านายที่ดีย่อมไม่เอาเปรียบลูกน้อง จากนั้นเธอจึงหลบมายืนข้างๆ และยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับฝีมือของตัวเอง
“คุณอัญมายืนยิ้มอะไรตรงนี้ครับ” แดนทักขึ้น เมื่อเขาเดินผ่านมาหลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จและเห็นเลขาคนโปรดเ้านายยืนยิ้มอยู่
จนคนถูกทักต้องยิ้มแบบแห้งๆ และชี้นิ้วไปทางแผ่นหลังสูงที่กำลังยืนต่อคิวซื้อชานมไข่อยู่ แดนเห็นภาพนั้นถึงกับต้องยกมือขึ้นมาขยี้ตาสองสามครั้ง แล้วหันมายกนิ้วโป้งให้อัญณิกาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก จากนั้นเขาก็เดินจากไป และแน่นอนว่าเื่ที่เกิดขึ้นคงต้องไปถึงหูแมรี่อย่างแน่นอน
.....................................................
ขอบคุณสำหรับการติดตาม อย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นหนังสือกัน และกดlove เพื่อรออัพเดตนะจ้า
มาพูดกับไรท์ได้นะจ๊ะ ด่าได้ถ้าไรท์ทำร้ายตัวละครเกิน แต่อย่าแรงเดี๋ยวไรท์เจ็บนะจ๊ะ รีดที่รัก ....
ฝากติดตามเพจในลิิ๊งค์ด้านล่าง หรือ คลิ๊กที่นี่
https://www.facebook.com/ainkfanamtalay/