บทที่ 53
“เรื่องนี้ขอให้จัดการให้เรียบร้อยนะครับ..” เกียรติไกรกล่าวกับพนักงานงานประมูล วันนี้เขารู้สึกว่ามันเป็นวันที่แสนจะวุ่นวายสำหรับเขาจริงๆ ตั้งแต่เช้าเขายังไม่ได้ว่างพักหายใจเลย แต่มันก็คุ้มค่าเหนื่อย เพราะวันนี้เขาได้เงินมาถึง 20 ล้านบาท ดูเหมือนว่าในอนาคตจะได้มากกว่านี้หากทำงานกับคุณเทียนหลงต่อไป “เฮ้ออ.. หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้บ่อยๆนะ” เขากล่าวยังไม่ทันจบดี เสียงเรียกเข้าที่เป็นเอกลักษณ์ของเสียงที่เขาตั้งเอาไว้สำหรับคนคนเดียวก็ดังขึ้น เกียรติไกรขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เขาก็ต้องรับสายนี้ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้น“ตอนนี้ผมอยู่ที่ชั้นแปด โรงพยาบาลรัตนโกสิน..” ปลายสายกล่าวขึ้นทันทีที่เขารับสาย“ครับ เป็นโรงพยาบาลในเครือที่คุณซื้อหุ้นเอาไว้ ผมจะรีบติดต่อกับผู้อำนวยการให้เข้าพบคุณก่อน แล้วผมจะตามไปสมทบในภายหลังครับ” เกียรติไกรกล่าว“คุณไม่จำเป็นต้องมาด้วยตัวเอง แค่เรียกเขามาพบผมก็พอ..” ไอซ์ตอบกลับ เกียรติไกรที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ค่อยสบายใจเท่าไร ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้วในวันนี้ จากเรื่องเล็กๆมันกลายเป็นเรื่องระดับชาติได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่เขาก็ต้องตอบตกลงไป ก่อนจะโทรหาผู้อำนวยการของรพ.รันตโกสิน สาขาเชียงใหม่ทันที“สวัสดีครับ นพ.เสริมสุข ผมชื่อว่าเกียรติไกรเป็นตัวแทนทางด้านการเงินของคุณอนุวัฒน์ ซึ่งเขาเป็นผู้ถือหุ้นในเครือของโรงพยาบาลรัตนโกสิน 11.81 เปอร์เซ็นต์ครับ” เกียรติไกรกล่าวกับปลายสาย“สวัสดีครับ ผู้ถือหุ้นต้องการให้ผมทำอะไรครับ” เสริมสุขตอบกลับไปอย่างง่ายๆ เขาเข้าใจสถานการณ์นี้เป็นอย่างดี เขาเป็นเพียงแค่ผู้อำนวยการ ผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าของโรงพยาบาล หากเขาทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ การงานเขาจบลงไม่สวยอย่างแน่นอน“ดูเหมือนว่าคุณอนุวัฒน์ต้องการให้คุณไปพบ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาต้องการอะไร แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่ชั้นแปดในอาคารโรงพยาบาลแล้ว ผมจะส่งรูป และเอกสารการยืนยันเจ้าของหุ้นให้กับคุณ หวังว่าคุณจะดูแลเขาเป็นอย่างดีนะครับ” เกียรติไกรกล่าวเน้นย้ำกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลอย่างจริงจัง เขาไม่ต้องการให้มีปัญหาบานปลาย ไม่อย่างนั้นเขาเองก็จะอยู่ไม่สุขเช่นกัน“ผมทราบแล้ว ผมกำลังจะลงไปพบเขาด้วยตัวเองครับ” ผู้อำนวยกล่าวตอบ และหยิบเสื้อกาวน์ของตัวเองไปพบกับแขกวีไอพีทันที แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้เลยว่ากำลังเดินเข้าไปหาปัญหาครั้งใหญ่ เพราะในเวลาเดียวกันนั้นเอง ชายหนุ่มที่ไม่คาดฝันว่าจะพบเจอก็เพิ่งออกจากลิฟต์มา และเขาคนนี้กำลังมุ่งตรงไปยังเตียงผู้ป่วยที่เขาต้องการจะมาพบ“สวัสดีครับคุณน้า ผมซื้อดอกไม้มาแสดงความยินดีที่คุณน้าหายจากอาการป่วย” ชายคนนั้นเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้สดที่เขาเลือกมาเองกับมือให้กับคุณน้า ก่อนจะหันไปมองปังปอนด้วยสายตาที่มันบ่งบอกได้เลยว่าเขาต้องการเธอ เขาไม่มองแม้กระทั่งชายที่ยืนหันหลังให้กับเขา สองแม่ลูกขมวดคิ้วทันทีที่เห็นว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร ใช่แล้ว คนคนนี้คือ นายน้อยตูมตาม“ขอบใจจ้ะ..” คุณแม่กัญญากล่าวขอบคุณตามมารยาท เธอไม่ค่อยชอบนายน้อยคนนี้สักเท่าไร ชื่อเสียงตระกูลของชายหนุ่มคนนี้ไม่ค่อยดีนัก ถึงลูกสาวของเธอรักเขาจริงเธอก็เป็นคนหนึ่งที่จะคัดค้าน เธอไม่อยากเห็นลูกสาวต้องตกนรกทั้งเป็น ไอซ์ที่เพิ่งจะวางสายเสร็จก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย แต่เขาก็อยากจะรู้ว่านายน้อยคนนี้จะทำอะไร เขาจึงเงียบแล้วก็ฟัง แต่เขากับโดนผลักหลัง“..ห้องรวมก็อย่างนี้แหละครับคุณน้า มีพวกกินที่เยอะ พวกเห็นแก่ตัว.. ว่าแต่คุณน้าจะออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่อย่างนั้นเหรอครับ ผมจะได้ขับรถมารับคุณน้ากลับบ้าน” ตูมตามอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแขวะชายที่เขาเพิ่งจะผลักไปด้านหลัง สองแม่ลูกที่เห็นอย่างนั้นก็แสดงสีหน้าไม่พอใจกับการกระทำนี้มาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพวกเธอกลัวว่าจะสร้างปัญหาให้กับผู้มีพระคุณ นายน้อยตูมตามเป็นคนที่ไม่ธรรมดา อย่างล่าสุดถ้าเธอจำไม่ผิด ชายที่เข้ามาจีบปังปอน โดนบอดี้การ์ดสองคนนั้นที่ยืนอยู่ไม่ไกลทำร้ายจนเข้าโรงพยาบาล พักรักษาตัวไปหลายเดือน“นายทำอย่างนี้กับเพื่อนของฉันได้ยังไงกันตูมตาม..” ปังปอนถึงจะกลัวอำนาจของตูมตาม แต่เธอจะไม่ยอมให้ใครก็ตามมาทำร้ายคนที่ช่วยเหลือชีวิตแม่ของเธอเอาไว้“เอ๊ะ!! เพื่อน.. ใคร?.. ผู้ชายคนนี้น่ะเหรอ” ตูมตามที่ได้ยินก็สับสนเล็กน้อย ก่อนจะนึกถึงคนที่เขาเพิ่งจะผลักไป และเขาต้องขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม เพราะยังมีผู้ชายคนไหนอีกที่กล้าหาญเข้าใกล้คนที่เขาหมายตาเอาไว้ เขาหันไปมองชายคนนั้นในทันที“เป็นนายน้อยตูมตามคนนั้นนี่เอง..” ไอซ์กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน แต่เขาก็ไม่ได้โกรธอะไรขนาดนั้น สำหรับเขาแล้วมันชิลๆเสียมากกว่า และจากที่ฟังมาดูเหมือนว่าตูมตามคนนี้จะเป็นเพื่อนกับปังปอน หรือบางทีอาจจะเป็นคนที่เธอชอบก็ได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่เน้นย้ำว่าเขาคือเพื่อนกับชายคนนี้หรอก“เป็นแก!! เป็นแกอีกแล้วเหรอ..” ตูมตามเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ เขาชี้หน้าไอซ์พร้อมกับความแค้นในเรื่องเมื่อตอนบ่ายทันที“เป็นฉันแล้วอย่างไรเล่า ฉันก็เป็นเพื่อนกับคนอื่นเขาได้เหมือนกัน” ไอซ์กล่าว กัญญาที่ได้ยินก็หันมามองทางลูกสาว ถึงเธอจะรู้ว่านายน้อยคนนี้ตามจีบลูกสาวตัวเองอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าชายสองคนนี้มีปัญหาอะไรกัน แต่เมื่อปังปอนเห็นเหตุการณ์นี้เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งสองเคยมีปัญหากันมาก่อน“เห้อ!!.. ปอนของฉันไม่ต้องการเป็นเพื่อนกับคนหลอกลวงอย่างแกหรอก.. คุณน้าอย่าไปเชื่อมันนะครับ เพื่อนสนิทของผมเคยเหล่าให้ฟัง บ้านมันยากจนจะตายไป หนี้ก็เยอะ พ่อแม่ก็ไม่มีให้สั่งให้สอน มันเป็นเพียงแค่เด็กกำพร้าสองพี่น้องเท่านั้น..” ตูมตามเริ่มโวยวายอีกครั้ง ยิ่งเห็นหน้าคนที่ไม่ชอบใจมาอยู่มาสนิทกับคนที่เขาชอบก็ยิ่งโมโหหนักขึ้นกว่าเดิม และหันไปใส่ร้ายกับกัญญา“ทำไมนายต้องพูดอย่างนั้นกับเพื่อนของฉัน นายมันคนไร้หัวใจ แล้วฉันไปเป็นของนายตั้งแต่เมื่อไหร่ นายมันคนไร้หัวจิตหัวใจ นายกลับไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้านายอีก” ทุกๆครั้งปังปอนจะอดทนกับสิ่งที่นายน้อยคนนี้กล่าว แต่ครั้งนี้มันไม่ไหวจริงๆ เธอจำเป็นต้องปกป้องเพื่อนของเธอ“ปอนของตาม ทำไมเธอถึงพูดอย่างนั้นล่ะครับ เธอจะปกป้องมันทำไมกัน มันก็แค่ยาจกที่วันๆเอาแต่หลอกลวงคนอื่น หรือว่าจะให้ตามย้อนถึงความทรงจำ เผื่อปอนจะจำไม่ได้ เงินที่ปอนยืมไป” ตูมตามเริ่มกล่าวถึงเงินที่ปอนได้ยืมไป แน่นอนว่าเธอต้องเอามารักษาแม่ในการผ่าตัดครั้งที่แล้ว “ปอนจะคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์ แล้วนายก็อย่ามายุ่งกับปอนอีก.. ไปซะ” ปังปอนกล่าวด้วยอารมณ์โมโหเช่นกัน ทำไมเขาถึงต้องพูดเรื่องนี้ต่อหน้าแม่ของเธอด้วย กัญญาที่ได้ยินก็หันมามองที่ลูกสาวของเธอเช่นกัน เธอไม่รู้เลยว่าค่ารักษาพยาบาลของเธอเท่าไร ลูกสาวของเธอเป็นคนจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เมื่อรู้ว่าเงินส่วนใหญ่มาจากนายน้อยคนนี้ก็เริ่มไม่สุขใจ“เงิน 5 ล้านบาทที่ปอนยืมไปถ้ารวมดอกเบี้ยก็เกือบ 6 ล้านบาทแล้วนะ.. ถ้าปอนจะไล่ตาม ก็เอาเงินมากองตรงหน้าตามตอนนี้ ถ้าไม่มีก็ไม่มีสิทธิ์มาไล่ตาม” ตูมตามกล่าวออกมาอย่างเหนือกว่า ปังปอนที่ได้ยินก็ยิ่งโมโหขึ้นมากกว่าเดิม แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ แต่นั้นมันไม่ใช่สำหรับไอซ์ เขาหยิบมือถือออกมาก่อนจะโทรเกียรติไกร(อีกแล้วเหรอ)“.. ดูเหมือนนายจะต้องมาที่นี่แล้วล่ะ .. เออ เอาเงินสดมาด้วย 6 ล้านบาท ไม่มีปัญหาใช่ไหม ผมให้เวลา 10 นาที” ไอซ์กล่าว ซึ่งก็เรียกความสนใจจากทุกคนที่กำลังคุยกันอยู่ได้เป็นอย่างดี