สู่โลกใบใหม่
ท้องฟ้าใกล้รุ่งสางยามเหม่า (ตีห้า) หมู่เมฆบางๆยังลอยเคว้งเกลื่อราวกับเป็ฉากให้วิหคโผบินออกจากรังเพื่อก้าวเข้าสู่วันใหม่ไอเย็นะเืแผ่กระจายท่ามกลางสายหมอก
เด็กน้อยผู้หนึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่บนูเา สถานที่แห่งนี้คือยอดเขาอันเป็ที่พำนักของเขาขุนเขาแห่งผู้วิเศษและเทพเซียน เขาอาศัยอยู่ที่ที่มานับหลายร้อยปีแม้ร่างกายจะดูอ่อนเยาว์ทว่าอายุกับตรงข้าม
พลันมีแสงประหลาดบนท้องฟ้า ปรากฎลำแสงสีขาวทอดยาววาดเป็เส้นโค้งคล้ายกับดาวตกพุ่งผ่านชั้นเมฆมุ่งหน้าสู่ทิศของป่าเบื้องล่างที่อยู่ไม่ใกลกันมากนักเด็กน้อยค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น แววตาของเขากระจ่างดุจน้ำใสไร้ตะกอนเขาแหงนมองบนฟ้าพลางลอบยิ้มออกมาน้อยๆ
“ในที่สุดพวกเ้าก็กลับมาแล้ว” เขาคิดในใจ
เด็กคนนี้คือ มู่ไป่ ผู้ที่ได้มอบข้อตกลงให้กับหลิงอันเพื่อไปทำภารกิจในการนำตัวคนผู้หนึ่งกลับมาในตอนนี้เขารับรู้ได้ถึงพลังชีวิตของหลิงอันที่ปรากฎขึ้นและอีกพลังชีวิตของเอี้ยนเหม่ยผู้ซึ่งเป็เทพยดาและสหายรักของเขา
ลำแสงนั้นค่อยๆจางลงและเลือนหายเข้าไปในชั้นของป่าลึกเบื้องล่าง เงาของป่ามีความทึบและดำสนิทและยังมีกลิ่นไอความน่ากลัวอย่างประหลาดเขาค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วเดินก้าวออกมาทอดสายตากว้างมองความมืดของราตรีกาลกำลังจะจากไปแสงทิวากำลังจะมาเยือนพร้อมไอหมอกจาง เขากำลังครุ่นคิดเล็กน้อยเพราะผินป่าเบื้องล่างคือป่าต้องห้าม ซึ่งหากไม่มีความจำเป็แล้วเขาก็ไม่อยากที่จะเกี่ยวข้องนัก
“ช่างหาเื่ใส่ตัวกันแท้ๆ”
อ๊ากกกกกก.....!!
ปาล์มตาโตเท่าไข่ห่าน ร้องะโออกมาสุดเสียง ขณะที่พบว่าตัวเองลำลังลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศโดยมีเมย์อยู่ข้างๆขณะที่ร่างของเขาและเธอกำลังดิ่งลงสู่พื้นด้านล่างด้วยความร็วสูง ทว่าเมย์ยังคงมีสีหน้านิ่งเป็ปกติ
ลมด้านล่างกระแทกใบหน้าของเขาจนชาในขณะเดียวกันหูของเขาก็เริ่มอื้อ เหลียวมองลงไปเห็นแผ่นดินด้านล่างเล็กนิดเดียวสลับกับสีเขียวของป่าหากร่างของเขาตกลงไปกระแทกพื้นมีหวังตายสนิทอย่างแน่นอน
“เตรียมใจเอาไว้เ้าหนู อีกไม่กี่วินาทีพวกเราก็จะตกถึงพื้นแล้วตั้งสติเอาไว้แล้วอย่าเผลอเป็บ้าเสียก่อนล่ะ” เมย์ร้องเตือน
ว้ากกกกกกกกก !!
ปาล์มยังคงร้องลั่น
ซูม !!
พลันคนทั้งคู่ก็ตกลงในแม่น้ำขนาดใหญ่จนเกิดเสียงดังสนั่นแผ่นน้ำแตกซ่านกระจายเป็วงกว้าง ปาล์มจมดิ่งลงไปสู่ก้นของแม่น้ำเขารู้สึกแสบร้อนใบทั่วใบหน้าและได้กินน้ำเข้าไปหลายอึก ในหัวสมองของเขาขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้นเขารู้แต่เพียงว่าจะต้องแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าก่อนและเอาตัวรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้เขารีบกลั้นหายใจและพยายามตะเกียกตะกายพาตัวเองขึ้นมาบนผืนน้ำให้เร็วที่สุดเพราะรู้สึกเริ่มชาตามตัวจากความเย็นของน้ำที่เย็นจนผิดปกติเพียงใช้เวลาไม่นานเขาก็โผล่หัวขึ้นมาบนผิวน้ำได้สำเร็จ
“แฮก แฮก แฮก”เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วงรีบประคองตัวเองให้ลอยอยู่พลางพยายามสูดสมหายใจเข้าเต็มปอดและสะบัดหน้าแรงๆหลายครั้ง
“ไม่เสียแรงที่เรียนว่ายน้ำมาั้แ่เด็ก” เขาแอบภูมิใจในตัวเองนิดๆเพราะยังจำบรรยากาศที่พ่อพยายามเคี่ยวเข็ญให้เขาฝึกว่ายน้ำั้แ่สมัยอนุบาล“ขอบคุณฮะพ่อ”
เมื่อมองไปรอบด้านก็แลเห็นชายฝั่งที่อยู่ไม่ใกล เขาจึงรีบตะกุยว่ายน้ำเข้าหาและรีบขึ้นฝั่งมาอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงพื้นดินปาล์มก็ทรุดตัวลงนั่งในสภาพที่เปียกปอนเป็ลูกหมาตกน้ำเขาหอบหายใจแรงและถี่ขึ้นเพราะสมองของเขามีความ้าออกซิเจนอย่างมากอีกทั้งยังรู้สึกเหนื่อยมากจนล้มตัวนอนแผ่หายลงกับพื้นดิน
“นี่มันอะไรกันฟะ เหนื่อยชะมัด เกือบตายแล้ว”
“อืม งั้นข้าก็จะให้เวลาเ้าพักสักเล็กน้อยละกัน”เสียงใสๆที่คุ้นเคยดังอยู่ข้างหูของเขา ความจริงแล้วเขาจะต้องรู้สึกใกับน้ำเสียงบ้างแต่ตอนนี้เขาคงจะเหนื่อยเกินไปที่จะมีอาการเช่นนั้น อีกเหตุผลหนึ่งคือวันนี้เขาเจอเื่ปละหลาดมามากมายหากจะเจออีกครั้งก็ไม่นับว่าแปลก เสียงนั้นเป็ของพี่เมย์ เขาจำได้
ปาล์นอนนิ่งพยายามปรับลมหายใจให้เป็ปกติ ขณะที่เมย์ก็ยังยืนอยู่ข้างๆเธอมองไปรอบๆเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมเธอดูเป็ปกติมากปราศจากซึ่งอาการหวาดกลัวใดๆทั้งสิ้นแววตาของเธอบ่งบอกถึงความปิติบางอย่างที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด มันคงจะเป็ความรู้สึกดีที่เธอได้กลับมาสู่สถานที่ที่เธอจากมานั่นเอง ขณะที่ปาล์มกลับมีคำถามเป็ล้านคำที่อยู่ในหัว
“พี่รู้ว่านายมีคำถามที่สงสัยเกี่ยวกับเื่นี้”เธอพูดออกมาลอยๆราวกับรู้ความคิดของปาล์มก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งอยู่ข้างๆ คนทั้งสองต่างนิ่งงันปล่อยให้ความเงียบโอบล้อม
เวลาค่อยๆผ่านไป ยามนี้แสงอรุณรุ่งเช้ากำลังมาเยือน ประกายแดดลอดผ่านผืนป่าอาบใบไม้ให้เขียวสดแลสะท้อนแสงผืนน้ำเป็ประกายระยิบ ทิวทัศนเบื้องหน้าของคนทั้งสองก็ถูกเปิดเผยออกมา
ว้าววววววว.....
ปาล์มนอนอ้าปากค้าง “นี่ที่คือที่ใหนกันเนี่ย” เขาพึมพับกับตัวเองเมื่อพบว่าริมฝั่งของแม่น้ำที่เขานอนอยู่เป็ป่าทึบที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในขณะที่อีกฝั่งเป็ภูผาสูงตั้งตระหง่านโอบล้อมเป็ชั้นๆ เจือด้วยไอหมอกตัดกับแสงแดดในยามเ้าเขาคงจะคิดว่าสิ่งที่เห็นคือภาพวาดอย่างแน่นอนหากไม่มีฝูงนกที่บินวนเวียนไปมาพร้อมกับส่งเสียงร้องอีกทั่งบริเวณเกาะกลางขอแม่น้ำยังมีนกชนิดหนึ่งคล้ายนกกระเรียนกำลังยื่นคอยาวเดินไปมาคล้ายกับว่ามันกำลังจะหาปลาเพื่อให้เป็อาหาร
อากาศรอบตัวมีความเย็นกำลังดีและมีความบริสุทธิ์จากการสูดหายใจเข้าปอดแต่ละครั้ง
“เอาล่ะข้าคิดว่าเราควรจะเดินทางกันได้แล้ว”เมย์กล่าวขึ้นขณะลุกขึ้นยืนแล้วก้มลงมองที่ปาล์ม เพราะเห็นว่าน่าจะพักเพียงพอแล้ว
“เอ๋”
“ลุกขึ้นแล้วตามพี่มา พี่จะตอบทุกคำถามที่นายอยากรู้ เท่านี้พี่จะตอบได้”เธอเน้นเสียงประโยคหลัง
ปาล์มถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนทำหน้าเบ้ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินตามอย่างขัดเสียไม่ได้ ขณะที่เมย์เดินนำทางตรงไปยังบริเวณป่าทึบเบื้องหน้าโดยมีปาล์มเดินตามหลังไปติดๆ
“เราต้องเดินผ่านป่านี้ซึ่งน่าจะใช้เวลาไม่กี่ชั่วยามและคิดว่าน่าจะมีหมู่บ้านอยู่ไม่ใกลนัก”เธอหันมาบอกสั้นๆ
ปาล์มเริ่มมีการการสับสนกับสำนวนการพูดของเมย์ขึ้นมาเพราะภาษาที่เธอใช้ค่อนข้างจะแปลก แต่เขาก็พอจะฟังรุ้เื่อยู่บ้างจึงยังไม่ได้ถามออกไปเขาคิดว่าเมย์ก็คงจะให้ความกระจ่างกับเขาได้ในไม่ช้า
“ผมกลัวครับ และผมก็คิดถึงบ้านด้วย พี่เมย์พาผมกลับบ้านได้รึเปล่าครับ”ปาล์มทำเสียงอ่อยๆ คำพุดของเขาทำเอาเมย์สะอึกไปเล็กน้อย
พวกเขากำลังเดินอยู๋ในป่าท่ามกลางต้นไม้ใหญ่อายุกว่าร้อยปีลำต้นของมันมีขนาดเท่ากับหลายคนโอบแต่ละต้นแผ่กิ่งก้านสยายจนบดบังแสงแดด แต่ก็ยังพอมีแสงเล็ดลอดส่องลงมาได้บ้าง
“จะให้เริ่มต้นยังไงดีล่ะ” เมย์เริ่มเปิดประเด็นพูดโดยไม่หันกลับมามอง
“เอาเป็ว่าพี่จะเล่าทุกอย่างที่รู้แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าทุกอย่างคือเื่จริง หากนายเลือกที่จะไม่เชื่อก็เป็สิทธิ์ของนายและไม่ใช่ธุระของพี่ที่จะต้องมาอธิบายนายซ้ำไปซ้ำมาหรือพยายามที่จะทำให้นายเชื่อ”น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงแววเด็ดขาด
เมย์ยกข้อมือซ้ายของตนเองขึ้นมาพินิจก็พบว่าจุดสีดำเล็กๆสามจุดที่เป็เสมือนพันธะสัญญาและเครื่องจองจำนางที่ทำไว้กับมู่ไปได้เลือนหายไปแล้วถ้าหากเป็เช่นนี้ก็แสดงว่านางได้กระทำภารกิจสมบูรณ์และนางก็เป็อิสระแล้ว ดังนั้นจึงปรากฎรอยยิ้มอันปลอดโปร่งอยู่ทั่วใบหน้าของนางโดยที่ปาล์มไม่ได้สังเกตุเห็น
“ถ้างั้นพี่เมย์เล่ามาก่อนก็ได้ครับ ผมจะตั้งใจฟัง”
“อืม” เด็กคนนี้ว่าง่ายดีแฮะ
“เอาเป็ว่าโลกที่เราอยู่ในตอนนี้และโลกที่นายเคยอยู่เป็คนละโลกกัน”แค่เริ่มต้นก็ทำเอาปาล์มแทบจะเชื่อไม่ลง แต่เขาก็พยายามเดินนิ่งฟัง
“บางครั้งการใช้ชีวิตในโลกนี้และการใช้ภาษาจะมีความมแตกต่างกันบ้าง นับจากนี้พี่จะใช้ภาษาของที่นี่และก็เป็หน้าที่ของเ้าที่จะต้องเรียนรู้มันเองเพราะหน้าที่ของข้ามีเพียงนำตัวเ้ามาที่นี่เท่านั้น”กล่าวจบเธอก็หวนนึกถึงมู่ไป่อีกครั้งว่าเหตุไฉนเขาจึงยังไม่มารับตัวสหายของเขาเสียที เธอกล่าวต่อ
“มันเริ่มต้นจากการที่มีคนผู้หนึ่งไหว้วานให้ข้าไปตามหาเ้าเมื่อข้าไปถึงโลกของเ้าข้าก็ได้ใช้วิชาสะกดจิตสามีภรรยาคู่หนึ่งที่อยู่ข้างบ้านของเ้าให้รับข้าเป็หลานแน่นอนว่ามันทำให้ข้ามีที่พักอาศัย ความจริงแล้ว ข้าพยายามสืบเสาะหาคนผู้นี้มาเป็ปีแต่ก็ไม่เคยเจอซึ่งข้าก็เห็นหน้าเ้าทุกวันแต่กลับคาดไม่ถึงว่าเ้าจะเป็เป้าหมายที่ข้ากำลังตาหาอยู่”
“มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อเป็หยกของเปล่งแสงสว่าง และหยกชิ้นนี้ได้นำข้าให้ไปพบกับเ้าที่ห้องของชมรมซึ่งเหตุการณ์ต่อจากนั้นเ้าก็คงรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นจนถึงตอนนี้และนามอันแท้จริงของข้าคือ หลิงอัน”
นับเป็เื่ยากอย่างมากที่จะทำให้ปาล์มเชื่อได้ เื่นี้ช่างบ้าบอสิ้นดี
“ผมจะพยายามเข้าใจครับ แต่ตอนนี้คงจะยาก” ปาล์มทำเสียงเจื่อนๆ
“ข้ารู้ว่าเ้าคงจะทำใจเชื่อลำบาก อย่างที่ข้ากล่าวไป ความคิดของเ้าไม่ใช่ปัญหาของข้าและข้าก็ไม่จำเป็ที่จะต้องแบกรับเอาความรู้สึกใดๆของเ้าเอาไว้ทั้งนั้นหากข้าจะสามารถช่วยเ้าได้ก็มีเพียงเื่เดียว” ปาล์มทำหน้าสงสัย
“ข้าขอให้เ้ามีสติ และมีความเข้มแข็งเท่านั้นเองข้าหวังว่าหากเ้าพบคนที่ชื่อ มู่ไป่ แล้วเ้าอาจจะเข้าใจทุกอย่างมากกว่านี้”
ผู้หญิงคนนี้พูดเข้าใจยากชะมัด พูดอธิบายซะยืดยาวโดยที่เขาไม่เข้าใจอะไรซักอย่าง