ณ กลางป่า
“ทำไมพวกเราไม่พักบ้างเลยล่ะ ฉู่หลาน” ลู่หยางเริ่มบ่น
“อ้าว ก็เ้าเองไม่ใช่หรอที่อยากพบเฉียนฟงมาก” ฉู่หลานกล่าว
“แต่พวกเราเป็มนุษย์นะ มันต้องพักผ่อนกันบ้าง” ลู่หยางกล่าว
“มันใกล้ถึงแล้วล่ะ ลู่หยาง ทนอีกนิดก็แล้วกัน” ฉู่หลานไม่อยากเสียเวลา
ทั้งสองเดินหามรุ่งหามค่ำเพื่อรีบไปให้ถึงถ้ำน้ำพุร้อน แต่แล้วเมื่อมาถึง ทั้งสองก็ต้องตกตะลึงเพราะถ้ำได้ถล่มทลายแทบไม่เหลือช่องทางที่สามารถเข้าไปเอาน้ำพุร้อนได้เลย
“มันจะใช่ฝีมือของเฉียนฟงหรือเปล่า” ลู่หยางกล่าว
“แล้วเขาจะถล่มถ้ำทำไม ในเมื่อเขาอยากได้น้ำพุร้อน” ฉู่หลานตั้งข้อสงสัย
“อาจได้น้ำพุแล้ว ก็เลยทำลายทิ้งมั้ง” ลู่หยางคาดการณ์
“ข้าว่าไม่นะ ท่านดูนั่นสิ นั่นใช่เฉียนฟงหรือไม่” ฉู่หลานชี้ไปที่อสูรหมาป่าตนนั้น
“เขากำลังมองหาอะไร” ลู่หยางสงสัย
“ช่องทางที่จะไปเอาน้ำพุร้อนไง แสดงว่ามีใครบางคนทำลายถ้ำก่อนที่เฉียนฟงจะไปถึงแน่นอน” ฉู่หลานคาดการณ์บ้าง
“แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะ” ลู่หยางคิดไม่ออก
“รีบหนีเร็วเข้า เฉียนฟงมุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว” ฉู่หลานกล่าวเตือน
“เ้าไปหลบก่อน เดี๋ยวข้าจัดการเอง” ลู่หยางตั้งใจจะสู้
“แต่ว่า เขาเป็อสูรเต็มตัวแล้วนะ เ้าสู้เฉียนฟงไม่ได้หรอก” ฉู่หลานกล่าว
“ข้าจะพยายาม” ลู่หยางยังคงดึงดัน
ฉู่หลานเห็นว่าลู่หยางไม่ยอมฟัง เลยยอมตามใจ นางไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่เพื่อคอยสังเกตการณ์
ลู่หยางเข้าปะทะกับเฉียนฟงมนุษย์หมาป่าที่มีพละกำลังมหาศาล
ลู่หยางใช้ดาบเข้าฟันแทงจนเฉียนฟงได้รับาเ็ แต่เฉียนฟงก็ไม่สะทกสะท้านอะไร เฉียนฟงก็ยังคงมุ่งหน้าโจมตีลู่หยางด้วยมือเปล่าเช่นเคย ลู่หยางถูกจับโยนไปกระแทกกับซากของถ้ำหลายครั้งหลายหน
ฉู่หลานอยากเข้าไปช่วย แต่มันเป็การดูถูกศักดิ์ศรีของลู่หยาง นางจึงยอมอดทน จนกระทั่งนางมองเห็นปิศาจค้างคาวแอบลอบซัดผงพิษใส่ลู่หยาง ฉู่หลานเลยรีบวิ่งเข้าไปผลักลู่หยางให้พ้นจากผงพิษนั่น แต่ทว่านางกลับโดนผงพิษเข้าตาเต็มๆ
“โอ๊ย ช่วยด้วย ทำไมแสบแบบนี้ ช่วยข้าด้วย” ฉู่หลานเอามือปิดไปที่ตาทั้งสองข้าง
ลู่หยางใรีบเข้าไปกอดฉู่หลานไว้ แต่นางยังคงร้องปวดตาไม่หยุด เขามองเห็นแล้วว่าศัตรูมีทั้งเฉียนฟงและปิศาจค้างคาว ดังนั้นเขาจึงรีบอุ้มฉู่หลานวิ่งหนีพวกมัน เพราะต้องรีบพาฉู่หลานไปรักษาเสียก่อน
เมื่อไปถึงโรงเตี๊ยม ลู่หยางรีบตามหมอให้มารักษาตาให้กับฉู่หลาน
หมอเดินออกมาพร้อมกับส่ายหน้า เพราะไม่อาจรักษาตาของฉู่หลานได้
ฉู่หลานร้องไห้โวยวายไม่หยุด “ฮือ ฮือ ตาของข้า ข้ากลายเป็คนตาบอดแล้ว”
ลู่หยางรีบเข้าไปกอดนางไว้ “ข้าขอโทษฉู่หลาน เป็เพราะข้า เ้าถึงมีชะตากรรมเช่นนี้ ข้าจะรับผิดชอบดูแลเ้าเองนะ”
“ข้าไม่้าให้ใครดูแล ข้า้ารักษาตาให้หาย ฮือ ฮือ” ฉู่หลานยังโวยวายไม่หยุด
ลู่หยางอุ้มฉู่หลานไปนอนที่เตียง พร้อมกับจับมือนางไว้ “แต่งงานกับข้านะฉู่หลาน ข้าจะดูแลเ้าเป็อย่างดี”
“ไม่ เ้าไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบข้า” ฉู่หลานรีบดึงมือกลับแต่ก็ไร้ผลเพราะเขาจับมือนางแน่นมาก
“ข้ารักเ้านะ ฉู่หลาน ข้าจะเป็ตาให้เ้าเอง” ลู่หยางกล่าวด้วยใจจริง
“ข้าไม่เชื่อ ก็ไหนว่าเ้ารักเจินเจินมากไง เ้าพูดเพื่อให้ข้ายอมรับให้เ้ารับผิดชอบข้าเท่านั้นเอง” ฉู่หลานกล่าว
“แล้วทำยังไง เ้าถึงจะยอมเชื่อข้าล่ะ” ลู่หยางจนปัญญาเพราะนางไม่เชื่อเขา
“ออกไปเถอะ ลู่หยาง ข้าอยากอยู่คนเดียว” ฉู่หลานกล่าวเพราะยังไงนางก็ไม่ยอมเชื่อ
“งั้นเอาอย่างนี้วันพรุ่งนี้พวกเรารีบออกเดินทางกลับไปหาลี่หวิน นางต้องช่วยเ้าได้แน่ นางเป็หมอเทวดานี่” ลู่หยางบอกหนทาง
ฉู่หลานพยักหน้ารับคำ แต่ไม่ยอมพูดอะไรอีก
ลู่หยางจึงยอมปล่อยให้หญิงสาวนอนพักผ่อน
******************************************
เช้าวันรุ่งขึ้นฉู่หลานยังคงรู้สึกแย่ที่นางตาบอดเลยยังไม่ลุกจากเตียง ลู่หยางจึงบริการยกอาหารมาให้นางถึงบนห้อง
“เ้าไม่ต้องดูแลข้าขนาดนั้นก็ได้ลู่หยาง” ฉู่หลานกล่าว
“ไม่เป็ไร ต่อไปพวกเราต้องอยู่ด้วยกันอีกนานนะ ฉู่หลาน” ลู่หยางพูดยิ้มๆ
“ก็ข้าบอกแล้วไง ว่าเ้าไม่ต้องรับผิดชอบข้า” ฉู่หลานยืนยันคำเดิม
“ข้าไม่ทะเลาะกับเ้าก็ได้ ข้าลงไปก่อนนะ เ้าจะได้ไปทำธุระส่วนตัว หรือว่าเ้าอยากให้ข้าช่วยก็บอกได้นะ” ลู่หยางกล่าว
“ไม่ต้อง เ้าออกไปเลย ลู่หยาง” ฉู่หลานหน้าแดงจัดเลยรีบไล่เขาออกไป
ลู่หยางเห็นสาวน้อยหน้าแดงก็แอบยิ้ม เขาเลยยอมออกไปแต่โดยดี ในใจคิดว่า “ข้าจะเป็สามีที่ดีให้เ้าดู ฉู่หลาน”
แต่แล้วผ่านไปหนึ่งชั่วยาม อยู่ดีๆ เจินเจินก็วิ่งมาหาลู่หยางที่โรงเตี๊ยม
“เ้ามาทำอะไรที่นี่เจินเจิน” ลู่หยางแปลกใจ
“ลู่หยาง ข้าดีใจที่ได้เจอเ้า เ้าต้องช่วยข้าด้วยนะ ลูกชายพ่อค้าเกลือเข้ามายุ่งกับข้าไม่เลิก ข้าบอกเขาว่าข้ามีคู่หมั้นแล้ว เขาก็ไม่ยอมเชื่อข้า” เจินเจินกล่าว
“แล้วจะให้ข้าช่วยยังไง” ลู่หยางสงสัย
“ช่วยหลอกเขาว่าเ้าเป็คู่หมั้นของข้า นะ นะ ถือว่าช่วยข้าสักครั้ง” เจินเจินขอความช่วยเหลือ
“อย่างนั้นก็ได้” ลู่หยางยอมช่วย
“นั่นไงเขามาแล้ว” เจินเจินรีบกระซิบบอก
“ปล่อยคนรักของข้านะ” ลูกชายพ่อค้าเกลือกล่าว
“นางเป็คนรักของข้า เ้าต่างหากที่ต้องเลิกยุ่งกับนาง” ลู่หยางแกล้งแสดง
“ชายคนนี้น่ะหรอที่ว่าเป็คู่หมั้นของเ้า ไม่เห็นมันจะเป็ชายสำอางตรงไหน” ลูกชายพ่อค้าเกลือมองลู่หยางั้แ่หัวจรดเท้า
“ถึงเขาไม่สำอาง แต่ข้าก็รักลู่หยาง” เจินเจินแกล้งพูด
“ข้าไม่ยอม เ้าต้องกลับบ้านกับข้า” ชายคนนั้นเข้ามาฉุดเจินเจิน
ลู่หยางจึงรีบผลักเขาล้มก้นคะมำ จนทุกคนในโรงเตี๊ยมพากันหัวเราะเยาะ ชายคนนั้นอายมากเลยรีบออกจากโรงเตี๊ยมทันที เพราะรู้แล้วว่าลู่หยางมีแรงเยอะมากขนาดไหน
เจินเจินกล่าวขอบคุณลู่หยางแล้วรีบออกจากโรงเตี๊ยมเช่นกัน
ลู่หยางเห็นว่าเหตุการณ์สงบลงแล้ว เลยรีบขึ้นไปดูฉู่หลาน แต่ทว่าภายในห้องกลับว่างเปล่า จนลู่หยางใ รีบออกตามหานาง แต่หายังไงก็หาไม่เจอ ลู่หยางจึงรีบเข้าไปไต่ถามเสี่ยวเอ้อทันที
“เอ่อ นายท่าน ปล่อยข้าก่อน ข้ากลัวแล้ว” เสี่ยวเอ้อถูกจับคอเสื้อ
“ผู้หญิงในห้องนั้นอยู่ที่ไหน” ลู่หยางรีบถาม
“คือว่าข้าเห็นนางแอบอยู่ตรงราวบันได นางคอยฟังเสียงตอนที่ท่านกำลังปกป้องผู้หญิงที่ชื่อเจินเจินจากชายนักเลงผู้นั้น นางฟังได้เพียงสักพักหนึ่ง นางก็รีบเข้าไปหยิบสัมภาระในห้องแล้วคลำทางออกไปจากโรงเตี๊ยมทันที” เสี่ยวเอ้อเล่า
“ทำไมเ้าไม่ห้ามนางไว้” ลู่หยางกล่าว
“เอ่อ ข้าเป็แค่ลูกจ้าง ข้าจะมีสิทธิ์ไปห้ามลูกค้าได้ยังไงล่ะท่าน” เสี่ยวเอ้อกล่าว
“โธ่ ฉู่หลาน เ้ากำลังเข้าใจข้าผิดนะ แล้วข้าจะไปตามตัวเ้าได้ที่ไหน” ลู่หยางยอมปล่อยเสี่ยวเอ้อ แล้วก็พูดคนเดียว
******************************************
ฉู่หลานค่อยๆ คลำทางเข้าไปในเมือง นางรู้สึกเจ็บใจเพราะคิดว่าลู่หยางหลอกพูดปลอบใจนาง ในใจคิดว่า “ที่แท้เ้าก็หลอกข้า ทั้งๆ ที่เ้ายังรักเจินเจินอยู่ ยังมาแกล้งบอกรักข้าอีก คงจะทำเพียงเพื่อรับผิดชอบข้าล่ะสินะ”
สักพักอยู่ดีๆ ก็มีคนร้ายเข้ามาจับกุมฉู่หลาน เนื่องจากฉู่หลานเป็หญิงงาม พวกมันเลยตั้งใจว่าจะจับหญิงตาบอดไปขายที่หอนางโลม แม้ฉู่หลานจะมีวรยุทธ์ แต่นางถูกโปะยาสลบเลยทำอะไรไม่ได้
******************************************