ภายในโซนซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมของห้างสรรพสินค้าหรูหราใจกลางกรุงเทพมหานคร แสงไฟนวลตาจากแชนเดอเลียร์คริสตัลที่ประดับอยู่เบื้องบนส่องประกายเจิดจ้า สะท้อนกับพื้นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีที่ถูกขัดมันจนวาววับราวกับกระจกเงา 'ดาริกา' อดีตดาวคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์สาวสวยผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในฐานะทางสังคมอันสูงส่งของตนเอง กำลังก้าวเดินอย่างสง่างามในชุดเดรสแบรนด์เนมหรูหราสีน้ำเงินเข้มที่ขับเน้นผิวขาวผ่องและอวดหุ่นเพรียวบางคอดกิ่ว สองมือเรียวที่ตกแต่งเล็บเจลประดับเพชรอย่างประณีตกำลังเข็นรถช้อปปิ้งคันหรูที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบนำเข้าราคาแพงหูฉี่ ไม่ว่าจะเป็นเห็ดทรัฟเฟิลขาวจากฝรั่งเศส เนื้อวากิวเกรดเอห้า หรือคาเวียร์กระปุกละหลายหมื่นบาท สายตาของเธอที่จ้องมองพนักงานจัดเรียงสินค้าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและดูแคลนตามนิสัยของกุลสตรีไฮโซที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กจนติดนิสัยชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาที ดาริกาเพิ่งกดตัดสายโทรศัพท์จาก "แพรว" เพื่อนสาวในกลุ่มไฮโซด้วยกัน พวกเธอคุยโวโอ้อวดเรื่องทริปท่องเที่ยวพักผ่อนที่มัลดีฟส์และการประมูลกระเป๋าแบรนด์เนมคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่เพิ่งได้มา ดาริกาหัวเราะร่าพลางพูดจาเหยียดหยามพวกผู้หญิงชนชั้นกลางที่พยายามจะยกระดับตัวเองด้วยการเช่าชุดหรูหรือหิ้วกระเป๋าเลียนแบบเกรดมิลเลอร์มาประชันกันในงานเลี้ยงรุ่นสัปดาห์ก่อน เธอยังโม้โอ้อวดเรื่อง "บอส" แฟนหนุ่มคนปัจจุบันที่เป็นถึงลูกชายนักการเมืองชื่อดังและมีอิทธิพลกว้างขวาง ซึ่งเพิ่งจะให้คำมั่นสัญญาว่าจะซื้อรถสปอร์ตปอร์เช่ตัวท็อปนำเข้าคันใหม่ให้เธอเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดในเดือนหน้า สำหรับเธอแล้ว คนธรรมดาพวกนั้นไม่มีวันเทียบเคียงบารมีของเธอได้เลย แม้กระทั่งเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอย่าง 'รัชชา' ยายเฉิ่มใส่แว่นตาหนาเตอะ เสื้อผ้าเชยระเบิด ที่เธอเคยแกล้งสาดน้ำส้มใส่กองรายงานผลการทดลองจนเปียกชุ่มพังทลาย ดาริกายิ้มเยาะด้วยความสะใจเมื่อนึกถึงอดีตอันแสนหวานที่ตนเองเปรียบเสมือนนางพญาผู้เป็นคนคุมเกมและมีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตายทุกอย่างในคณะวิศวกรรมศาสตร์
ดาริกายืนเหยียดหลังตรงเชิดหน้าขึ้น กวาดสายตามองพนักงานสาวที่ชื่อ "มัส" ซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาดูแลความเรียบร้อยของสินค้าในรถเข็นให้เธอด้วยท่าทีหวาดระแวงและเกรงกลัว "มัส... สตรอว์เบอร์รีไวท์เพิร์ลกล่องนี้ทำไมรอยช้ำมันชัดขนาดนี้ล่ะ? ของราคากล่องละเกือบหมื่น ห้างระดับนี้ไม่ควรปล่อยให้มีของมีตำหนิหลุดQCออกมาวางขายนะ บริการแย่ชะมัด เอาไปเปลี่ยนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้ามีรอยช้ำอีกแม้แต่นิดเดียว ฉันจะเรียกผู้จัดการสาขามาไล่เธอออกแน่!" ดาริกาเอ่ยเสียงเรียบตวัดหางเสียงเยือกเย็น พลางโยนกล่องผลไม้พรีเมียมลงบนชั้นวางอย่างไม่ใยดีจนกล่องแทบปริแตก พนักงานสาวหน้าซีดเผือดได้แต่ก้มหน้ายกมือไหว้ขอโทษขอโพยตัวสั่นงกๆ รีบวิ่งกระหืดกระหอบไปหลังร้านเพื่อคัดเลือกสินค้ากล่องใหม่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดมาเปลี่ยนให้ทันที
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังยืนกอดอกรอคอยด้วยอารมณ์หงุดหงิดอยู่นั้น จู่ๆ ร่างกายของดาริกาก็ตื่นกระตุกขึ้นมาอย่างรุนแรงราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นผ่าน บรรยากาศรอบกายปั่นป่วนขึ้นมาอย่างลึกลับและเงียบเชียบ ความรู้สึกอุ่นร้อนแปลกประหลาดสายหนึ่งเริ่มแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายเท้า พุ่งตรงเข้าสู่ไขสันหลังก่อนจะระเบิดออกแผ่กระจายไปทั่วสรรพางค์กาย แม้ว่าเครื่องปรับอากาศภายในซูเปอร์มาร์เก็ตจะตั้งอุณหภูมิไว้เย็นฉ่ำจนสะท้านผิว แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังยืนเปลือยกายอยู่หน้าเตาหลอมเหล็กในโรงงานอุตสาหกรรม ผิวเนื้อกายที่เคยขาวผ่องเริ่มร้อนรุ่มสั่นระริกแดงซ่านไปทุกสัดส่วน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายตามแนวไรผมและซอกคอระหง หัวใจดวงน้อยที่เคยเย่อหยิ่งเริ่มเต้นกระหน่ำรุนแรงดุจกลองรบศึก
ดาริการู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ลมหายใจที่พ่นออกมาทางริมฝีปากอวบอิ่มนั้นอุ่นจัดจนร้อนผ่าว แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับเยิ้มหยาดกะพริบถี่เป็นประกายสีม่วงแผ่วเบา ร่างกายส่วนล่างเริ่มเต้นระริกตอบสนองต่อแรงขับเคลื่อนทางเพศที่ตื่นตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ร่องรักลึกฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานหล่อลื่นปริมาณมหาศาลที่หลั่งไหลออกมาราวกับเขื่อนแตกจนเปียกชุ่มกางเกงชั้นในลูกไม้ตัวแพง จู่ๆ ภาพใบหน้าของ "โอม" หนุ่มแว่นหน้าจืดสุดเฉิ่มที่เคยตามตื๊อเธอในอดีตก็ผุดขึ้นมาในมโนสำนึกอย่างชัดเจน คนที่เธอเคยแกล้งสาดกาแฟร้อนๆ ใส่เสื้อนักศึกษาและด่าทอประจานว่า "ไอ้สลัมไร้ระดับ" ต่อหน้าเพื่อนฝูงนับสิบชีวิต แต่ทำไมตอนนี้... วินาทีนี้... ร่างกายของเธอถึงได้เรียกร้องและโหยหาต้องการสัมผัสอันป่าเถื่อนหยาบโลนจากเขากันแน่? ยิ่งเธอพยายามกัดริมฝีปากปฏิเสธและต่อต้าน ความกระสันอยากก็ยิ่งกระแทกกระทั้นกัดกินจิตใจจนเธอแทบจะเสียสติคลุ้มคลั่ง
ความต้องการทางสรีระที่รุนแรงป่าเถื่อนเข้าครอบงำสัญชาตญาณดิบจนดาริกาสูญเสียการควบคุมสติสัมปชัญญะและทิฐิทั้งหมด เธอทิ้งรถเข็นช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยสินค้าราคาแพงไว้กลางทางเดินอย่างไร้ความรับผิดชอบ ก้าวเท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงสั่นเทาเดินลนลานแกมวิ่งหนีออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต ท่ามกลางสายตางุนงงของพนักงาน เธอพุ่งตรงไปยังลานจอดรถวีไอพีด้วยความทุรนทุราย มือบางล้วงกุญแจออกมารีบสตาร์ทรถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูของตัวเอง เหยียบคันเร่งจนมิดขับลนลานพุ่งทะยานเสียงยางบดถนนดังเอี๊ยดอ๊าด ขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นพิกัดที่ตั้งของลานจอดรถและโซนสวนน้ำลอยฟ้าสุดหรูแบบส่วนตัวทันที ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปตามคำสั่งบงการสะกดจิตที่ถูกฝังรากลึกของระบบ LUST Note
ในเวลาเดียวกัน ที่ริมสระน้ำกว้างขวางของสวนน้ำดาดฟ้า โอมนั่งมองผืนน้ำสีฟ้าใสด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เขาจดจำความอัปยศอดสูที่เคยโดนผู้หญิงคนนี้แกล้งหลอกให้ทำการบ้านและโปรเจกต์กลุ่มให้ตลอดทั้งเทอม แล้วเอาไปส่งอาจารย์โดยหน้าด้านลบชื่อเขาออกจากหน้าปก แถมยังโยนรายงานผลการเรียนของเขาลงถังขยะอย่างโหดร้ายไร้ความปรานี "รัชชา... แผนบงการนี้จะสำเร็จผลจริงๆ ใช่ไหม? ดาริกาคนนั้น... ยายผู้หญิงจอมหยิ่งนั่นจะยอมสยบมาหาเราจริงๆ เหรอ?"
รัชชาในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีแดงเพลิงสุดเซ็กซี่ที่อวดเนินอกอวบอิ่มคัพ D ล้นทะลักเด่นชัด เหยียดยิ้มบางๆ บนเก้าอี้ผ้าใบโอนเอนริมสระ ดวงตาคู่สวยเปี่ยมไปด้วยประกายอำนาจมารที่ทรงพลัง "จดจำสิ่งที่เราบรรจงบันทึกลงไปใน LUST Note สิโอม... ระบบได้เขียนเส้นทางชีวิตและบิดเบือนศีลธรรมจรรยาของดาริกาไว้เรียบร้อยแล้ว ในอีกไม่กี่อึดใจนี้... ผู้หญิงที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเราจนจมดิน จะต้องคลานเข่าเข้ามาหมอบกราบแทบเท้าของเธออย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงเพื่อขอส่วนบุญกามารมณ์"
ไม่ทันสิ้นเสียงประกาศิต ประตูกระจกบานหนาที่เชื่อมระหว่างลานจอดรถและสวนน้ำก็เปิดอ้าออก ร่างระหงของดาริกาเดินสั่นเทาหอบหายใจรวยรินทะลุประตูเข้ามาในบริเวณสวนน้ำที่เงียบสงบและอับสายตาผู้คน สายตาคู่สวยของเธอพร่าเลือนไปด้วยประกายสีม่วงเข้มมิด จดจ้องมองเห็นร่างของโอมและรัชชาที่รอคอยอยู่ ทันทีที่มองเห็นใบหน้าของโอม ดาริกาก็สูญเสียความทระนง หยิ่งยโส และเกียรติยศที่สั่งสมมาทั้งหมดในชีวิตไปในพริบตา เธอทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นไม้ระแนงริมสระน้ำอย่างแรง คลานเข่าต้วมเตี้ยมเหมือนสัตว์เลี้ยงที่เชื่องช้าเข้าหาโอม ความสากและเย็นเยียบของพื้นไม้ขูดขีดหัวเข่าเนียนจนเป็นรอยถลอกแดงแสบ แต่ดาริกากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดทางกายเลยแม้แต่น้อย สองมือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปสวมกอดกอดรัดเรียวขาหนาของชายหนุ่มแน่น ซบใบหน้าหวานที่เปียกปอนไปด้วยน้ำตาแห่งความอับอายและสยิวซ่านลงกับหลังเท้าของเขา ร้องไห้สะอื้นกระซิบกระซาบเว้าวอนด้วยเสียงสั่นสะท้านอย่างยอมศิโรราบราบคาบ
"โอม... โอมขา... ดาริการ้อน... ดาริกาอยากเป็นของโอมเหลือเกิน... ได้โปรดลงทัณฑ์และบำเรอดาริกาที... ดาริกายอมเป็นทาส ยอมทุกอย่างแล้วค่ะ..."
โอมจ้องมองอดีตดาวคณะผู้สูงส่งที่ยอมลดตัวลงมาคุกเข่ากอดขาขอร้องความใคร่จากเขาด้วยความตื่นตะลึงระคนสะใจสุดขีด รัชชาลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ผ้าใบช้าๆ ร่างระหงสมส่วนเยื้องกรายเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าดาริกา ดวงตาสีม่วงประกายอเมทิสต์จ้องมองลงต่ำด้วยสายตาเย็นชาและดูแคลน รอยยิ้มเยาะประดับบนเรียวปากอวบอิ่ม เธอสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยคำสั่งเสียงสะกดจิต (Siren's Echo) ที่ก้องกังวานและสั่นคลอนทะลวงเข้าไปในจิตวิญญาณของดาริกาโดยตรง
"อยากให้โอมช่วยดับความรุ่มร้อนงั้นเหรอ ดาริกา? ถ้าอย่างนั้น... จงดึงทึ้งถอดเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมราคาแพงของเธอออกทีละชิ้นซะสิ ปลดเปลื้องอาภรณ์จอมปลอมพวกนั้นออกต่อหน้าพวกเรา เพื่อแสดงตัวตนที่แท้จริงของเธอออกมาให้เห็นว่ามันไร้ค่าและต่ำต้อยแค่ไหนภายใต้เนื้อแท้ที่ร่านราคะนี้"
คำสั่งเฉียบขาดปานประกาศิตมารจู่โจมสมองและระบบประสาทของดาริกาโดยตรง ร่างกายของเธอตอบรับคำสั่งอย่างไม่อาจขัดขืนต่อต้านได้แม้แต่นิดเดียว มือบางที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปดึงต่างหูเพชรแท้ราคาแพงระยับถอดโยนลงสระน้ำจนมันจมดิ่งลงสู่ก้นสระ ปลดนาฬิกาข้อมือโรเล็กซ์ฝังเพชรเรือนทองโยนทิ้งกระแทกพื้นไม้ระแนงอย่างไม่ใยดีจนกระจกหน้าปัดร้าว จากนั้นเอื้อมมือสั่นระริกไปปลดซิปเดรสหรูหราสีน้ำเงินเข้มออกอย่างเชื่องช้าทรมานใจ ดาริการ้องไห้สะอื้นฮักด้วยความรู้สึกอัปยศอดสูอย่างที่สุดแต่ร่างกายกลับทรยศไม่อาจหยุดยั้งได้ ชุดเดรสราคาเหยียบแสนถูกรูดลอกออกจากไหล่มน ร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นปูนเปียกชื้นอย่างไร้ค่า เผยให้เห็นเรือนร่างเพรียวระหงขาวผ่องสะอาดสะอ้านที่ถูกปกปิดไว้เพียงชุดชั้นในลูกไม้สีดำสนิทสุดเซ็กซี่ เนินอกเต่งตึงสะท้านไหวขึ้นลงตามแรงหอบหายใจที่เต็มไปด้วยความกระสันอยาก
"ฮือ... โอม... รัชชา... อย่ามองดาริกาด้วยสายตาแบบนั้น..." ดาริกาอ้อนวอนสะอื้นไห้ทั้งน้ำตานองหน้า แต่นิ้วเรียวของเธอยังคงขยับเลื่อนไปปลดตะขอบราเซียสีดำด้านหลังออกอย่างสั่นเทา เผยทรวงอกขาวผ่องทรงหยดน้ำเต่งตึงที่ปลายยอดสีชมพูระเรื่อกำลังชูชันแข็งขืนท้าทายสายตา จากนั้นมือเรียวจึงเกี่ยวรั้งขอบกางเกงชั้นในลูกไม้ที่เปียกชุ่มซึมไปด้วยน้ำหวานเหนียวเหนอะหนะรูดลงมาตามเรียวขาแล้วโยนทิ้งไปข้างกาย ร่างกายที่บัดนี้เปลือยเปล่าล่อนจ้อนสั่นสะท้านระริก คุกเข่าศิโรราบแทบเท้าของโอมและรัชชาอย่างไร้ชิ้นดี ผิวเปลือยเปล่าต้องลมหนาวยามเย็นบนดาดฟ้าชวนให้เธอบิดส่ายกายไปมาด้วยความซ่านเสียวที่แผ่ซ่านทะลวงแทรกซึมไปทั่วทุกรูขุมขน โดยที่ผู้คนรอบข้างในบริเวณสวนน้ำต่างถูกผลการทำงานบงการของ LUST Note บิดเบือนคลื่นสมองและการรับรู้จนไม่มีใครสังเกตเห็นหรือสนใจความวิปริตนี้เลยแม้แต่คนเดียว
รัชชาหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความสะใจลึกซึ้งที่แผนการลงทัณฑ์กามารมณ์ล้างแค้นของเธอสำเร็จลุล่วงไปอีกขั้น พลังงานตัณหาความใคร่ไหลบ่าป้อนเข้าสู่ระบบจนตัวเลขพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว ทว่า ท่ามกลางความสาแก่ใจของคนทั้งสาม รัชชาและโอมกลับหารู้ไม่ว่า... ในซอกมุมมืดของห้องควบคุมระบบกรองน้ำที่ตั้งอยู่ด้านหลังพุ่มไม้ประดับของสวนน้ำ มีร่างของชายลึกลับสวมเสื้อฮู้ดสีดำสนิทปิดบังใบหน้ากำลังยืนซุ่มเงียบอย่างใจเย็น สายตาคมปลาบจับจ้องมองทะลุเงามืดมาที่พฤติกรรมการเปลือยกายของดาริกาและเครื่องมือถือปริศนาในมือของรัชชาอย่างเงียบเชียบ พร้อมทั้งยกกล้องดิจิตอลเลนส์ซูมระยะไกลขึ้นบันทึกภาพเหตุการณ์ความวิปริตประจานนี้ไว้ทั้งหมดในเงามืดอย่างระมัดระวัง...