ในถ้ำที่มืดสนิทมีเพียงเเสงจากผนึกธาตุส่องสว่างระยับตาคล้ายดวงดาราทอแสง เบื้องพื้นเป็นซากดินซากหินแตกกระจายราวกับถูกภัยพิบัติ
ศิลาจ้องมองอีกฝ่ายเพื่อจับพิรุธแต่ไม่พบท่าทีแบบนั้นมีเพียงแววตาที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นจากนัยน์ตาแดงฉานคู่นั้นก่อนจะเอ่ยตอบอีกฝ่าย
“หากท่านอยากให้ผมนำน้ำอัมฤทธิ์ออกไปทั้งหมดก็คงต้องรอให้ผมไปเมืองเหลียงตันเพื่อเรียนวิชาปราณเสียก่อน”
ศิลาตอบพร้อมกับเทพอสูรหัวเราะลั่น
“พลังปราณสินะ เจ้าคิดว่าพวกมันจะสอนเจ้าได้รึ ถึงสอนเจ้าได้แล้วเจ้าคิดว่าคนพวกนั้นมีฝีมือ มีพลังปราณขนาดไหนกัน ข้านี่แหละข้าที่อยู่เบื้องหน้าเจ้าข้าผู้ที่มีพลังปราณเป็นเลิศ”
พูดจบคำเทพอสูรเซเซสก็ทำอะไรบางอย่างร่างของมันปรากฎออร่า
สีม่วงดำคล้ายหมอกออกมาจากร่างกายปกคลุมทั่วบริเวณจนหนาแน่ทว่าศิลากลับสัมผัสไม่ได้ถึงกระแส
มานาสักเล็กน้อย ออร่าสีม่วงดำหนักอึ้งลอยวนไปมาในอากาศบริเวณสามกิโลเมตรบีบอัดกันจนแน่นหนาตา
จากนั้นมันก็ค่อยๆเคลื่อนตัวอย่าง
พิลาศล้ำก่อนจะแปรเปลี่ยนก่อรูปร่างเป็นร่างของทีเร็กสีม่วงดำในร่างพลังงานสูงขนาดร้อยเมตรกว้างร้อยเมตรจากนั้นทีเร็กร่างพลังงานก็วิ่งวนในอากาศไปมาพุ่งขึ้นสูงเหนือถ้ำก่อนจะพุ่งใส่เข้าหาร่างของศิลาพร้อมกับจมหายเข้าไปในร่างกาย
ทว่าศิลากลับไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆเเต่เขากลับรู้สึกฟินร์เบาสบายหายเจ็บปวดร่างกายเบาจากนั้นเสียงจากระบบก็ดังขึ้น
“ผู้เล่นศิลาได้รับสืบทอดพลังปราณพิเศษระดับSSSปราณสะบั่นเมรัยจากเทพอสูรที่เร็กเซเซส
ระดับ250”
“ผู้เล่นศิลา ได้รับทักษะปราณพิเศษสะบั่นเมลัยระดับ200”
เสียงจากระบบดังขึ้นทันทีในหัวของศิลาก่อนที่เซเซสจะเอ่ยกับเขา
“จำไว้ล่ะข้าได้มอบพลังอันแข็งแกร่งให้กับเจ้าดังนั้นเจ้าต้องทำให้สำเร็จ
และข้าขอเตือนเจ้ายังไม่มีพลังปราณพื้นฐานดังนั้นเจ้ายังใช้พลังปราณพิเศษไม่ได้”
“อ๋อ ไม่เป็นไรแค่นี้ผมก็สามารถนำน้ำอัมฤทธิ์ออกไปได้แล้วผมข้อถามอีกสักข้อ”
“ว่ามาเลยไอ้หนู”
“ภูติทั้งเจ็ดแข็งแกร่งกว่าท่านหรือไม่แล้วหัวใจแห่งภูติคืออะไร”
คำพูดของศิลาทำเอาเซเซสยืนหลับตานึกย้อนไปถึงอดีตทันทีก่อนจะเอ่ยตอบ
“ข้าไม่ได้อวยตัวเองหลอกนะ
ภูติทั้งเจ็ดกับข้าสู้กันเป็นเดือนพวกมันยังล้มข้าไม่ได้ แต่สุดท้ายจิตแห่งธรรมชาติก็ได้อวตารลงมาสยบข้าด้วยตัวเองแต่ทว่าหลังจากที่พวกมันผนึกข้าไว้ที่นี่แล้วข้าได้ยินว่าจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติแตกกระจายไปทั่วโลกเป็นเจ็ดส่วนในก้อนผลึกพลังงานอาจจะเป็นหัวใจแห่งภูติก็ได้”
“ขอบคุณมากครับแค่นี้ก็มากพอแล้ว เอาล่ะต่อไปก็งานของผมทางไปที่บ่อน้ำอัมฤทธิ์อยู่ไหนครับ”
ศิลาเอ่ยถามพร้อมกับมองไปรอบด้านที่มีเพียงความมืดและแสงจากผลึกธาตุ
“ตามข้ามา”
เซเซสเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินนำศิลาไปทางภูเขาที่อยู่ด้านหน้าทันทีศิลาจ้องมองก็พบว่ามันมีม่านพลังปิดกั้นไว้อยู่
“ข้าไม่อาจเข้าไปได้มันเป็นอาณาเขตปิดกัน ส่งมือเจ้ามา”
เซเซสพูดพร้อมกับศิลาที่ยื่นมือขวาไปให้เซเซส จากนั้นเซเซสก็ได้กรีดเอาเลือดสีแดงดำของตัวเองทาลงบนฝ่ามือของศิลา
“เอามือเจ้าทาบบนม่านพลังนั่นสะแล้วมันจะเปิดทางให้เจ้า จากนี้เจ้าต้องไปต่อเองหนทางข้างหน้าข้าเองก็ไม่ทราบ”
ศิลาเอามือขวาทาบลงบนม่านพลังสีแดงปากทางเข้าช่องเขาจากนั้นเสียงระบบก็ดังขึ้น
“ผู้เล่นศิลา ได้ทำการสลายผนึกดาราเจ็ดวิถี”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ได้รับทักษะพิเศษระดับSSผนึกดาราเจ็ดวิถีระดับ1...4...10..30....50...60..90”
“ผมไปก่อน ผมจะทำให้สำเร็จ”
“ข้าจะรอวันที่เจ้าเติบใหญ่ และข้าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ ถึงตอนนั้นเรามาตัดสินกันบนฟ้าไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเวหาถึงสองตน”
เซเซสพูดขึ้นพร้อมกับร้อยยิ้มศิลาเองก็ตอบรับด้วยสายตามุ่งมั่น พร้อมกับเดินหายเข้าไปในถ้ำเขารู้สึกว่าบางทีมันอาจจะเป็นบอสตัวสุดท้ายที่เขาต้องสังหารและเขาเหมือนรู้วิธีการได้พลังมหาศาลมาครอบครอง
มันยิ่งทำให้เจามั่นใจว่าสามารถพิชิตทั่วดินแดนในใต้หล้านี้ได้ เมื่อศิลาเดินหายไปปรากฎม่านพลังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเซเซสที่ระเบิดเสียงหัวเราะสนั่นดังก้อง
“ฮ่า....ฮ่า....ฮ่า...รอก่อนเถิดโลกหล้ารอก่อนเถิดเหล่าทวยเทพรอก่อนเถิดสัตว์อสูรทั้งหลายข้าเทพอสูรแห่งบรรพกาลเซเซสกำลังจะออกไปจากทีนี่ออกไปยังโลกหล้าออกไปกวาดล้างความแค้น รอก่อนเถิดหญิงแห่งดวงใจของข้า”
ศิลานั้นไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังจะปล่อยตัวหายนะออกมาสู่โลกภายนอกมันคือหายนะที่ยิ่งกว่าเกาะเริ่มต้นเป็นร้อยเท่าและมันจะทำให้ผู้คนตายนับล้านเมืองหลายเมืองล้มสลายเพราะเทพอสูรตนนี้
ศิลาเดินตรงมาเลื่อยๆจนเวลาผ่านล่วงเลยไปพร้อมกับที่เขาไม่ได้สังเกตุเลยว่าร่ำไห้มันกำลังดูดเลือดของ
เซเซสเข้าไป
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข สัตว์อสูรนาคราชมารโลหิต ได้รับการวิวัฒนาการเป็น เทพอสูรนาคราชบรรพกาลระดับ1”
“หืม!
ศิลารีบยกดาบขึ้นมาจ้องมองผ่านไปในอัญมณีสีแดงสดพบว่ามังกรที่เคยนอนขดตัวตอนนี้มันบินวนไปมาพร้อมกับมีรวดรายกระดูกสีม่วงขึ้นตามตัวร่างสีแดงประกายดาว
“คงใกล้ได้เวลาที่เเกจะออกมาเต็มทีแล้วสินะ”
ศิลาเอ่ยขึ้นพร้อมกับเก็บดาบเข้าข้างเอวทันทีใช้เวลาไม่นานเขาก็มาถึง
เบื้องหน้าของเขามีบ่อน้ำส่องแสงสีฟ้าสลับไปมากับสีทั้งเจ็ดตามแต่ละธาตุศิลามองดูรอบด้านพบว่ามีแต่เพียงความว่างเปล่ามีเพียงต้นสาระใหญ่ตระหง่าสีรุ้งพร้อมกับละอองดาวสีขาวระยิบระยับนับพันลอยล้อมรอบต้นสาระและบ่อน้ำอัมฤทธิ์พร้อมกับความเงียบสงบและบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ลอยปกคลุมในอากาศ
แสงสว่างจากบ่อน้ำให้ความสว่างไปทั่วบริเวณศิลาไม่รอช้าเพราะเวลาที่เขาสามารถออนไลน์ได้เหลือเพียงเจ็ดวันเท่านั้นเขาหยิบขวดที่ได้จาก
มนตราออกมาทันทีลักษณะของมันกลมใส่แผ่พลังศัธทราพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาเขาตกน้ำอัมฤทธิ์ใส่ขวดทันที
จากนั้นก็รีบหยิบขวดน้ำยาปราณน้ำยาพลังจิตออกมาทั้งหมดก่อนจะเปิดขวดเทน้ำยาทั้งสองลงไปในบ่อน้ำอัมฤทธิ์วินาทีต่อมาเรื่องพิศดารพลันอุบัติขึ้นบ่อน้ำอัมฤทธิ์พร้อมกับน้ำกลายเป็นสีรุ้งสว่างเจิดจ้า
ศิลารีบถอดชุดจนเหลือแต่เกงลิงลายไซตามะสีชมพูกระโดดลงบ่อน้ำอัมฤทธิ์อย่างเร่งรีบจากนั้นเสียงระบบก็ดังขึ้น
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขหลอมรวมน้ำอัมฤทธิ์เข้ากับร่างกายใช้เวลาหลอมรวม6วัน”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขหลอมรวมน้ำยาพลังจิตเข้ากับร่างกายใช้เวลาหลอมรวม6วัน”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขหลอมรวมน้ำยาปราณเข้ากับร่างกายใช้เวลาหลอมรวม6วัน”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ได้รับทักษะพิเศษวิถีแห่งราชาอสูรระดับ1...3”
ศิลารีบเปิดอ่านข้อมูลทันทีก็พบว่ามันสามารถทำให้เขามีจิตสังหารแบบอสูรและสามารถสร้างเขตแดนกักกันขึ้นมาแบบสัตว์อสูรระดับราชาได้แถมการโจมตีของสัตว์อสูรระดับต่ำกว่า80 ลงไปจะไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับเขาได้
เมื่ออ่านจบศิลากก็เกิดความคิดขึ้นทันทีว่าต่อจากนี้การที่เขาจะเพิ่มระดับคงต้องเก็บเอาจากสัตว์อสูรรดับราชาเท่านั้น
“เหอ...คนเก่งก็ลำบากแหะคงต้องหาสัตว์หวงห้ามของเกาะมนตราแล้วฆ่ามันจนสูญพันธิ์อีกรอบสะมั้ง”
ศิลาเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังแช่บ่อน้ำอัมฤทธิ์ราวกับแช่บ่อน้ำพุร้อนด้วยความสบายใจพร้อมกับปริมาณของน้ำในบ่อที่เป็นวงกว่างถึงหกเมตรลึกครึ่งเมตรค่อยๆซึมไหลผ่านไปตามร่างของเขาเกิดเป็นเส้นสายสีรุ้งคล้ายเส้นเลือดหรือใยแมลงมุมขึ้นทั่วรางกายของศิลา
.
.
ครืนนนน.
“ประกาศ ประกาศ ประกาศ ประกาศ ประกาศขอเตือนให้ผู้เล่นทั่วโลกDemonlord ทราบ ณ.บัดนี้เทพอสูรบรรพกาลสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์
เซเซสระดับ250 ที่เคยถูกผนึกได้รับการปลดปล่อยโดยผู้เล่นศิลาแล้ว
“ประกาศ ประกาศ ประกาศ ประกาศ ประกาศขอเตือนให้ผู้เล่นทั่วโลกDemonlord ทราบ ณ.บัดนี้เทพอสูรบรรพกาลสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์เซเซสระดับ250 ที่เคยถูกผนึกได้รับการปลดปล่อยโดยผู้เล่นศิลาแล้วขอเตือนให้ผู้เล่นทราบหากผู้ใดถูกเทพอสูร
เซเซสสังหารระดับจะลดลงเหลือ1 รอเวลาเกิด60วัน ตามเวลาโลกจริง”
เสียงระบบประกาศดังไปทั่วทุกมุมโลกของDemonlord พร้อมกับศิลาที่ออฟไลน์ออกไปสู่โลกความจริงเพราะเขาได้ผ่านการหลอมรวมน้ำอัมฤทธิ์เรียบร้อยแล้วด้วยสกิลของแหวน
สกิลตะกละที่ทำให้การฝึกของเขาเร็วขึ้นเท่าตัว
โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เลยว่าได้ทิ้งงานชิ้นโตให้กับผู้เล่นทั่วโลกจนแทบจะทุกคนต่างสาปแช่งด่าทอสารพัดหมายอยากจะเจอตัวศิลาจนเกิดเป็น
กองกำลังต่อต้านศิลาขึ้นอย่างจริงจังและเป็นครั้งแรกที่มีกองกำลังต่อต้านผู้เล่นซึ่งภายในกองกำลังประกาบไปด้วยผู้เล่นอิสระมากถึง380,000คน
กิลด์อีก32กิลด์ กับอีก56สมาพันธ์รวมกำลังพลนับทั้งของกิลด์สมาพันธ์แล้วร่วม76,0000คน
จนตามล่าเขาแทบจะพลิกแผ่นดินเพราะพวกเขาคิดว่าศิลาครั้งนี้นั้นทำเกินไปแต่ก็มีผู้เล่นบ่างส่วนคิดส่วนทางว่านี่มันเป็นโลกอิสระของทุกคนก็เหมือนในโลกจริงซึ่งใครจะทำอะไรก็ได้ซึ่งศิลาเองก็มีวิถีการผจญภัยของตัวเอง
ทว่าถึงแม้มันจะส่งผลเบียดเบียนแต่มันก็ทำให้โลกแห่งนี้น่าตื่นเต้นเล้าใจและโลกนี้พลังคือทุกสิ่งผู้มีพลังคือผู้ที่ตั้งกฎเกณฑ์
ซึ่งมีบางพวกก็เห็นเป็นเรื่องดีที่มีเทพอสูรปรากฎออกมาเพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยในโลกของDemonlord ทั้งไอเท็มทั้งสมบัติสกิลพลังหากใครล้มมันได้ต้องได้สิ่งของพวกนั้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย
จึงเกิดเป็นกลุ่มคนกองกำลังทหารปกป้องตามเมืองตาม นครต่างๆโดยผู้เล่นอิสรและกิลด์
แต่ก็มีพวกกองกำลังตามล่าศิลาที่ไม่สนใจเทพอสูรหวังเพียงจะสังหารศิลาให้ได้เกินสี่ครั้งจนศิลาเข้าเกมอีกไม่ได้กำลังออกตามหาตัวศิลาอย่างเอาเป็นเอาตายเจอผู้เล่นที่มีเส้นผมสีเงินพวกนั้นจะฆ่าไม่เลี้ยง ไม่ถามไถ่
จนเกิดกลายเป็นการกลียุคย่อมๆ การปะทะกันของผู้เล่นสามฝ่ายโดยฝ่ายที่สามคือเหล่าอาชญากรที่ออกมาปกป้องศิลาเพราะพวกเขาคิดว่าศิลานี่แหละที่จะมาเป็นผู้นำของอาชญากรทั่วโลก
โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าตัวต้นเหตุออกไปสู่โลกความจริงสบายใจปรื๋อกำลังอาบน้ำผิวปากทำเพลงอย่างสบายอารมณ์เตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย
“ศิลาจัดแจงอาบน้ำแต่งตัว พร้องเกงยืนสีดำรัดรูปเสื้อยืดแขนยาวสีส้มเดินออกมาจากห้องพร้อมกับส่วมร้องเท้าคู่ใจก้าวเดินออกไปจากบ้าน แดดยามเช้าอันสดใส่พร้อมกับภาพการตื่นมาใช้ชีวิตของคนในยามเช้าทั้งวิ่งออกกำลัง ยืนออกกำลังกาย บ่างก็ยืยรอรถเมย์เป็นคู่ๆ ศิลาเดินมายืนรอรถเมย์ที่เดิมพร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาเข้าไลน์ก็พบว่ามีข้อความเข้าถึงสามสิบข้อความ
เมื่อเข้าเลื่อนดูไปเลื่อยๆก็พบว่ามันส่งมาจากหญิงสาวที่เคยเป็นประดุจแก้วตาดวงใจของเขาวินาทีนั้นแววตาของศิลาหม่นหมองไปชั่วขณะก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เหออ! เจอเรื่องที่ไม่อยากจะเจอแต่เข้าเลยเวย”
พูดจบศิลาก็เลื่อนไปจัดการบล็อครายชื่ออดีตคนเคยรักของเขาทันทีอย่างไม่ใยดี พร้อมกับรถเมย์ที่แล่นมาจอด
ศิลายืนกอดเสาร์ด้วยที่นั่งเต็มส่วนใหญ่คนที่นั่งตามเบาะจะเป็นเด็กผู้หญิงคนสูงวัย รถเมย์แล่นไปตามถนนเผยให้เห็นต้นไม้ตามทางผู้คนเดินไปมาบ่างยืนรอรถย์ ตึกสูงที่ดูแล้วน่าจะให้ความรู้สึกอึดอัดแต่มันกลับ เข้ากับสภาพแววดล้อมอย่างกลมกลืน
ใช้เวลาเพียงสามสิบนาทีศิลาก็มาถึงหน้ามหาวิทยาลัยมหาลัย ซึ่งเข้ากำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีปีที่หนึ่งอันที่จริงเขาเคยเรียนจบปริญญาตรีในสาขาการออกแบบภายในแต่ทว่าที่เขาเลือกมาเรียนใหม่นั้นเพราะมหาลัยนี้ได้มีคณะที่ไม่สอนที่มหาลัยไหนนั่นคือคณะวิศวกรรมเทคโนโลยีการพัฒนาอาวุธยุธโธปกรณ์ทางการรบ
ศิลายืนอยู่หน้ามหาวิทยาลัยมองดูผู้คนเดินผ่านไปมาพร้อมกับยืดคอยาวคล้ายกำลังรอใครสักคน ถัดไปด้านซ้ายมือของศิลาจะเป็นป้ายชื่อมหาวิทยาลัยที่ตกแต่งหรูหราสวยงามดอกไม้ต้นไม้น้อยใหญ่จัดเรียงอย่าง
วิจิตพร้อมกับตัวหนังสือสีทองที่แผ่นทัมทิมสีเขียวที่เขียนชื่อ
อัลไซส์ ยูนิเวอร์ซิตตี้
ถัดไปจากมหาวิทยาลัยสองกิโลจะเป็นบริษัท
อัลไซส์ แอ็ดวาร์น เอ็นเตอไพร์
ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าผลิตอาวุธทางการรบการทำสงครามให้กับต่างประเทศมากมายรวมถึงพัฒนาโคคูล และเทคโนโลยีล้ำยุคอีกนับไม่ถ้วน
“เห่! ศิลา”
หญิงสาวสูงโปร่งรูปร่างสมส่วนแต่งหน้าตาหวานประดุจน้ำผึ้ง ผมสีน้ำตาลยาวสรวยผิวขาวนวล แต่งกายด้วยชุดสีชมพูกระโปรงสีฟ้าสั้นเหนือเข่าอวดขาเรียวขาวสวย เดินหน้าตั้งร้องเรียกศิลามาแต่ไกล
แห๊ก...แห๊ก..
“เป็นไงนีทสายตลอด แล้วก็หอบอย่างเคย”
ศิลาเอ่ยขึ้นทันเมื่อหญิงสาวนามว่า
นีทมาถึงพร้อมกับเอามือขวาเกาะไหลเขาด้วยท่าทางเหนื่อยหอบปนสนิทสนม
“ฉันตื่นสายพอดีเล่นเกมเพลินไปหน่อย เดี๋ยวกลับไปก็ต้องรีบเข้าเกมมันมีเรื่องที่ต้องรีบทำมีผู้เล่นคนหนึ่งสร้างความป่วนไปทั่ว เดี๋ยวนะศีล!นายเล่นเกมหรือป่าว”
หญิงสาวทำท่าคิดอะไรก่อนจะเอ่ยถามพร้อมกับเปลี่ยนคำเรียกชื่อศิลาแสดงถึงความสนิทสนมพร้อมกับยื่นหน้าแสนหวานสวยงดงามสายตาราวดวงดาวนับพันเข้ามามองนัยน์ตาของศิลาอย่างฉายแววค้นหาจนหน้าของเธอแทบจะชนหน้าศิลาห่างเพียงแค่สัมผัสลมหายใจ
“เออ...ไม่เล่นเธอก็รู้นี่ฉันเล่นเกมเป็นที่ไหนแถมไอ้เครื่องนั่นฉันไม่มีปัญญาซื้อหลอกเธอก็รู้สถานะการทางบ้านฉัน”
“ฉันก็คิดแบบนั้นถ้าหากเครื่อง
โคคูลมันผลิตออกมาก่อนสองปีก่อนที่ทางบ้านนายจะแย่ฉันคงคิดว่าผู้เล่นคนนั้นเป็นนาย”
“ไปกันเถอะ ออเกลรอเราอยู่ที่โรงอาหารคณะ”
พูดจบศิลาก็เดินนำหน้าเข้าไปพร้อมกับหญิงสาวกระโดดพวดเดินตามหลังแบบคอเคลียร์คล้ายคนรักทว่าสำหรับศิลาแล้วมันไม่ใช่สักนิดเดียวหญิงสาวข้างกายเขาคือเพื่อนสมัยเด็กแถมเธอก็ทำแบบนี้มาตลอดจนเขาชิน
เมื่อเข้ามาภายในมหาลัยเผยให้เห็นสภาพแวดล้อมที่นักศึกษาแต่งกายชุดธรรมดาเดินไปมาทั้งชายหญิงต้นไม้ร่มรื่นโบกสะบัด สวนดอกไม้ตามไหล่ทาง แปลกต้นไม้ส่วนนั้งเล่นโต๊ะหิน
กลมกลืนไปกับตึกสูงนับไม่ถ้วนศิลาเคยอ่านคู่มือนักศึกษาพบว่ามหาลัยมีเนื้อที่3,600ไร่ กับตึกอีก430ตึก แบ่งเป็นหอพัก ตึกใช้เรียน ห้างสรรพสิ้นค้า โรงหนัง ห้องคาราโอเกะ โรงพยาบาล
ศิลาเดินมองบรรยากาศอันคุ้นตาแต่ทว่ากลับมีสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาเขาชายสวมชุดสูทดำแว่นดำราวสี่คนกับหญิงสาวชุดสูทสีดำอีกห้าคนกำลังเดินสวนมาทางเขา พร้อมกับสายตาของศิลาที่มองไปยังหญิงสาวบอดี้การ์ดที่กำลังเข็นรถเข็นโดยมีหญิง
สาวผมสีขาวดวงตากลมโตนัยน์ตาคู่นั้นพร่างพรายคล้ายหมู่ดาวนับพันผิวขาวทรวดทรงเองเอวอรชรแช้มช้อยราวกับภาพวาดสุดวิจิตอย่างบรรจงสวมเสื้อคอกลมสีชมส้มกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินเข้มอวดขาสวยใบหน้าริมฝีปากผิวพันสามารถสยบชายที่เห็นได้พริบตาศิลาเองยังเหม่อมองราวกับเวลาหยุดนิ่งไม่เพียงแค่ศิลาชายหนุ่มบริเวณนั้นก็เช่นกันพร้อมบนตักคือลูกสุนัขชิวาว่าสีน้ำตาลที่สองมือที่อ่อนช้อยเรียวกำลังรูบหมาน้อยอย่างเอ็นดู
โห้ง....โห้ง...
เมื่อเขาเดินมาใกล้เหล่าบอดี้การ์ดในระยะหกวาเจ้าหมาชิวาว่าขนปุยตัวน้อยสีน้ำตาลได้กระโดดลงจากตักของหญิงสาวพร้อมวิ่งตรงดิ่งมาหาศิลาทันทีเขาเองก็มองด้วยความฉงนเพราะท่าทีของมันวิ่งร่าเริ่งมาแต่ไกลแสดงออกถึงความครึกครื้นคล้ายกับออกมาต้อนรับเจ้าของด้วยความยากเล่นแสนคิดถึงเล่นเอาศิลางง ก่อนที่หญิงสาวบนรถเข็นจะเอ่ยเรียกด้วยเสียงหวาน
“ศีล! มานี่”
ชื่อนั้นทำเอาศิลาหันควับ