
ยามโฉ่ว (๐๑.๐๐ - ๐๓.๐๐ น.)
เฮยหู่กัดฟันกรอดด้วยความเ็ปและอัปยศ มือที่สั่นเทาของมันจำใจประทับลายนิ้วมือเืลงบนสัญญาโอนกิจการที่เฉินมู่เตรียมมา
"ไสหัวไป" เฉินมู่เอ่ยสั้นๆ โดยไม่ปรายตามองกระดาษแผ่นนั้น ราวกับมันเป็เพียงเศษขยะ "และถ้าข้าเห็นหน้าเ้าในเฉวียนโจวอีก... ข้าจะไม่ใจดีแค่ตัดแขน"
อดีตเ้าพ่อตรอกสุนัขหลงถูกลูกน้องที่เหลือรอดช่วยกันพยุงร่างอันสะบักสะบอมออกไปท่ามกลางสายฝน ทิ้งอาณาจักรที่สร้างมานับสิบปีไว้เื้ั
ความเงียบสงบกลับคืนสู่บ่อนพนัน แต่เป็ความสงบที่น่าอึดอัด เหล่านักพนันและสมุนปลายแถวต่างยืนตัวลีบ ไม่กล้าส่งเสียง แม้แต่หายใจยังต้องระวัง
ทันใดนั้น...
ปัง!
ประตูหน้าที่เพิ่งพังเสียหาย ถูกถีบซ้ำอีกครั้งด้วยรองเท้าบูทหนาหนัก
ชายวัยกลางคนในชุดมือปราบหลวง สวมหมวกปีกกว้าง เดินอาดๆ เข้ามาพร้อมผู้ติดตามสี่นาย ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยหลุมสิวและรอยยิ้มที่ดูหิวกระหาย
"มือปราบหม่า" ผู้ดูแลเขตท่าเรือตะวันตก กวาดสายตามองกองเืและซากปรักหักพังด้วยแววตาไม่พอใจ ก่อนจะมาหยุดที่เฉินมู่
"ได้ข่าวว่าที่นี่มีคนก่อความวุ่นวาย..." มือปราบหม่าแสยะยิ้ม วางมือบนด้ามดาบราชการ "ไอ้เสือดำไปไหน? แล้วเ้าเป็เด็กเมื่อวานซืนมาจากไหน ถึงกล้ามาทำลาย 'บ่อเงินบ่อทอง' ของข้า?"
เฉินมู่หันกลับมาอย่างเชื่องช้า เขาปัดฝุ่นที่แขนเสื้อเบาๆ ท่าทีสงบนิ่งดุจขุนเขา
"เสือดำปลดเกษียณแล้ว..." เฉินมู่ตอบเสียงเรียบ "ตอนนี้ข้า เฉินมู่ เป็ผู้ดูแลที่นี่แทน"
"ดูแลแทน?" มือปราบหม่าหัวเราะเสียงดัง "เ้าหนู... เ้าคิดว่าแค่ถือมีดปังตอเล่มเดียว จะมาตั้งตัวเป็เ้าพ่อได้รึ? กฎย่อมเป็กฎ... เสือดำจ่ายค่าคุ้มครองข้าเดือนละห้าสิบตำลึง ถ้าเ้าอยากอยู่ที่นี่ เ้าต้องจ่ายมา 'ร้อยตำลึง' เดี๋ยวนี้!"
"ร้อยตำลึง?" จางเหว่ยขยับตัววูบ มือจับด้ามมีด รังสีสังหารพวยพุ่ง
"ใจเย็นก่อน อาเหว่ย" เฉินมู่ยกมือห้าม
เขาเดินเข้าไปใกล้มือปราบหม่า ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ... มือปราบหม่าชักดาบออกมาครึ่งฝักด้วยความระแวง คิดว่าเด็กหนุ่มจะหยิบอาวุธ
แต่สิ่งที่เฉินมู่วางลงบนโต๊ะบัญชี กลับเป็เพียงแผ่นหยกสีเืนกชิ้นเล็กๆ
กริ๊ก...
แสงตะเกียงส่องกระทบ ตราประทับรูปหงส์แดง บนเนื้อหยก สะท้อนประกายวาววับเข้าตา
มือปราบหม่าชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากเกรี้ยวกราดเป็ซีดเผือดดุจเห็นผีสางยามกลางวัน มือที่กำด้ามดาบสั่นระริก
"นี่... นี่มัน..." น้ำเสียงของข้าราชการกังฉินตะกุกตะกัก "ป้ายหงส์โลหิตของ... หลี่ฮูหยิน?"
"ถูกต้อง" เฉินมู่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "บ่อนแห่งนี้ ตอนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ 'หอหงส์แดง'... หรือท่านมือปราบมีความเห็นต่างประการใด?"
เหงื่อกาฬเม็ดโป้งผุดซึมออกมาจากไรผมของมือปราบหม่า เขาอาจไม่กลัวเด็กหนุ่มตรงหน้า แต่เขากลัวอิทธิพลมืดที่หนุนหลังเด็กคนนี้... หอหงส์แดงคือสถานที่ซึ่งแม้แต่ผู้ว่าการเมืองยังต้องเกรงใจ
"มะ... มิได้ๆ!" มือปราบหม่ารีบเก็บดาบเข้าฝัก ปั้นหน้ายิ้มประจบสอพลอทันที "ข้าเพียงแค่... เอ้อ... มาตรวจตราความเรียบร้อย นึกว่ามีโจรผู้ร้ายมารังแกนายน้อยเฉิน"
"เช่นนั้นรึ?" เฉินมู่หยิบถุงเงินถุงหนึ่งโยนให้
"นี่สี่สิบตำลึง... เป็ค่าเหนื่อยของท่านและพี่น้อง" เฉินมู่เอ่ยเสียงเย็น "ข้าไม่ได้จ่ายค่าคุ้มครอง... แต่ข้าจ่ายค่า 'ความสะดวก' หวังว่านับจากนี้ ตรอกสุนัขหลงจะไม่มีเื่กวนใจให้ข้าต้องไปฟ้องนายหญิงหลี่... เข้าใจหรือไม่?"
"เข้าใจ! เข้าใจขอรับ!" มือปราบหม่ารับถุงเงินด้วยความยินดี (แม้จะได้น้อยกว่าที่เรียก แต่ดีกว่าเอาคอไปพาดเขียง) รีบคำนับปลกๆ แล้วพาลิ่วล้อถอยร่นออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อแมลงวันฝูงสุดท้ายบินจากไป ความเงียบสงบที่แท้จริงก็กลับคืนมา
เฉินมู่ถอนหายใจยาว ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้คิดบัญชีตัวใหญ่ที่เคยเป็ของเสือดำ เขาหลับตาลงซึมซับความรู้สึกของ "ผู้ชนะ" เป็ครั้งแรก
"จบแล้วหรือ?" จางเหว่ยถามเบาๆ ขณะเช็ดเืออกจากใบมีด
"มิได้..." เฉินมู่ลืมตาขึ้น เดินไปกระชากหน้าต่างไม้ด้านหลังให้เปิดออก
แสงแรกแห่งรุ่งอรุณกำลังจับขอบฟ้า ท้องทะเลสีดำเริ่มเปลี่ยนเป็สีน้ำเงินเข้ม เรือสำเภาลำมหึมานับพันลำจอดเรียงรายอยู่ที่ท่าเรือเสวียนโจว รอคอยเวลาออกเดินทาง
กลิ่นไอทะเลพัดเข้ามาปะทะใบหน้า... กลิ่นแห่งอิสรภาพ และกลิ่นแห่งเงินตรา
เฉินมู่ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ัั เศษปิ่นไม้หักๆ ของอาเหลียนเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะปล่อยมือจากมัน แล้วกอดอกมองออกไปที่เส้นขอบฟ้า
"นี่เป็แค่ก้าวแรก... ตรอกสุนัขหลงมันเล็กเกินไปสำหรับพวกเรา อาเหว่ย"
"ดูทะเลนั่นสิ..." เขาชี้มือออกไปที่ความเวิ้งว้าง
"ที่นั่นมีทองคำ มีอำนาจ และมีศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเสือดำนับร้อยเท่า... ข้าจะไปที่นั่น ข้าจะยึดมันทั้งหมด"
"ข้าจะเป็พ่อค้าที่มั่งคั่งที่สุดในใต้หล้า... และเ้าจะเป็ดาบที่คมที่สุดในแผ่นดิน"
เฉินมู่หันกลับมาสบตาเพื่อนตาย ั์ตาฉายแววอำมหิตและทะเยอทะยานที่ลุกโชนดั่งเพลิงกัลป์
"ใครขวางทางเรา... ซื้อได้ก็ซื้อ ซื้อไม่ได้... ก็ฆ่าทิ้ง!"
จางเหว่ยพยักหน้าช้าๆ เก็บมีดปังตอเข้าฝัก
"ตกลง... ข้าจะฆ่าให้เ้าเอง"
ท่ามกลางแสงตะวันใหม่ที่สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำทะเลที่เป็ประกายเกล็ดเงิน
สองเด็กหนุ่มผู้ต่ำต้อยได้ให้สัตย์สาบานต่อกัน
หนึ่งคือสมองที่เปี่ยมเล่ห์เหลี่ยมดุจปีศาจจิ้งจอก หนึ่งคือคมมีดที่ดุดันดุจพยัคฆ์ร้าย
ตำนานแห่ง "พญาวานิชโลหิต" ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว ณ นครท่าแห่งนี้... และคลื่นลมลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น เพื่อรอวันถาโถมเข้าใส่ยุทธภพในไม่ช้า!