แอบแซ่บ ผัวเพื่อน

    ตอนที่ 28 งานกาล่าและสายตาของเมียหลวง



    ฉันจัดแจงแต่งกายด้วยชุดราตรีสีกรมท่าผ่าหลังลึก เผยแผ่นหลังขาวเนียนสะดุดตา เพื่อเข้าร่วมงานกาล่าดินเนอร์ของโรงแรมในฐานะที่ปรึกษาคนสำคัญ

    แสงไฟสีนวลในห้องแต่งตัวส่วนตัวของเพนท์เฮาส์หรูสาดกระทบกระจกเงาบานใหญ่ สะท้อนภาพร่างสะคราญตาของฉันในทุกซอกมุม ผ้าซาตินเนื้อละเอียดสีกรมท่าเข้มดุจท้องฟ้ายามเที่ยงคืนแนบสนิทไปกับสรีระทรวดทรงอันสมบูรณ์แบบที่พระผู้เป็นเจ้าจงใจสร้างสรรค์ปั้นแต่ง มันเน้นย้ำความโค้งเว้าของเอวคอดกิ่วและสะโพกผึ่งผายที่รับกันอย่างลงตัวโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องกระชับสัดส่วนใด ๆ รอยผ่าด้านหลังเว้าลึกเป็นรูปตัววีต่ำลงไปจนเกือบถึงขอบเอว เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนละเอียดขาวผุดผ่องไร้ที่ติที่สะกดทุกสายตา

    ผิวกายของฉันได้รับการบำรุงด้วยโลชั่นเนื้อบางเบาจนเนียนลื่นราวกระเบื้องเคลือบราคาแพง ยามขยับกายจะส่งกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำหอมแนวลึกลับยั่วยวนที่ผสมผสานระหว่างมวลดอกไม้ราตรีและกลิ่นอายอันอบอุ่นของไม้จันทน์ ปลายนิ้วเรียวสวยยกขึ้นลูบไล้สร้อยคอเพชรระย้าที่สวมอยู่บนลำคอระหงอย่างพึงพอใจ ประกายระยิบระยับของเพชรน้ำงามล้อแสงไฟวิบวับเป็นประกายจ้า ช่างดูเหมาะเจาะกับต่างหูระย้าคู่สวยที่ทอดตัวล้อมกรอบใบหน้าคมเฉี่ยว

    เครื่องเพชรชุดนี้เป็นของขวัญชิ้นล่าสุดที่คุณเกริกเพิ่งประเคนให้ฉันเมื่อสองวันก่อนเพื่อเอาใจหลังจากค่ำคืนอันร้อนแรง ฉันขยับรอยยิ้มหวานละมุนให้ตัวเองในกระจกเงา รอยยิ้มที่ดูเรียบร้อย อ่อนหวาน และไร้เดียงสาราวกับกุลสตรีชั้นสูง มันเป็นหน้ากากชิ้นเอกที่ฉันมักสวมใส่เป็นประจำเพื่อบดบังความเย็นชาและแววตานักล่าของนักจิตวิทยาผู้อยู่เบื้องหลัง ค่ำคืนนี้ไม่ใช่เพียงแค่งานเลี้ยงสังสรรค์ธรรมดาของกลุ่มชนชั้นสูงในแวดวงสังคมเมืองกรุง หากแต่เป็นสนามประลองบทบาททางจิตวิทยาที่ฉันตั้งตารอคอยเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีมารยาสตรี

    งานกาล่าดินเนอร์เพื่อการกุศลของกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางธุรกิจถูกจัดขึ้นที่ห้องโถงจัดเลี้ยงสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งแน่นอนว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นหนึ่งในทรัพย์สินในเครือข่ายธุรกิจอันมหาศาลของคุณเกริก เขาวางแผนส่งเทียบเชิญมาให้ฉันล่วงหน้าในฐานะที่ปรึกษาพิเศษด้านจิตวิทยาพัฒนาองค์กรและการบริหารบุคคลระดับสูง ตำแหน่งหน้าที่การทำงานนี้มีเกียรติและน่าเชื่อถือพอที่จะปิดปากพวกช่างนินทา ทั้งยังป้องกันคำครหาจากสายตาภายนอก ที่สำคัญคือมันช่วยให้เขาสามารถพาฉันเดินเข้างานเคียงคู่ได้อย่างเปิดเผยโดยไม่ต้องหวาดกลัวเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมรอบข้าง

    รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าพรมแดงตรงทางเข้าโรงแรมอย่างนิ่มนวลและไร้เสียงรบกวน ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องโถงจัดเลี้ยงถูกเปิดกว้างต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างโอ่อ่าอลังการ แสงไฟสว่างไสวจากโคมระย้าคริสตัลขนาดยักษ์บนเพดานสูงลิ่ว สาดแสงสะท้อนระยิบระยับไปทั่วบริเวณงาน เสียงดนตรีคลาสสิกจากวงออร์เคสตราย่อย ๆ บรรเลงคลอเบา ๆ สร้างบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหรูหรามีระดับ กลิ่นอายของเงินตรา เกียรติยศ และชนชั้นทางสังคมลอยฟุ้งปะปนอยู่ในอากาศจนสัมผัสได้ชัดเจน

    ฉันก้าวเท้าลงจากรถยนต์คันหรู เดินเคียงข้างคุณเกริกที่สวมทักซิโด้สีดำสนิทดูภูมิฐานไปตามพรมแดง ฝ่ามือหนาของเขาแตะประคองที่บั้นเอวคอดกิ่วของฉันอย่างสุภาพตามมารยาทของสุภาพบุรุษชั้นเลิศ ทันทีที่ร่างระหงในชุดเดรสซาตินสีกรมท่าของฉันเยื้องกรายผ่านประตูห้องโถงใหญ่เข้าสู่ภายในงาน สายตาหลายสิบคู่ของแขกเหรื่อพลันหันมาจับจ้องที่ฉันราวกับถูกตรึงด้วยมนต์สะกด โดยเฉพาะสายตาของบรรดาแขกผู้ชาย วัยรุ่นใหญ่ หรือแม้กระทั่งมหาเศรษฐีรุ่นเดอะที่มองตรงมายังแผ่นหลังเปลือยขาวเนียนด้วยความกระหายและพึงพอใจลึก ๆ

    ฉันส่งยิ้มอ่อนหวานบางเบาตอบรับสายตาเหล่านั้นด้วยความรู้สึกสนุกสนานและท้าทายในส่วนลึกของจิตใจ มันช่างเป็นเรื่องที่รื่นรมย์และสะใจเสมอเมื่อได้รับรู้ว่าเสน่ห์หญิงของตนสามารถสั่นคลอนใจเพศตรงข้ามได้ง่ายดายเพียงใด คุณเกริกพาฉันเดินผ่านกลุ่มนักธุรกิจหลายกลุ่มพลางเอ่ยแนะนำตัวฉันในฐานะที่ปรึกษาพิเศษคนสำคัญของบริษัท เขาวางตัวนิ่งสงบ สุภาพ และให้เกียรติฉันอย่างยอดเยี่ยมประหนึ่งผู้นำที่น่ายกย่องต่อหน้าสายตาผู้คนมากมาย

    ทว่าในทุกจังหวะที่ปลายนิ้วของเขาแตะต้องผิวเนื้อที่ต้นแขนของฉันยามเอ่ยแนะนำตัว หรือยามที่เขาแอบชำเลืองมองเนินอกอวบอิ่มที่ขยับไหวเบา ๆ ตามจังหวะลมหายใจ ฉันสัมผัสได้ถึงความสั่นสะท้านและความร้อนผ่าวที่พุ่งพล่านอยู่ในใจของชายวัย 50 ต้น ๆ คนนี้ เบื้องหลังหน้ากากนักธุรกิจผู้ทรงเกียรติและแสนดีรักครอบครัวที่เขากำลังสวมใส่แสดงให้ผู้คนรอบข้างชื่นชม เขาย่อมรู้ดีที่สุดแก่ใจตนเองว่า ในยามค่ำคืนในห้องนอนเพนท์เฮาส์หรู เขายอมทรุดตัวลงคุกเข่าหมดสภาพร้องขอความเสียวซ่านแทบตักของฉันอย่างไร

    เสียงหัวเราะและบทสนทนาอันสุภาพจอมปลอมลอยละล่องอยู่รอบกาย ราวกับหน้ากากที่ทุกคนสวมใส่เข้าหากัน ฉันเหลียวมองไปรอบด้าน พลางวิเคราะห์อากัปกิริยาของแขกแต่ละคนผ่านมุมมองทางจิตวิทยาที่เฉียบคม ไม่นานนัก ร่างผอมบางประดับเครื่องเพชรโบราณสะท้อนยศศักดิ์ก็ก้าวเข้ามาใกล้กลุ่มสนทนาของพวกเราอย่างช้า ๆ สตรีวัยกลางคนในชุดเดรสยาวผ้าไหมไทยสีทองอร่าม ผู้มีท่วงท่าหลังตึงตรงและใบหน้าเรียบเฉยเย่อหยิ่งทระนง เธอคือ 'คุณหญิงรัศมี' ภรรยาหลวงอย่างเป็นทางการที่เป็นเจ้าของนามสกุลและสถานะทางสังคมร่วมกับคุณเกริก

    ฉันลอบสังเกตแววตาเย็นยะเยือกและใบหน้าตึงกริบของหล่อนยามที่สายตาของพวกเราสบประสานกันในระยะประชิด ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างงดงามทว่าแฝงไปด้วยริ้วรอยแห่งความตึงเครียดและเหนื่อยล้า บดบังเสน่ห์แห่งสตรีไปจนหมดสิ้น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคุณเกริกและภรรยาของเขาช่างดูเป็นทางการ ห่างเหิน และไร้ความอบอุ่นในฐานะคู่ชีวิต ไม่มีสายตาที่สื่อถึงความเสน่หา ไม่มีเสียงหัวเราะอย่างเปิดเผยต่อกัน มีเพียงคำพูดตอบรับตามหน้าที่ภายใต้หน้ากากอันจอมปลอม ความห่างเหินและแห้งแล้งในความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นภาพสะท้อนชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลวและไร้รสสวาทโดยสิ้นเชิง

    นักจิตวิทยาอย่างฉันสามารถวิเคราะห์จนเห็นแก่นแท้ของความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมแดงอันหรูหรานี้ ความเงียบเหงาและเตียงนอนที่เย็นเฉียบไร้ไออุ่นในบ้านใหญ่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณเกริกทานทนไม่ได้ มันผลักดันให้เขาต้องดิ้นรนวิ่งโร่มาหาฉันที่เพนท์เฮาส์หรูอันเป็นวิมานลับทุกค่ำคืน เพื่อชดเชยความเป็นชายที่สูญหายไป ความเย็นชาของคุณหญิงรัศมีเป็นเสมือนปัจจัยชั้นดีที่กระตุ้นให้ชายผู้มีอำนาจล้นมือหิวกระหายราคะและสิ่งแปลกใหม่ยั่วยวนใจ และยอมกราบกรานประเคนทรัพย์สินเงินทองมีค่าทุกอย่างให้แก่ดอกไม้พิษที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนใจเช่นฉัน

    “เกริกคะ... จะไม่คิดแนะนำที่ปรึกษาคนใหม่ของคุณให้รัศมีรู้จักหน่อยหรือคะ”

    น้ำเสียงเนิบนาบแต่แฝงกระแสกดดันและเย่อหยิ่งทระนงดังมาจากริมฝีปากของคุณหญิงรัศมี หล่อนก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างผู้เป็นสามี พลางทอดสายตามองประเมินฉันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า คุณเกริกสะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าเลิกลั่กให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นแผ่วเบา

    “อ้อ นี่คุณพราวรินทร์ครับรัศมี... เธอมาช่วยดูแลงานด้านจิตวิทยาพัฒนาศักยภาพผู้บริหารของโรงแรมเรา”
    “พราวรินทร์... นี่คุณหญิงรัศมี ภรรยาของผมเองครับ”

    ฉันพนมมือไหว้อย่างงดงามชดช้อยและนอบน้อม น้อมศีรษะลงเล็กน้อยตามกิริยาของผู้น้อยที่แสนสุภาพ
    “สวัสดีค่ะคุณหญิงรัศมี... พราวรินทร์รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบคุณหญิงในค่ำคืนนี้ค่ะ”

    คุณหญิงรัศมีรับไหว้ด้วยการผงกศีรษะเพียงแผ่วเบาโดยแทบไม่ขยับกาย สายตาคมกริบของหล่อนยังคงจับนิ่งที่ดวงตาของฉัน ก่อนที่ดวงตาคู่เย็นชาของหล่อนจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดนิ่งที่สร้อยคอเพชรระย้าบนลำคอระหงของฉันอย่างพินิจพิเคราะห์ หล่อนคงจะสะดุดใจกับประกายและรูปทรงของเพชรชุดนี้ไม่น้อย เพราะมันเป็นเครื่องประดับที่คุณเกริกสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษจากร้านดังประจำตระกูล ทว่าหล่อนฉลาดและได้รับการอบรมสั่งสอนเรื่องมารยาททางสังคมมาดีพอที่จะไม่แสดงอาการตื่นตระหนกหรือกระโชกโฮกฮากออกมาให้เสียหน้า หล่อนเพียงแค่ขยับยิ้มบางเบาที่มุมปากอันแห้งผาก พลางเอ่ยตอบด้วยวาจาเชือดเฉือนเชิงนัยลึกซึ้ง

    “ที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาวัยเยาว์ขนาดนี้... คงต้องคอยให้คำปรึกษาแก่เกริกอย่างใกล้ชิดและลึกซึ้งเป็นพิเศษสินะคะ”

    น้ำเสียงของคุณหญิงรัศมีแฝงแววประเมินค่าและท้าทาย พลางจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉันเพื่อค้นหาพิรุธ ทว่าฉันกลับส่งยิ้มหวานสนิทปานน้ำผึ้งตอบกลับไป โดยไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกหรือหวาดเกรงเลยแม้แต่น้อย ฉันรู้ดีว่าผู้หญิงที่มีอัตตาสูงส่งเช่นคุณหญิงรัศมี ยิ่งปั่นหัวด้วยความเงียบสงบอ่อนหวานเท่าใด หล่อนก็จะยิ่งสับสนและหวาดระแวงมากขึ้นเท่านั้น

    “ใช่ค่ะคุณหญิง งานด้านจิตวิทยาสำหรับผู้บริหารระดับสูงต้องการความใกล้ชิดและการเปิดใจอย่างที่สุดค่ะ”
    ฉันอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลไพเราะน่าฟัง ปราศจากการปรุงแต่งที่ดูจงใจจนเกินไป
    “คนเราเมื่อยืนอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของสังคม มักจะมีความลับหรือความเครียดปวดร้าวที่ต้องแบกรับไว้เพียงลำพัง”
    “เรื่องบางเรื่องช่างเปราะบางและแห้งแล้งเกินกว่าที่จะเปิดเผยให้คนในครอบครัวหรือคนใกล้ตัวรับรู้ได้ค่ะ”

    คำพูดของฉันเสียดลึกเจาะจงลงไปกลางใจดำของคุณหญิงรัศมี จนสังเกตเห็นประกายตาของหล่อนสั่นระริกด้วยโทสะ
    “พราวจึงมีหน้าที่สำคัญในการเข้ารับฟัง คลายปมความอึดอัด และบำบัดอารมณ์ที่โหยหาความอบอุ่นเหล่านั้น”
    “เพื่อให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายและกลับมามีกำลังใจในการใช้ชีวิตอีกครั้ง... ซึ่งผลการบำบัดที่ผ่านมาก็ดีเยี่ยมและลึกซึ้งมากค่ะ”
    ฉันส่งสายตาหวานเชื่อมปนขี้เล่นมองสบตากับคุณหญิงรัศมี พลางหันไปมองสบตากับคุณเกริกที่ยืนทำตัวลีบอยู่ข้าง ๆ

    คุณเกริกที่กำลังยืนเผชิญหน้าระหว่างภรรยาหลวงและชู้รักคนโปรด เริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดซึมตามขมับและไรผมด้วยความหวาดวิตก เขาแสร้งยกแก้วแชมเปญขึ้นดื่มแก้เก้อ พลางส่งสัญญาณสายตาเว้าวอนขอร้องไม่ให้ฉันพูดอะไรที่ล่อแหลมไปมากกว่านี้

    คุณหญิงรัศมีก้าวเข้ามาใกล้ฉันอีกก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้ฉันได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแต่กลับแห้งแล้งปราศจากเสน่ห์ดึงดูดของหล่อน
    “เยียวยาจิตใจงั้นหรือคะ... หวังว่าขอบเขตของงานบำบัดจิตวิทยาของคุณ จะจำกัดอยู่เฉพาะแค่ในเวลาและห้องทำงานเท่านั้นนะ”
    “เพราะถ้าหากการบำบัดมันล้นเกินขอบเขตเวลา หรือก้าวล่วงลามปามเข้ามาในเรื่องส่วนตัวของคนอื่น... มันคงจะไม่ปลอดภัยนักสำหรับคุณ”

    คำเตือนจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีเข้มช่างเย็นยะเยือกประหนึ่งคมมีดกรีดผ่านอากาศ ฉันแสดงทีท่าของกุลสตรีผู้อ่อนน้อมถ่อมตัว ช้อนสายตาคมมองตอบคุณหญิงรัศมีด้วยความนอบน้อมดุจลูกแกะแสนเชื่อง
    “คุณหญิงไม่ต้องกังวลใจไปหรอกนะคะ พราวรินทร์รู้ซึ้งถึงบทบาทหน้าที่และสถานะของตัวเองดีที่สุดค่ะ”
    “พราวรู้เสมอว่าจุดไหนที่พราวควรยืน และจุดไหนที่พราวสมควรเข้าไปทำหน้าที่แทนยามที่อีกฝ่ายรู้สึกขาดแคลนและแห้งแล้งค่ะ”

    คำพูดอ่อนหวานแต่แฝงนัยสวาทอันร้ายกาจของฉันเปรียบเสมือนลูกธนูอาบยาพิษที่ยิงเข้าใส่ความภูมิใจของคุณหญิงรัศมีโดยตรง หล่อนสะอึกไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยแรงโทสะที่ซุกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันเย่อหยิ่งทระนง หล่อนรู้แจ้งแก่ใจดีว่าคำว่า 'ขาดแคลนและแห้งแล้ง' นั้นหมายถึงชีวิตรักบนเตียงของหล่อนและคุณเกริกที่แห้งผากมานานหลายปี สงครามประสาทที่ปราศจากเสียงกระสุนและหยาดเลือดยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางแสงคริสตัลระยิบระยับของงานกาล่าสุดหรู

    คุณเกริกที่ทนรับความตึงเครียดไม่ไหวและกังวลว่าความลับจะแตกโพละ รีบเอ่ยขัดบทสนทนาขึ้นทันที
    “รัศมีครับ... โน่นคุณธนาเดินเข้ามาในงานแล้วครับ เรารีบเข้าไปทักทายหุ้นส่วนใหญ่ของพวกเรากันก่อนเถอะนะ”

    คุณหญิงรัศมีตวัดสายตาขุ่นเคืองมองตามแรงดึงแขนของสามี แต่สายตาก็ยังไม่วายตวัดกลับมาจ้องเขม็งที่ฉันอย่างเคลือบแคลง หล่อนเชิดหน้าขึ้นเพื่อระงับความขุ่นมัวภายในอก พยายามรักษากิริยาอันสูงศักดิ์ของภรรยาหลวงไว้แล้วก้าวเดินจากไปพร้อมกับคุณเกริก ฉันกอดอกมองตามแผ่นหลังตึงตรงของคุณหญิงรัศมีและแผ่นหลังประจบประแจงของคุณเกริกด้วยความรู้สึกสะใจและสุขสมลึก ๆ เมียหลวงผู้เย่อหยิ่งเริ่มตกอยู่ในบ่วงความสงสัยและหวาดระแวดระวังเกลียวจิตวิทยาของฉันอย่างสมบูรณ์แบบในเวลาเพียงไม่กี่นาที การชิงไหวชิงพริบกลางสังคมไฮโซช่างเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นและคุ้มค่ากับการพิถีพิถันแต่งกายในค่ำคืนนี้เหลือเกิน

    งานเลี้ยงสังสรรค์กาล่าดินเนอร์ยังคงดำเนินต่อไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ท่ามกลางความจืดชืดของกลุ่มคนรวยที่ต่างสวมหน้ากากเข้าหากัน ดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงคลอเบา ๆ เริ่มแผ่วเสียงลง และแขกเหรื่อผู้มีเกียรติในงานต่างเริ่มทยอยเดินทางกลับ บรรยากาศภายในห้องโถงจัดเลี้ยงเริ่มบางตาลง แสงไฟระยิบระยับของโคมคริสตัลถูกปรับลดระดับความสว่างลงสู่ความสลัวอบอุ่น ฉันก้าวแยกตัวออกมาเพื่อมารอรถยนต์ส่วนตัวที่บริเวณหน้าทางเข้าหลักของโรงแรมห้าดาว สายลมโชยยามราตรีริมแม่น้ำพัดพาเอกลิ่นอายความเย็นชื้นมากระทบผิวกายขาวเนียนที่เปิดเปลือยลึกด้านหลังของฉัน

    รถลีมูซีนสีดำคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบตรงพรมแดงอย่างนิ่มนวล พร้อม ๆ กับรถยนต์ส่วนตัวคันใหญ่ของคุณเกริกและภรรยา คุณเกริกประคองคุณหญิงรัศมีขึ้นรถอย่างระมัดระวัง เพื่อแสดงภาพสามีแสนดีต่อสายตาของพนักงานต้อนรับในบริเวณนั้น ทว่าในจังหวะที่ประตูกระจกของรถกำลังจะปิดลง สายตาของคุณหญิงรัศมีพลันตวัดสบประสานเข้ากับดวงตาของฉันอีกครั้ง คุณหญิงรัศมีจ้องมองฉันผ่านกระจกติดฟิล์มทึบด้วยแววตาเคลือบแคลงสงสัยและเต็มไปด้วยคำถามมากมาย หล่อนไม่ได้แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวโวยวายออกมา แต่สายตาคู่นั้นก็เสมือนเป็นคำประกาศสงครามอย่างเงียบงันว่าหล่อนไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ

    ฉันส่งยิ้มอ่อนหวานบางเบาตอบกลับสายตาคู่นั้นไปอย่างมีชั้นเชิงกุลสตรี รอยยิ้มละมุนละไมของฉันเป็นคำตอบสุดท้ายที่ย้ำเตือนให้หล่อนตระหนักว่าฉันหาได้หวาดเกรงอิทธิพลใด ๆ ของเมียหลวงไม่ เมื่อรถยนต์คันใหญ่ของบ้านใหญ่แล่นทะยานออกไปจากหน้าโรงแรมและหายลับไปกับความมืดมิดของถนนเลียบแม่น้ำ ฉันหมุนเรือนร่างระหงในชุดผ่าหลังลึกกลับมา เพื่อเตรียมก้าวขึ้นรถยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดเทียบ เตรียมเดินทางกลับไปยังเพนท์เฮาส์หรู

    ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาคมเฉี่ยวพลันสะดุดเข้ากับกลุ่มนักธุรกิจและผู้มีอิทธิพลกลุ่มเล็ก ๆ ที่ยังคงยืนสนทนากันอยู่ไม่ไกลจากทางออก หนึ่งในนั้นคือ 'คุณธนา' มหาเศรษฐีหุ้นส่วนใหญ่ระดับแถวหน้าของประเทศ ผู้มีภาพลักษณ์เคร่งขรึมและรักครอบครัวเป็นเลิศ เขากำลังยืนถือแก้วแชมเปญพลางส่งสายตาคมปลาบจับจ้องมายังแผ่นหลังเปลือยขาวและทรวดทรงอันเย้ายวนของฉันอย่างไม่วางตา แววตาคมกริบของมหาเศรษฐีวัย 40 ปลาย ๆ คนนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยตัณหา ความกระหาย และความสนใจในเรือนร่างของฉันอย่างเปิดเผย

    ฉันกระตุกยิ้มมุมปากบางเบาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและสมเพชในความซื่อสัตย์จอมปลอมของผู้ชายมีหน้ามีตาในสังคมเหล่านั้น เป้าหมายรายใหม่ที่น่าสนุกและท้าทายกว่ากำลังจับจ้องมองมา และเบ็ดล่อกามารมณ์ของพราวรินทร์ก็พร้อมจะหย่อนล่อเหยื่อในค่ำคืนถัดไปแล้ว