“พี่ดังชี...ปานนี้พี่จะรู้หรือยังว่าน้องถูกลักพาตัวมาไกลขนาดนี้”
อังค์เนสพึมพำกับตนเองแล้วลองนับนิ้วดูนี่เธอเดินทางหนึ่งวันหนึ่งคืนจนมาโผล่ที่นครเมมฟิสซึ่งปกติต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวัน
“เ้ากล้าเอ่ยชื่อชายอื่นต่อหน้าข้างั้นเรอะ”
“ข้าจะเอ่ยชื่อใครมันเกี่ยวอะไรกับท่านด้วยเล่า”‘ทำไมอีตานี่ช่างหูดีจริงแหะ’ อังค์เนสเบือนหน้าหนีมองทิวทัศน์รอบข้างซึ่งขณะนี้เธอนั่งอยู่ในเรือขนาดเล็ก
“ทำไมต้องพาข้าเข้าวังด้วย”
“เ้าไม่อยากเข้าวัง”เนเฟอร์คาเรถามพลางขยับผ้าคลุ่มไหล่ของตนเอง “เ้ามีปัญหาอะไรหรือ”
“เอ่อ...เ้าหมายถึงเื่ใดละ”
อังค์เนสไม่กล้าสบตาเขาพี่ดังชีมักบอกเสมอว่าเธอโกหกไม่เก่งแค่มองตาก็รู้ถึงไส้ถึงพุงแล้ว
“ก็เ้าแสดงอาการหวาดกลัวออกมาขนาดนี้”
เขาเองก็รู้สึกั้แ่เมื่อครู่แล้ว นี่ขนาดนั่งในเรือเธอยังนั่งตัวเกร็งอยู่เลย
“มันเป็เื่ส่วนตัวที่ข้าไม่จำเป็ต้องบอกเ้า”เธอก้มมองฝ่ามือตัวเองที่กำชายแน่นจนรู้เจ็บมือ
“หรือเ้าเคยทำความผิดร้ายแรงจนไม่กล้ามาที่เมืองหลวงแห่งนี้”เขาเริ่มเดา
“ข้าไม่เคยทำสิ่งใดผิด”
เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตายาวรีที่จ้องมองอยู่นานแล้วและนั่นเธอก็เพิ่งรู้ว่าตนเอง ‘ติดกับดัก’ เข้าให้แล้ว
“แล้วเหตุไฉนเ้าถึงแสดงท่าทางหวาดกลัวเช่นนี้เล่า” เนเฟอร์คาเรขยับตัวเข้าไปใกล้อีก
“หรือเ้าเคยถูกใครทำร้ายหรือ”
อังค์เนสต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่ต้องฝืนให้ตนเองหันไปมองทางอื่น
“เื่นั้นช่างเถอะ...แล้วตกลงข้าต้องไปรักษาผู้ใดกันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้”
“อีกไม่นานเ้าก็จะรู้เอง” เขาถอนหายใจยาวยังไม่คลายกังวลนัก
“แล้ว...ข้าจะมีชีวิตรอดปลอดภัยกลับบ้านได้หรือไม่”
“พูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร” เนเฟอร์คาเรขมวดคิ้วยุ่ง“เ้าคิดว่าเราเป็คนเช่นไร”
“ข้าไม่รู้จักเ้าเลยต่างหาก”เธอถอนหายใจเหนื่อยๆ
“ข้ามาก็เพราะคนของพวกเ้าจะทำลายหมู่บ้านข้าแล้วถ้าใช้งานข้าเสร็จแล้วจะข้าจะมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ละ”
“เ้ากลัวเพียงแค่นี้นะหรือขอแค่เ้ารักษาคนผู้นั้นได้สำเร็จ เ้าจะได้ทุกอย่างที่ปรารถนา”เนเฟอร์คาเรหัวเราะเสียงดังก้องท้องน้ำ อังค์เนสหันขวับมามองอย่างไม่พอใจ
“แล้วถ้าข้ารักษาไม่ได้ละ”
“คอสวยๆของเ้าก็ต้องถูกบั่นทิ้งอย่างน่าเสียดาย” เขายิ้มกริ่มแต่ลึกๆแล้วเขาเชื่อในความสามารถของอังค์เนส
อังค์เนสถอนหายใจยาว
“รู้สึกว่าชีวิตข้าจะอยู่บนเส้นดายแห่งความไม่แน่นอนเอาเสียเลยเอาเถอะหากถึงที่ตายข้าก็คงต้องตายขอแค่อย่าเอาเื่เอาราวกับครอบครัวของข้าก็พอ”
“น่าแปลกที่เ้าพูดเหมือนคนขาดความมั่นใจทั้งที่เวลารักษาผู้ใดเ้าดูมั่นใจเหลือเกิน”
“นั่นเพราะข้าเห็น ‘อาการ’แล้วต่างหากละ” เธอย่นจมูกอย่างน่ารัก
“เอาเถิด...ความจริงข้าควรขอบคุณที่เ้าช่วยข้าเมื่อครู่ด้วย”
“เื่ใด”เธอหันมาทำกะพริบตาอย่างงงๆ “ข้าช่วยอะไรเ้าหรือ”
“เ้าเตือนเื่ยาสลบ”เขาทวนแล้วอังค์เนสก็พยักหน้ารับ
“ข้ารู้สึกั้แ่ออกมาจากห้องนั้นแล้วแต่ไม่แน่ใจนัก พอดีนึกเฉลียวใจว่ายาสลบบางชนิดผสมกับกำยานก็สามารถออกฤทธิ์ได้เหมือนกัน”
“แต่ถึงอย่างไรเ้าก็ช่วยข้า”เขายิ้มที่มุมปากแล้วเลื่อนมือขึ้นโอบไหล่กลมมึนเบาๆ “ข้าควรตอบแทนเ้ายังไงดี”
อังค์เนสใช้สองมือดันอกกว้างออกสุดแขน แต่เหมือนจะต้านแรงของอีกฝ่ายไม่ไหวจนตัวเองเซเข้าซบอกอุ่นของเขาราวกับว่าจะไม่มีวันหลีกหนีอ้อมแขนนี้พ้น
“เ้าอย่าแกล้งข้าแบบนี้ได้มั๊ย”
“ก็เ้ามันทำตัวให้น่าแกล้งนัก”
เนเฟอร์คาเรหัวเราะและปล่อยเธอออกจากวงแขนไม่คิดเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้จะเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายเขาหัวเราะอย่างที่ไม่เคยหัวเราะเช่นนี้มานานแล้ว...นานจริงๆ ั้แ่รู้ว่าตนเองคือเ้าชายเนเฟอร์คาเรองค์รัชทายาทแห่งอียิปต์
“ถึงแล้ว”
เขาเอ่ยบอกเพื่อให้เธอเตรียมตัวเมื่อเรือจอดเทียบท่านายทหารราวเจ็ดแปดคนเข้ามารอรับเนเฟอร์คาเรก้าวขึ้นจากเรือก่อนแล้วยื่นมือส่งให้อังค์เนสพยุงตัวเพื่อขึ้นจากเรือทว่าดวงตากลมโตต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งมาจากด้านหลังของเขาเธอร้องไม่ออกได้แต่จับมือของเขาแน่นแล้วออกแรงดึงเขาลงมาในเรืออีกครั้งแต่กลับเสียหลักตกน้ำด้วยกันทั้งคู่
“มีคนลอบทำร้ายองค์รัชทายาท”
อังค์เนสรู้สึกเจ็บศีรษะอาจเพราะโดนกระแทกกับเรือเมื่อครู่แต่ที่สำคัญกว่าคือเธอว่ายน้ำไม่เป็ มือเล็กๆ พยายามตะเกียกตะกายเพื่อหาอากาศแต่รู้สึกร่างกายหนักอึ้งและจมลงไปเรื่อยๆ
‘ไม่นะ! ข้ายังไม่อยากตาย’
แล้วอากาศที่เธอเรียกหาก็ถูกส่งเข้าทางปาก ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างใสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือดวงตาเรียวที่ทรงอำนาจราวกับจะประกาศถึงอำนาจมือแข็งแกร่งรั้งเอวเธอเข้ามาชิดส่วนอีกข้างนั้นบีบคางเล็กๆให้เงยหน้ารับอากาศที่ถ่ายเทจากริมฝีปากของเขาสู่เธอ
มันควรจะพอแค่นั้นหากเขาไม่เลื่อนมือจากเอวขึ้นมาที่แผ่นหลังและดันเธอมาแนบชิดริมฝีปากของเขาบดเบียดอย่างดุดัน
เขามอบลมหายใจให้แต่กลับดึงดูดเธอด้วยแรงปรารถนาที่แสนเร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำไนล์ที่เย็นเยียบเขาเพลิดเพลินกับริมฝีปากนุ่มๆแสนหวานแต่ในขณะที่อีกฝ่ายทุรนทุรายอย่างที่ไม่เคยเป็เขายิ้มที่ชิดมุมปากของเธอก่อนพาร่างเล็กที่ไร้แรงต่อต้านโผล่ขึ้นจากน้ำ
“เ้าชายเนเฟอร์คาเร”
โมตูกระโจนเข้ามาเพื่อช่วยเ้าชาย ทว่าพระองค์กลับอุ้มร่างที่สั่นระริกขึ้นจากน้ำไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้อง
“เอาผ้ามา”
สุรเสียงรับสั่งอย่างเด็ดขาดและไม่ยอมให้ใคร‘ัั’ ร่างที่ทรงอุ้มแนบอก
“ให้กระหม่อมจัดการให้เถิด”
โมตูยังพยายามเสนอตัวแต่เ้าชายเนเฟอร์คาเรไม่ทรงยินยอมเมื่อขึ้นจากน้ำได้ก็รีบตรงดิ่งไปที่ตำหนักของตนทันที
“ห้ามให้เื่นี้แพร่งพรายออกไปเป็อันขาด!แล้วตามไลน์ร่ามาช่วยที่นี่”
“พ่ะย่ะค่ะ”
โมตูออกจะแปลกใจที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ‘หมอเลจู’ มากกว่าที่ทรงห่วงพระองค์เองทั้งที่เพิ่งมีคนลอบปลงพระชนม์ทั้งทหารและนางกำนัลออกจะแปลกใจที่เห็นเ้าชายเนเฟอร์คาเร ‘อุ้ม’เด็กหนุ่มที่เปียกปอนเข้ามาในตำหนักของพระองค์เมื่อถึงที่หมายก็วางร่างบางที่สั่นระริกบนเตียงของตน
“พระองค์เรียกหม่อมฉันรึเพคะ”หญิงสาววัยยี่สิบเข้ามารายงานตามที่โมตูแจ้งให้ทราบ
“ไลน์ร่ามาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อย”
เนเฟอร์คาเรพยักพระพักตร์เรียกไลน์ร่าลุกขึ้นเพื่อจะถอดฉลองพระองค์ออกแต่พระองค์กลับปัดมือของไลน์ร่าออก “ไม่ใช่ข้า”
“ไม่ใช่พระองค์”
ไลน์ราเอียงคอมองอย่างแปลกใจแล้วก็มองตามสายพระเนตรคมกริบของพระองค์ไปที่ร่างเล็กๆที่นอนสั่นสะท้านอยู่บนเตียงเมื่อมั่นใจว่าคำสั่งไม่ผิดก็รีบปราดเข้าไปเพื่อเอาเสื้อผ้าหนาอมน้ำออกอย่างยากลำบากแล้วก็ต้องอุทานออกมาเมื่อเห็นว่าคนบนเตียงนั่นเป็
“เ้าชายเนเฟอร์คาเรเพคะ”ไลน์ร่าแทบจะร้องกรี๊ดด้วยความใ
“อะไรนักหนาไลน์ร่า”
“ผู้หญิงเพคะ! คนผู้นี้เป็หญิง”
เนเฟอร์คาเรระบายลมหายใจหนักๆ เขาต้องฝืนใจไม่หันไปมองร่างเนียนนุ่มเพราะเขาอาจไม่สามารถควบคุมอารมณ์ปรารถนาที่กำลังคุกรุ่นขึ้นมาได้
“แต่งกายให้นางด้วยอาภรณ์ที่งดงามที่สุด นางเป็คนพิเศษของเรา”.
เ้าชายเนเฟอร์คาเรทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์อีกห้องหนึ่งโดยมีนางกำนัลชวยผลัดเปลี่ยนโมตูวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาถวายความปลอดภัย
“จับเป็ให้ได้เค้นให้มันคายความจริงออกมา”รับสั่งเสียงกร้าวดวงเนตรเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งโทสะ
“ทหารองครักษ์กำลังไล่ล่าตามตัวอยู่พ่ะย่ะค่ะ”โมตูรายงาน
“คนของมเหสีคูอิช่างรู้ความเคลื่อนไหวของเราเร็วเหลือเกิน”