มามี้ของข้าไม่อ่อนโยน

    ที่ที่ข้าจากมา

     แม้เว่ยซิ่วจะมิถูกตำหนิหรือลงโทษใดๆ แต่บรรยากาศในจวนเว่ยนั้นกลับทำให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย

    “คุณหนูเจ้าคะอาหารที่ห้องครัวนำมาให้....”

    “อะไรกันทำไมถึงมีของกินแค่นี้ นี่มันอะไรกัน จะกลั่นแกล้งกันเกินไปแล้วนะ”

    เว่ยซิ่วเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจอาฮุ่ยที่ยืนอยู่ตรงนั้นรีบเดินเข้าไปห้ามคุณหนูของตนในทันทีหญิงสาวรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดนั้นเป็นเพราะอะไร

    “คุณหนูทนทานอาหารพวกนี้ไปก่อนนะเจ้าคะเดี๋ยวบ่าวจะนำเงินไปซื้ออาหารที่คุณหนูชอบมาให้ทาน”

    “ทำไมต้องทำเช่นนั้นพวกมันต่างหากที่คิดรังแกข้า ข้าจะ...”

    “คุณหนูเจ้าคะ”

    อาฮุ่ยรีบรั้งตัวเว่ยซิ่วอย่างรวดเร็ว

    “จากเรื่องที่เกิดขึ้นแม้เหล่าไท่ไท่ฮูหยินและนายท่านจะไม่ว่ากล่าวสิ่งใดแต่ดูเหมือนคนในจวนและเรือนของเรานั้นได้ถูก....ตัดสินแล้วอย่างชัดเจน”

    “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

    “ตอนนี้ทางห้องครัวจะให้อาหารคุณหนูเพียงมื้อละ2 อย่างเท่านั้น รวมทั้งเงินรายเดือนก็ลดลงจากเดิม....”

    “ใครเป็นคนสั่ง”

    “ทะ ท่านโหวเจ้าค่ะ”

    “ท่านพ่อเช่นนั้นหรือ”

    “เจ้าค่ะ”

    เว่ยซิ่วค่อย ๆ นั่งลงอย่างหมดแรงเดิมทีหญิงสาวคิดว่าจะรอดพ้นจากการถูกลงโทษแต่ดูแล้วครั้งนี้นางเองก็...ติดร่างแหไปด้วยเช่นกัน

    หานลี่กันที่กำลังนั่งปักผ้าด้วยกันกับเว่ยซีซวนนั้นกลับถูกอาหมิงที่เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าที่ตื่นตกใจหญิงสาวจึงหยุดมือแล้วเอ่ยถามบ่าวรับใช้คนสนิทในทันที

    “มีอะไรอีกงั้นหรือ”

    หานลี่กันเอ่ยถามอาหมิงยิ้ม ๆต่างจากอาหมิ่นที่มองค้อนอาหมิง

    “จะเป็นอะไรไปได้เจ้าคะยามอาหมิงทำหน้าเช่นนี้ทีไรต้องมีเรื่องเสียทุกครั้ง”

    อาหมิงส่ายหน้าไปมาก่อนจะหยุดหายใจแล้วจึงเอ่ยตอบอาหมิ่น

    “รอบนี้ต่างกันข้าได้ยินมาว่าคุณชายฉิน..”

    พูดถึงตรงนี้หญิงสาวหยุดมองหน้าเว่ยซีซวนที่กำลังปักผ้าและทำทีไม่สนใจอยู่ตรงนั้น

    “พูดต่อเถอะชายชั่วเช่นนั้นทำอะไรพี่หญิงของข้าไม่ได้หรอก”

    “เจ้าค่ะดูเหมือนคุณชายฉินหลังจากถูกจับก็ถูกตระกูลทอดทิ้งตอนนี้นอนในคุกคาดว่าคงอีกนานถึงจะถูกปล่อยออกมาเจ้าค่ะ”

    “เช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าจะทำหน้าตาตื่นไปทำไมกัน ไม่เห็นมีเรื่องอันใดให้น่าตื่นตกใจ”

    “เรื่องที่น่าตื่นตกใจนั่นก็คือผู้คนต่างเล่ากันว่าแม่ทัพหยางยื่นมือเข้าไปจัดการเรื่องนี้จึงทำให้คุณชายฉินถูกซ้อมจนเกือบตายเป็นเหตุให้คนตระกูลฉินตัดขายคุณชายฉินเจ้าค่ะ”

    “อ่อ เช่นนี้นี่เองเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่สมควร คนเลวก็ต้องได้รับการลงโทษ”

    “แต่...”

    “แต่คุณหนูรอง….”

    “เรื่องนั้น....สักวันนางคงได้บทเรียนของนางเอง”

    ‘แต่เจ้าจงภาวนาอย่าให้ข้าหมดความอดทนก่อนก็แล้วกัน’หานลี่กันคิดก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาปักผ้าต่อไปเพียงไม่นานเด็กชายตัวน้อยทั้งสองคนได้เดินเข้ามาคำนับหานลี่กันและเว่ยซีซวนก่อนจะออดอ้อนหญิงสาวทั้งสองที่วางมือจากการปักผ้าสักพักใหญ่บ่าวรับใช้เรือนหน้าได้มาแจ้งแก่หานลี่กัน เรื่องที่องค์รัชทายาทองค์ชายหก เฟิงตงหยางและองค์ชายแปดเฟิงหยูเฟยได้มาเยี่ยมองค์ชายสิบสองที่จวนอีกทั้งยังมีแม่ทัพหยางที่ตามติดมาในภายหลังด้วย

    “องค์รัชทายาทองค์หายหก องค์ชายแปดและแม่ทัพหยางมาเช่นนั้นหรือดูเหมือนวันนี้จวนหานจะมีแต่คนสำคัญมาเยี่ยมเยียนพี่หญิงไปเรือนหน้าด้วยกันเถิดเจ้าค่ะ”

    “แต่....”

    “มิเป็นไรหรอกเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ท่านโหว โหวฮูหยินและพี่เว่ยเองก็คงจะอยู่ที่นั่นแล้ว”

    “เจ้าที่เป็นคู่หมั้นของแม่ทัพหยางอีกทั้งยังเป็นมารดาของเพื่อนเรียนองค์ชายสิบสองหากเจ้าออกไปต้อนรับก็คงจะมิมีใครว่า แต่ข้านั้น...”

    “อย่าได้คิดมากสิเจ้าคะเท่าที่ข้ารู้มา ดูเหมือนพี่หญิงและองค์...”

    ขณะที่หานลี่กันจะเอ่ยต่อกลับถูกมือนิ่มของเว่ยซีซวนปิดปากในทันที

    “เจ้า...”

    “ฮิฮิข้าเพียงหยอกพี่หญิงใหญ่เล่นเท่านั้น”

    แต่ดูเหมือนการหยอกล้อของหานลี่กันนั้นทำให้ใบหน้าของเว่ยซีซวนแดงก่ำดั่งลูกท้อก็มิปาน‘เช่นนั้นเรื่องในวันนั้นคงทำให้พี่หญิงใหญ่ของข้า....มีใจให้กับองค์ชายหกเป็นแน่ว่าแต่องค์ชายหกจะคิดอย่างไรกับพี่หญิงใหญ่กันนะ’ หานลี่กันจึงเดินออกไปยังเรือนหน้าพร้อมกับเว่ยซีซวนขณะที่องค์ชายสิบสองกำลังจะเดินตามหานลี่กันและเว่ยซีซวนออกไปนั้นกลับถูกหยางชุนดึงแขนเบาๆ

    “มีอะไรงั้นหรือ”

    “ไหนพระองค์บอกว่าวันนี้จะหาเรื่องสนุกๆ ให้ทำอย่างไรล่ะพ่ะย่ะค่ะ”

    “ก็นี่ไงเรื่องสนุกเจ้าคิดดูสิ นาน ๆ ทีเสด็จพี่องค์รัชทายาท พี่หกและพี่แปดของข้าจะไปไหนพร้อมกันสักครั้ง”

    “ไม่เห็นมีเรื่องอะไรสนุกเลย”

    “เจ้าไม่รู้อะไรสตรีนั้นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดก็คือการออกเรือนหากท่านป้ารองของเจ้าเกิดถูกใจบรรดาพี่ ๆ ของข้าแล้วถูกพวกเขาเขี่ยทิ้งเจ้าคิดดูสิ นางจะเจ็บแค้นแค่ไหน”

    “ขะ...ข้าไม่เข้าใจ”

    “เจ้ายังเด็กไม่รู้อะไรเรื่องนี้ข้าได้ปรึกษาคนที่ข้าคิดว่าไว้ใจได้มาแล้ว”

    “เช่นนั้นพระองค์จะทำเช่นใด”

    “ทั้งสามคนนั้นเป็นพี่ชายที่ข้าค่อนข้างรู้จักดีกว่าคนอื่นๆ เสด็จพี่รัชทายาทนั้นทรงเรื่องมากเรื่องสตรี แค่มาให้นางเห็นหน้าก็เท่านั้นส่วนพี่หกของข้าได้ยินว่ามีนางในดวงใจแล้ว นั่นก็มาเพื่อให้นางเสียดาย”

    “เช่นนั้น....”

    “ถูกต้องคนที่เหมาะกับท่านป้ารองของเจ้าก็คือพี่แปดของข้านั่นเองและข้าจะเป็นเทพจันทราสื่อรักให้นางเอง”

    “หากนางได้เป็นชายาองค์ชาย...มิเท่ากับว่าเป็นเรื่องดีงั้นหรือข้าได้ยินโหวฮูหยินบอกว่าจะหาบัณฑิตให้นางแต่งออกไป”

    “ข้าคงจะสงสารบัณฑิตคนนั้นเป็นแน่แท้แต่หากนางได้คู่กับพี่แปดของข้า คงมีเรื่องสนุก ๆ ให้ทำทุกวันเป็นแน่”

    เฟิงซีหยางหัวเราะน้อย ๆโดยมิได้อธิบายสิ่งใดเพิ่มเติมขณะคิดถึงเรื่องเว่ยซิ่วและจวนขององค์ชายแปดเฟิงหยูเฟย‘เจ้าคงได้ยุ่งจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเองอย่างแน่นอนถือเสียว่านี่เป็นของขวัญที่เจ้ากล้ามาแกล้งมามี้ของข้าและเสี่ยวชุนก็แล้วกัน’

    “แต่ถึงอย่างไรข้าก็มิเห็นด้วยองค์ชายแปดมีหรือจะมาชอบท่านป้ารองของข้าได้ อีกทั้งตอนนี้ดูเหมือนท่านป้ารองเองก็จะเก็บเนื้อเก็บตัว”

    “เรื่องนั้นไม่ยากจากที่ข้ารู้มาท่านป้ารองของเจ้าดูเหมือนจะซุกซ่อนหูตาไว้ในจวนหาน เจ้าเชื่อข้าสิตอนนี้เรื่องเสด็จพี่ของข้าคงจะถึงหูนางแล้วเป็นแน่”

    “ถึงแล้ว....แล้วอย่างไรต่อพ่ะย่ะค่ะ”

    “เจ้านี่ไม่รู้เล่ห์กลของสตรีแม้แต่น้อย”

    “แล้วเหตุใดพระองค์ถึงรู้ล่ะพ่ะย่ะค่ะ”

    “ก็เพราะ...ข้ามาจากที่ที่ใช้เล่ห์กลเหล่านั้นเพื่อครอบครองและช่วงชิงเสด็จพ่ออย่างไรล่ะ”

    องค์ชายสิบสองหรือเฟิงซีหยางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าเล็กน้อยหยางชุนที่ถามออกไปจึงรู้สึกผิดที่เอ่ยถามโดยมิทันคิด

    “กระหม่อมขอโทษพ่ะย่ะค่ะ”

    “เรื่องนั้นมิใช่ความผิดเจ้าแต่เป็นเรื่องธรรมดาที่หลายสตรีย่อมต้องการความรักจากหนึ่งบุรุษที่พวกเขารักหรือต้องการก็เท่านั้น”

    “เช่นนั้น”

    “เจ้าไม่ต้องห่วงไปท่านป้ารองของเจ้าคงไม่ยอมให้ท่านป้าใหญ่ของเจ้าและมามี้ได้ออกหน้าออกตาเจอคนสำคัญโดยขาดนางอย่างแน่นอนอีกไม่นานนางจะต้องรีบออกมาปรากฏตัวเพื่อช่วงชิงเวลาดี ๆ”

    เฟิงซีหยางพูดอย่างมั่นใจก่อนที่ทั้งสองจะเดินไปตามทางเพื่อพบองค์ชายทั้งสามและแม่ทัพหยางในโถงเรือนหน้าของจวนหานนั่นเอง

    คล้ายกับเรื่องมามี้ของข้าไม่อ่อนโยน ที่คุณอ่าน