
....ภายในป่าลึกหลังบ้าน แสงจันทร์สาดส่องลอดกิ่งไม้ลงมาเป็เส้นสาย ต้นไม้เซียนที่พ่อเคยปลูกตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ใบของมันมีประกายแสงระยิบราวหยดน้ำแข็ง ส่วนผลไม้สีม่วงกลมโตกลับแ่พลังปราณออกมาจางๆ จนบรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยพลังวิเศษ
หลินเซียนยืนนิ่ง สายตาจับจ้องต้นไม้นั้น แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและหนักแน่น
“พ่อ…ท่านปลูกสิ่งนี้ไว้เพื่อข้า ข้าจะใช้มันไม่ให้สูญเปล่า เพื่อปกป้องท่านแม่และตัวข้า”
เขารู้ตัวเองดี รากิญญาของตนต่ำต้อยกว่าคนทั่วไปมาก หากจะเดินตามตำราอย่างเดียว ย่อมไม่ทันใคร ไม่พ้นจะถูกทิ้งไว้เื้ัตลอดไป ดังนั้นเขาต้องสร้างเส้นทางที่ไม่เหมือนใคร
มือเรียวของเขาเอื้อมไปเด็ดผลไม้ลูกหนึ่งมากัดช้าๆ น้ำหวานหอมไหลซึมลงลำคอ พลังปราณเย็นไหลเข้าสู่เส้นลมปราณทันที แต่หลินเซียนไม่รีบร้อน เขานั่งขัดสมาธิ ปล่อยให้พลังนั้นซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างระมัดระวัง
“ตำราเขียนไว้แค่ผลอวิ๋นฮวานี้(ผลไม้แห่งเมฆาและดวงดาว)เพียงอย่างเดียว แม้จะทรงค่า…แต่เหตุใดตำราจึงมิกล่าวถึงราก กิ่ง ก้าน หรือแม้แต่ใบ? ยังไงเสียมันก็คือต้นไม้ที่มีพลังเซียนทุกส่วน”
เขาเริ่มขบคิด
"ไก่ 2 ตัว เป็ด 3 ตัวออกไข่ได้ 5 ฟอง ไม่ต่างกับไก่ 1 ตัว เป็ด 4 ตัว ก็ออกไข่ได้ 5 ฟองเช่นกัน"
“… เส้นทางต่างกัน ย่อมพาไปสู่จุดหมายเดียวกัน ...”
เขาพึมพำกับตนเอง พลางใช้มีดสั้นตัดเปลือกไม้ เก็บใบแก่กับใบอ่อนมาทดลองอบแห้งและบดละเอียด พร้อมทั้งขุดดินรอบรากออกมาเล็กน้อย ผสมกับสมุนไพรพื้นบ้านที่ท่านย่าเคยสอน สร้างเป็โอสถหยาบที่ไม่เคยมีบันทึกในตำราใด
เมื่อเขากินผลไม้ส่วนหนึ่งพร้อมโอสถที่ทำขึ้นใหม่ ปราณในกายพลันปะทุรุนแรง ลมหายใจเริ่มถี่แรง เส้นเืทั่วร่างกายพองโตเหมือนจะแตกออก แต่เขากลับกัดฟันอดทน จิตใจแน่วแน่ไม่หวั่นไหว
เสียง ครืน… ดังขึ้นในจิตใจ คล้ายฟ้าคำราม เส้นลมปราณทั้งสิบสองเส้นสั่นะเื ปราณจากผลไม้และโอสถแทรกซึมรวมกันก่อเป็แรงกดดันมหาศาลทำให้ร่างของเขาสั่นสะท้านจนเืซิบออกมุมปาก
"ข้าต้องตั้งใจยิ่งกว่านี้"
เขาครุ่นคิด ทบทวนความรู้ทุกอย่างที่เขาร่ำเรียนมา 4 ปี และจากที่เขาได้อ่านมาจากหอตำรา พรางสำรวจตัวเอง
"ตอนนี้ข้าสำเร็จพลังปราณวารีในระดับหนึ่งได้แล้ว"
เขาเงยหน้าขึ้นมองต้นไม้เซียน
"เ้าคือต้นไม้ เป็ธาตุไม้ ธาตุน้ำและไม้ส่งเสริมกันได้"
"งั้นข้าจะใช้ปราณวารีส่งเสริมเ้า"
.....หลินเซียนหลับตาลง ค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึก เขาเพ่งสมาธิจนพลังปราณในกายเริ่มเคลื่อนไหวช้าๆ ราวกับสายน้ำที่ไหลรินตามลำธาร ละอองปราณสีฟ้าอ่อนค่อยๆ รวมตัวหนาแน่นขึ้นทีละน้อย ก่อเกิดเป็ม่านหมอกน้ำบางๆ หมุนวนรอบร่างกายของเขา เสียงน้ำหยดดัง ติ๋ง ติ๋ง ราวกับธรรมชาติตอบรับการปรากฏของปราณวารี
เพียงครู่เดียว ละอองปราณเ่าั้กลับกลายเป็เส้นสายเล็กละเอียด คล้ายหยาดฝนโปรยปรายในยามเช้า ล้อมรอบร่างเขาเป็วงกลม เมื่อเขาเคลื่อนมือไปด้านหน้า ปราณวารีทั้งมวลก็ถูกนำพาไหลออกตามเจตจำนงของเขา ราวกับแม่น้ำที่หาเส้นทางสู่ทะเล
เขาค่อยๆ ส่งพลังนั้นลงสู่รากของต้นไม้เซียนที่ฝังลึกอยู่ใต้พื้นดิน ละอองน้ำใสแทรกซึมเข้าไปทีละหยดๆ เหมือนสายฝนซึมเข้าสู่ดินแห้งผาก ขณะเดียวกันเขายังไม่หยุดแค่นั้น แต่กลับขยายปราณออกไปอย่างต่อเนื่อง ให้ละอองวารีนั้นแผ่ซ่านขึ้นตามลำต้น กระจายไปสู่กิ่งก้านและใบทุกใบ
ทันใดนั้น ใบของต้นไม้เซียนที่เคยเงียบสงบกลับสั่นไหวเบาๆ สีเขียวเข้มกลายเป็สดใสระยิบตา ปราณธาตุไม้ที่แ่เบาในคราแรกพลันปะทุรุนแรงขึ้น ราวกับต้นไม้ทั้งต้นกำลังหายใจ พลังแห่งชีวิตพุ่งพรวดออกมาจนััได้ชัด
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้ผสมผสานกับความชื้นเย็นของปราณน้ำ ลอยปะปนในอากาศราวกับป่าใหญ่ตื่นขึ้นจากการหลับใหล เสียงใบไม้ไหวซู่ซ่าไม่ต่างจากเสียงเพลงที่ธรรมชาติขับขาน
หลินเซียนลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาเขาเปล่งประกาย
“ธาตุน้ำเกื้อหนุนธาตุไม้ … หากใช้ให้ถูกต้อง ต้นไม้เซียนย่อมเปล่งพลังได้ยิ่งกว่าที่ตำราใดเคยกล่าวไว้”
.....ละอองน้ำใสยังคงหมุนวนรอบต้นไม้เซียนอย่างช้าๆ ซึมซับเข้าสู่ราก ลำต้น และใบทุกใบ ราวกับต้นไม้ทั้งต้นกำลังอาบน้ำฝนในยามรุ่งอรุณ ทั้งป่าโดยรอบเหมือนพลันเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงลมหายใจของหลินเซียนกับเสียงใบไม้ที่สั่นไหว
ทันใดนั้น...
กิ่งก้านสูงสุดของต้นไม้เซียนสั่นสะท้านเบาๆ ก่อนที่ดอกเล็กๆ จะผลิบานขึ้นอย่างฉับพลัน กลีบดอกสีเงินโปรยปรายลงมาดุจเกล็ดหิมะยามค่ำคืน แต่ละกลีบเปล่งประกายอ่อนโยนราวแสงดาวในฟากฟ้า
ผลไม้สีม่วงที่เคยห่อหุ้มด้วยหมอกปราณบางๆ ตอนนี้กลับเรืองแสงเจิดจ้า ลายเส้นสีทองปรากฏขึ้นบนผิวของมันทีละเส้นๆ คล้ายรอยสลักโบราณที่เทพ์ลงมือสลักไว้ แสงนั้นทอประกายกระจายออกไปจนป่าโดยรอบสว่างขึ้นราวกลางวัน
รากของต้นไม้สั่นะเืเล็กน้อย ก่อนที่ดินใต้โคนจะเปล่งประกายสีเขียวเข้ม ราวกับพลังชีวิตจากใต้พิภพถูกปลุกขึ้นมา เสียง ตึงงง… ตึงงง… ดังสะท้อนในดวงจิตหลินเซียน เขารู้ทันทีว่านี่คือต้นไม้เซียนที่ “ตอบรับ” ต่อพลังของเขา
ผลไม้บางลูกที่ยังอ่อนเขียวอยู่ พลันสุกงอมเป็สีม่วงเข้มในพริบตา กลิ่นหอมหวานลอยอบอวลยิ่งกว่าคราแรก ขณะเดียวกัน ใบไม้หลายใบก็เปล่งแสงอ่อนโยน ราวกับกำลังมอบพรจากธรรมชาติ
หลินเซียนหอบหายใจ เหงื่อชุ่มทั่วร่าง แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความปีติ
“นี่คือพลังของการเกื้อกูล… น้ำกับไม้ พลังทั้งสองเมื่อรวมกัน ย่อมผลิดอกออกผลยิ่งกว่าที่ตำราใดเขียนไว้”
เขายกมือรับกลีบดอกสีเงินที่ร่วงหล่นมากลางฝ่ามือ พลังปราณอ่อนโยนจากมันซึมเข้าสู่กาย ทำให้จิตใจสงบนิ่ง ราวกับได้ยินเสียงกระซิบของพ่อผู้ล่วงลับที่ฝากต้นไม้นี้ไว้
แววตาของหลินเซียนกลับเปล่งประกาย
“นี่แหละ! เส้นทางที่เป็ของข้าเอง!!”
.....หลินเซียนใช้เวลา 1 เดือนอยู่กับต้นไม้เซียนนี้ เขาค่อยๆทานผลไม้สีม่วงทองที่ออกผลมากมาย แล้วเดินลมปราณไปเรื่อยๆ
ในที่สุดปราณที่สะสมพลันแตกกระจาย เสียง ปัง! ดังในหูราวกับกำแพงแตกสลาย ระดับพลังของเขาก้าวพ้นจาก ขั้นกลาง ระดับพื้นฐานปราณ พุ่งเข้าสู่ ขั้นปลาย อย่างสมบูรณ์!
ร่างของเขาสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพลังจะเริ่มนิ่งสงบลง สีหน้าซีดเผือดแต่แฝงด้วยรอยยิ้มบางๆ เขารู้ชัดว่านี่เป็เพียงก้าวแรก หาก้าก้าวต่อไปสู่ แกนปราณ ขั้นต้น เขาจะต้องเสี่ยงมากกว่านี้อีก
หลินเซียนเงยหน้ามองฟ้า ลมกลางคืนพัดเอื่อย เสียงนกกลางป่าดังก้องคล้ายขับขานต้อนรับผู้ที่ก้าวพ้นกำแพงแรก ทว่าในเงามืดเื้ั กลับมีสายตาลึกลับคู่หนึ่งกำลังจับจ้องการฝึกฝนของเขาอย่างเงียบงัน…
