ตอนที่ 20 จุมพิตแห่งเสน่หา
ยามเมื่อแสงอาทิตย์อัสดงค่อย ๆ ลับขอบฟ้า บรรยากาศภายในเรือนพักของสองพี่น้องก็เริ่มถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงบ หลานฉิงยังคงมีท่าทีเหนียมอายอยู่บ้าง ทุกครั้งที่สบตากับอาซานแก้มเนียนใสของนางจะซับสีเลือดฝาดแดงระเรื่อขึ้นมาทันที ทว่าหญิงสาวผู้น่ารักก็ยังคงคอยดูแลเอาใจใส่ชายหนุ่มเป็นอย่างดี ทั้งจัดเตรียมสำรับอาหารร้อน ๆ มาให้ และนำชุดเสื้อผ้าสะอาดชุดใหม่มาให้เขาเปลี่ยน
ทางด้านอาซาน แม้ในใจจะแอบนึกถึงคำสัญญาเรื่อง ‘การมอบเรือนร่าง’ ทว่าเขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากทวงถามออกไปตรง ๆ ได้แต่แอบคิดถกเถียงกับตัวเองในใจ
“หรือว่าตอนนั้นนางแค่พูดปลุกขวัญกำลังใจเล่น ๆ กันแน่นะ?”
กระทั่งยามค่ำคืนมาถึง…
เสียงประตูด้านหน้าห้องพักค่อย ๆ ถูกเลื่อนเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของหลานฉิงที่ทำให้อาซานถึงกับตาค้างและหัวใจเต้นแรง
หญิงสาวผู้แสนอ่อนหวานบัดนี้สวมใส่ **ชุดนอนสายเดี่ยวสีฟ้าตัวบาง** เนื้อผ้าพลิ้วบางซีทรูสะท้อนแสงโคมไฟยามเย็นอย่างวาบหวาม สายเดี่ยวเส้นเล็กประดิดประดอยเว้าลึกเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มขาวเนียนนูนตั้ง ชายกระโปรงยาวผ่าข้างสูงอวดเรียวขาขาวผ่องยามสืบเท้าเดิน ชวนให้จิตใจของอดีตพระเอกหนังสั่นไหวขึ้นมาทันที!
หลานฉิงสืบเท้าเข้าใกล้ พลันค่อย ๆ นั่งลงบนขอบเตียงไม้ข้างกายเขา นางหลุบสายตาลงต่ำเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเบาหวิวด้วยความเขินอาย
“ท่านอาซาน…ข้า…ข้าไม่ได้ลืมคำสัญญาหรอกนะเจ้าคะ เพียงแต่…ข้ากลัวว่าท่านจะยังคงเจ็บปวดจากบาดแผลอยู่ ข้าจึงยังไม่กล้าทำอะไร…”
อาซานฟังแล้วก็ระบายยิ้มออกมาด้วยความนุ่มนวล ในใจรู้สึกตื้นตันที่หญิงสาวใส่ใจและแสนดีถึงเพียงนี้ ชายหนุ่มจึงเอ่ยตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มแฝงความอบอุ่น
“ความจริงแล้ว…การได้เสพสุขทางกามารมณ์กับสตรีงามเช่นเจ้า มันคือการหมุนเวียนปราณมังกรกามเทพที่จะยิ่งช่วยเพิ่มพูนพลังและฟื้นฟูร่างกายให้ข้าต่างหากล่ะ เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องบาดแผลหรอกนะ”
หลานฉิงเบิกตากว้างเล็กน้อย นัยน์ตาฉายแววทึ่งในอานุภาพพลังปราณอันแปลกประหลาดของเขา ก่อนที่อาซานจะเอ่ยกระซิบหยอดคำหวานข้างใบหูของนางต่อ
“แต่ว่านะ…ถึงต่อให้การเสพสุขจะไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังปราณอะไรเลย ข้าก็ยังปรารถนาที่จะร่วมเสพสุขกับเจ้าอยู่ดี…ต่อให้ต้องเสพสุขจนตาย ข้าก็ยินยอม”
“ท่านอาซาน!…”
หลานฉิงหน้าแดงแจ๋ไปถึงใบหู นางเอ่ยขัดขึ้นด้วยความเขินอายสุดขีด
“ท…ท่านไม่ต้องถึงกับยอมตายหรอกเจ้าค่ะ…แค่ร่วมเสพสุขกันก็พอแล้ว…”
พูดจบ ดรุณีแสนสวยก็ค่อย ๆ ขยับเรือนร่างอรชรในชุดนอนสีฟ้าบางเบาเข้ามาประชิด โน้มใบหน้านวลสีชมพูระเรื่อเข้าหา ก่อนจะประทับริมฝีปากจูบลงบนปากของอาซานอย่างแผ่วเบา ละเมียดละไม และเต็มไปด้วยความหลงใหลในตัวชายหนุ่ม…
“จ๊วบ…จุบ…จุ๊บ”
เสียงประทับจุมพิตอันชุ่มฉ่ำและเต็มใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องพัก รสสัมผัสอันอ่อนโยนละมุนละไมบนริมฝีปากแผ่ซ่านความอุ่นชื้นและกลิ่นหอมประทินผิวเข้าสู่หัวใจของคนทั้งคู่
หลานฉิงค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ นัยน์ตาคู่สวยปรือมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความอ่อนโยน พลันเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มหวาน
“ท่านอาซาน…เอนกายลงนอนก่อนเถอะเจ้าค่ะ ท่านเพิ่งจะฟื้นตัว คืนนี้ข้าจะขอเป็นฝ่ายปรนนิบัติท่านเอง…”
อาซานเผลอยิ้มรับอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มเอนกายลงนอนบนเตียงไม้อย่างผ่อนคลาย
หลานฉิงค่อย ๆ ขยับเรือนร่างอรชรขึ้นมาคร่อมทับบนเรือนร่างของเขาอย่างแผ่วเบา!
“สวบซาบ…ฟุ่บ…”
เสียงเนื้อผ้าซีทรูสีฟ้าตัวบางเสียดสีไปกับร่างหนาของชายหนุ่ม ผิวกายเนียนนุ่มอุ่นร้อนของหญิงสาวแสนสวยทับแนบชิด ทรวงอกอวบอิ่มใต้ชุดนอนกดทับลงบนหน้าท้องของชายหนุ่มจนสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่น ลมหายใจอุ่น ๆ ของนางรดผิวกายยามขยับใบหน้านวลเข้ามาจดจ้องประสานสายตากับเขาในระยะกระชั้นชิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน
อาซานทอดสายตามองใบหน้านวลเนียนที่ซับสีชมพูระเรื่อ นัยน์ตาฉายแววเสน่หาและหลงใหลปานจะกลืนกิน ก่อนจะเอ่ยพึมพำจากใจจริงด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น
“หลานฉิง…เจ้างดงามเหลือเกิน…”
คำชมตรงไปตรงมาทำให้นางแก้มแดงแจ๋ หลานฉิงโน้มใบหน้าลงประทับจุมพิตแผ่วเบาบนริมฝีปากเขาดัง *จุ๊บ* ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มเขินอาย
“ท่านเอง…ก็ดูดีและสง่างามยิ่งนักเจ้าค่ะ…”
พูดจบ หญิงสาวแสนสวยก็ประทับจุมพิตลงไปอีกคราว นัยน์ตาคู่หวานจับจ้องประสานสายตากับเขาตลอดเวลา อาซานมองนางอย่างหลงใหลเคลิบเคลิ้ม ชายหนุ่มจูบตอบรับสัมผัสของนางอย่างนุ่มนวล หลานฉิงขยับเปลี่ยนมุมจูบไปทั่วริมฝีปาก ละเลียดดูดดึงกลีบปากบนและล่างของเขาอย่างช้า ๆ
“จ๊วบ…จ๊วบ…จุ๊บ…”
เสียงดูดดึงริมฝีปากสอดประสานไปกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น อาซานรู้สึกเสียวซ่านลึกซึ้งไปทั่วทั้งร่างกาย กระแสความร้อนผ่าวแห่งความสุขสมแล่นผ่านไขสันหลังจนขนลุกซู่ไปทั้งสรรพางค์กาย แก่นกายใต้ร่มผ้าเริ่มผงาดตึงแน่นตอบรับความสยิวอย่างห้ามไม่ได้!
ยามเมื่อถอนริมฝีปากออกช้า ๆ หลานฉิงก็เอียงคอช้อนสายตามองเขานัยน์ตาฉ่ำ พลันเอ่ยสารภาพเสียงเบาหวิวด้วยความประหม่า
“ความจริงแล้ว…นี่เป็นครั้งแรกของข้า ข้าเกรงว่าจะทำได้ไม่ดี จึงแอบไปศึกษาการเสพสมจากตำรา…เพื่อที่จะได้รู้วิธีสร้างความสุขให้แก่ท่านเจ้าค่ะ…”
นางสบตาเขาพร้อมระบายยิ้มละมุน
“ในตำราบอกไว้ว่า…การมอบความสุขที่แท้จริง ต้องประสานสายตามองตาอีกฝ่าย ทำทุกอย่างด้วยความอ่อนโยน และสร้างบรรยากาศให้น่าหลงใหลที่สุด…”
และสิ่งที่นางตั้งใจทำก็ทรงอานุภาพอย่างยิ่ง! อาซานรู้สึกเสียวซ่านและหลงใหลในตัวนางจนแทบหัวใจหยุดเต้น ความสุขสมถาโถมเข้ามาท่วมท้นจนรู้สึกราวกับร่างลอยขึ้นสู่สวรรค์วิมาน…ทั้งที่หลานฉิงเพียงแค่ประทับจุมพิต และสบตากับเขาเท่านั้นเอง!