ไม่มีเวลาหยุด
หมาป่าอีกตัวเห็นสหายตายก็พุ่งเข้าหา
แต่ก่อนถึงตัว กระบี่ยาวจากด้านข้างก็ฟันเข้าลำตัว
หลี่เทียนิตวาด
“ข้าช่วยเ้าเอง!”
ฉินเฟิงตอบทันที
“อย่าตามมันไปทางซ้าย!”
หลี่เทียนิชะงัก แต่เลือกเชื่อ
เขาหยุดฝีเท้า
เพียงพริบตาต่อมา หมาป่าสองตัวพุ่งออกจากพุ่มไม้ซ้ายพร้อมกัน
หากหลี่เทียนิตามตัวแรกไป เขาจะถูกโจมตีจากสองด้าน
“เกือบไปแล้ว”
หลี่เทียนิสูดลมหายใจ
ทั้งสองหันหลังชนกันชั่วครู่
“เ้าซ้าย ข้าขวา”
ฉินเฟิงกล่าว
“ตกลง!”
คนทั้งสองพุ่งออกพร้อมกัน
หลี่เทียนิใช้พลังที่เหนือกว่าสังหารตัวขวาภายในสามกระบวนท่า
ฉินเฟิงใช้เวลานานกว่า
แต่ทุกกระบี่มุ่งตำแหน่งที่ขนบางหรือข้อต่อ
หลังผ่านไปเกือบสิบกระบวนท่า หมาป่าตัวที่สองของเขาก็ล้มลง
เมื่อฝูงหมาป่าตายไปหกตัว อีกสองตัวเริ่มถอย
แต่าาหมาป่ากลับคำราม
พวกมันจึงกลับเข้าต่อสู้อีกครั้ง
ฉินเฟิงเห็นแล้วะโไปทางมู่ชิงหลัน
“ฆ่าาาก่อน! ถ้ามันยังอยู่ ตัวอื่นจะไม่หนี!”
มู่ชิงหลันพยักหน้า
นางเองพบแล้วว่าาาหมาป่าควบคุมฝูงด้วยเสียง
พลังเหมันต์ทั่วร่างเพิ่มขึ้น
อากาศรอบตัวเย็นลงอย่างรวดเร็ว
าาหมาป่าพุ่งเข้าหา
มู่ชิงหลันไม่หลบ
ฝ่ามือทั้งสองประสานกัน
พลังสีฟ้าอ่อนรวมตรงกลาง
“จันทราเหมันต์ผนึกชีพ!”
นางซัดฝ่ามือออก
พลังเย็นปะทะหน้าาาหมาป่าเต็มแรง
เกล็ดน้ำแข็งปรากฏบนขน
การเคลื่อนไหวของมันช้าลงทันที
กู่เฉิงเห็นโอกาสก็พุ่งเข้าไปจากด้านข้าง
“กระบี่ธาราศิลา!”
กระบี่แทงเข้าชายโครง
าาหมาป่าคำรามด้วยความเ็ป
กรงเล็บตบกู่เฉิงกระเด็นไปหลายก้าว
ชายหนุ่มกระอักเืเล็กน้อย
แต่กระบี่ยังปักอยู่ในลำตัวสัตว์
มู่ชิงหลันพุ่งเข้าต่อ
ฝ่ามือซัดเข้าหน้าผาก
ตูม!
าาหมาป่าล้มลงกับพื้น
มันพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง
ฉินเฟิงซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดมองเห็นบางอย่าง
ใต้คางของาาหมาป่ามีเส้นสีแดงจาง
จุดนั้นคือเส้นเืใหญ่
เขาไม่เสียเวลา
กระบี่สั้นพุ่งออกจากมือ
ฟึ่บ!
ปลายกระบี่แทงเข้าใต้คางพอดี
าาหมาป่าดิ้นแรงอีกสองครั้ง
จากนั้นหยุดเคลื่อนไหว
หมาป่าสองตัวที่เหลือเห็นาาตายก็วิ่งหนีเข้าไปในหมอกทันที
ไม่มีผู้ใดตาม
ทุกคนหายใจแรงจากการต่อสู้
กู่เฉิงเช็ดเืมุมปาก
“สนามนี้อันตรายกว่าที่คิด”
พวกเขาเพิ่งเข้ามาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็เจอสัตว์อสูรระดับสองแล้ว
หากลึกกว่านี้ จะมีอะไรอีก
ฉินเฟิงกลับเดินไปที่ศพาาหมาป่า
เขาคุกเข่าลงแล้วใช้กระบี่ผ่าบริเวณหน้าอก
กู่เฉิงถาม
“เ้าทำอะไร”
“เก็บแก่นอสูร”
“สัตว์ระดับสองขั้นต้นมีโอกาสสร้างแก่นเพียงเล็กน้อย”
ฉินเฟิงไม่ตอบ
เขาใช้ปลายกระบี่แยกเนื้ออย่างระมัดระวัง
ไม่นานก็ดึงก้อนผลึกสีเทาเงินขนาดเท่าเมล็ดองุ่นออกมา
หลี่เทียนิหัวเราะ
“มีจริง”
ฉินเฟิงล้างเืออกแล้วมองแก่นในมือ
พลังภายในไม่มาก
แต่ใช้เป็วัตถุดิบโอสถได้
เขาหันไปหามู่ชิงหลัน
“เ้าสังหารมันเป็หลัก แก่นนี้เป็ของเ้า”
มู่ชิงหลันส่ายหน้า
“ข้าไม่ได้ฆ่าคนเดียว กู่เฉิงเองก็แทงมัน ส่วนกระบี่สุดท้ายเป็ของท่าน”
กู่เฉิงกล่าว
“ข้าไม่้า ของระดับนี้ไม่มีประโยชน์กับข้ามาก”
ฉินเฟิงจึงเก็บแก่นไว้
“เช่นนั้นข้าจะเก็บก่อน หากปรุงเป็สิ่งที่ใช้ได้ ข้าจะแบ่งให้พวกเ้า”
กู่เฉิงหัวเราะเบา
“แก่นหมาป่าระดับสองขั้นต้น เ้าจะปรุงอะไรได้”
ฉินเฟิงยังไม่ทันตอบ มู่ชิงหลันกลับกล่าว
“หากเขาบอกว่าปรุงได้ ก็คงมีวิธี”
กู่เฉิงมองหญิงสาวแล้วเงียบไป
ฉินเฟิงเองหันมองมู่ชิงหลันอีกครั้ง
นางเริ่มเชื่อเขามากเกินกว่าที่คาด
แต่เื่ยังไม่จบ
ฉินเฟิงเดินไปเก็บเขี้ยวาาหมาป่า เืหัวใจ และถุงน้ำดี
ในสายตาคนอื่น ของเหล่านี้อาจมีค่าเพียงเล็กน้อย
แต่สำหรับนักปรุงโอสถที่รู้วิธีใช้ วัตถุดิบทุกส่วนมีประโยชน์ต่างกัน
หลี่เทียนิเห็นเขาเก็บแทบทุกอย่างก็ถาม
“เ้าจะเอาถุงน้ำดีไปทำอะไร”
“ถอนพิษบางชนิด”
“เืหัวใจเล่า”
“ใช้ผสมยาหลอมกาย”
“เขี้ยว?”
“บดเป็ผงสำหรับยารักษากระดูก”
หลี่เทียนิเงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้าเริ่มรู้สึกว่าถ้าเดินกับเ้า ต่อให้เจอศพสัตว์อสูรสักตัวก็เหลือแต่ขนให้ข้าดู”
ฉินเฟิงหัวเราะเบา ๆ
“ขนก็ใช้ได้”
หลี่เทียนิพูดไม่ออก
แม้มู่ชิงหลันจะพยายามรักษาท่าที แต่ริมฝีปากก็มีรอยยิ้มจางปรากฏชั่วครู่
หลังพักหนึ่งก้านธูป กลุ่มก็เดินทางต่อ
ฉินเฟิงใช้ผงห้ามโลหิตของตนให้กู่เฉิงทาาแบริเวณหน้าอก
ตอนแรกอีกฝ่ายลังเล
แต่หลังเห็นเืหยุดอย่างรวดเร็ว สีหน้าก็เปลี่ยน
“ยานี้ของเ้า?”
“ใช่”
กู่เฉิงไม่ได้กล่าวคำชม
เพียงเก็บห่อส่วนที่เหลือไว้ในแขนเสื้อ
ท่าทีที่มีต่อฉินเฟิงกลับลดความไม่เชื่อลงเล็กน้อย
พวกเขาเดินไปอีกประมาณครึ่งลี้
หมอกเริ่มหนาขึ้น
ฉินเฟิงสังเกตว่าต้นไม้รอบด้านมีพืชหายากเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
หญ้ารวมปราณอายุสิบปี
ดอกวายุสีคราม
เห็ดโลหิตจาง
ทั้งหมดเป็ของที่ร้านโอสถในเมืองขายราคาไม่น้อย
เขาเก็บเฉพาะสิ่งที่มีประโยชน์
คนอื่นเห็นแล้วเริ่มช่วยเก็บบ้าง
ทันใดนั้น ฉินเฟิงหยุดฝีเท้า
โลหิตภายในร่างร้อนขึ้นอีกครั้ง
แรงสั่นที่เคยััหน้าหุบเขากลับมาแล้ว
คราวนี้ชัดกว่าเดิมมาก
ตุบ
ตุบ
คล้ายเสียงหัวใจขนาดมหึมาเต้นอยู่ลึกใต้พื้นดิน
ฉินเฟิงเงยหน้ามองทางทิศตะวันออก
เส้นทางที่พวกเขากำลังเดินมุ่งเหนือ
แต่เสียงเรียกมาจากตะวันออก
เขานึกถึงอักษรบนประตูทันที
ผู้ได้ยินเสียงเรียก จงตามเสียงนั้นไป
หลี่เทียนิเห็นเขาหยุดจึงถาม
“มีอะไร”
ฉินเฟิงยังไม่ตอบ
เพราะในวินาทีนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นตรงส่วนลึกของจิต
มิใช่ภาษามนุษย์
มิใช่เสียงคำพูด
แต่เป็เสียงคำรามต่ำยาวที่เหมือนเดินทางข้ามเวลานับหมื่นปีเข้ามา
โฮกกกก!
ร่างของฉินเฟิงสั่นเล็กน้อย
พลังปราณในตันเถียนเคลื่อนไหวขึ้นเอง
กระบี่สั้นด้านหลังส่งเสียงสั่น
มู่ชิงหลันหันมาทันที
“ฉินเฟิง?”
เขาสูดลมหายใจลึก
“ข้าไม่เป็ไร”
แต่ในใจกลับไม่สงบเช่นคำพูด
เสียงนั้นมีเพียงเขาได้ยินหรือไม่?
ฉินเฟิงมองคนรอบข้าง
ไม่มีผู้ใดแสดงอาการผิดปกติ
ชัดเจน
มีเพียงเขา
เขามองเส้นทางตะวันออกอีกครั้ง
ตรงนั้นเป็ป่าหมอกหนาแน่น ไม่มีร่องทางเดิน
กู่เฉิงกล่าว
“เราไม่ควรหยุดนาน ก่อนค่ำควรผ่านเขตแรกให้ได้”
ฉินเฟิงยังไม่คิดแยกกลุ่มทันที
เขายังไม่รู้ว่าสิ่งที่เรียกตนเป็อะไร
หากพุ่งตามไปโดยไม่มีข้อมูล อาจตกลงในพื้นที่อันตรายโดยไม่จำเป็
“ไปต่อก่อน”
ทุกคนจึงเดินตามเส้นทางเดิม
แต่ผ่านไปไม่ถึงร้อยก้าว กลับเกิดเสียงร้องของมนุษย์ดังมาจากด้านหน้า
“ช่วยด้วย!”
ตามด้วยเสียงะเิของพลังปราณ
ตูม!
กลุ่มของฉินเฟิงหยุดพร้อมกัน
หลี่เทียนิชักกระบี่
“มีคนต่อสู้อยู่ด้านหน้า”
กู่เฉิงกล่าว
“ไปดู”
ทุกคนเร่งฝีเท้า
เมื่อผ่านพุ่มไม้ขนาดใหญ่ ภาพด้านหน้าก็ปรากฏ
รุ่นเยาว์จากเมืองธารม่วงห้าคนกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรคล้ายวานรสามตัว
หนึ่งในนั้นาเ็หนัก นอนอยู่ข้างต้นไม้
จื่อหยางเฉินอยู่กลางสนาม
กระบี่ในมือมีเืติด
ตรงข้ามเขาเป็วานรขนแดงขนาดใหญ่สูงเกือบสองจั้ง
ระดับสองขั้นกลาง
แข็งแกร่งกว่าาาหมาป่าก่อนหน้าอย่างชัดเจน
อีกสองตัวอยู่ระดับหนึ่งขั้นสูง
แต่ปัญหามิได้มีเพียงนั้น
ด้านหลังวานรมีหน้าผาหิน
บนผาหินมีต้นไม้สีแดงเข้มขึ้นอยู่
ตรงกิ่งกลางมีผลสีทองสามผล
ฉินเฟิงเห็นเพียงครั้งเดียวก็จำได้ทันที
ผลทองหลอมกาย
วัตถุดิบชั้นดีสำหรับผู้ฝึกขั้นรับปราณถึงขั้นเปิดชีพจร
หากนำไปปรุงร่วมกับแก่นสัตว์อสูรและสมุนไพรอีกไม่กี่ชนิด สามารถสร้างโอสถเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายได้ดีกว่าโอสถหลอมชีพจรโลหิตที่เขาใช้เมื่อคืนหลายเท่า
จื่อหยางเฉินเองน่าจะรู้ว่าผลนั้นมีค่า
จึงไม่ยอมถอย
วานรขนแดงคำรามแล้วเหวี่ยงแขน
จื่อหยางเฉินใช้กระบี่รับ
ตูม!
ร่างเขาถูกกระแทกถอยไปหลายก้าว
เืไหลจากมุมปาก
มู่ชิงหลันกล่าว
“พวกเขารับไม่ไหวแล้ว”
จื่อหยางเฉินเห็นกลุ่มฉินเฟิงมาถึงก็ะโทันที
“คุณหนูมู่ ช่วยข้าสังหารวานรตัวนี้! ผลทองด้านหลังเราแบ่งกันคนละครึ่ง!”
กู่เฉิงมองผลสามลูก
“สามผลจะแบ่งครึ่งอย่างไร”
จื่อหยางเฉินไม่มีเวลาตอบ
วานรโจมตีอีกครั้ง
ฉินเฟิงกลับไม่ได้มองผลไม้อย่างเดียว
เขามองพื้นรอบต้นไม้สีแดง
มีรอยกระดูกสัตว์จำนวนมาก
และบางส่วนเป็กระดูกวานรชนิดเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้เขาระวังคือรอยเท้าขนาดใหญ่กว่าตัวตรงหน้ามาก
ฉินเฟิงกล่าวทันที
“อย่าเพิ่งเข้าไป!”
มู่ชิงหลันซึ่งกำลังก้าวออกหยุด
กู่เฉิงขมวดคิ้ว
“ทำไม”
“วานรสามตัวนี้ไม่ใช่เ้าของพื้นที่”
กู่เฉิงถาม
“เ้ารู้ได้อย่างไร”
ฉินเฟิงชี้พื้น
“ดูรอยเท้าหลังต้นไม้”
คนอื่นมองตาม
รอยเท้าขนาดเกือบสองเท่าของวานรตรงหน้าปรากฏอยู่บนดิน
หลี่เทียนิมีสีหน้าเปลี่ยน
“ยังมีตัวใหญ่กว่า?”
ฉินเฟิงพยักหน้า
“และน่าจะอยู่ไม่ไกล”
จื่อหยางเฉินได้ยินจากด้านหน้าก็มีสีหน้าไม่ดี
เขาะโ
“อย่าเชื่อมัน! ข้าตรวจพื้นที่แล้ว มีเพียงสามตัว!”
ฉินเฟิงมองกระดูกใต้ต้นผลทอง
“ถ้ามีเพียงสามตัว กระดูกวานรอีกสองชุดใต้ต้นไม้มาจากไหน”
จื่อหยางเฉินชะงัก
ในวินาทีถัดมา พื้นดินก็สั่น
ตุบ!
ทุกคนหยุด
ตุบ!
ครั้งที่สองหนักกว่า
ต้นไม้ด้านหลังหน้าผาสั่นไหว
เสียงคำรามดังจากป่าด้านหลัง
โฮกกกก!
สีหน้าของจื่อหยางเฉินเปลี่ยนทันที
เงาร่างขนาดใหญ่เดินออกจากหมอก
วานรตัวนี้สูงเกือบสามจั้ง
ขนทั้งร่างเป็สีแดงดำ
กลางหน้าอกมีลายสีทอง
พลังอสูรรุนแรงจนรุ่นเยาว์ขั้นรับปราณหลายคนหายใจติดขัด
กู่เฉิงกล่าวเสียงต่ำ
“ระดับสองขั้นสูง!”
สัตว์อสูรระดับนี้เทียบได้กับผู้ฝึกขั้นเปิดชีพจรระดับสูง
เหนือมู่ชิงหลันหลายขั้นย่อย
จื่อหยางเฉินหน้าซีด
“ถอย!”
ตอนนี้เขาไม่สนใจผลทองแล้ว
ทุกคนจากเมืองธารม่วงรีบถอนตัว
วานรั์กลับเห็นเืของลูกหลานตนบนพื้น
ดวงตาแดงทันที
มันคำรามแล้วพุ่งเข้าใส่จื่อหยางเฉิน
ความเร็วไม่เข้ากับขนาดร่างเลย
“ระวัง!”
มู่ชิงหลันะโ
จื่อหยางเฉินหันกลับ
ไม่ทันแล้ว
หมัดขนาดใหญ่พุ่งเข้าหน้าอก
เขายกกระบี่รับเต็มแรง
ตูม!
กระบี่หักออกเป็สองส่วน
จื่อหยางเฉินกระเด็นไปกระแทกต้นไม้
พรวด!
เืพุ่งออกจากปาก
หากรับอีกครั้ง เขาอาจตาย
วานรั์พุ่งตามไป
ฉินเฟิงมองสถานการณ์เพียงชั่วพริบตา
จากนั้นกล่าวทันที
“มู่ชิงหลัน แช่แข็งขาซ้ายมัน!”
หญิงสาวไม่ถามเหตุผล
พลังเหมันต์รวมในฝ่ามือ
“ฝ่ามือเหมันต์สะท้อนจันทร์!”
พลังสีฟ้าพุ่งเข้าขาซ้ายวานร
น้ำแข็งเกาะขึ้นทันที
วานรชะงักเล็กน้อย
ฉินเฟิงะโต่อ
“หลี่เทียนิ โจมตีตาขวา!”
“ได้!”
กระบี่พุ่งออก
วานรยกแขนป้องกันตา
ฉินเฟิงหันไปหากู่เฉิง
“ฟันข้อพับขาขวา!”
แม้กู่เฉิงไม่ชอบรับคำสั่ง แต่สถานการณ์ไม่มีเวลาให้ลังเล
เขาพุ่งเข้าไป
กระบี่ฟันข้อพับ
ฉึก!
เืกระเด็น
วานรั์ร้องคำราม
ขาซ้ายถูกน้ำแข็งชะลอ
ขาขวาาเ็
ร่างที่กำลังวิ่งเสียสมดุลทันที
ฉินเฟิงะโ
“ทุกคนถอยเดี๋ยวนี้!”
คนทั้งหมดถอยพร้อมกัน
แม้แต่จื่อหยางเฉินยังถูกสหายลากออกมา
วานรั์ไม่ได้ล้ม
มันทำลายน้ำแข็งจากขาซ้ายในไม่กี่ลมหายใจ
จากนั้นคำรามด้วยความโกรธ
ฉินเฟิงกลับหันหลังวิ่งทันที
ไม่คิดสู้ต่อ
“ตามข้า!”
มู่ชิงหลันตามเป็คนแรก
หลี่เทียนิตามติด
กู่เฉิงชะงักก่อนวิ่งตาม
คนเมืองธารม่วงเองไม่มีทางเลือก
ทุกคนหนีออกจากบริเวณนั้นพร้อมกัน
วานรั์ไล่มาด้านหลัง
เสียงต้นไม้หักดังต่อเนื่อง
จื่อหยางเฉินถามขณะวิ่ง
“เ้าจะพาพวกเราไปไหน!”
ฉินเฟิงไม่ตอบทันที
สายตาของเขามองพื้นและต้นไม้ด้านหน้า
ตอนเดินทางมา เขาจำตำแหน่งแอ่งโคลนแห่งหนึ่งได้
ห่างไปไม่ถึงสองร้อยก้าว
พื้นตรงนั้นอ่อน และมีเถาวัลย์จำนวนมาก
ฆ่าวานรั์ระดับสองขั้นสูงด้วยพลังคนกลุ่มนี้ยาก
แต่ไม่จำเป็ต้องฆ่าด้วยกำลังตรง ๆ
ฉินเฟิงพากลุ่มเลี้ยวขวา
แอ่งโคลนปรากฏด้านหน้า
“ทุกคนแยกซ้ายขวา อย่าเหยียบตรงกลาง!”
คนที่เชื่อคำสั่งรีบแยกออก
จื่อหยางเฉินลังเลเพียงชั่วครู่ แต่เมื่อเห็นคนอื่นทำก็ทำตาม
วานรั์ไม่รู้
มันพุ่งตรงกลาง
เท้าข้างแรกจมโคลนถึงหน้าแข้ง
อีกข้างตามลงไป
ร่างหนักมหาศาลทำให้ยิ่งดิ้นยิ่งจม
มันคำราม
พยายามดึงขา
ฉินเฟิงะโ
“โจมตีเถาวัลย์เหนือศีรษะมัน!”
หลี่เทียนิมองขึ้น
เถาวัลย์หนาหลายเส้นพันอยู่กับกิ่งไม้แห้งขนาดใหญ่
เขาฟันทันที
มู่ชิงหลันกับกู่เฉิงช่วยกัน
กิ่งไม้ใหญ่หักลง
เถาวัลย์จำนวนมากตกทับร่างวานร
แม้ไม่ทำให้าเ็หนัก แต่ทำให้การเคลื่อนไหวยากขึ้นอีก
ฉินเฟิงไม่ได้ให้คนต่อสู้
“ไป!”
ทุกคนรีบถอยออกจากพื้นที่
เสียงคำรามของวานรยังดังตามหลัง
แต่ไกลขึ้นเรื่อย ๆ
หลังวิ่งมาเกือบครึ่งลี้ กลุ่มจึงหยุดพัก
ทุกคนหายใจแรง
จื่อหยางเฉินนั่งพิงต้นไม้ หน้าอกยังเจ็บจากหมัดเมื่อครู่
เขามองฉินเฟิงอยู่นาน
ท้ายที่สุดกล่าว
“ครั้งนี้ข้าติดหนี้เ้า”
ฉินเฟิงตอบ
“ข้าไม่ได้ช่วยเ้าเพียงคนเดียว หากปล่อยวานรไล่ตาม กลุ่มข้าเองก็ลำบาก”
จื่อหยางเฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนกล่าว
“ไม่ว่าอย่างไร ถ้าเ้าไม่เตือน ข้าคงรับหมัดที่สองไปแล้ว”
ฉินเฟิงพยักหน้า
ไม่ได้ปฏิเสธต่อ
คนคิดร้ายกับเขา เขาไม่ยอมปล่อย
แต่คนที่ยังไม่ได้ลงมือเป็ศัตรู แม้พูดไม่น่าฟัง ก็ไม่จำเป็ต้องปล่อยให้ตายเพียงเพราะความไม่พอใจเล็กน้อย
มู่ชิงหลันมองาแของจื่อหยางเฉิน
“ซี่โครงน่าจะร้าว”
ฉินเฟิงเดินเข้าไปตรวจครู่หนึ่ง
จื่อหยางเฉินถามอย่างประหลาดใจ
“เ้าจะรักษาข้า?”
“ถ้าเ้าตายระหว่างทาง คนเมืองธารม่วงอาจต้องเสียเวลาหามศพ”
หลี่เทียนิหลุดหัวเราะทันที
จื่อหยางเฉินหน้าแข็ง แต่สุดท้ายก็หัวเราะตามอย่างจนใจ
ฉินเฟิงหยิบผงยารักษาาแออกมา
“กินน้ำยาฟื้นปราณของสำนักครึ่งขวดก่อน แล้วใช้ผงนี้ทาาแภายนอก ส่วนกระดูกต้องพันหน้าอกไว้ อย่าใช้วิชาที่บิดลำตัวแรงในสองชั่วยาม”
จื่อหยางเฉินทำตาม
หลังจากนั้นเขามองฉินเฟิงอีกครั้งด้วยสายตาต่างไปจากหน้าหุบเขา
“ข่าวเกี่ยวกับเ้าที่ข้าเคยได้ยิน คงเชื่อไม่ได้มากนัก”
ฉินเฟิงกล่าว
“ข่าวลือมักเดินช้ากว่าความจริง”
ในตอนนั้นเอง
เสียงเรียกในจิตของฉินเฟิงกลับดังขึ้นอีกครั้ง
โฮกกกก!
ครั้งนี้แรงกว่าทุกครั้ง
โลหิตทั่วร่างร้อนขึ้นพร้อมกัน
กระแสปราณขั้นรับปราณขั้นสี่พลันหมุนเร็วโดยไม่ต้องสั่ง
ฉินเฟิงเงยหน้าทันที
ทิศตะวันออก
ยังคงเป็ทิศเดิม
แต่คราวนี้ในหมอกไกลออกไป มีแสงสีม่วงทองวาบขึ้นเพียงชั่วขณะ
ไม่มีผู้ใดอื่นเห็น
ฉินเฟิงรู้สึกได้ชัดเจนว่า บางสิ่งกำลังเรียกเขา
และระยะห่างใกล้กว่าเดิมมาก
เขากำลังจะพิจารณาว่าควรแยกไปตรวจหรือไม่
ทันใดนั้นพื้นดินใต้เท้าก็สั่น
ครืนนน!
มิใช่จากวานรั์
การสั่นมาจากทั้งหุบเขา
หมอกเหนือพื้นเริ่มหมุน
บนท้องฟ้า แสงสีทองหลายสายรวมเข้าหากัน
แล้วเสียงคำรามมหึมาก็ดังลงมาจากส่วนลึก
โฮกกกกกก!
คราวนี้ทุกคนได้ยิน
มู่ชิงหลันเงยหน้า
หลี่เทียนิชักกระบี่โดยสัญชาตญาณ
กู่เฉิงมีสีหน้าซีด
แม้แต่จื่อหยางเฉินที่าเ็ยังลุกขึ้น
เหนือยอดไม้ไกลออกไป เงาร่างขนาดใหญ่ปรากฏบนท้องฟ้าเพียงชั่วครู่
ลำตัวยาว
มีเขาคู่
ปีกใหญ่กางออกสองด้าน
สายฟ้าสีม่วงพันรอบร่าง
ฉินเฟิงมองเงานั้น
หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นนับั้แ่กลับมาเกิดใหม่
เพราะในเวลาเดียวกับที่เงาสัตว์มหึมาปรากฏ
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในห้วงจิตของเขาอย่างชัดเจนเป็ครั้งแรก
คราวนี้ไม่ใช่เพียงเสียงคำราม
แต่เป็ถ้อยคำโบราณสองคำที่เขาเข้าใจ
“มา…หา…ข้า…”
ฉินเฟิงยืนนิ่งอยู่กลางป่าหมอก
สายตาจับไปยังแสงสีม่วงทองทางตะวันออก
บางสิ่งที่หลับใหลอยู่ในสนามทดสอบแห่งนี้รู้ถึงการมาของเขาแล้ว
และจากน้ำเสียงนั้น
มันมิได้เพิ่งพบเขาเป็ครั้งแรก
ราวกับว่าได้รอเขามาเนิ่นนานยิ่งกว่าชีวิตนี้เสียอีก