บทที่69 มาเรียน
วันเปิดเรียน
เทวาอยู่ในห้องเรียนและกำลังพูดคุยกับปกป้องที่ไม่เจอกันมา15วัน
“นี่นายใช้ลมปราณได้หรือยัง?”เทวาเอ่ยถาม
“นายไม่รู้เหรอว่านักเรียนโรงเรียนทหารยังไม่ได้รับยาปลดล็อคยีนอ่ะ”ปกป้องถามเทวาบ้าง
“อ้าวเหรอฉันไม่ได้อยู่ที่เมืองในช่วงวันหยุดและฉันก็ไม่ได้สนใจข่าวเท่าไหร่ว่าแต่ทำไมถึงยังรับยาปลดล็อคยีนไม่ได้ล่ะ?”
“เพราะว่าโรงเรียนทหารจะทำการต่อสู้เพื่อรับยาปลดล็อคยีนระดับ2ยังไงล่ะ”
“ยาปลดล็อคยีนระดับ2?”
“เหลือเชื่อแม้แต่เรื่องนี้นายก็ไม่รู้เมื่อไม่สามวันก่อนรัฐบาลกลางประกาศเกี่ยวกับตัวยาปลดล็อคยีนระดับ2และระดับ3ออกมามนัสร้างความตื่นเต้นมากเลยล่ะเพราะว่ายาปลดล็อคยีนระดับ2จะเพิ่มโอกาสในการทะลวงจุดชีพจรต้นกำเนิดมากกว่ายาตัวแรกถึง20% และระดับ3ก็จะมากกว่ายาตัวแรกอีก40%และยาระดับ2กับระดับ3ยังเพิ่มความบริสุทธิ์ให้กับลมปราณได้มากกว่ายาแรกอีกด้วย...”
“ดังนั้นโรงเรียนทหารที่เป็นโรงเรียนรัฐฯจึงได้อานิสงค์ได้รับยาระดับ2มาพอสมควรนี่เองจึงเป็นเหตุให้โรงเรียนประกาศออกมาว่านักเรียนยังไม่ต้องใช้ยาปลดล็อคยีนตัวแรก”
“อย่างนี้นี่เองแล้วจะแข่งกันตอนไหนอ่ะ ยามีจำนวนมากหรือเปล่า?”
“จากที่ฉันรู้มาโรงเรียนจะมอบยาระดับ2ให้กับผู้ชนะ3อันดับแรกของทุกชั้นปีล่ะนะยกเว้นปี4ที่จะมีด้วยกัน10อันดับ และวันแข่งก็จะเป็นภายในอาทิตย์นี้แหละแต่ฉันรู้ข้อมูลลับมานะว่าพวกโรงเรียนทหารที่1ได้รับยามากกว่าโรงเรียนเราถึง3เท่าซึ่งเรื่องนี้มันบ่งบอกถึงความลำเอียงของพวกรัฐบาลได้ดีจริงๆ”
“อ่อทำไมพวกปี4ถึงได้ยาเยอะแบบนั้นล่ะ?”
“ก็อีกสองเดือนจะถึงวันแข่งขันประชันระหว่างโรงเรียนทหารที่1และโรงเรียนทหารที่2ใช่ไหมล่ะดังนั้นพวกปี4ที่ถือว่าเป็นทัพหน้าของโรงเรียนจึงได้รับสิ่งที่พิเศษกว่าพวกเราปี1รวมถึงปี2กับปี3ด้วย”
“เข้าใจล่ะ”เทวาพยักหน้า
“ปีหนึ่งก็คงไม่พ้นนายที่จะได้อันดับ1”ปกป้องกล่าว
“ฮ่าๆนั่นมันแน่นอนอยู่แล้วเฟ้ย ใครบอกให้ฉันมันโคตรเมพขนาดนี้นี่ฮี่ๆๆๆ”เทวายืดอกหัวเราะหลงตัวเอง
ปกป้องส่ายหน้าเล็กน้อยกับท่าทางของเทวาแต่เขาชินแล้วกับการหลงตัวเองแบบนี้
“ฉันได้รับเทคนิคฝึกลมปราณจากอาจารย์ผู้ลึกลับผู้เป็นปรมาจารย์ด้านวรยุทธ์มานายสนใจจะเรียนวิชานี้ไหมบอกได้เลยนะว่าวิชานี้มันแข็งแกร่งมากและมันดีกว่าเทคนิคการฝึกของรัฐบาลเป็นร้อยๆเท่า”เทวาทำหน้าจริงจังกล่าวกับปกป้อง
“เทคนิค?ฝึกปราณน่ะเหรอ?”
“ใช่นายสนใจไหม?”
“มันมีที่ดีกว่าของรัฐบาลด้วยเหรอ?”
“นี่นายคงไม่โง่จนเชื่อว่ารัฐบาลบอกทุกสิ่งอย่างใช่ไหม?พวกเขาย่อมต้องรู้ว่ามีเทคนิคฝึกฝนที่ดีกว่าที่เผยแพร่ออกมาอยู่แล้วแต่ก็น่าจะมอบให้กับเฉพาะคนระดับสูงเท่านั้นไม่ได้มาเผื่อแผ่ถึงประชาชนคนธรรมดาหรอกมนุษย์มันก็เห็นแก่ตัวแบบนี้แหละไม่ว่าจะเป็นคนดีแค่ไหนก็ตาม...อย่างฉันเนี่ยบอกเลยโคตรเห็นแก่ตัวทั้งๆที่ได้รับเทคนิคระดับสูงขนาดนี้มาฉันก็ไม่คิดจะบอกกับคนอื่นปาวๆหรอกหากฉันเป็นคนดีขนาดนั้นฉันจะไม่ลังเลเลยที่จะเผยแพร่เพื่อให้มนุษยชาติแข็งแกร่งขึ้น”เทวากล่าว
เขาจ้องมองปกป้องแล้วกล่าวต่อไปว่า
“เพราะนายเป็นเพื่อนที่ฉันสนิทที่สุดหรอกฉันจึงบอกนายว่าไงนายสนใจไหมล่ะ?”
“...”
ปกป้องเงียบเขาค่อนข้างรู้สึกดีที่เทวากล่าวว่าเขาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด สำหรับปกป้องแล้วเขาก็ไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะว่าเขาเป็นคนน่าเบื่อและชอบอยู่คนเดียวจะมีก็แต่เทวานี่แหละที่เป็นเพื่อนคุยกับเขาแบบจริงจังดังนั้นเขาจึงเห็นเทวาเป็นเพื่อนสนิทเช่นเดียวกับที่เทวาเห็นเขาเป็นเพื่อนสนิท
เขากล่าวในที่สุดว่า
“ตกลงก็ได้ ว่าแต่มันคืออะไรล่ะ?”
“ต้องอย่างนี้สิพวกฮ่าๆ วิชานี้เรียกว่าลมปราณภูติอุดรแค่ชื่อวิชาก็โคตรเทพแล้วตัววิชายิ่งเทพกว่าอีกฉันได้รับมาจากอาจารย์ผู้ลี้ลับนามว่าต้อนอี้...เอ่อเอาเป็นว่าหลังจากที่นายได้รับยาปลดล็อคยีนอะไรนั่นเราก็จะเริ่มเรียนกันทันที”
“ได้สิ”
“อ้อไหนๆก็ไหนๆล่ะก็ตั้งสำนักขึ้นมาเลยดีกว่า”เทวาหมายมาด
“สำนัก?”
“ใช่แล้วจอมยุทธ์ที่ดีต้องมีสำนัก อืม...ว่าแต่จะชื่ออะไรดีล่ะสำนักแมนยู?...ไม่ดีช่วงนี้แพ้บ่อย สำนักลิเวอร์พูลล่ะ...ไม่ได้อีกอืม...สำนักคสช.(ย่อมาจากความสุขของชั้น)ดีไหมนะ”เทวาครุ่นคิดกับตนเอง
ปกป้องทีได้ฟังก็รู้สึกว่าแต่ละชื่อแปลกๆทั้งนั้น
“สำนักจอมเทพเทวาสำนักเทพบุตรเทวา สำนักยอดนักสืบจิ๋วเทวา ไม่ใช่ล่ะ อ้าจะชื่ออะไรดีเนี่ย”เทวาเริ่มเครียด
ปกป้องที่ได้ฟังแล้วเครียดกว่าอีก
“สำนักเทพอสูรดีไหม?”ปกป้องกล่าวในที่สุด
“สำนักเทพอสูร?”
“ใช่แล้วมันเหมาะกับนายดี นายเก่งจนเรียกว่าเทพและยังเป็นคนเลวจึงได้ชื่อว่าเป็นอสูรเป็นไงเหมาะไหม?”ปกป้องกล่าว
“ชื่อธรรมดาสุดๆแต่ก็เท่ดีฮี่ๆ ต่อจากนี้ไปพวกเราคือคนของสำนักเทพอสูร ฉันจะเป็นเจ้าสำนักฉันจะหาผู้ช่วยสาวสวยที่จะต้องแต่งชุดพยาบาลบ้างหรือชุดกระต่ายขนฟู ลูกศิษย์สำนักก็ต้องเป็นผู้หญิงหน้าตาดีมันจะเสริมบารมีให้กับสำนักส่วนนายก็ภารโรงดีไหม?”
“...”
เทวาเริ่มบ้าบอจนปกป้องได้แต่กุมขมับ
หลังจากนั้นเทวาก็เริ่มเรียนตามปกติชีวิตของเขาไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยในช่วงนี้การแข่งขันเพื่อยาระดับ2ก็ผ่านไปโดยไม่ต้องคิดมากเลยว่าเทวาคืออันดับหนึ่งไม่มีใครสู้เขาได้สักคนเดียว ที่สองคือปกป้องพลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งปีมานี้เขายังมีโอกาสต่อสู้กับนักเรียนเพื่อชิงคะแนนอยู่สองสามครั้งเลยด้วยซ้ำ
อันดับสามก็ไม่ใช่ใครที่ไหนมันคือซายูรินั่นเองขวัญใจของเทวาที่นับวันมีแต่จะสวยขึ้นตามวัยที่กำลังเจริญเติบโตเธอได้อันดับสามเพราะว่าสู้เทวาไม่ได้และเอาชนะปกป้องไม่ได้นี่เป็นเรื่องน่าแปลกมากเพราะว่าซายูรินั้นขยันฝึกฝนฝีมืออย่างมากและยังพัฒนาขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาแต่เธอก็ยังเอาชนะปกป้องไม่ได้
ฝีมือของทั้งสองนั้นสูสีกันอย่างมากแต่ปกป้องนั้นมีพลังที่สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายกว่าของซายูริที่เป็นวิชาดาบที่ทื่อตรงอาศัยแค่ความไวเท่านั้น
จุดอ่อนที่สำคัญของซายูริที่ยังแก้ไม่ได้คือระยะเวลาในการต่อสู้ของเธอนั้นสั้นมาก
เธอเหนื่อยง่ายมากเกินไปแม้ว่าจะขยันฝึกซ้อมเพิ่มขีดจำกัดของร่างกายแล้วก็ตาม
บางทีการเพิ่มเข้ามาของลมปราณอาจจะทำให้เธอเปลี่ยนไปอย่างมากก็เป็นได้เพราะว่าลมปราณนั้นมีประโยชน์สูงสุดก็คือเพิ่มศักยภาพร่างกายเมื่อปัญหาเรื่องความเหนื่อยล้าของซายูริหมดไปเธอจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทันทีและเทวาคิดว่าแม้แต่ปกป้องก็คงต้องแพ้เธอ
เทวาเองก็กำลังคิดจะถ่ายทอดพลังลมปราณภูติอุดรให้กับซายูริเช่นกันแต่มันก็ต้องแล้วแต่โอกาส
กาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปพริบตาเดียวผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนแล้ว
ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเทวาได้ถ่ายทอดพลังของลมปราณภูติอุดรให้กับปกป้องเขายังถ่ายทอดพลังภายในให้กับปกป้องเพื่อนที่ดีของเขาโดยไม่คิดจะหวงเลยโดยปกติแล้วพลังภายในจะดีกว่าพลังลมปราณมากกว่าสองเท่าดังนั้นมันจึงสามารถเห็นผลได้ในเวลาไม่นานเมื่อปกป้องได้เรียนรู้มัน
หลังจากการถ่ายทอดพลังภายในแล้วนั้นปกป้องก็จะมีทักษะพลังภายในเพิ่มเข้ามาพลังภายในของเขานั้นเป็นระดับEเท่านั้นเขาต้องฝึกฝนเพื่อเพิ่มระดับของพลังภายในเทคนิคการโคจรลมปราณภูติอุดรนั้นก็แข็งแกร่งมากเพียงแค่เดือนเพียงพลังภายในของปกป้องก็เลื่อนมาเป็นเกรดDได้สำเร็จ
เขายังสามารถทะลวงจุดชีพจรจุดที่สองโดยไม่ต้องเพิ่งยาได้อีกด้วย
ด้วยพลังภายในและเทคนิคโคจรลมปราณภูติอุดรทำให้พลังของปกป้องในด้านกำลังภายในนั้นอยู่เหนือกว่าคนทั่วไปรวมถึงนักเรียนคนอื่นๆอยู่มากกว่าสามเท่า
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพลังภายในของปกป้องยังน้อยกว่าพลังภายในของเทวาอยู่หลายสิบเท่านั่นเพราะว่าตอนนี้เทวาสามารถทะลวงจุดชีพจรได้ถึง5จุด(ใช้สารปลดล็อคยีนไปอีก1ขวด)
เรื่องที่น่าตกใจก็คือคาเรนที่ได้รับการถ่ายทอดพลังภายในของเทวานั้นเธอเรียนรู้ได้เร็วอย่างมากด้วยการเข้าถึงแก่นแท้แห่งร่างกายทำให้เธอเรียนรู้พลังเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่หนึ่งเดือนเธอก็สามารถทะลวงจุดชีพจรไปแล้วถึง35จุดพลังของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมากจากตอนที่เธอเพิ่งจะบรรลุระดับSR
เทวาทำตัวแบบแต่ก่อนคือช่วงวันอาทิตย์เขาจะไปทำอาหารให้กับเด็กกำพร้าและขายอาหารอีกด้วยฉายามือพระเจ้าของเขานั้นเรียกว่าโด่งดังไปทั่วเขต12แล้วในวันอาทิตย์จะมีผู้มารอเขาขายอาหารจำนวนมากทั้งจากเมืองเดียวกันและต่างเมือง
เทวาจึงใช้วิธีจับสลากจำนวน100อันเพราะเขาจะทำแค่100จานเท่านั้น
ไม่ว่าผู้มีฐานะดีหรือยากจนก็สามารถจับสลากได้ทั้งหมดและมันก็แล้วแต่ดวงของแต่ละคนว่าจะมากน้อยแค่ไหนใครจะได้หรือไม่ได้ก็อยู่ที่ตัวของพวกเขาเองแต่ก็มีข้อแม้ว่าผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง100คนนั้นจะต้องบริจาคให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ตามกำลังทรัพย์ของตนเองโดยที่เทวานั้นไม่ได้บังคับ
การคงอยู่ของเทวานั้นทำให้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าพลิกเปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าได้รับซ่อมบำรุงและยังขยายขนาดเพื่อรองรับเด็กกำพร้าอีกด้วยมาเธอร์ดีใจอย่างมากที่เด็กๆเหล่านี้จะมีความสุขกับบ้านหลังใหม่และสถานที่ที่ดีขึ้นแบบนี้
และจากการกระทำของเทวานั้นทำให้มีผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจหลายๆคนให้ความสำคัญกับเหล่าเด็กกำพร้ามากขึ้นจนเหล่าเด็กกำพร้าจากเมืองB5ได้รับความสนใจและดูแลเพิ่มขึ้นและมันยังขยายออกไปยังเมืองข้างๆจนเกือบจะครอบคลุมทั้งเขต12เลยทีเดียว
การขายอาหารที่ให้เสี่ยงโชคของเทวานั้นทำให้วันอาทิตย์ของทุกสัปดาห์วุ่นวายไม่น้อยเพราะว่ามันจะมีการประมูลตั๋วรางวัลอาหารของเทวาด้วยเช่นกันโดยที่การประมูลตั๋วรางวัลของเทวาเคยสูงถึง10ล้านเหรียญมาเลยก็มีเรียกว่าคนที่ขายตั๋วใบนั้นได้รวยไปเลย
เทวาไม่ได้ว่าอะไรแต่ก็ยื่นเงื่อนไขว่า5%ของการประมูลต้องบริจาคให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าคนที่ขายตั๋วรางวัลก็ไม่ได้คิดมากเลยแค่5%เท่านั้นไม่ถือว่ามากอะไร
เทวาไม่ได้คิดจะขัดขวางการหากินแบบนี้เพราะเขาคิดว่ามันคือโชคของคนๆหนึ่ง
โชคดีนั้นเป็นของใครของมันอยู่แล้ว
ด้านโรงเรียนนั้นเทวาก็ดำเนินชีวิตตามปกติเขายังขายอาหารทุกวันที่โรงเรียนโดยแลกกับแต้มโรงเรียนอาหารที่เขาทำขายที่โรงเรียนนั้นเป็นอย่างง่ายๆอย่างข้าวไข่เจียว(แต่อาหารที่ประมูลในวันอาทิตย์นั้นจะเป็นอาหารที่ทำแบบประณีตและใส่ศิลปะเข้าไปอย่างเต็มที่)
นี่ทำให้แต้มโรงเรียนของเทวามีจำนวนมหาศาล
ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเทวารวยทั้งเงินจริงๆ(ได้มาจากการขายน้ำยาขายอาหารเขาขายราคาปกติซึ่งมันราคาถูก)และเงินของโรงเรียน
ในวันหนึ่งนั้นเทวาที่เดินเข้าชมรมฟุตบอลกับปกป้อง(ปกป้องถูกเทวาลากเข้าชมรม)ก็ถูกเอ็ดเวิร์ดเรียกประชุม
เอ็ดเวิร์ดกล่าวว่าจะมีการแข่งขันฟุตบอลในสัปดาห์หน้าดังนั้นพวกเขาจะต้องซ้อมแข่งกันอย่างจริงจัง
“รุ่นพี่พวกเราไม่ต้องเครียดแบบนั้นหรอก เรามีผู้รักษาประตูที่สุดยอดอย่างปกป้องรุ่นพี่ที่เป็นกองหน้ากับฉันที่เป็นกองกลางที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วดังนั้นเราต้องได้อันดับหนึ่งแน่นอน”เทวากล่าวอย่างสบายอารมณ์
“ไม่ประมาทจะดีกว่านะถึงยังไงการซ้อมก็ต้องทำให้ดีที่สุด”
“อย่างนั้นก็ได้ความจริงถ้าทีมของเรามีสึบาสะมิซากิกับเฮียวงะเราก็จะสามารถผ่านได้ทุกสถานการณ์อยู่แล้ว ถ้าจะเอาแบบขั้นสุดก็ต้องมีโรนันโด้แบคแฮ่ม เนยร์มาร์ เมสซี่ ฯลฯ”เทวาร่ายยาวไร้สาระ
“เพื่อนของนายเพ้ออะไรอยู่เหรอ?”เอ็ดเวิร์ดเอ่ยถามปกป้อง
“มันก็บ้าแบบนี้ประจำแหละ”ปกป้องถอนหายใจ
............................