หลินเสี่ยวฟานแสร้งทำเป็หัวเราะเยาะหยันเพื่อกลบเกลื่อนความถังแตกในกระเป๋า เขาจ้องหน้านายน้อยกู้ที่กำลังยืนยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ “กู้เทียนเหว่ย แกมันก็แค่คุณชายสำรวยใจปลาซิว ดีแต่เอาเงินฟาดหัวคนอื่น แกสบประมาทว่าเสบียง์ของข้าขายไม่ออกงั้นรึ? แกบอกว่าขนมของข้ามันเฮงซวยงั้นรึ?”
“ก็ใช่น่ะสิ! สองวันที่ผ่านมาแกทำแต่เื่บรรลัย ถ้าขนมแกอร่อยจริง ปลักควายท้ายเมืองก็คงกลายเป็สระมรกตแล้ว!” นายน้อยกู้โต้กลับพร้อมเสียงหัวเราะรับลูกของสมุน
“ดี!” เสี่ยวฟานทุบโต๊ะรถเข็นดัง ปัง! “งั้นเรามาเดิมพันครั้งใหญ่กันต่อหน้าชาวเมืองชิงสุ่ยทั้งหมดที่นี่เลยไหมล่ะเ้าน้อยกู้! ข้าขอเวลาอีกเพียงคืนเดียว วันพรุ่งนี้ข้าจะงัดเมนูเด็ดขั้นสุดยอดที่ไม่มีใครในใต้หล้าเคยลิ้มลองมาก่อนมาตั้งแผงขายที่นี่!”
“หากวันพรุ่งนี้ ขนมสูตรใหม่ของข้าไม่อร่อยจริงจนแกต้องยอมสยบ หรือถ้าข้าขายไม่ได้เงินถล่มทลาย... ข้า หลินเสี่ยวฟาน ยอมก้มกราบเท้าแกสามทีกลางตลาดแห่งนี้ และจะยอมลากรถเข็นหนีไปจากเมืองชิงสุ่ยชั่วนิรันดร์!”
คำท้าอันอาจหาญและบ้าดีเดือดของเสี่ยวฟานทำเอาชาวบ้านรอบ ๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ซุบซิบกันเซ็งแซ่ แม้แต่ลุงหวังที่มาทวงหนี้ยังชะงักไป
นายน้อยกู้หรี่ตาลง พัดขนนกในมือหยุดโบกสะบัด มันเหยียดยิ้มอย่างมั่นใจว่าเสี่ยวฟานไม่มีทางรอด “แล้วถ้าแกทำได้ล่ะ?”
“ถ้าข้าทำได้จริง ขนมของข้าอร่อยจนแกต้องยอมสยบเท้า... แกต้องจ่ายเงินเดิมพันให้ข้า 50 ตำลึงเงิน! และแกต้องเป็คนแบกป้ายประจานตัวเองเดินรอบตลาดสามรอบ!” เสี่ยวฟานเสนอเงื่อนไขสุดโต่ง
(ความจริงในใจเสี่ยวฟาน: ถ้าชนะ ข้าจะเอาเงิน 50 ตำลึงนี้ไปจ่ายหนี้ลุงหวังและคืนคลังท่านแม่ รวยเละเทะรักษาหน้าได้หล่อ ๆ!)
“ตกลง! ข้ารับคำท้า!” นายน้อยกู้ะโลั่นอย่างสะใจ “ลุงหวัง! หนี้ 50 อีแปะของเ้า ข้ากู้เทียนเหว่ยขอรับประกันไว้เอง พรุ่งนี้ถ้าร้านมันเจ๊ง เ้ามารับเงินที่ข้า และมาดูข้าเหยียบหัวเ้าแสบเสี่ยวฟานพร้อมกัน!”
ลุงหวังได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแก้มปริยอมล่าถอยไปพร้อมท่านป้า นายน้อยกู้หันมายักคิ้วเยาะหยันเสี่ยวฟานเป็ครั้งสุดท้าย “แกเตรียมล้างหัวเข่ารอคุกเข่ากราบเท้าข้าได้เลย เ้าเสี่ยวฟาน! พรุ่งนี้แกจบเห่แน่!” ขบวนของนายน้อยกู้เดินจากไป ทิ้งให้เสี่ยวฟานยืนโดดเดี่ยวท่ามกลางสายตาเวทนาของชาวบ้านที่คิดว่าปิดเทอมนี้เขาคงไม่มีที่ซุกหัวนอนเป็แน่