ซ่าาา!
ั์ตาสีน้ำตาลอ่อน ปรือขึ้นด้วยความอ่อนล้า เสียงซู่ซ่าในห้องน้ำ ดึงดูดสายตาพร่ามัวให้หันโฟกัสไปที่หน้าประตู เมื่อเห็นว่าประตูบานนั้นเปิดอยู่ จึงชันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน ประคับประคองสองขาสั่นระริก ไปที่ห้องน้ำ
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาสายตาที่เคยเลือนลาง สว่างโรจ เืสีข้นไหลลงจากร่างกายกำยำ ไร้เนื้อผ้าปิดบังกายแกร่ง บริเวณหลังแขนข้างซ้าย มีรอยแผลกีดเหวอะหวะเป็ทางยาวทำให้เืไหลจากแผลนั้นไม่หยุด
ถึงสังขารจะไม่อำนวย แต่ผมก็ยังเดินเข้าไปดูแผลที่แขนให้เขา ชายฆาตกรกดสายตาจ้องมอง ก่อนจะดันไหล่บางแนบชิดกับกำแพงห้องน้ำ แล้วจ้องเขม็งราวกับว่าจะกลืนกินหัวผมให้ได้ ผมรีบหลบสายตาไม่กล้ามองหน้าตอบ เพราะกลัวว่าจะไปทวีคูณความโกรธจนทำให้ฉุนขาด
“ผะ ผมแค่จะดูแผลให้”
“ไม่จำเป็” เสียงขบกรามปูดนูน ผสมผสานเสียงลอดผ่านไรฟัน ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านจะยกขึ้นมาบีบพวงแก้มนุ่มนิ่ม บีบแรงเสียจนเด็กหนุ่มส่งเสียงร้องออกมา
“อื้อ!”
ผมน้ำตาคลอเบ้า เมื่อรู้สึกเจ็บสันกรามที่เขากำลังจะบดขยี้มันด้วยน้ำมือของตนเอง ดวงตาวาบไหวช้อนขึ้นมองคนตัวสูง จนเขาเห็นหยดน้ำตาไหลลื่นถึงคลายแรงลง
“ออกไปซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
ผมรับฟังคำขู่นั้นอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง สองขาสั่นเทิ้มรีบเดินออกไปจากห้องน้ำ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง พร้อมกับนั่งชันเข่ากอดขาดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังร่างเปลือย
โครก คราก!
ขณะที่กำลังนั่งเก็บแขนเก็บขา เสียงกระเพาะอาหารเริ่มประท้วงหนักขึ้น เนื่องจากไม่มีอาหารตกถึงท้องมาั้แ่เมื่อวาน มิหนำซ้ำยังใช้พลังงานไปเยอะมาก ถึงจะเป็ฝ่ายรับ แต่ไม่ง่ายเลย ที่จะรองรับอารมณ์สัตว์ป่าอย่างเขา เวลามีเพศสัมพันธ์ ผู้ชายคนนี้ดุดัน และน่ากลัวมาก แรงกระแทกแต่ละที ทำเอาประตูหลังแสบสันไปหมด
แล้วที่ขาทั้งสองข้างยังสั่นไม่เลิก ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะโดนทรมานจากความซาดิสม์ ที่รุนแรง และต่อเนื่องเป็เวลานานจนตัวผมเองหมดสติแทบทุกครั้ง ที่ทำกับเขา
แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธซะทีเดียว เพราะบางครั้งความรุนแรงมันทำให้ผมเสียวซ่านจนแทบบ้า เป็ความรู้สึกที่ผมไม่เคยได้ัั มันเหมือนสารเสพติด ที่มีโทษร้ายแรง แต่ผมก็ยัง้าจึงไม่สามารถปฏิเสธมันได้
ผมแอบคิดเหมือนกันนะ ว่าผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
บางทีเื่แย่ๆ ที่ผ่านมาอาจจะทำให้ผมเป็บ้า…
พรึบ!
ระหว่างที่กำลังนั่งขบเม้มริมฝีปากจนห้อเื เสื้อกันหนาวตัวโคร่งสีดำก็ถูกโยนมาคุมหัว ก่อนจะมีถุงขนมขบเคี้ยว กับถุงอาหารแช่แข็งที่ยังอุ่นๆ วางไว้บนเตียงข้างกาย พอผมเห็นก็รีบคลายตัวออกจากผ้าห่ม แล้วสวมใส่เสื้อ ก่อนจะหยิบถุงใส่อาหาร ลงมานั่งแกะบนพื้นข้างเตียง
“กินบนเตียงก็ได้”
“ไม่เอาครับ เดี๋ยวของคุณเตียงเลอะ”
ผมตอบกลับพร้อมกับแกะข้าวกล่องกิน
“เลอะอย่างอื่นก็เลอะมาแล้ว นายจะกลัวอะไร”
ประโยคนั้นทำให้ผมชะงัก ใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงซ่าน
“กินเสร็จแล้วมาทำแผลให้ด้วย”
“คะ ครับ?”
ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากคนที่เพิ่งไล่ออกจากห้องน้ำ เขาดูเหมือนไม่อยากให้ผมแตะต้องตัวเขา แต่อีกด้านก็แตะต้องตัวผมไม่หยุด แถมยังมาขอให้ทำแผลให้อีก
“ไม่ได้หรือไง?” เค้นเสียงกดต่ำ น่ากลัว
“ดะ ได้ครับ ผมจะรีบกินให้เสร็จเลยครับ”
พูดจบ ผมก็รีบตักข้าวผัดปูอุ่นๆ เข้าปาก ไม่คิดว่าข้าวกล่องจะอร่อยขนาดนี้ เพราะตอนอยู่ที่บ้าน พ่อแม่ไม่อนุญาตให้กินอาหารสำเร็จรูป เพราะมันไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทว่าตอนนี้ผมกลับคิดว่ามื้อนี้ เป็มื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิต ไหนจะขนมขบเคี้ยวที่เขาซื้อมาให้ พร้อมกับนมช็อกโกแลตนี่อีก ถึงผมจะโตแล้ว แต่ผมก็ชอบกินของแบบนี้ โดยเฉพาะไอศกรีมรสช็อกโกแลต ถ้ามี ผมจะดีใจมากๆ
“เอาไป”
ดวงตาสุกสกาวช้อนขึ้นมองห่อสีน้ำตาลเข้ม เมื่อเห็นว่าเป็ไอศกรีมรสช็อกโกแลต ก็รีบวางข้าวกล่องทันที
“กินข้าวให้หมดก่อน ค่อยกินเ้านี่”
เขาดึงห่อกลับ พร้อมออกคำสั่งให้ผมกินข้าวก่อน
“ครับ ขอบคุณนะครับ”
ผมคลี่ยิ้มกว้างเป็ครั้งแรก หลังจากผ่านเื่ราวเลวร้ายมา ไม่คิดว่าเขาจะรู้ว่าผมชอบไอศกรีมรสนี้ มันทำให้ผมใจเต้นแรง ดีใจอย่างบอกไม่ถูก ถ้าไม่ติดว่าเขาเป็ฆาตกรโรคจิตที่เพิ่งฆ่าคน ผมคงะโกอดเขาไปแล้ว
“ขอครับ”
ใช้เวลาไม่ถึงสามนาที ผมก็รีบเดินไปขอไอศกรีมกับชายฆาตกรที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สีทึบ ด้านหน้ามีอุปกรณ์ทำแผล รวมถึงเข็มเย็บแผลหลังแขน ที่เป็รอยมีดฟันไม่ใช่รอยกีด ตอนแรกมองไม่ค่อยชัด แต่ตอนนี้ชัดแจ่มแจ้ง
“เอาไป”
เขาส่งไอศกรีมให้ ผมก็รีบรับมาแกะกินก่อนจะนั่งลงตรงหน้าชายหนุ่ม ที่สวมกางเกงยีนส์สีเข้มเพียงตัวเดียว
“นั่งที่พื้น แล้วมันจะเย็บแผลได้ไหม?”
“คะ คุณจะให้ผมเย็บแผลให้คุณเหรอครับ?”
ลิ้นเรียวหยุดชะงักการโลมเลียไอศกรีมแสนอร่อย
“ถ้านายไม่เย็บ แล้วใครจะเป็คนเย็บให้ฉัน?”
“คะ คือว่าผมไม่เคยทำทำเื่แบบนี้มาก่อน”
“นายเคยชินกับเข็ม แค่เย็บแผลไม่น่าจะยาก”
ผมเอียงคอสงสัย เขารู้ได้ยังไงว่าผมเคยชินกับเข็ม ถึงจะเป็เข็มเครื่องสัก ที่ผมหัดฝึกแกะลาย แต่ผมก็ไม่เคยบอกใครว่าผมชื่นชอบงานแนวนี้ มีแค่ไอ้มอสที่เป็คนเอาเครื่องสักมาขายต่อผม แล้วให้ผมเรียนด้านนี้ด้วยตัวเอง เพราะพ่อแม่ไม่สนับสนุน พวกเขาอยากให้ผมเรียนจบไปเป็หมอ หรือไม่ก็นักธุรกิจเหมือนพ่อ ไม่ใช่ช่างสักธรรมดา
ถึงผมจะนุ่มนิ่มเหมือนผู้หญิง แต่ผมก็ชอบงานศิลปะมากนะ โดยเฉพาะลายสักบนตัวคนตรงหน้า ผมคิดว่ามันเท่มากเลย แผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยลายสัก บริเวณหน้าอกก็มีลายสัก เหลือตรงแขนที่ยังว่างน่าลงลาย
เสียดาย หลังแขนมาถูกมีดฟันเสียก่อน…
“ไอศกรีมละลายหมดแล้ว” ข้อสงสัยถูกทำลาย ด้วยคำว่าไอศกรีมละลายหมดแล้ว ผมรีบก้มหน้าก้มตาตวัดเรียวลิ้นโลมเลียในส่วนที่ละลาย ก่อนจะใช้โพรงปากรูดแท่งเนื้อครีมรสช็อกโกแลตอย่างนุ่มนวล ต่อหน้าชายฆาตกร ที่นั่งมองผมกินไอศกรีม ด้วยสายตาซ่อนความคิด
“กินเสร็จแล้วครับ”
ผมโชว์ไม้เปล่าให้เขาดู พลางส่งยิ้มหวานอย่างลืมตัว ทันทีที่เขาเห็นรอยยิ้ม ขายาวเหยียดก็ตวัดหลังคอ ให้ผมโน้มตัวลงไปจ่อใบหน้าบริเวณเป้าตุง ก่อนที่เขาจะกดหัวผมให้นอนซบบนเนินปูดนูน ที่ส่งกลิ่นกายสมชายชาตรี
“นายอยากเลียไอศกรีมของฉันไหม?”
ผมกลืนน้ำลายดังเอือก ทั้งที่รู้สึกหนืดคอไปหมด
“ผมอยากทำแผลให้คุณครับ เืคุณยังไหลอยู่เลย” ผมเบี่ยงบ่ายที่จะทำสิ่งนั้น ถ้าให้เย็บแผลน่าจะดีกว่า เพราะถ้ายอมเลียให้ เขาต้องไม่หยุดอยู่แค่นั้นแน่ ผมมั่นใจ
“หึ…”
อีกฝ่ายเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะใช้เท้ายันไหล่บางให้ผมถอยห่าง เพื่อที่จะได้ทรงตัวลุกขึ้น
“ต้องทำอะไรบ้างครับ ผมไม่เคยเย็บแผลให้ใคร”
“ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันเย็บเอง” อะ อ้าว เป็งั้นไป
“ไปกินขนมให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ห่อเดียว”
ผมยังยืนนิ่ง มองแผลที่อยู่ในมุมอับเย็บเองคงยาก
“เดี๋ยวผมทำให้ดีกว่าครับ”
พูดจบผมก็เดินไปลากเก้าอี้อีกตัวมานั่ง ก่อนจะหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์อย่างถือวิสาสะ พออีกฝ่ายเห็นว่าผมขัดคำสั่ง เขาก็จับข้อแขน แล้วออกแรงบีบให้ผมวางมือ
“อะ โอ๊ย!”
“บอกว่าไม่ต้อง นายหูหนวกหรือไงฮะ?”
“ผะ ผมแค่อยากจะช่วย อะ โอ๊ย แขนผม!”
“หุบปาก!”
เขาตะคอกเสียงใส่ ทำเอาผมคอหด กลับเข้ากระดองเป็เต่า ดวงตาวูบไหวไม่กล้ามองหน้าจึงก้มหัวไว้
“ถ้านายไม่ทำตามที่ฉันบอก ฉันจะทำให้นายสลบอีกครั้ง และคราวนี้ ฉันจะกระแทกเอาให้รูของฉีกขาดเลย”
เด็กหนุ่มคิดภาพตาม แล้วรีบขอโทษทันที
“ผะ ผมขอโทษครับ ผมจะไม่ขัดคำสั่งอีกแล้ว”
“ดี จำเอาไว้ ว่าถ้านายดื้อ ฉันจะทำให้นายเจ็บ”
ผมผงกหัวรับอย่างเชื่อฟัง พออีกฝ่ายผ่อนแรง ผมก็รีบย้ายร่างกลับไปนั่งที่เดิม แล้วหยิบขนมมาแกะกินตัวสั่น
เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง แผลยาวประมาณเจ็ดนิ้วก็ถูกเย็บติดกันอย่างสวยงาม เขาเก่งมาก ที่เย็บเองได้ แต่ก็ซาดิสม์ เพราะเขาไม่ได้ใช้ยาชาแต่เอาเข็มทิ่มเนื้อสดๆ เลย
“มองอะไร?”
“เปล่าครับ” รีบหันขวับ
“ก็เห็นอยู่ว่ามอง นายมองหน้าฉันเหรอ?”
“ปะ เปล่าครับ ผมกำลังกินขนมของผมอยู่”
ขนมหลายห่อถูกยกขึ้นมาเป็ข้ออ้าง ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบให้มองหน้า ทั้งที่หน้าตาออกจะหล่อเท่
“มานี่”
“….” อ่า เขาเรียกผมเหรอ?
“บอกให้มานี่ ไม่ได้ยินหรือไง”
“ครับ ไปแล้วครับ” รีบลุกขึ้นไปหา โดยที่ถือขนมติดมือไปด้วยหนึ่งห่อ เขาเห็นก็ดึงห่อขนมไป แล้วโอบเอวให้ผมลงไปนั่งบนตักแกร่งกร้าน แล้วเชยคาง เพื่อดูรอยกัด
จากนั้น เขาก็หยิบยามาทาบริเวณแผลให้ อารมณ์ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าผมสะดุ้งทุกครั้งที่นิ้วเย็นััโดนรอยกัด
พรึบ~
เขาถกเสื้อกันหนาว ที่เป็เนื้อผ้าเพียงตัวเดียวบนเรือนร่าง พลางแตะยาไปบนรอยกัดบริเวณหน้าท้องแบนราบ ขณะที่กำลังทาแผล ลิ้นสากก็ตวัดเลียเม็ดลูกเกดสีสวยที่เริ่มแข็งเป็ไต เมื่อโดนดูดเลียอย่างตะกละตะกลาม
“อะ อ๊าาา จ๊วบ~”
เขาดูดมันอย่างเป็จริงเป็จัง ทำให้ผมมีจังหวะที่ได้มองหน้า ตอนนี้เขาใส่จิวปาก แล้วงัดเหล็กวนรอบเม็ดแข็ง สลับตวัดลิ้นเลียให้น้ำลายเหนียวข้นเปียกชุ่มเม็ดสวย
“คะ คุณครับ อื้อ จ๊วบ~”
ครางเสียว พลางยกมือขึ้นมาปิดใบหน้าแดงระเรื่อ
“นายชอบไหม ถ้าฉันดูดเลียหัวนมให้นายแบบนี้?” น้ำเสียงแหบพร่า เอ่ยถามขณะที่กำลังตวัดลิ้นเลีย
“ผะ ผมชอบครับ อือ แต่ว่าผมอายที่คุณทำแบบนี้”
“อายทำไม จ๊วบ แผล่บ~ ถ้านายชอบ ก็แค่เปิดรับ”
“ผมไม่เคย อือ ผมเสียว อ๊า คุณครับ อย่าชักให้ผม”
เด็กหนุ่มห้ามปราม เมื่ออวัยวะเพศถูกชักขึ้นชักลง ความเสียวกระสันแล่นปราดขึ้นสมอง เวลาที่เขาชักและเลียหัวนมไปพร้อมกัน มันทำให้ผม สติแตกกระเจิงไปหมด
“น้ำปริ่มออกมาเยอะแล้ว อยากให้ฉันดูดให้ไหม?”
“ไม่ครับ คะ แค่นี้ผมก็เสียวจนแทบบ้าแล้ว อ๊าาา!”
เอวบางกระตุกเกร็งระรัว น้ำสีขาวข้นพุ่งกระฉูดออกจากปลายหัวสีชมพูอย่างน่าอาย ผมฟุบหน้าแดงซ่านซบซอกคอแกร่งกร้าน พลางหอบหายใจระรัว เมื่อถึงฝั่งฝัน
“อ่อนหัด แค่นี้ก็น้ำแตกซะแล้ว”
“อย่าพูดสิครับ ผมอายนะ อะ อึก”
ร่างผอมบางบนตักแกร่ง ยังคงกระตุกเกร็งระรัว
“นายห้ามไม่ให้ฉันพูดได้เหรอ หึ! อีหมาร่าน นายมันเป็ร่านรู้ตัวไหม” พูดพลางแยงนิ้วสอดใส่เข้าไปในรูจีบ ก่อนจะแยงเข้าแยงออก จนร่างบนตักดิ้นพล่านไปมา เขาดูดเม็ด พร้อมกับแยงนิ้ว กะเอาให้อีกฝ่ายขึ้นอีกครั้ง
“อ๊า อ๊า ผมทนไม่ไหวแล้ว สะ เสียว อะ อื๊อ!”
รูจีบแดงก่ำตอดรัดข้อนิ้วแข็งขืน เอวบางส่ายร่อนด้วยความร่าน ก่อนจะปลดปล่อยน้ำหวาน เปียกแฉะเต็มรู
“หึ นายเป็หมาร่านสมชื่อจริงๆ”
ใบหน้าหล่อคมกระตุกยิ้มมุมปาก แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ ผมก็กดจูบลงไปที่ริมฝีปากนั้น พร้อมกับบดขยี้ในแบบที่เขาเคยทำกับผม ทำให้อีกฝ่ายเบิกตาโต ก่อนจะรีบผลักไหล่คนบนตัก ให้ถอนรสจูบอันดูดดื่ม ออกไปซะ
“นาย…”
“ผะ ผมขอโทษ ผมแค่อยากระบายอารมณ์”
เ้าของใบหน้าแดงซ่าน ยกมือปิดปากตัวเอง
“ฮรึก ผมควบคุมตัวเองไม่ได้ ผมขอโทษ อึก”
ผมสะอื้นไห้ เพราะคิดว่าตัวเองคงบ้าไปแล้ว ผมจูบเขาทำไม ทำไมผมต้องทำอย่างนั้น กับคนที่น่ากลัวด้วย
“นายร้องไห้ เพราะเื่นี้เหรอ?”
“ฮรึก ครับ ผมคิดว่าตัวเองเป็บ้า”
“บ้าแล้วมันยังไง บ้าก็คนเหมือนกัน”
“ผะ ผมกลัว ฮึก ผมไม่อยากเป็บ้า”
“แต่คนที่อยู่ตรงหน้านาย มันเป็บ้า”
“เพราะอย่างนั้น ผมถึงได้กลัวคุณไง”
“กลัวฉันงั้นเหรอ นาย…กลัวฉันเนี่ยนะ”
“ก็คุณน่ากลัว ฮึก คุณฆ่าคน แล้วคุณก็จะฆ่าผม”
“ถ้าฉันจะฆ่านาย นายคงไม่ได้มานั่งบนตักแบบนี้”
ประโยคนั้น ไม่ได้ทำให้อาการร้องไห้ฟูมฟายหยุดลง แต่เด็กหนุ่มกลับโผล่ตัวเข้ากอด แล้วสะอื้นบนบ่าแกร่ง
“ฮรึก ผมอยากกลับไปใช้ชีวิตตามประสาเด็กคนหนึ่ง ผมไม่อยากอยู่แบบนี้ ผมกลัวว่าสักวัน ผมจะเป็บ้า”
“ฉันคงให้นายไปไม่ได้ ชีวิตนายเป็ของฉันแล้ว”
“ฮึก ฮือออ!” ผมร้องไห้หนัก ทั้งที่ยังกอดเขาแน่น
“เลิกร้องไห้งอแงไม่เข้าเื่ ไม่อย่างนั้นฉันจะเฉือนลิ้นนาย” ผมเม้มปาก เก็บลิ้นอย่างหวงแหน ก่อนจะคลายอ้อมกอด แล้วมองหน้าเขาในระยะประชิด พอเขารู้ว่าผมจดจ้องใบหน้าของเขาก็รีบหันหนี แล้วหันคอผมด้วย
“เตือนกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่ามอง”
“หน้าตาคุณออกจะหล่อ ผมเลยเผลอมอง ฮึก”
ตอบเสียงสะอื้น คอยังคงถูกหันให้มองไปทางอื่น
“หึ…กูเกลียดหน้าตาแบบนี้ กูอยากจะเลาะหนังหน้าตัวเองออกมา เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่กู้า!”
เขาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็เคียดแค้น ก่อนจะผลักตัวผมหงายหลังตกจากเก้าอี้ ยังดีที่มันไม่สูงมากแต่ก็แอบเจ็บก้นนิดหน่อย
“ไปนอนบนเตียงซะ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้นอน!”
ผมรีบดีดตัวลุกขึ้นทำตามคำสั่ง แล้วะโขึ้นเตียงมุดใต้ผ้าห่มไม่มองไปที่เขา เขาจะได้ไม่มาลงที่ผมอีก
“ปล่อยกู!”
สุ่มเสียงแข็งกร้าวแหกปากะโลั่น ให้คนบริเวณนั้นปล่อยตัว เชือกสีขาวที่มัดแขนขาทั้งสองข้าง กับสายรัดลำตัวอย่างแ่า ทำให้คนบนเตียงขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือกระชากเสียงใส่แล้วใช้สายตาจ้องเขม็ง
“ไอ้ราชสีห์ มึงปล่อยกูเดี๋ยวนี้ กูบอกให้ปล่อย!”
“กูยังปล่อยมึงไปไหนไม่ได้ จนกว่ามึงจะหายดี”
พี่ชายต่างมารดา เดินเข้ามาขนานข้างเตียงผู้ป่วย แล้วใช้สายตาสั่งให้พยาบาลพิเศษ ถือกระจกส่องหน้าเขา
สิ่งที่เห็น ทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง ใบหน้าที่คุ้นเคย ตอนนี้กลับกลายเป็ใครก็ไม่รู้ ร่างกายที่เคยอ้วนท้วน ถูกดูดไขมันจนเหลือเพียงกล้ามเนื้อ และรอยเย็บ รอยช้ำจากการศัลยกรรมมากมาย
ไม่เว้นแม้กระทั่งทรงผม ที่ถูกเปลี่ยนเป็ทรงอื่น และถูกกัดย้อมเป็สีน้ำเงินเข้ม มองจากระยะนี้ แทบจะจำเค้าโครงของตัวเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
“ตอนนี้มึงเหมือนได้เกิดใหม่ กูอยากให้มึงเลิกสร้างเื่ แล้วย้ายไปรักษาต่อที่ต่างประเทศ หายเมื่อไหร่ค่อยกลับมา” คำพูดในเชิงหวังดีประสงค์ร้าย ทำให้คนบนเตียงกัดฟันกรอด ดวงตาสีเขียวมรกตเป็เพียงสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่านี้คือตัวเขา กำปั้นที่เต็มไปรอยช้ำ กำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะเค้นเสียงเข้มตอบกลับอีกฝ่าย
“มึงอย่าเสือกมาวางแผนชีวิตแทนกู แล้วก็ฝากไปบอกไอ้แก่หัวหงอกด้วยนะ ว่าถ้ากูหลุดไปได้เมื่อไหร่ กูจะทำให้ชื่อเสียงของมันป่นปี้ หึ! แล้วพวกมึงก็อย่ามาหวังมรดกของคุณย่าจากกู เพราะกูไม่มีทางให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องมันเด็ดขาด จำใส่หัวกระบาลเอาไว้ ไอ้พวกสวะ!!”
ราชสีห์ยืนนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินจากไป
“ไอ้เวรตะไล กลับมาปล่อยกู!”
ชายหนุ่มะโสุดเสียง ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่คิดที่จะช่วย เมื่อประตูขาวโพลนปิดลง ภาพที่แล่นเข้ามาในหัวเป็ภาพแรก ก็คือภาพของ ‘เพทาย'
เขาคิดถึงเด็กคนนี้ อยากกลับไปหา อยากกลับไปกอด แต่ก็ทำไม่ได้เพราะถูกล็อกตัวเอาไว้ เขาไม่รู้ว่าจะต้องทนอยู่แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ แต่จะพยายามหาทางกลับไปหาคนรัก กลับไปตามสัญญา ที่เราทั้งคู่จะอยู่ด้วยกัน หลังจากคนรักเรียนจบ