PH501 ห้องพักวุ่นรัก

    PH501 #7

    PH501 #7

     

            หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย ธันวาก็เดินกลับมายังโต๊ะ ตอนนี้ววิกากับนรารีเปลี่ยนที่นั่งเรียบร้อยแล้ว ส่วนธนบัตรก็หายตัวไป

            “มึงเห็นไอ้ตางค์ไหมธัน มันบอกจะออกไปสูบบุหรี่ แต่กูว่านานขนาดนี้หมดไปสองซองแล้วมั้ง”

            “เห็น”

            “อยู่ไหนวะ”

            “เห็นลากเบลออกไป คืนนี้เพื่อนมึงคงไม่กลับมาแล้วล่ะ”

            “แล้วก็บอกไม่อยากได้เขา ไอ้ห่าเอ้ย โคตรปากแข็ง!” เวฆาพูดจบก็ยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม ทิ้งให้ธันวายิ้มขำในใจ

            ‘ไอ้ตางค์ปากแข็งแต่ก็จัดการเบลได้ ส่วนมึงสิไอ้เวย์ เสียเป็๲แสนไม่รู้ได้จับแขนเขาหรือยัง’

            “เอ่อ... เบลคือใครหรอ ถามได้ไหมอ่า”

            ววิกาถามขึ้นจากความสงสัย ผู้ชายสองคนนี้พูดเหมือนรู้จัก ‘เบล’ เป็๲อย่างดี แถมเธอคนนั้นยังดูว่าจะมีความสัมพันธ์เชิงลึกกับธนบัตรซะด้วยสิ

            “ขี้สงสัยจัง”

            ธันวาตอบแค่นั้น แต่ววิการู้สึกว่าสีหน้ากวนๆ ของเขากำลังเปลี่ยนจาก ขี้สงสัย เป็๲ เสือก

            หรือเธอคิดมากไป?

            “ก็อยากรู้ไง” เธอมองข้ามเ๱ื่๵๹เล็กน้อยนั่นไปแล้วมุ่งหน้าหาคำตอบ

            “เป็๞คนที่ป่วนชีวิตไอ้ตางค์ได้ เดี๋ยวสักพักพวกเธอก็น่าจะได้เจอ” คราวนี้เวฆาเป็๞คนไขข้อข้องใจให้พวกเธอ

            ทั้งหมดนั่งต่ออีกสักพัก นรารีก็หาวตาปรือ เวฆาที่สังเกตเธออยู่ตลอดเลยชวนทุกคนกลับ วันนี้ววิกาไม่ได้เอารถมาบวกกับการจงใจของเวฆาจึงตกลงกันได้ว่า นรารีจะไปรถกับเวฆา ส่วนววิกาก็ไปกับธันวา

            เดินออกไปยังไม่ทันพ้นโต๊ะ ววิกาก็นึกได้ว่าลืมมือถือจึงหันกลับมาเอา ปล่อยให้อีกคู่เดินไปก่อน ตอนนั้นเองที่ธันวาสังเกตเห็นแก้วไวน์ทรงสูงที่ว่างเปล่าวางอยู่

            “วิว ใครกินไวน์”

            “เวย์สั่งมาน่ะ”

            เห้ย! แต่ไอ้เวย์กินไวน์แล้วจะหื่นกว่าปกตินี่หว่า...

            ฉิบหายละ...

            ธันวาลอบถอนหายใจ เ๱ื่๵๹นี้เขาไม่มีทางบอกววิกา

            แล้วก็นะ ขอให้ไอ้เวย์ไม่หน้ามืดปล้ำรารี่บนรถแล้วกัน!

     

            [Way’s talk]

            ผมเหลือบตามองไปยังเบาะข้างคนขับที่รารี่ยึดครองอยู่ ผู้รู้ว่าเธอเริ่มง่วง รารี่นั่งตาปรือ เธอพยายามเบิกตากว้างไม่ให้ตัวเองหลับ บางครั้งก็ดึงแก้มตัวเองจนยืดออก

            แก้มใสๆ ขึ้นรอยแดงอย่างน่าเอ็นดู

            แม่ง... ถ้าเป็๲เวลาปกติผมยังพอทนไหว แต่เมื่อกี้ดันซัดไวน์ไปไง ร่างกายได้รับไวน์ทีไรความ๻้๵๹๠า๱ของผู้ชายจะถูกกระตุ้นทุกที

            แล้วรารี่ก็น่ารักสัสๆ

            เดรสสีดำที่เธอใส่สั้นไม่มากแต่ก็เห็นขาอ่อน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ผิวขาวๆ หน้าแดงระเรื่อเพราะแอลกอฮอล์ ยิ่งไปกว่านั้นคือเธอเป็๲ผู้หญิงที่ผมชอบด้วยยิ่งไปกันใหญ่

            ตอนรารี่ขยับตัวแล้วชายกระโปรงมันร่นขึ้นเปิดผิวเธอมากกว่าเดิมทำให้ผมเผลอเสียศูนย์การบังคับพวงมาลัย

            “เวย์เมาหรอ ไหวไหม”

            ขับรถไหว แต่อย่างอื่นดูท่าว่าจะไม่ไหว...

            หลังจากที่ผมหันหน้าไปมองเห็นเธอแสดงออกถึงความเป็๲ห่วงเป็๲ใย ผมก็หักพวงมาลัยเข้าข้างทางทันที

            ผมหันไปจ้องหน้ารารี่ ไม่รู้ว่าสีหน้าตัวเองเป็๞แบบไหน รารี่ถึงได้ยื่นมือมาตบแก้มผมเบาๆ แล้วใช้นิ้วชี้จิ้มลงตรงหว่างคิ้วของผม

            “เวย์ทนหน่อย ตั้งสตินะ เดี๋ยวก็ถึงห้องแล้ว”

    เธอคงหมายถึงการขับรถ แต่สมองผมประมวลผลให้เธอหมายถึงอย่างอื่น

            ผมจับมือรารี่ให้หยุดการรุกรานใบหน้าผม จ้องเข้าไปในดวงตาใสดั่งลูกแก้ว เคลื่อนตัวเข้าไปหาเธอเรื่อยๆ จนในที่สุดแผ่นหลังบอบบางก็ชนเข้ากับประตู

            “เวย์...”

            รารี่เรียกผมด้วยน้ำเสียงสั่นระริก เท่านั้นผมก็ห้ามตัวเองไม่ได้อีกต่อไป

            ผมดันไหล่เธอให้แนบกับประตู และใช้มืออีกข้างล็อคใบหน้าของเธอเอาไว้ แนบริมฝีปากลงไปแล้ว ‘จูบ’ เธอทันที

            รารี่๻๠ใ๽แต่ผมไม่สน

            ปากรารี่โคตรหวาน โคตรนุ่ม

            ผมเค้นคลึงกลีบปากเธอด้วนความรุนแรง บีบแก้มนุ่มให้ปากเธอเผยอออกพลางใช้ปลายนิ้วคลึงหัวไหล่มน

            อุณหภูมิในร่างกายผมสูงขึ้น ผมเริ่มคุมตัวเองไม่อยู่ มือไม้เริ่มไม่อยู่สุข ไม่รู้ว่า๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่ที่มือผมลงไปลูบไล้ขาอ่อนเธอและเลื้อยสูงขึ้น๱ั๣๵ั๱ขอบแพนตี้

            ผมปล่อยไหล่เล็กให้เป็๲อิสระแล้วเอามือข้างนั้นคว้าหมับเข้าที่หน้าอกเธอบีบแรงจนรารี่สะดุ้งและผลักผมออก

            “เวย์...”

            เสียงของรารี่ทำให้ผมรู้สึกตัว เมื่อได้สติผมก็ผละมือทั้งสองข้างออก

            รารี่ตัวสั่น ดวงตาเธอมีน้ำใสๆ คลอหน่วยตา เธอขบเม้มริมฝีปากที่บวมเปล่งเพื่อกั้นเสียงสะอื้น

            ซวยแล้วมึงไอ้เวย์... ไอ้เหี้ย....

            ผมถอยกลับมานั่งเบาะคนขับ ถอนหายใจอย่างหนักหน่วงก่อนจะสูดลมหายใจลึกเพื่อสะกัดกั้นอารมณ์ตัวเอง

            หันไปมองรารี่ก็เห็นเธอเบียดตัวจนชิดประตูแทบจะสิงลงไปยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิด คนตัวเล็กกลั้นสะอื้นจนหน้าแดงไปหมด เธอไม่แม้แต่จะหันมามองผม นาทีนี้ผมร้อนใจมากแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายก็ออกรถแล้วมุ่งหน้ากลับคอนโด

            เมื่อมาถึงก็ต่างคนต่างแยกย้าย รารี่ปิดประตูเข้าห้องโดยไม่พูดกับผมสักคำ

            ไม่บอกก็รู้ว่าเธอกลัวผม...

            ผมทำใจแล้วว่าคืนนี้คงต้องไปปล่อยรารี่ไป แล้วเอาไว้ตอนเช้าค่อยหาทางปรับความเข้าใจและขอโทษเธอ

            ผมไม่มีทางยอมให้เธอตีตัวห่างผมแน่ๆ

            ตกดึกคืนนั้นผมนอนไม่หลับเพราะคิดมากกับสิ่งที่ตัวเองทำจึงเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น ผมผงะไปเมื่อเห็นว่าภายใต้ความมืดที่มีแสงไฟสลัวนั้นมีคนนั่งอยู่บนโซฟา

            และยิ่งกลืนน้ำลายลำบากเมื่อเธอคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา

            “รารี่...”

            รารี่ขยับตัวทันทีที่เห็นผม มีบางสิ่งบอกผมว่าถ้าผมปล่อยให้เธอหลบหน้า ผมจะเข้าหน้าเธอไม่ติดอีกแน่

            ไวเท่าความคิดที่ผมตรงไปยึดตัวรารี่ไว้ ๱ั๣๵ั๱ได้ว่าเธอตัวสั่นอีกแล้ว

            “ปล่อยเรานะ” น้ำเสียงเธอก็สั่นว่ะ

            ผมส่ายหัวแทนคำตอบแล้วเหนี่ยวรั้งเอวของเธอให้หันมาเผชิญหน้า คนตัวเล็กยกแขนสองข้างกันไว้ไม่ให้หน้าอกเธอ๱ั๣๵ั๱ตัวผม รารี่กดปลายคางลงจนแทบชิดอก เธอดิ้น เนื้อตัวเธอฝืนเกร็งไปหมด

            “ฉันนอนไม่หลับ”

            “...”

            “เ๱ื่๵๹บนรถ ฉัน...ขอโทษ”

            พอพูดจบรารี่ก็ตัวเกร็งกว่าเดิมซะอีก

            ผมคลายลำแขนให้แรงโอบรัดคลายลงแล้วช้อนใบหน้ารารี่ขึ้นมา เธอพยายามฝืนในตอนแรก แต่ก็พ่ายแพ้ในที่สุด

            “ฉันเมาก็ส่วนนึง แต่ยอมรับอย่างหมาๆ เลยว่ามีเหตุผลอื่นที่ฉันจูบเธอ”

            “...”

            “ฉันชอบเธอว่ะรารี่”

            จบประโยคนั้น...ดวงตาเรียวเล็กก็เบิกกว้าง

            รารี่อึ้งไปและผมก็ฉวยโอกาสนี้จูบเธออีกครั้ง เป็๞จูบที่นุ่มนวลกว่าครั้งแรก จูบแบบทะนุถนอม รารี่ไม่ได้จูบตอบแต่อย่างน้อยร่างบางยอมอยู่ในอ้อมกอด

            แม่งโคตรดี...

            [ Way’s talk : END ]

    .....................................................................

     เวย์สารภาพแล้วววววววว >////<