เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 127: การสูญเสีย (The Wasted)

            เจ้าทรราชโมริยามะได้ทำการควบคุมให้มังกรเงาทมิฬนั้นพุ่งเข้าโจมตีใส่เซย์เมย์ แต่เซย์เมย์ก็รีบโยนแผ่นยันต์ขึ้นไปบนกลางอากาศ ก่อนที่เขานั้นจะรีบทำการร่ายเวทย์ด้วยความรวดเร็ว เพื่อเสกแผ่นยันต์ให้กลายเป็นมังกรสายฟ้า และพุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด

            ทางด้านโยริมิทสึก็รีบทำการร่ายเวทย์เสริมพลังให้กับคมดาบ ก่อนที่เขานั้นจะรีบตวัดคมดาบปล่อยคลื่นกงล้อออกมาโจมตีใส่อย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าทรราชโมริยามะนั้นก็สามารถตวัดคมดาบปล่อยคลื่นกงจักรสีดำออกมาแก้เกมได้ทัน จากนั้นเขาก็รีบตวัดปล่อยคลื่นดาบสีดำออกมาโจมตีใส่โยริมิทสึเข้าอย่างจัง จนกระทั่งเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ร่างของเขานั้นได้ลอยกระเด็นออกมา และล้มกระแทกลงที่พื้น

            “โยริมิทสึ!!” ทางด้านมังกรทมิฬที่เกิดจากพลังมนต์ดำของเจ้าทรราชโมริยามะนั้นก็ได้พุ่งเข้าเล่นงานมังกรสายฟ้าจนดับสลายหายไป ก่อนที่มันนั้นจะฉวยโอกาสทีเผลอในการพุ่งเข้าไปเล่นงานเซย์เมย์ทันที ถึงแม้ว่าจะสามารถกระโดดหลบการโจมตีในครั้งนี้ได้ แต่ก็ถูกแรงระเบิดนั้นดีดตัวออกมาจนล้มกระแทกลงพื้นเข้าอย่างจัง

            ทางด้านสึนะก็รีบทำการร่ายเวทย์ในการเสกคลื่นยักษ์ออกมาโจมตีใส่เจ้าทรราชโมริยามะ แต่เขาก็รีบทำการร่ายมนต์ดำในการเสกลูกพายุสีดำที่มีขนาดใหญ่ออกมาโจมตีใส่สึนะ จนทำให้ร่างของเขานั้นลอยขึ้นไปบนฟ้า ดิ่งลงกระแทกสู่พื้นเข้าอย่างจัง

            จากนั้น ก็เกิดการต่อสู้ดวลดาบกันขึ้นระหว่างเจ้าชายมุเนะฮิโตะกับเจ้าทรราชโมริยามะ ถึงแม้ว่าฝีมือในการต่อสู้ด้วยดาบของเจ้าชายมุเนะฮิโตะนั้นจะเหนือกว่าอยู่มาก แต่เขาก็ไม่สามารถต่อกรกับพลังอำนาจมนต์ดำของเจ้าทรราชโมริยามะได้เลย จึงทำให้เขานั้นถูกปล่อยพลังมนต์ดำโจมตีใส่เข้าอย่างจัง จนทำให้ร่างของเจ้าชายมุเนะฮิโตะนั้นลอยกระเด็นออกมา และล้มกระแทกลงที่พื้นเข้าอย่างจัง

            การปะทะกันในครั้งนี้ พลังเวทย์สายขาวของฝ่ายพวกเซย์เมย์นั้นแทบจะไม่สามาถเอาชนะพลังเวทย์สายดำของเจ้าทรราชโมริยามะได้เลย อีกทั้งตัวเขานั้นก็ยังลำพองใจอีกว่า มนุษย์ที่เกิดจากครรภ์มารดาโดยธรรมชาตินั้นจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ถึงแม้ว่าคนๆ นั้นจะมีพลังเวทย์ที่เก่งกาจแค่ไหนก็ตาม

            และในระหว่างนั้น ทางด้านคินทาโร่ก็ได้ทำการเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นกระบองสั้นที่มีขนาดยาว 2 ศอก ก่อนที่เขานั้นจะนำมันมาเสียบเข้ากับคมขวานที่มีขนาดยักษ์ แล้วรีบทำการร่ายเวทย์ธาตุสายฟ้าลงบนคมขวาน คินทาโร่รีบกระโดดพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของเจ้าทรราชโมริยามะเข้าอย่างจังจากบนกลางอากาศ จนเกิดฟ้าผ่าขึ้นเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ไหลเวียนไปทั่วร่างของเจ้าทรราชโมริยามะ

            “เสียใจด้วยนะ เจ้าทรราชผู้ต่ำช้า เผอิญว่าข้าหน่ะไม่ได้เกิดมาโดยธรรมชาติ แต่ข้าเกิดมา...จากการที่แม่ของข้านั้นถูกผ่าออกมาจากที่ช่องท้องต่างหากหล่ะ”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าทรราชโมริยามะนั้นก็ถึงกับเข่าทรุดลงที่พื้นในทันที

            “และนี่...คือสิ่งที่เจ้าเคยทำเอาไว้กับพ่อข้า”

            หลังจากที่บอกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองจนจบ คินทาโร่ก็รีบใช้คมขวานที่มีขนาดใหญ่นั้นสับเข้าไปที่คอของเจ้าทรราชโมริยามะ จนทำให้หัวของเขานั้นขาดแล้วลอยขึ้นไปบนกลางอากาศและดิ่งลงสู่พื้นเข้าอย่างจัง พร้อมกับมีสายโลหิตสีดำเข้มที่พุ่งกระฉูดออกมาจากคอ ร่างไร้วิญญาณนั้นค่อยๆ ทรุดลงที่พื้นและแน่นิ่งไป

            ดูเหมือนว่าเรื่องจะจบแต่ก็ยังไม่จบ เมื่อร่างไร้วิญญาณของเจ้าทรราชโมริยามะนั้นได้กลายสู่ร่างอสูรแมงมุมยักษ์ที่มีนามว่าสึชิกุโมะขึ้นมา และกู่ร้องคำรามออกมาเสียงดังสนั่น มันมีขาอันแหลมคมดั่งใบมีดถึง 8 ขา ข้างละ 4 ขา

            “คินทาโร่ เจ้าจงนำดาบของพ่อไปใช้เสีย”

            สักพัก คินทาโร่ก็ได้ยินน้ำเสียงของคุรันโดะดังขึ้นมาในหัว และทันใดนั้น ดาบของคุรันโดะก็ได้ปรากฏขึ้นที่ตรงหน้าของคินทาโร่ ทันทีที่ดาบเล่มนั้นถูกดึงออกมา คินทาโร่ก็สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณแห่งนักรบ และพลังอันเปี่ยมล้มของผู้เป็นพ่อที่พุ่งเข้ามาสิงสถิตอยู่บนกายของเขา สักพัก ดาบของผู้เป็นพ่อก็ได้เรือนแสงวาบออกมา ก่อนที่ดาบเล่มนั้นจะลอยพุ่งเข้ามาสิงสถิตบนตัวคมขวานที่มีขนาดใหญ่ของคินทาโร่ทันที

            คินทาโร่ได้พุ่งเข้าไปโจมตีใส่อสูรแมงมุงยักษ์สึชิกุโมะที่อยู่ตรงหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยคมขวานที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีดาบของผู้เป็นพ่อสิงสถิตอยู่ในนั้น จนทำให้ตัวเขานั้นสามารถจัดการกับอสูรแมงมุงยักษ์สึชิกุโมะได้อย่างง่ายดายด้วยตัวของเขาเองเพียงลำพัง จนกระทั่งร่างของมันนั้นก็ค่อยๆ ดับสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

            หลังจากที่ศึกโค่นล้มทรราชโมริยามะนั้นได้จบสิ้นลง เจ้าชายมุเนะฮิโตะก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็นองค์จักรพรรดิคนใหม่ที่มีนามว่าองค์จักรพรรดิโทบะ เซย์เมย์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองเมียวจิในราชสำนัก ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับอาชิยะ โดมันที่เป็นองเมียวจิคู่แข่งของเซย์เมย์ในเวลาต่อมา ส่วนทางด้านศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามของเซย์เมย์นั้นต่างก็ได้รับความดีความชอบจากองค์จักรพรรดิโทบะ จากการที่พวกเขานั้นได้ร่วมกันโค่นล้มทรราชโมริยามะลงได้สำเร็จ

            เซย์เมย์ และศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามนั้นก็ได้มาพักพิงอาศัยอยู่ที่ตำหนักองเมียวที่อยู่ในใจกลางนครหลวงเกียวโต คินทาโร่ได้ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังกระท่อมที่อยู่ภายในภูเขาอาชิการะ เพื่อที่จะไปรับยาเอะกิริ ผู้เป็นแม่ของเขามาอาศัยอยู่ด้วย โดยมีโยริมิทสึกับสึนะคอยไปเป็นเพื่อน

            จนกระทั่งพอตกกลางคืน ที่บ้านกระท่อมแห่งนั้นก็ได้มีเฒ่าปีศาจที่มีนามว่ายามัมบะบุกเข้ามา และได้ลงมือสังหารยาเอะกิริอย่างเลือดเย็น ทางด้านคินทาโร่ก็ได้เดินทางกลับมาถึงที่บ้านกระท่อมในภูเขาอาชิการะ และได้พบผู้เป็นแม่ของเขาถูกเฒ่าปีศาจยามัมบะฆ่ากินเนื้อเลือดเนื้อสดๆ ต่อหน้าต่อตา

            คินทาโร่เมื่อได้เห็นเช่นนั้นก็แค้นจัด จึงรีบเปลี่ยนรูปแบบสนับมือให้กลายเป็นกรงเล็บอันแหลมคม พลางวิ่งเข้าไปหาด้วยความรวดเร็ว เพื่อที่จะจัดการกับเฒ่าปีศาจยามัมบะที่อยู่ตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด แต่มันก็สามารถหลบการโจมตีของคินทาโร่ไปได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีอยู่กันตั้งสามคน เฒ่าปีศาจยามัมบะจึงรีบหนีไปจากพื้นที่บริเวณตรงนั้นโดยทันที พวกเขาทั้งสามจึงรีบวิ่งไล่ตามเฒ่าปีศาจยามัมบะนั่นไป จนได้มาถึงที่ตรงบริเวณยอดเขาอาชิการะ

            พวกโยริมิทสึ สึนะ และคินทาโร่ ต่างก็ได้เข้าเผชิญหน้ากับเฒ่าปีศาจยามัมบะที่กบดานอยู่ในที่บริเวณแห่งนั้น และทั้งสองฝ่ายก็ได้เข้าปะทะกันอย่างดุเดือด แต่อย่างไรก็ตาม เฒ่าปีศาจตนนี้ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมาย จึงทำให้พวกเขาทั้งสามนั้นสามารถจัดการกับเฒ่าปีศาจตนนี้ได้อย่างง่ายดาย ร่างของมันนั้นก็ได้ดับสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

            ทางด้านคินทาโร่นั้นก็ค่อยๆ ทรุดเข่าลงที่พื้น ก่อนที่เขานั้นจะเริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจที่ตัวเขาในตอนนี้ได้สูญเสียผู้เป็นแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ ความหวังที่เขาจะได้พาผู้เป็นแม่ไปอยู่ด้วยกันที่ตำหนักองเมียวนั้นก็ได้แตกสลายลงไปในทันที มีน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างจนอาบแก้ม ในระหว่างนั้น โยริมิทสึกับสึนะต่างก็รีบเดินเข้าไปปลอบคินทาโร่ด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ และก็สงสารในเวลาเดียวกัน

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน