โปรดช่วยข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ! ท่านองครักษ์ผู้นั้นมีเจตนามิชอบต่อข้า

    chapter 44 : ข้ามีเรื่องจะกล่าวกับเจ้า


            ลี่หยาก้าวออกจากห้องด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ความเจ็บปวดและเสียใจที่สามีของนางอาจนอกใจไปทำสตรีอื่นตั้งครรภ์ทำให้นางแทบจะหายใจไม่ออก แม้นางจะต้องกลั้นอารมณ์ไม่ให้ใครเห็น

             แต่ความรู้สึกที่อัดแน่นในอกก็ยากจะปิดบัง ความรักที่นางมีต่อหวังหยางถูกกดดันด้วยสิ่งที่นางไม่อาจยอมรับได้ บรรยากาศในจวนเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้ที่แผ่วเบา กลิ่นหอมของดอกไม้ในสวนลอยมากระทบจมูก แต่กลับไม่อาจทำให้จิตใจของลี่หยาสงบลงได้ นางรู้ว่าต้องรักษาความเป็นกุลสตรีและดูแลหวังหยางที่ยังเจ็บป่วยอยู่ แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความสับสนและความทุกข์ที่ยากจะลืมเลือน

            หวังหยางมองตามหลังลี่หยาด้วยความสงสัยและกังวล ดวงตาที่เย็นชาแต่ทรงพลังของเขาสะท้อนถึงความห่วงใยที่มีต่อนาง เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในท่าทางของนาง ความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความเศร้าทำให้เขาไม่อาจนิ่งเฉยได้ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาที่จะปกป้องลี่หยา 

            แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็รู้ว่าต้องหาคำตอบให้ได้


            หวังหยางดันตัวเองลุกขึ้นจากเตียง แม้จะรู้สึกเจ็บปวดจากบาดแผลที่ศีรษะ แต่ความต้องการที่จะรู้ความจริงทำให้เขามีแรงพอที่จะก้าวเดิน เขารู้ดีว่าร่างกายของตนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ความเป็นห่วงที่มีต่อลี่หยาทำให้เขาไม่อาจนอนนิ่งอยู่ได้

            "ลี่หยาต้องมีเรื่องไม่สบายใจแน่ ๆ" หวังหยางคิดในใจ ขณะที่เขาพยายามก้าวเดินไปตามทางเดินในจวน ความเจ็บปวดที่ศีรษะทำให้เขาต้องหยุดพักเป็นระยะ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ความรักที่มีต่อลี่หยาทำให้เขามีแรงฮึดสู้

            "ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น" หวังหยางพึมพำกับตัวเอง ขณะที่เขาเดินไปตามทางเดินที่เงียบสงัด บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบ มีเพียงเสียงฝีเท้าของเขาที่ก้องกังวานในโถงทางเดิน ผนังจวนประดับด้วยภาพวาดและผ้าไหมลายสวยงาม แต่ในขณะนี้ สิ่งเหล่านั้นกลับไม่อาจดึงดูดความสนใจของเขาได้

            หวังหยางรู้ดีว่าลี่หยาคือคนสำคัญในชีวิตของเขา แม้ว่าเขาจะไม่เคยแสดงออกอย่างชัดเจน แต่ความรักและความห่วงใยที่มีต่อนางนั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายได้ เขาต้องการให้ลี่หยารู้ว่าเขาอยู่เคียงข้างนางเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

            เมื่อหวังหยางมาถึงห้องของลี่หยา เขาเคาะประตูเบา ๆ "ลี่หยา ข้าเอง ข้ามีเรื่องจะกล่าวกับเจ้า" เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความห่วงใย


            หวังหยางรู้ว่าการเผชิญหน้ากับความจริงอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลี่หยาและความรักที่พวกเขามีต่อกัน เขารู้ว่าความรักที่แท้จริงคือการยืนหยัดเคียงข้างกันในยามที่ยากลำบาก และเขาจะไม่ยอมให้ความไม่เข้าใจมาทำลายความสัมพันธ์ของพวกเขา

            ในใจของหวังหยาง เขารู้ว่าลี่หยาคือคนที่เขาต้องการใช้ชีวิตด้วย และเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางมีความสุข แม้ว่าเขาจะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่เขาก็พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อความรักของพวกเขาเสมอ

            "คุณชายจะลุกออกมาทำไมขอรับ?" บ่าวรับใช้คนหนึ่งรีบเข้ามาประคองเมื่อเห็นหวังหยางพยายามเดินออกจากห้อง

            หวังหยางเอามือปิดปากบ่าวและกระซิบให้เงียบ "บอกข้า เกิดอะไรขึ้นในบ้านนี้?"

            บ่าวรับใช้ลังเล แต่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นในสายตาของหวังหยาง เขาจึงยอมบอก "มีสตรีนางหนึ่งนามลี่อิง มาที่หน้าจวน แล้วบอกว่านางเป็นภรรยาของคุณชายและกำลังตั้งท้องกับคุณชาย"

            หวังหยางรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ความตกใจทำให้เขาต้องพยุงตัวเองไปหานายพลหวังและฮูหยินหวัง บิดาและมารดาของเขา เขาต้องการคำตอบและต้องการปกป้องความรักที่เขามีต่อลี่หยา


            ขณะที่เขาเดินไปตามทางเดินในจวน ความคิดของเขาวนเวียนอยู่กับคำถามมากมาย เขาจะอธิบายเรื่องนี้ให้ลี่หยาฟังอย่างไร? เขาจะทำอย่างไรกับลี่อิง? และที่สำคัญที่สุด เขาจะรักษาความสัมพันธ์กับลี่หยาได้อย่างไร?

            บรรยากาศในจวนเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงฝีเท้าของหวังหยางที่ก้องกังวานในโถงทางเดิน ผนังจวนประดับด้วยภาพวาดและผ้าไหมลายสวยงาม บรรยายถึงเรื่องราวในตำนานและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ฮั่น แต่ในขณะนี้ สิ่งเหล่านั้นกลับไม่อาจดึงดูดความสนใจของหวังหยางได้

            หวังหยางเดินด้วยความร้อนใจตรงมาถึงห้องของนายพลหวังและฮูหยินหวัง เขาสูดลมหายใจลึกก่อนจะเคาะประตูเบา ๆ "ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ามีเรื่องจะกล่าว"

            เมื่อประตูเปิดออก ฮูหยินหวังเห็นลูกชายก็โวยวายด้วยความเป็นห่วง "เจ้ามาทำไม ยังเจ็บอยู่!"

            หวังหยางยิ้มบาง ๆ ให้มารดา "ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไร ข้ามีเรื่องสำคัญต้องกล่าว"

            นายพลหวังเงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่กำลังอ่าน "เข้ามา หยางเอ๋อร์"

            หวังหยางก้าวเข้าไปในห้อง ดวงตาของเขาสบกับสายตาของบิดามารดา

             "ข้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับลี่อิง นางอ้างว่าตั้งครรภ์กับข้า ข้าไม่รู้ว่านางกล่าวเรื่องนี้ทำไม แต่ข้าต้องการให้ท่านทั้งสองรู้ว่าข้าไม่เคยทำเช่นนั้น"

            ฮูหยินหวังมองลูกชายด้วยความห่วงใย "หยางเอ๋อร์ แม่เชื่อเจ้า แต่เราต้องหาทางจัดการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ"

            นายพลหวังพยักหน้า "ใช่ เราต้องหาทางพิสูจน์ความจริงและปกป้องชื่อเสียงของครอบครัว"

            หวังหยางรู้สึกโล่งใจที่บิดามารดาเชื่อใจเขา แต่ความกังวลยังคงอยู่ "ข้าจะไปหาลี่หยา ข้าต้องอธิบายเรื่องนี้ให้นางฟัง"

            ฮูหยินหวังยิ้มบาง ๆ "ไปเถอะ หยางเอ๋อร์ แม่เชื่อว่าเจ้าจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้"

            หวังหยางออกจากห้องด้วยความมุ่งมั่น เขาต้องการให้ลี่หยารู้ว่าเขารักนางมากเพียงใด แม้ในยามที่เขาป่วยและเดินโซเซ แต่ความงดงามของใบหน้าของเขายังคงเปล่งประกาย ดวงตาที่เย็นชาแต่ทรงพลังของเขาสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะปกป้องคนที่เขารัก

            เมื่อหวังหยางมาถึงห้องของลี่หยา เขาเคาะประตูเบาๆ "ลี่หยา ข้าเอง ข้ามีเรื่องจะกล่าวกับเจ้า"

            ลี่หยาที่นั่งอยู่ในห้องด้วยความเศร้าใจ นางเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของหวังหยาง "เข้ามาเถอะ"

            หวังหยางเปิดประตูและก้าวเข้าไปในห้อง เขามองลี่หยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย "ลี่หยา ข้ารู้ว่าเจ้าคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับสตรีที่นามว่าลี่อิง ข้าต้องการให้เจ้ารู้ว่าข้าไม่เคยทำเช่นนั้น ข้าไม่ต้องการให้เจ้าต้องเจ็บปวดเพราะเรื่องนี้"

      

     




    คล้ายกับเรื่องโปรดช่วยข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ! ท่านองครักษ์ผู้นั้นมีเจตนามิชอบต่อข้า ที่คุณอ่าน