เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    บุรุษหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์

    หลังส่งคืนลูกจิ้งจอกทองตัวน้อยเข้าสู่อ้อมแขนของจักรพรรดินีคนงาม เย่หยุนซีพลันลอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันไปมองหาสมบัติ 3 ชิ้น ตามที่ได้ตกลงกับโฉมสะคราญเอาไว้ก่อนหน้า

     

    แต่ทว่าจนแล้วจนรอด เขาก็เลือกสมบัติมาได้เพียงแค่ 2 ชิ้นเท่านั้น นั่นคือทักษะท่าร่างย่ำอัสนีระดับฟ้าและหยดวารีศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณสมบัติรักษาอาการบาดเจ็บภายนอกได้เกือบทุกอย่าง

     

    “หืม แล้วอีกชิ้นล่ะ?” มู่หลิงเฟยมองเห็นภาพนี้พลันเอ่ยถาม

     

    เย่หยุนซียังคงยกยิ้มอย่างมีเลศนัย จากนั้นชี้นิ้วไปยังสตรีโฉมงามซึ่งอยู่เบื้องหน้า ทำให้ดวงตาสีทับทิมของนางสั่นไหวร่างกายสั่นสะท้าน

     

    “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” นางตั้งคำถามอีกครั้ง น้ำเสียงฟังดูตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมา

     

    มังกรหนุ่มเมื่อได้ยินก็หัวเราะร่า “ท่านป้าบอกเองนี่ขอรับว่าสามารถเลือกอะไรก็ได้ 3 อย่าง ดังนั้นข้าก็เลยตัดสินใจเลือกท่านเป็นอย่างที่ 3 ซึ่งก็ตรงกับเงื่อนไขพอดี”

     

    สดับฟังวาจาที่แสนเหิมเกริมนี้ ความหงุดหงิดของผู้เป็นจักรพรรดินีก็พลันทวีคูณขึ้นหลายสิบเท่า ในใจไม่คาดคิดว่าเขาจะกล้าใช้เล่ห์เหลี่ยมกับนางมากถึงเพียงนี้ หากเป็นคนอื่นเกรงว่าจะโดนนางทุบตีจนตายตั้งแต่ยกมือขึ้นชี้หน้า

     

    “เด็กน้อย ถ้าจะล้อเล่นก็ให้มันมีขอบเขตบ้างนะ เรื่องนี้ข้าไม่ตลกกับเจ้า!!”

     

    เย่หยุนซีส่ายศีรษะเบาๆ “ข้าไม่ได้ล้อเล่นเสียหน่อย แถมยังทำตามเงื่อนไขทุกประการ ท่านบอกว่าเลือกอะไรก็ได้ภายในโถงแห่งนี้ แต่ก็ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขว่าต้องเป็นสมบัติเท่านั้น การที่ข้าเลือกท่านก็ไม่ผิดกระมังขอรับท่านป้า”

     

    “อึก!”

     

    มู่หลิงเฟยหน้าเสียพูดไม่ออก เมื่อได้ยินวาจาอันแสนฉลาดแกมโกงของอีกฝ่าย เจ้าหลานเขยบ้านี่เจ้าเล่ห์เกินไป เขาถึงกับใช้ช่องโหว่ในคำสัญญามาเล่นงานนาง แถมยังไม่เหลือหนทางให้โต้กลับเลยสักประตู

     

    “หึ! ถ้าหากข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนเลวร้ายเช่นนี้ ข้าไม่มีเอ่ยปากสาบานเป็นอันขาด!” ไร้หนทางแก้ต่าง โฉมสะคราญได้แต่บ่นพึมพำพร้อมทั้งถลึงตาอย่างแค้นเคืองใส่บุรุษหนุ่มเบื้องหน้า

     

    เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครา “ข้าก็แค่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเองเท่านั้น อืม........แต่ถ้าหากท่านจะกลับคำ ข้าก็ไม่ถือสา เพราะถึงอย่างไรนั่นก็เป็นแค่คำสาบานปากเปล่าหาใช่การสาบานต่อฟ้าดินหรือการสาบานต่อสวรรค์ ข้าขอสัญญาว่าจะไม่นำเรื่องนี้ไปโพนทะนาให้ท่านเสียหาย”

     

    มังกรหนุ่มถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะสาวเท้าก้าวเดินผ่านมู่หลิงเฟยไปราวกับมิได้สนใจว่านางจะตอบรับหรือเปล่า เพราะบอกตามตรง เขาก็แค่อยากจะลองเสี่ยงดวงกับยอดสตรีอันดับ 1 ของดินแดนดูสักครั้งก็เท่านั้น มิได้คาดหวังอะไรมากมาย

     

    “ดะ เดี๋ยว! พวกเรายังคุยกันไม่จบ เจ้าจะไปไหน?” หลังสดับวาจาเสียดสีเหน็บแนมของอีกฝ่าย จักรพรรดินีสาวที่มิอาจทนได้จึงหันไปตะโกนเสียงดัง แต่ทว่าเงาร่างของเย่หยุนซีกลับมิได้อยู่ในโถงสมบัติอีกต่อไป ทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดและโกรธาจนตัวสั่น

     

    “ฮึ่ม! เจ้าเด็กบ้านี่ คิดจะทำให้ข้าดูเป็นผู้ร้ายสักกี่ครั้งกันถึงจะพอใจ!!” นางยกเท้ากระเทือบพื้นเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนจะก้าวเดินตามหลานเขยตัวแสบไปในทันที

     

    ซึ่งขณะเดียวกันนี้! ทางฝั่งเย่หยุนซีกำลังพูดคุยสนทนากับพวกหลิงหยวนเรื่องสมบัติที่ได้มาใหม่อย่างสนุกปาก แถมยังเตรียมตัวที่จะกลับไปยังห้องโถงเคลื่อนย้าย

     

    “เย่หยุนซี! เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ เจ้ายังไปไหนไม่ได้!!” เสียงของจักรพรรดินีสาว ทำเอาทุกคนที่กำลังจะก้าวเดินชะงักฝีเท้าในทันใด

     

    “ท่านพี่ ลูกเขยของข้าไปล่วงเกินอะไรท่านงั้นหรือ ไฉนถึงใช้น้ำเสียงที่ราวกับอยากจะฆ่าเขาให้ตายเช่นนั้น” เป็นมู่หลินที่เอ่ยปากถาม เพราะนางไม่เคยเห็นมู่หลิงเฟยแสดงอารมณ์โกรธขนาดนี้มาก่อน

     

    “หลินเอ่อร์ เจ้าไม่ต้องรู้หรอก เย่หยุนซีตามข้ามา พวกเรายังมีเรื่องต้องคุยกัน” สิ้นสุดวาจานั้น โฉมสะคราญก็เดินนำไปยังศาลากลางน้ำซึ่งเป็นเขตหวงห้ามในทันที

     

    “คิกคิก สามี ท่านไปใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรกับท่านป้าของข้าอีกล่ะเนี้ย” หลิงจีกล่าวพลางหัวเราะขบขัน

     

    เย่หยุนซีมิได้ตอบ เขาเพียงยกยิ้มและขยิบตาให้กับนาง ก่อนจะเดินตามมู่หลิงเฟยไปโดยไม่รอช้า

     

    ซึ่งเมื่อมาถึง! สิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้าก็คือดวงตาที่ส่อแววอมหิตของอีกฝ่าย

     

    “ท่านป้าต้องการจะสนทนาเรื่องใด?” เด็กหนุ่มแสร้งทำหน้าซื่อตาใส

     

    โฉมสะคราญเมื่อได้ยินก็แทบอยากจะบ้าตาย ดูเหมือนตำแหน่งจักรพรรดินีของนางจะไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยสักนิด

     

    “ฮึ่ม! เจ้าเด็กชั่วช้า! รู้อยู่แก่ใจยังจะกล้าถามอีก”

     

    มู่หลิงเฟยเค้นเสียงเย็นด้วยความแค้นเคืองยิ่ง ก่อนจะโยนกรีชคริสตัลสีม่วงที่ด้ามจับถูกแกะสลักเป็นลวดลายจิ้งจอกสุดวิจิตรให้กับหลานเขยตัวดีของนาง

     

    “หือ นี่คือสิ่งใดกัน?” หลังรับกริชมา เย่หยุนซีเอ่ยถามด้วยความสงสัย

     

    “หึ! มันคือสิ่งที่เจ้าต้องการไง เจ้ากลับไปได้แล้ว ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าตอนนี้!” พูดจบ! มู่หลิงเฟยก็โบกมือขับไล่บุรุษหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ในทันที

     

    เย่หยุนซีแม้จะไม่ค่อยเข้าใจความหมาย ทว่าก็ยินยอมเดินจากไปแต่โดยดี เพราะหากอยู่นานกว่านี้เขาอาจจะเจ็บตัวจากโทสะของจักรพรรดินีคนงาม

     

    “เห้อ เอาไว้ไปถามท่านแม่ยายก็แล้วกัน” ขณะเดินไปหาทุกคน เด็กหนุ่มบ่นพึมพำออกมาเช่นนั้น ก่อนจะเก็บกริชคริสตัลสีม่วงเอาไว้ในมิติเก็บของไร้ขีดจำกัด