เรนิตาได้บอกกับโสภา น้ะมะลิและน้าชัยหลังจากเทวินแยกตัวไปเพียงแต่เธอยังไม่ได้บอกถึงความสัมพันธ์ขั้นลึกซึ้ง
“เรเนียกับคุณเทวินเรารักกันและได้ตัดสินใจที่จะคบกันค่ะ” เธอบอกกับทุกคนในบ้าน “น้องเรเนียแน่ใจแล้วหรือจ๊ะ?“โสภาผู้ที่เป็นพี่เลียงเธอ เป็นคนสนิทด้วยมากที่สุดในบ้านเอ่ยถาม “เราได้คุยกันแล้วค่ะเราวางแผนที่จะหมั้นหมายกัน โดยที่จะบอกกล่าวเรื่องนี้กับผู้ใหญ่ให้ทราบก่อน” เธอกล่าว “เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของเรเนียและคุณเทวินเราทุกคนจะเคารพการตัดสินใจนี้ครับ” น้าชัยบอกต่อเธอ“พี่ย่อมมีความสุขถ้าเห็นน้องเรเนียมีความสุข”โสภากล่าวกับเธอ
“น้ามะลิยินดีด้วยนะค่ะ”น้ามะลิก็มีความคิดแบบเดียวกับน้าชัยเธอเห็นด้วยที่เรนิตาคัดสินใจคบกับเทวินแบบคนรัก
เพราะทุกคนรู้ว่าเขาเป็นคนดีและสามารถปกป้องเรนิตาได้
“ขอบคุณมากค่ะ” เธอกล่าวกับทุกคน
โสภาเข้ามาจับมือเธอเข้ามากุมไว้พร้อมกับสวมกอดเธอด้วยความรัก เธอโอบกอดเรนิตาพร้อมบอกกล่าวกับเธอ “น้องเรเนีย โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก พี่ขอให้มีความสุขมากนะ คุณเทวินเป็นคนดี แล้วพี่จะรอข่าวดี” “โอ้!..พี่โสภาเรเนียขอบคุณมากค่ะ” เรนิตาพูดด้วยรอยยิ้มที่ยินดี มีน้ำตาคลอ รู้สึกขอบคุณทุกคนที่เข้าใจเธอ ตอนนี้ทุกคนเข้าใจความรู้สึกของเธอและเทวินได้คอยเอาใจช่วยให้ทั้งสองคนมีความสุขสมหวังในความรักที่มีให้ต่อกันเมื่อเข้าใจต่อกันดีแล้วจึงได้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตัวเอง เรนิตาได้เป็นเล่นเปียโนที่มุมดนตรีของห้องโถงบรรเลงบทเพลงที่เธอแต่งไว้ เธอคิดไว้จะให้เทวินที่ตอนนี้เป็นคนรักของเธอ
ตั้งชื่อเพลงนี้ ถึงตอนนี้เทวิน แม้ว่าเขายังไม่ได้ตั้งชื่อเพลงนี้ แต่สามารถเล่นเชลโล่ร่วมบรรเลงบทเพลงเดียวกันนี้ได้อย่างไพเราะโดยไม่ติดขัด
ขณะกำลังบรรเลงบทเพลงจากเปียโนเธอยังได้หันไปมองที่เชลโล่ เครื่องที่เขาเล่นบรรเลงร่วมกับเธอ ทางด้านเทวินเมื่อสิ้นเรื่องราวของมังค์งิงรวมทั้งนางพญาและราชาปลวกขณะกำลังสื่อสารสนทนากับแมวสีนิลและกระรอกสายฟ้าที่ต้นมะม่วง “อ๊ะ!..” “เงี้ยววว”แมวสีนิลก็ได้ส่งเสียงออกมาจากบนกิ่งมะม่วง ส่วนกระรอกสายฟ้าหายตัวจากหลังมือของเทวินไปอยู่ข้างๆ กับแมวสีนิล
และส่งเสียงร้อง“แคว้วกกกๆ”
ร่างทิพย์ของพญาเสือดำในร่างแมวสีนิลได้ส่งคลื่นพลังงานที่เป็นแบบเดียวกับเทวินออกมา
“อะไรกัน!?...” เลือดมรกตในร่างเทวินได้แสดงคุณสมบัติออกมาซึ่งตอนนี้ไม่มีใครอยู่บริเวณนี้ทำให้เขาต้องปล่อยคลื่นพลังงาน
ออกมาเช่นกันทำให้เลือดในร่างกายเป็นสีเขียวเข้มรวมทั้งแววตาที่ส่องประกายแสงสว่างสีเขียวออกมา
“นี่มัน....” เขาอุทานออกมาเมื่อรู้ถึงความผิดปกติ
“เงี้ยววๆ”แมวสีนิลส่งเสียงให้เทวินรวบรวมสมาธิและให้อยู่นิ่งๆ เนื่องจากมีพลังงานชนิดเดียวกันทั้งสองสื่อสารกันได้ แม้แต่รูปแบบพลังงานเขาเข้าใจจึงรวบรวมสมาธิอยู่กับลมหายใจโดยที่ยังลืมตาอยู่
กิ่งไม้สีดำที่ปักอยู่บริเวณริมสระน้ำก็ได้ลอยขึ้นหมุนควงตัวเองหลายรอบบนอากาศก่อนพุ่งมาที่เทวิน กิ่งไม้สีดำตัดท่อนยาวขนาดครึ่งหนึ่งความสูงของเขาตอนนี้ก็ได้ลอยอยู่ตรงข้างหน้าแล้ว
เขามองเห็นอักขระภาษาของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิต่างระบบสุริยะจักรวาล ค่อยปรากฏตามกิ่งไม้สีดำเป็นแสงสีขาวเรืองๆ ให้เห็น‘จิตวิญญาณของชารูร์ เมื่อหลอมรวมกับเลือดมรกตจะทรงอานุภาพ ประดุจอาวุธของเทพเจ้า’
ดวงตาที่ส่องประกายแสงสีเขียวของเทวินเพ่งมองตามอักขระจากต่างดาว เขาเข้าใจแล้วสองสิ่งที่มาจากนอกโลกนี้ต้องการหลอมรวม
เป็นหนึ่งเดียวกันแต่ตัวเขาไม่อาจจะรู้ได้ว่าจะหลอมรวมได้ด้วยวิธีการใด
‘ไปที่วิหารสวนลอยฟ้าหาเสียงคำรามของราชสีห์แห่งทะเลทราย’
เทวินเข้าใจความหมายอักขระต่างดาวได้ก็เพราะเลือดมรกตที่มาจากต่างดาวเช่นกัน‘หรือจะเกี่ยวข้องกับอารยะธรรมโบราณ บาบิโลเนีย?’
ขณะกำลังคิดพิจารณากิ่งไม้สีดำที่ลอยอยู่ข้างหน้าก็ค่อยๆ เปล่งแสงสว่างสีขาวเรืองๆ ก่อนเนื้อไม้จะค่อยๆสูญสลายไปในอากาศ
กระทั้งเหลือเพียงอากาศธาตุที่ว่างเปล่า เขาก็ได้รู้คำตอบแล้วว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปกับสิ่งนี้
แต่ต่างก็ตรงที่เลือดมรกตอยู่ที่เทวินและพญาเสือดำมีพลังทิพย์จากการบำเพ็ญตนอยู่เป็นแรงเดิม
หากจะเดินทางด้วยร่างเสมือนกายแสงจึงต้องพึงพาอาศัยซึ่งกันและกันโดยผ่านเข้าไปในดวงตาของร่างแมวสีนิลนั่นเอง
“บาบิโลเนีย!?…” เขาเอ่ยออกมาเบาๆ ด้วยความครุ่นคิด
เมื่อกิ่งไม้ดำนั้นสลายกลายเป็นอากาศธาตุเทวินและแมวสีนิลก็กลับมาเป็นปกติ ‘จิตวิญญาณของชารูร์และหยดเลือดมรกต?!’เขาคิดในใจ กระรอกสายฟ้าที่ฟื้นตัวดีแล้วตอนนี้รู้ว่าเทวินกับแมวสีนิลต่างก็มีเรื่องต้องไปทำ มันจึงชูหางพู่สวยขึ้นพร้อมกับส่งเสียง ‘ค้อกกq..qqๆ’ “เราจะยังไม่ไปกันในตอนนี้”เขาบอกกับกระรอกสายฟ้าพร้อมกับยิ้มอ่อนโยน ทั้งสามจึงได้ใช้เวลาร่วมกัน ด้วยมิตรภาพของหนึ่งคนหนึ่งแมวและหนึ่งกระรอก เขายังได้มองไปที่ต้นจันทน์ลูกหอม‘อยู่ด้วยกันที่มิติภพของคุณธัญญาหรือเปล่านะ?’เขายังคิดถึงธัญญาและอมรา
แต่ก็ไม่ได้เป็นกังวลเพราะเธอบอกกับพิเชษฐ์ไว้ก่อนที่จะไป
หรือสร้างกรรมใหม่เพราะเราอีก’
ขณะที่มองต้นจันทน์ลูกหอมและคิดไปพรางๆก็มีสายโทรศัพท์เข้ามาพอดี เขามองดูรายชื่อคนที่โทรมา
“คุณขวัญจริงสิ ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง?” เขาพูดเบ่าๆ กับตัวเอง