แล้วพบกันใหม่เมื่อถึงเวลา [到时候见] ภาคย้อน

    ตอนที่ 24 50%


    ภายในห้องพักของหลี่ซูเม่ย "พี่สาว ท่านต้องการอาบน้ำหรือไม่" หลินซานเอ่ยถามหลี่ซูเม่ย


    "อาบก็ดีเหมือนกัน"


    "เช่นนั้นข้าจะไปเตรียมน้ำให้ท่าน ท่านโปรดรอสักครู่"


    "เจ้าไปบอกเสี่ยวเอ้อร์ให้มาจัดการเถอะ เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องทำเองหรอกน้องชาย เจ้าไม่ใช่บ่าวข้าไม่ใช่นาย พวกเราเป็นพี่น้องกัน เจ้าอย่าได้ลืมสิ"


    "ขอรับๆ พี่สาว เช่นนั้นข้าจะไปบอกเสี่ยวเอ้อร์ให้" พูดจบก็รีบวิ่งออกไปอีกเช่นเคย หลี่ซูเม่ยทำได้แค่ส่ายหัวให้กับความกระตือรือร้นของเด็กชายคนนี้


    ระหว่างที่รอหลินซานกลับมา หลี่ซูเม่ยได้ทำการฝึกฝนพลังยุทธของตนตามวิธีเดิมที่เคยฝึก แต่การฝึกในครั้งนี้กลับมีคืบหน้าน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่ดินแดนแห่งนี้มีไอพลังที่มีส่วนช่วยในการฝึกหนาแน่นกว่าที่ต้าชิง 'หรือว่าจะมีวิธีการฝึกเฉพาะเพื่อเลื่อนจากระดับสีทองไปยังระดับสีรุ้งกัน เดี๋ยวต้องลองถามหลินซานดู เขาอาจจะรู้ว่าต้องทำยังไง' หลี่ซูเม่ยคิดในใจ


    "พี่สาว ข้ากลับมาแล้ว อีกประเดี๋ยวเสี่ยวเอ้อร์จะมาจัดการให้ขอรับ"


    "อืม ขอบใจเจ้ามาก"


    "พี่สาว ข้า..."


    "มีอะไรหรือน้องชาย เจ้าพูดมาเถอะ"


    "คือข้า...ข้าอยากให้พี่สาวไปอาบน้ำเป็นเพื่อน ตั้งแต่ออกจากบ้านมาข้ายังไม่มีโอกาสได้อาบน้ำแบบจริงจังเลยซักครั้ง"


    "เจ้าเป็นเด็กผู้ชายนะ เจ้าน่าจะรู้ว่าชายหญิงแตกต่าง อีกอย่างข้าก็อายุ 13 แล้ว ไม่ใช่เด็กน้อยคนหนึ่ง"


    "พี่สาว ท่านอย่าเข้าใจผิดไป ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกกับท่าน แต่ท่านต้องสัญญากับข้าว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร"


    "ได้สิ"


    "ที่จริงแล้วข้าไม่ใช่เด็กผู้ชายหรอก ข้าเป็นเด็กผู้หญิง ชื่อของข้าคือจือฉิง ข้ามาจากตระกูลที่มีอำนาจตระกูลหนึ่ง ข้าขออภัยที่ไม่สามารถบอกท่านได้ เพราะหากท่านรู้ ท่านจะต้องตกอยู่ในอันตราย ข้ากลัวว่าท่านจะเป็นเหมือนพี่สาวของข้า


    ตระกูลของข้าโหดร้ายยิ่งนัก ที่ข้ามีชีวิตอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเพราะข้าโชคดีที่มีพี่สาว พี่สาวคนนี้เป็นพี่สาวแท้ๆ ของข้า เป็นพี่สาวร่วมบิดามารดา หลังจากที่มารดาของข้าหายตัวไปตอนข้าอายุได้ 6 ปี ข้าก็ได้พี่สาวนี่แหละที่คอยช่วยเหลือข้า ดูแลข้า อยู่กับข้าตลอดเวลา แต่ว่าอยู่ๆ นางก็หายตัวไป ข้ากลัวมากเลยตัดสินใจหนีออกมาจากบ้าน เมื่อเจอท่าน ท่านทำให้ข้ารู้สึกปลอดภัย ข้าก็เลย... ฮือๆ "


    หลังจากที่รู้ว่าหลินซานเป็นเด็กผู้หญิง หลี่ซูเม่ยก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะดูแลนางให้ดี เมื่อเห็นว่าหลินซานเริ่มร้องไห้ หลี่ซูเม่ยจึงพูดว่า "เห้อ ลำบากเจ้าแล้ว เจ้าอายุเพียงสิบขวบกลับมีความกล้าเช่นนี้ ข้าคิดว่าตระกูลเจ้าย่อมไม่ธรรมดาแน่ หลังจากนี้หากเจ้ามีอะไรก็สามารถพูดคุยกับข้าได้หมด เรื่องที่เจ้าเป็นหญิง ข้าสัญญาว่าจะไม่บอกใคร ในเมื่อเจ้าเป็นเด็กผู้หญิงเช่นกัน ข้าจะไปอาบน้ำพร้อมกับเจ้าแล้วกัน"


    "จริงหรือเจ้าคะ ดีจริงๆ เลย ขอบคุณพี่สาวมาก " หลินซานหยุดร้องไห้แทบจะทันทีทันใด ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปกอดหลี่ซูเม่ยไว้แน่น


    หลี่ซูเม่ยรู้สึกอับจนหนทางเมื่ออยู่กับเด็กเช่นหลินซาน นางจึงปล่อยให้เด็กน้อยกอดต่อไปพร้อมทั้งกล่าวปลอบและลูบหัวเด็กน้อยอย่างเบามือ การกระทำทั้งหมดนี้ของหลี่ซูเม่ยได้ตกอยู่ในสายตาของคนบางคนโดยที่นางไม่รู้ตัว


    เมื่อเสี่ยวเอ้อร์จัดการเตรียมน้ำให้เป็นที่เรียบร้อย ทั้งสองจึงไปอาบน้ำด้วยกัน ก่อนนอนหลี่ซูเม่ยได้ถามจือฉิงถึงวิธีในการฝึกยุทธของนาง "นี่ ฉิงเอ๋อร์ ตอนนี้ระดับพลังของเจ้าอยู่ที่สีอะไรหรือ เหตุใดข้าจึงมองไม่เห็น"


    "จริงๆ แล้วระดับพลังของข้าอยู่ที่สีทอง อันที่จริงตามปกติแล้วก็สมควรให้คนในตระกูลรับรู้เพื่อที่จะได้รับการเอาใจใส่ แต่อย่างที่เคยบอกท่าน ว่าตระกูลข้านั่นโหดร้าย หากมีคนรู้เข้าข้าอาจโดนฆ่าโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นตั้งแต่ข้าจำความได้ ข้าก็ใส่กำไลข้อเท้านี้มาตลอด พี่สาวบอกว่าท่านแม่เป็นคนใส่ให้ข้าตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งนี่ทำให้คนที่ตระกูลจึงคิดว่าข้าเป็นพวกไร้ประโยชน์ ไม่มีพลัง หลบอยู่หลังพี่สาว"


    "ข้าก็คิดอยู่ว่าเจ้าเป็นคนฉลาด แต่เหตุใดจึงหนีออกจากบ้านมาคนเดียวอย่างกล้าหาญ ที่แท้ระดับพลังของเจ้าก็ไม่ธรรมดานั่นเอง"


    "อันที่จริงข้าก็ไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้น ข้าแค่คิดว่าไปตายเอาดาบหน้าจะดีกว่า ขืนอยู่ในตระกูลต่อไปแล้วถูกจับได้ว่าข้ามีพรสวรรค์สูงส่ง ข้าคงไม่มีชีวิตรอดอย่างแน่นอน"


    "นั่นก็จริง ตอนนี้เจ้าก็ถือว่าเป็นพี่น้องกับพวกเราแล้ว หากเจ้ามีปัญหาอะไร พวกเราย้อมช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน"


    "ขอบคุณพี่ซูเม่ยเจ้าคะ"


    "อืม เช่นนั้นปกติเวลาเจ้าฝึกยุทธ เจ้าฝึกเช่นไร"


    "ปกติแล้วข้าจะดึงเอาไอพลังรอบกายมาทำการชำระล้างให้มีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะนำไปฝึกฝนโดยเดินพลังไปตามจุดต่างๆ บนร่างกายเจ้าคะพี่ซูเม่ย"


    "ขอบใจเจ้ามาก เจ้าช่วยทำให้ข้าเข้าใจวิธีการนำไอพลังเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด"


    "เอ๋ พี่ซูเม่ย ท่านไม่ใช่คนของที่ดินแดนแห่งนี้หรือเจ้าคะ? เพราะปกติแล้วถ้าเป็นคนที่เกิดที่นี่จะสามารถนำไอพลังไปใช้ในการฝึกยุทธได้เลยถึง 50 ส่วนแม้ว่าจะไม่ได้ชำระล้างไอพลังก็ตาม ถ้าชำระล้างแล้วก็จะนำไปใช้งานได้มากขึ้นตามจำนวนครั้งที่ทำการชำระล้าง"


    "อืม พวกเราไม่ได้มาจากดินแดนนี้จริงๆ นั่นแหละ เรื่องนี้เจ้าอย่าบอกใครเชียว พวกข้าไม่อยากวุ่นวาย"


    "จริงหรือเนี่ย ข้ารับรองว่าข้าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร เอ่อ...พี่ซูเม่ย ท่านมาจากดินแดนไหนหรือ แล้วที่นั่นเป็นเช่นไรบ้าง ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร ท่านเล่าให้ข้าฟังหน่อย ไม่เช่นนั้นคืนนี้ข้าคงนอนไม่หลับเป็นแน่ ข้าอยากเจอคนต่างดินแดนเช่นนี้มานานแล้ว ข้าเคยเห็นเพียงในตำราบรรยายเอาไว้ วันนี้ได้พบเจอแล้ว ช่างโชคดีจริงๆ "


    หลี่ซูเม่ยได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเสียใจที่ตนเอ่ยถามเรื่องการฝึกยุทธตอนนี้ เพราะถ้าถามวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ก็คงได้นอนพักผ่อนแล้ว จือฉิงบอกว่าถ้าไม่รู้คงนอนไม่หลับ นางก็คงจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อดูจากท่าทางตอนนี้ของนาง หลี่ซูเม่ยจึงเล่าเรื่องของนางให้จือฉิงฟัง เล่าไปได้ไม่นาน เด็กน้อยจื่อฉิงก็หลับไปเสียแล้ว หลี่ซูเม่ยจึงทำการห่มผ้าให้เด็กน้อย ก่อนที่จะดับตะเกียงเพื่อเข้านอน


    เช้าวันต่อมา ทุกคนต่างสังเกตเห็นว่าหลี่ซูเม่ยดูสนิทสนมกับหลินซานมากกว่าเดิม แม้ทุกคนจะสงสัยว่าเพราะเหตุใดหลี่ซูเม่ยถึงดูไว้วางใจหลินซานมากขนาดนั้น แต่ก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่ควรถาม เพราะทุกคนต้องรีบรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพื่อนำไปร่วมกันตัดสินใจกับอีกกลุ่มที่ไปยังผาดำในอีกสองวันข้างหน้า


    วันนี้หลินซานได้นำทางทุกคนไปที่ที่ว่าการประจำเมืองเพื่อทำแผ่นป้ายยืนยันตัวตน ใช้เวลาเกือบสองชั่วยามก็ได้แผ่นป้ายมาครอบครอง หลี่ซูเม่ยใช้ชื่อว่าเม่ยซู หวงหลงหยวนจางใช้ชื่อว่าจางหยวน ลู่อันเฉินใช้ชื่อว่าอันลู่ มู่ไป๋อันใช้ชื่อว่าอันไป๋ และสือปาใช้ชื่อว่าหลงปา


    แผ่นป้ายนี้นอกจากใช้ยืนยันตัวตนแล้ว ยังใช้ในการยืมสิ่งของจากทางหน่วยงานราชการได้อีกด้วย เช่น การยืมตำราจากหอสมุดประจำเมือง การยืมอุปกรณ์ในการทำการเกษตรจากที่ว่าการประจำเมือง โดยที่แผนป้ายจะมีตราสัญลักษณ์ประจำแต่ละบุคคลปรากฏอยู่ ตราสัญลักษณ์นี้เกิดจากการนำพลังส่วนหนึ่งของผู้ใช้ไปเก็บไว้ในแผ่นป้าย


    อย่างของมู่ไป๋อัน มีสัญลักษณ์เป็นรูปพู่กัน ระดับพลังสีม่วง ในแผ่นป้ายของมู่ไป๋อันก็จะมีรูปพู่กันปรากฏอยู่ และมีรังสีสีม่วงทอประการออกมาเมื่อใช้แผ่นป้าย แต่สำหรับพวกหลี่ซูเม่ย หวงหลงหยวนจาง และลู่อันเฉิน ทั้งสามคนมีตราสัญลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร พวกที่มีลายสักรูปผีผาที่อยู่ในดินแดนต้าชิงน่าจะรู้เรื่องนี้ ดังนั้นตัวการใหญ่ที่อยู่ที่ดินแดนนี้ย่อมรู้ด้วย โชคดีที่ทั้งสามคนมีวิธีในการเปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์ของตนเอง เพราะฉะนั้นสัญลักษณ์ที่อยู่บนแผ่นป้ายของทั้งสามจึงเป็นรูปที่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงเรียบร้อยแล้ว


    การที่แผ่นป้ายนี้ต้องใส่พลังของตนลงไป ทำให้พวกหลี่ซูเม่ยทำให้พวกจางจิวซือทั้งห้าคนไม่ได้ ต้องรอให้ถึงวันนัดพบ แล้วค่อยบอกให้ทั้งห้าคนมาทำแผ่นป้ายหากยังไม่ได้ทำ


    หลังจากทำแผ่นป้ายเสร็จเรียบร้อย ทุกคนได้ให้ลู่อันเฉินซึ่งตั้งครรภ์อยู่กลับไปพักผ่อนที่โรงเตี๊ยม ส่วนที่เหลืออีกห้าคนได้แยกย้ายกันไปสำรวจภายในของสถานที่ต่างๆ ในเมืองเวยซาน เพราะแผ่นที่ของพวกหลี่ซูเม่ยสามารถเห็นได้เพียงภายนอกของสถานที่เท่านั้น


    สองวันผ่านไป ในที่สุดก็ถึงวันที่ทั้งสองกลุ่มนัดรวมตัวกันที่ป่าโกงกาง...


    -------------------------------------------------


    * ฝากรีดให้กำลังใจและติดตามตอนต่อไปของไรท์ด้วยน้าาา ขอบคุณค่ะ♥️

    คล้ายกับเรื่องแล้วพบกันใหม่เมื่อถึงเวลา [到时候见] ภาคย้อน ที่คุณอ่าน