เจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน!

    ตอนที่ 38 เดิมพันด้วยชีวิตนะ

    "พี่ฟาใจ!" แพรวาเตรียมที่จะลุกพุ่งออกไป แต่เธอถูกซัมเมอร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ดึงแขนเอาไว้ก่อน


    "ใจเย็นๆ ก่อนยัยวา"


    "แต่..แต่พี่ฟาใจเขา ฮือ..." สาวน้อยจอมแก่นได้ปล่อยโฮออกมา พร้อมซบลงไปที่ไหลของซัมเมอร์


    สถานการณ์ตอนนี้ พูดได้เต็มปากเลยว่ามันเลวร้ายสุดๆ เพราะฟาใจพี่สาวคนสวยที่สนิทกับแพรวาจอมแก่น เวลานี้ เธอถูกจับเป็นตัวประกันโดยชายร่างใหญ่ที่ถือขวดที่ถูกทำให้แตกจนเป็นเสียงดังลั่นร้านเมื่อสักครู่นี้ กลายเป็นปากฉลามและนำมันมาจี้คอฟาใจเอาไว้


    ถ้าเกิดว่าฟาใจพยายามดิ้นหรือขัดขืน เธออาจถูกปากฉลามที่กำลังจ่ออยู่แทงทะลุลำคอ ทุกคนที่อยู่ภายในร้านค้าจึงไม่มีใครที่กล้าจะกระทำอุกอาจขึ้นมา เพราะมันจะเป็นอันตรายต่อฟาใจที่เป็นตัวประกันอยู่


    "พี่วิน..." ซัมเมอร์หันไปหาแฟนหนุ่มของเธอ


    "ไม่ต้องห่วง" วินเทอร์ตอบกลับไปอย่างสบายๆ


    สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า สำหรับชายชราวัย 68 ปี ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านโลกมานักต่อนักอย่างวินเทอร์แล้ว ไม่นับว่าร้ายแรงเท่าไหร่ ก็แค่มีคนคลั่ง จับตัวหญิงสาวเป็นตัวประกัน และทำไปเพราะเหตุใดยังไม่มีใครทราบเลยด้วยซ้ำ


    วินเทอร์จึงไม่ผลีผลามที่จะพุ่งเข้าไปช่วยเหลือ เพราะเขาต้องการจะทราบสถานการณ์ หลังจากนั้นก็เรียบเรียงเหตุการณ์ต่างๆ ไม่อย่างนั้นจากที่เขาจะเป็นฮีโร่ มันจะทำให้กลายเป็นไอโง่แทน


    "อย่าเข้ามา! ไม่งั้นข้าจะแทงนังนี่ทิ้งซะ" คนร้ายได้ตะคอกข่มขู่ขึ้นมา เมื่อเห็นว่ามีคนเตรียมจะพุ่งเข้าชาร์จใส่ตัวมัน


    วินเทอร์ยังคงนั่งยิ้มอย่างเฉยเมย มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสบายๆ ตามอารมณ์ เหมือนกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ วินเทอร์แค่ต้องการดูว่าผู้ก่อการร้ายคนนี้จะทำอะไรต่อ


    "แก แก และก็แก ไปขนเงินทั้งหมดใส่กระเป๋ามาให้ข้าซะ! อย่าชักช้า" คนร้ายชี้สั่งไปยังพนักงานทั้งสามคน


    คนทั่วไปอาจจะเห็นเพียงแค่ว่า พวกเขาถูกข่มขู่เพราะฟาใจถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ จึงจำใจต้องยอมทำตามคำสั่งคนร้าย ปล่อยให้สถานการณ์มันนำพาไป แต่มีหรือที่ชายผู้ที่ผ่านโลกอย่างคุณปู่วินจะมองการกระทำที่พวกเขาทั้งสี่คนแฝงไว้ไม่ออก?


    วินเทอร์จ้องมองไปที่การกระทำของพวกเขาทั้งสี่พร้อมสีหน้าที่เย้ยหยัน ส่วนเมฆาที่นั่งอยู่ข้างๆ สามารถอ่านสีหน้าของคุณชายออก เมฆาจึงกระซิบถามวินเทอร์ด้วยความสงสัย


    "นายเห็นสามคนนั้นไหม?"


    เมฆาพยักหน้าตอบรับ เขาจับจ้องไปยังพนักงานทั้งสามคน และในทันใดนั้นเอง เมฆารู้สึกว่าเหมือนจะสามารถจับผิดสังเกตพวกเขาได้


    วินเทอร์ยิ้มและมองไปที่คนร้ายที่กำลังจับตัวฟาใจไว้อยู่ "แม้ว่าการกระทำของพวกจะดูแนบเนียนมากแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจปิดซ่อนความโลภเอาไว้ได้ ถ้าพวกเขาเป็นพนักงานทั่วไปจะกระตือรือร้นรีบไปขนเงินหรือ? แล้วทำไมคนร้ายถึงต้องระบุเจาะจงพวกเขาทั้งสามด้วย? ถึงจะเป็นร้านหมูกระทะ แต่เงินทรัพย์สินต่างๆ ที่เก็บไว้ยังไงมันก็ต้องถูกเก็บไว้มิดชิดแน่นอน พนักงานทั่วไปสามคนจะไปรู้ได้ยังไง? ถ้าพวกเขาไม่ได้วางแผนกันมาก่อนล่วงหน้า"


    สาวๆ ที่นั่งฟังอยู่ถึงกับรู้สึกตกตะลึง เพราะพวกเธอไม่ทันได้คิดเรื่องนี้เลย พวกเธอเห็นด้วยกับคำพูดของวินเทอร์ เพราะพนักงานที่ถูกเรียกทั้งสามคน แม้บนใบหน้าจะมีความหวาดกลัว แต่การกระทำกับสวนทาง พวกเขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะไปขนเงินออกมาให้คนร้าย แถมยังรู้ที่เก็บเงินเป็นอย่างดีอีก มันใช่สิ่งที่พนักงานทั่วไปจะทำหรือ? อย่างน้อยพวกเขาควรจะลังเล และใช้เวลาช่วงที่กำลังขนเงินโทรไปแจ้งตำรวจ


    "ใจคนยากสุดจะหยั่งถึง แต่ธาตุแท้กลับยากที่ซ่อนเร้นไว้..." วินเทอร์ยกขาขึ้นมานั่งไขว้ นั่งดูเหตุการณ์ตรงหน้าสบายๆ


    การกระทำของวินเทอร์เรียกได้ว่าแตกต่างกับคนทั้งร้านหมูกระทะ ที่พยายามหมอบแอบด้วยความกลัวหรือหาจังหวะที่คนร้ายเผลอเพื่อเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือฟาใจ บางส่วนก็แอบแจ้งความไปยังตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


    มีเพียงโต๊ะของวินเทอร์ที่นั่งกินหมูกระทะย่างเนยและรับชมเหตุการณ์ตรงหน้า เหมือนนั่งดูหนังหรือละคร โดยเฉพาะวินเทอร์ที่มีท่วงท่าดูสบายๆ ไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรเลยสักนิด เหมือนกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องปกติธรรมดา


    'ถ้ามีเบียร์มาจิบไปด้วยคงจะฟินไม่น้อย' คุณปู่วินเทอร์ในร่างเด็กหนุ่มเลียริมฝีปากเบาๆ


    "ให้ผม-"


    "ไม่ต้อง" วินเทอร์พูดตัดบทเมฆาอย่างเฉยเมย


    เมฆาที่เตรียมจะเข้าไปช่วยเหลือได้ถูกวินเทอร์ห้ามเอาไว้ ถ้าให้เมฆาเข้าไปแทรกแซง แน่นอนว่าเรื่องจะจบลงภายในชั่วพริบตา จนนิยายในตอนนี้ถูกตัดจบลงไปในอีกไม่กี่บรรทัดแน่นอน


    บรรดาสาวๆ ต่างไม่เข้าใจว่าทำไมวินเทอร์ถึงไม่ให้เมฆาไปช่วย ถึงแม้ว่ามันจะอันตรายอาจถึงขั้นเสียชีวิต ถ้าเมฆาและวินเทอร์เป็นเด็กมัธยมปลายธรรมนะ...


    วินเทอร์กับเมฆาใช่เด็กมัธยมปลายธรรมดาที่ไหน? คนตรงหน้าเป็นผู้ก่อการร้ายก็จริง แต่ก็เป็นระดับปลายแถวเท่านั้น จะมาเทียบกับระดับหัวเรือของกลุ่มมาเฟียที่ทรงอิทธิพลได้เหรอ? พวกเธอไม่มีความจำเป็นต้องเป็นห่วงวินเทอร์กับเมฆาเลยสักนิด แต่เป็นห่วงว่าคนร้ายคนนั้นจะดับอนาถด้วยวิธีไหนมากกว่า


    "รอไปก่อน ความสนุกกำลังเริ่มต้นขึ้น" วินเทอร์ยิ้มอย่างมีเลศนัย


    พวกเธอต่างไม่เข้าใจว่าวินเทอร์กำลังหมายถึงอะไร รวมแม้กระทั่งเมฆาด้วย


    "พวกเธอไม่สงสัยกันเหรอ? ถ้าพวกเขาต้องการเงินจริงๆ จะมาปล้นร้านหมูกระทะทำไม ไปปล้นธนาคารหรือร้านขายของชำไม่ดีกว่าเหรอ"


    กลุ่มเด็กสาวต่างพากันเบิกตากว้างโต ก็จริง! ทำไมจะต้องมาปล้นร้านหมูกระทะด้วยละ? มันดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด ถ้าจะปล้นจริงๆ ไปปล้นธนาคาร ไม่ก็ร้านทองที่มีคนน้อยๆ ดีกว่าไหม ร้านหมูกระทะที่มีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสายและยังมีจำนวนฝูงคนที่คับคั่งอีก


    หลังจากผ่านไปได้สักพักหนึ่ง พนักงานทั้งสามคนก็เดินออกมาพร้อมถุงขนาดใหญ่หนึ่งถุง พวกเขาโยนถุงใบใหญ่ลงพื้นและรูดซิปเปิดออก คนร้ายที่จับตัวฟาใจเป็นตัวประกันอยู่ก็ผลักฟาใจลงกับพื้นอย่างแรง


    ทันทีที่ถุงถูกเปิดออก ปรากฏว่าข้างในไม่มีเงินสักบาทเดียว แต่กลับเป็นปืนไรเฟิลจู่โจมประมาณราวๆ หกถึงเจ็ดกระบอก


    กลุ่มคนร้ายหยิบปืนขึ้นมาถือเล็งไปที่ผู้คนภายในร้าน ทันใดนั้นฝูงชนต่างพากันสติแตกขึ้นมาทันที นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ปล้นจี้ธรรมดาๆ แล้ว! นี่มันอาชญากรรมชัดๆ


    ผู้คนในร้านกรีดร้องขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว ปืนนั้นต่างกับมีดหลายขุม มันทั้งเด็ดขาดและยังเป็นการโจมตีระยะไกล ก่อนจะลั่นไกออกไปอาจจะมีความลังเลอยู่บ้าง แต่ทันทีที่ได้ลั่นออกไปแล้ว ความรู้สึกต่างๆ จะถูกปลดปล่อยออกไปพร้อมกับกระสุนลูกนั้น


    ลูกกระสุนนั้นไร้ตา เป้าหมายของมันจะเป็นผู้โชคร้ายคนไหนก็ไม่ทราบ ทำให้คนที่ยิงออกไปไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาเพียงแค่ลั่นไกออกไปเท่านั้น ส่วนใครจะอยู่หรือตายก็เป็นเรื่องของดวงแล้วละ ซึ่งมันแตกต่างจากอาวุธระยะประชิดที่ผู้ใช้ต้องเป็นคนลงมือโดยตรง


    กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ชี้ปืนไปยังฝูงชน เพื่อที่จะระดมยิงอย่างไม่เลือกหน้า พวกเขาต้องการจะฆ่าทุกคนที่อยู่ภายในร้านหมูกระทะแห่งนี้ทั้งหมด


    ทันใดนั้นขมับของวินเทอร์ก็เกิดความรู้สึกที่เย็นยะเยือก ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยราวกับเดจาวู


    "ถ้ายังไม่อยากตาย ก็อยู่เฉยๆ ซะไอ้หนู" เสียงหุ่นยนต์ที่ผ่านการดัดแปลงจากเครื่องเปลี่ยนเสียงดังขึ้นมา พร้อมปรากฎร่างของคนผู้หนึ่ง


    คนผู้นี้มีร่างสูงโปร่ง ใส่ชุดคลุมปิดเอาไว้ทั้งตัวอย่างมิดชิด บนใบหน้าถูกประดับด้วยหน้ากาก Phantom Opera และที่สำคัญ พวกเขาไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่มีกันนับสิบชีวิต และยังนำปืนจ่อหัวกลุ่มคนในกลุ่มของวินเทอร์เอาไว้ทั้งหมดอีก


    นี่นับว่าเป็นครั้งที่สองในชีวิตนี้แล้ว ที่วินเทอร์ถูกคนเอาปืนจ่อหัว ในครั้งแรกคนที่นำปืนมาจ่อหัวเขามีอาการสั่นๆ ถือปืนไม่มั่นคง แต่ในครั้งนี้คนที่กำลังนำปืนจ่อหัวเขาอยู่ถือด้ามปืนอย่างมั่นคงสบายๆ เหมือนกับว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้ปืนมานับครั้งไม่ถ้วน


    หรือจะพูดให้ถูกคือชายที่กำลังเอาปืนจ่อหัววินเทอร์อยู่คือนักฆ่าตัวจริง ไม่ใช่มือสมัครเล่นแบบคนแรก


    วินเทอร์ที่ถูกปืนจ่อหัวอยู่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบว่า "เดิมพันด้วยชีวิตนะ..."


    "?"


    "ชักปืนออกมาแล้ว ต้องเดิมพันด้วยชีวิตนะ..." วินเทอร์ยิ้มสบายๆ


    "ไอ้หนู ดูเหมือนว่าแกจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีนะ?" คนที่นำปืนจ่อหัววินเทอร์อยู่พูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยความงุนงง


    มันไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มมัธยมปลายถูกปืนจ่อหัวอยู่ทนโท่ แต่กลับไม่มีความรู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย แถมยังพูดจาหยอกล้อตัวมันอีก เด็กหนุ่มคนนี้ทำราวกับว่าปืนที่กำลังจ่อหัวอยู่เป็นปืนเด็กเล่นอย่างไรอย่างนั้น หรือว่าไอเด็กหนุ่มตรงหน้ามัน ยังคิดว่านี่เป็นการจอจี้ประเภทหนึ่ง


    เมื่อเห็นว่าคนผู้นี้ได้นิ่งเงียบไป วินเทอร์จึงได้แสยะยิ้มขึ้นมา "ก็พูดว่า มันไม่ได้มีไว้ขู่อย่างเดียวไงเล่า"


    โผละ!


    ทันทีที่สิ้นเสียงของวินเทอร์ ศีรษะของคนที่ถือปืนจ่อหัววินเทอร์อยู่ ก็ได้ระเบิดออกมาเหมือนลูกแตงโม ท่ามกลางความวุ่นวายภายในร้านหมูกระทะ การที่หัวของคนผู้นี้ระเบิดดังโผละ มันได้สะกดให้ผู้คนภายในร้านตกอยู่ในภวังค์


    ส่วนบรรดาชายที่สวมหน้ากาก ได้ยืนนิ่งอึ้งตะลึงงัน เต็มไปด้วยความงุนงงไปหมดแล้ว เพื่อนของพวกมันอยู่ๆ ก็หัวระเบิดดังโผละไปเฉยๆ พวกมันไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย...


    Writer : คิดถึงละซี้!!! ที่ไรต์หายไปนาน เพราะไปเคลียร์งานมาน้าบ แต่หลังจากวันที่ 15 พ.ค. เป็นต้นไป ไรต์จะกลับมาลงนิยายอย่างปกติแล้วน้าบ ฝากกดแชร์และกดหัวใจเพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมกดเก็บเข้าชั้นเพื่อที่จะได้อ่านนิยายก่อนใครด้วยน้า~

    คล้ายกับเรื่องเจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน! ที่คุณอ่าน