บทที่ 8: มื้อค่ำทมิฬและตารางฝึกนรก
โถงรับรองอาหารของสำนักกายาทองคำในค่ำคืนนี้ สว่างไสวด้วยโคมไฟระย้าที่ประดับด้วยมุกราตรี แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยิ่งกว่างานศพ
โต๊ะกลมขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้จันทน์แดง ถูกจัดวางอาหารเลิศรสกว่าร้อยชนิด ทว่าไม่มีใครแตะต้องตะเกียบ
หลงเฟย นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมตามไรผม ไม่ใช่เพราะอากาศร้อน แต่เพราะรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากสตรีทั้งหกนางที่นั่งล้อมรอบเขาอยู่
ทางซ้ายมือคือ ไป๋รั่วซี จากสำนักกระบี่เหมันต์ นางนั่งตัวตรงสง่างาม ไอเย็นจากตัวนางทำให้น้ำซุปในชามตรงหน้านางเริ่มจับตัวเป็เกล็ดน้ำแข็งบางๆ ทางขวามือคือ เฟิงเยี่ยน จากหุบเขาอัคคี นางเคาะนิ้วกับโต๊ะด้วยความหงุดหงิด ทุกครั้งที่นิ้วกระทบโต๊ะ จะเกิดรอยไหม้เล็กๆ เป็จุดดำ ถัดไปคือ จ้าวจิง ที่กำลังใช้มีดสั้นปักลงบนขาหมูหมั่นโถวอย่างดุดัน ราวกับจินตนาการว่าเป็หน้าศัตรู มู่หลิง นั่งเขี่ยอาหาร พลางใช้เข็มเงินจิ้มตรวจสอบพิษในทุกจานอย่างหวาดระแวง หลานเยว่ นั่งเงียบเชียบในมุมมืดของแสงตะเกียง จนแทบจะกลืนไปกับเงา และ ซูเม่ย ที่นั่งยิ้มหวาน ส่งสายตายั่วยวนให้หลงเฟยตลอดเวลา แม้จะปักใจเชื่อว่าเขา "ใช้งานไม่ได้" แล้วก็ตาม
"กินสิ เฟยเอ๋อ... เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด" ฮูหยินหลิวที่นั่งอยู่อีกโต๊ะกับหลงป้าเทียน (หนีไปนั่งไกลๆ เพื่อความปลอดภัย) เอ่ยปากกระตุ้น
หลงเฟยหยิบตะเกียบด้วยมือที่สั่นเทา (แกล้ง) "ขะ... ขอกินข้าวเปล่าครับ"
"ช้าก่อน!" เฟิงเยี่ยนตบโต๊ะ "เ้าเป็ผู้ชายประสาอะไร กินข้าวเปล่า? กินเนื้อนี่!" นางคีบเนื้อย่างชิ้นใหญ่ที่ยังร้อนฉ่า (เพราะนางเพิ่งอุ่นด้วยมือเปล่า) ใส่ชามเขา "กินให้เยอะๆ จะได้มีแรง... ไม่ใช่ผอมแห้งแรงน้อยเป็ไก่ป่วยแบบนี้!"
"อุ้ย... แม่นางเฟิงช่างป่าเถื่อน" ซูเม่ยหัวเราะคิกคัก "นายน้อยหลงเขาบอบบาง ท่านต้องดูแลเขาอย่างทะนุถนอมสิ... มาเ้าค่ะ ข้าป้อน" นางตักซุปไก่ตุ๋นยาจีน เป่าเบาๆ แล้วยื่นไปจ่อปากหลงเฟย กลิ่นหอมของซุปปนกับกลิ่นกายสาวงามชวนให้เคลิบเคลิ้ม
เคร้ง!
ตะเกียบหยกในมือไป๋รั่วซีหักเป็สองท่อน "ไร้ยางอาย... ต่อหน้าธารกำนัลยังกล้าทำตัวรุ่มร่าม"
"ใครรุ่มร่ามมิทราบ ยัยแม่ชีน้ำแข็ง?" ซูเม่ยสวนกลับทันควัน
บรรยากาศบนโต๊ะเริ่มเดือดพล่าน รังสีฆ่าฟันพุ่งไขว้กันไปมาเหนือหัวหลงเฟย ชายหนุ่มค่อยๆ หดคอลง พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ‘พ่อจ๋า แม่จ๋า... ช่วยลูกด้วย’
...
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของหลงป้าเทียนดังขึ้นขัดจังหวะ เ้าสำนักกายาทองคำเดินเข้ามาที่โต๊ะ สีหน้าเคร่งเครียดในมือถือเทียบเชิญสีทองอร่ามที่ประทับตราั
"พวกเ้าเลิกทะเลาะกันได้แล้ว เรามีเื่ใหญ่ต้องหารือ" เขาวางเทียบเชิญลงกลางโต๊ะ
"สำนักัฟ้า ส่งเทียบเชิญมา... งานประลองยุทธ์ล่าัประจำปี"
เมื่อได้ยินชื่อ 'สำนักัฟ้า' และ 'งานล่าั' แววตาของหญิงสาวทั้งหกก็เปลี่ยนไปเป็จริงจังทันที
"สำนักัฟ้า... ผู้นำฝ่ายธรรมะทิศเหนือ" ไป๋รั่วซีพึมพำ "พวกเขาไม่เคยเชิญสำนักทางใต้เข้าร่วมงานนี้มาก่อน เว้นแต่..."
"เว้นแต่้าจะ 'ฉีกหน้า'" หลานเยว่เอ่ยขึ้นลอยๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "งานล่าัคืองานประลองเป็ตาย ผู้เข้าร่วมต้องเซ็นสัญญามรณะ... พวกเขาเชิญหลงเฟยโดยระบุชื่อชัดเจน"
"ชัดเจนว่าพวกมันรู้เื่การหมั้นหมายของพวกเรา" เฟิงเยี่ยนกัดฟัน "พวกมัน้าลากเ้าขยะ... เอ้ย ว่าที่สามีของพวกเราไปฆ่ากลางเวที เพื่อประกาศว่าฝ่ายใต้มีแต่พวกไร้น้ำยา และเพื่อหยามเกียรติพวกเราทั้งหกสำนักที่เลือกคนแบบนี้เป็คู่ครอง!"
ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะอาหาร หากหลงเฟยไม่ไป = ขี้ขลาด ตาขาว สำนักกายาทองคำเสียชื่อเสียง และ 6 สำนักของฝ่ายหญิงก็จะถูกครหาว่าเลือกคู่หมั้นขี้แพ้ หากหลงเฟยไป = ตายสถานเดียว
หลงเฟยลอบยิ้มในใจ ‘หวานหมู! นี่แหละโอกาสทอง! ข้าจะไปร่วมงาน แกล้งแพ้ั้แ่รอบแรก แล้วแกล้งตายเนียนๆ หรือไม่ก็แกล้งพิการถาวร เพื่อให้พวกนางถอนหมั้นให้หมด!’
"ข้าจะไป!" หลงเฟยยกมือขึ้น "เพื่อเกียรติของตระกูลหลง ข้าไม่กลัวตาย!"
ทุกคนมองเขาเป็ตาเดียว
"เ้าอยากตายรึ?" จ้าวจิงถามตรงๆ "ัฟ้ามีศิษย์เอกชื่อ 'หลงอ้าวเทียน' (ัผยองเดช) มันผู้นั้นโเี้ยิ่งกว่าสัตว์อสูร ข้าเคยเห็นมันฉีกร่างคู่ต่อสู้ด้วยมือเปล่า เ้าจะเอาอะไรไปสู้?"
"ข้า... ข้าจะใช้ใจสู้!" หลงเฟยตอบด้วยน้ำเสียงพระเอกลิเก
"ไร้สาระ!" มู่หลิงทุบโต๊ะ "ใจสู้ไม่ช่วยให้เ้ารอดจากกระบี่ทะลุอก!"
นางกวาดตามองสตรีรอบโต๊ะ "พวกท่าน... เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว หากเขามีสภาพน่าสมเพชเช่นนี้ไปตายในงานประลอง พวกเราทุกคนจะกลายเป็ตัวตลกของยุทธภพ ท่านจะยอมให้ชื่อเสียงสำนักพวกท่านป่นปี้เพราะผู้ชายคนเดียวรึ?"
"ไม่มีทาง" ไป๋รั่วซีตอบทันที "ศิษย์สำนักกระบี่เหมันต์ฆ่าได้หยามไม่ได้"
"ข้าก็ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกรสนิยมการเลือกผัวของข้า!" เฟิงเยี่ยนเสริม (แม้ในใจจะคิดว่าเลือกผิดไปแล้วก็ตาม)
"ดังนั้น..." มู่หลิงขยับแว่น แววตาฉายแสงอำมหิต "เรามีเวลา 1 เดือน... เราต้อง 'ปฏิวัติ' ร่างกายและฝีมือของเขาใหม่ทั้งหมด!"
หลงเฟยรู้สึกหนาวสันหลังวาบ "ดะ... เดี๋ยว... ปฏิวัติ?"
"ใช่!" เฟิงเยี่ยนลุกขึ้นยืน แสยะยิ้มที่ทำให้หลงเฟยอยากร้องไห้ "พวกเราทั้งหกคือยอดฝีมือในแต่ละด้าน... ถ้าเราร่วมมือกันเคี่ยวเข็ญเ้า ต่อให้เป็ก้อนขี้หมา ก็ต้องกลายเป็เพชรได้!"
และแล้ว... ตารางฝึกนรก ก็ถูกร่างขึ้นสดๆ บนโต๊ะอาหาร
ยามเหม่า (05.00 - 07.00): วิ่งขึ้นลงเขาพร้อมแบกหินพันชั่ง โดยมี จ้าวจิง ขี่สิงโตัไล่กัดก้น
ยามเฉิน (07.00 - 09.00): ฝึกความทนทานของิัด้วยการแช่ในบ่อลาวาจำลองของ เฟิงเยี่ยน
ยามซื่อ (09.00 - 11.00): ฝึกหลบหลีกกระบี่บินร้อยเล่มของ ไป๋รั่วซี (ห้ามตอบโต้ หลบอย่างเดียว)
ยามอู่ (11.00 - 13.00): พักเที่ยง... แต่ต้องกินอาหารพิษและยาขมสูตรนรกของ มู่หลิง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและทะลวงชีพจร
ยามเว่ย (13.00 - 15.00): ฝึกต้านทานภาพลวงตาและจิตสังหารกับ ซูเม่ย (ห้ามหลับ ห้ามตายด้าน)
ยามเซิน (15.00 - 17.00): ฝึกประสาทััและการเอาตัวรอดในความมืดกับ หลานเยว่ (นางจะลอบฆ่าเขาจริงๆ ถ้าเผลอ)
"เริ่มพรุ่งนี้!" มู่หลิงสรุป
หลงเฟยอ้าปากค้าง "ท่านพ่อ... ช่วยลูกด้วย..."
หลงป้าเทียนเบือนหน้าหนี ทำทีเป็สนใจลายไม้บนเพดาน "พยายามเข้านะลูก พ่อเป็กำลังใจให้... แม่เ้าเขาเห็นดีเห็นงามด้วย พ่อขัดไม่ได้"
หลงเฟยทรุดตัวลงกับเก้าอี้ นี่มันไม่ใช่การฝึก... นี่มันคือการพยายามฆ่าเขาให้ตายก่อนจะไปถึงงานประลองชัดๆ!
แต่สิ่งที่พวกนางไม่รู้คือ... การฝึกนรกพวกนี้ สำหรับหลงเฟยที่มีกายาาแล้ว มันก็เหมือนการ "นวดผ่อนคลาย" ดีๆ นี่เอง ปัญหาเดียวของเขาคือ... จะแกล้งเจ็บยังไงให้ดูสมจริงที่สุดตลอด 1 เดือนเต็มๆ โดยไม่เผลอหลับไปซะก่อน
...
ณ มุมมืดบนหลังคาตำหนัก
เงาร่างหนึ่งซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านรอยแยกของกระเื้ัคา มันคือสายลับชุดดำที่ปกปิดตัวตนมิดชิด มือข้างหนึ่งถือพู่กันจดบันทึกทุกคำพูดลงในม้วนกระดาษ
"หลงเฟยจะเข้าร่วมงานประลอง... และเหล่าคู่หมั้นจะทำการฝึกฝนเขา... หึหึ ช่างน่าขัน มดปลวกก็ยังเป็มดปลวกวันยังค่ำ"
สายลับผู้นั้นแสยะยิ้มภายใต้หน้ากาก ก่อนจะผูกสาส์นกับขานกเหยี่ยวสีนิล "ไป... นำข่าวไปบอกนายน้อยหลงอ้าวเทียน ว่าเหยื่อติดเบ็ดแล้ว"
เหยี่ยวทมิฬโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ หารู้ไม่ว่า... ขณะที่มันบินผ่านเรือนพักของหลงเฟย ก้อนหินก้อนเล็กๆ ก้อนหนึ่งถูกดีดขึ้นมาจากหน้าต่างห้องนอนด้วยความแม่นยำ
ปึก!
หินกระแทกเข้าที่จุดเส้นประสาทที่ปีกของเหยี่ยวอย่างจัง เหยี่ยวเคราะห์ร้ายร่วงลงไปในป่าไผ่ทันที
ในห้องนอนที่มืดสนิท หลงเฟยพลิกตัวนอนตะแคง พลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง "คิดจะส่งข่าวรึ? รอให้ข้าฝึกเสร็จก่อนเถอะ... ่นี้ข้ากำลังยุ่งกับการแสดงละคร อย่าเพิ่งมาขัดจังหวะ"