กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    เล่มที่ 3 บทที่ 6

    วันเวลาผ่านไป หลังจากเข้ามาภายในสำนักวิหารสวรรค์ ตอนนี้ผ่านไป 25 วันแล้ว หยางอี้ยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาสมุนไพรต่างๆ ตอนนี้ความรู้ของเขาแทบจะเรียกได้ว่าเกินขอบเขตของผู้ฝึกหัดปรุงยาไปแล้ว ด้วยข้อมูลของกู่เทียนชางที่บันทึกไว้นั้นเรียกได้ว่าตำราที่เหล่าสิทธิ์ใช้ภายในสำนักนั้นเทียบไม่ติดเลยแม้แต่น้อย บับ!หยางอี้ปิดตำราเล่มหนาลงหลังจากอ่านทบทวนรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้ว ใจความในส่วนแรกนั้นหยางอี้ทำความเข้าใจได้ตั้งแต่ 5 วันที่แล้ว ส่วน 5 วันที่ผ่านมานี้ชายหนุ่มยังคงนั่งทบทวนเพื่อความมั่นใจโดยไม่ประมาท และในที่สุด ใจความของส่วนวัตถุดิบ 1 ใน 10 ส่วนแรกก็ถูกฝังลึกลงในความเข้าใจของชายหนุ่มเป็นที่เรียบร้อยแม้จะกล่าวว่าเพียง 1 ใน 10 ส่วนของภาคข้อมูลวัตถุดิบ แต่สำหรับตำราของกู่เทียนชาง 1 ใน 10 ส่วนนี้ครอบคลุมข้อมูลของการปรุงยาระดับหนึ่งไว้ทั้งหมด ทุกรายละเอียดที่เซียนโอสถค้นพบถูกบันทึกไว้จนหยางอี้สามารถเข้าใจวัตถุดิบระดับ 1 ได้ทั้งหมดเหตุผลง่ายๆที่หยางอี้ต้องใช้เวลามากในการทำความเข้าใจคือคำว่า ‘นักปรุงยา’ นักปรุงยาคืออะไร นิยามง่ายๆคือผู้ที่นำวัตถุดิบมากมายที่มีบนโลกนี้มากลั่นจนเกิดเป็นเม็ดยาต่างๆ และการจะทำเช่นนั้นได้แน่นอนว่าต้องมีทรัพยากรในการฝึกฝนที่เพียงพอ นี่เป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้โลกนี้ผลิตนักปรุงยาขึ้นมาได้น้อยมากหยางอี้มีแต้มอย่างจำกัด รวมถึงตัวเขาไม่เคยผ่านการฝึกปรุงยามาแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นก่อนจะลงมือหยางอี้จำต้องมีความมั่นใจว่าจะสำเร็จเมื่อเก็บตำราแล้วหยางอี้นำแผนที่ขึ้นมาดูอีกครั้ง ตอนนี้เป้าหมายต่อไปของเขาคือการหาวัตถุดิบเพื่อนำมาใช้ในการฝึกปรุงยา เงื่อนไขเดียวในตอนนี้ที่จะต้องทำคือการหาแหล่งพลังปราณเพื่อใช้ในการปลดผนึกมุกมิติราชันย์ และนั่นจำต้องใช้จ่ายออกไปจำนวนมาก หยางอี้คิดหาวิธีไว้หลายวิธีในการเก็บแต้ม และการขายยาคือหนึ่งในนั้นเช่นกัน“ก่อนอื่นข้าคงต้องไปสำรวจราคาที่เขาแลกเปลี่ยนเสียก่อน”หลังจากวางแผนเสร็จสรรพ หยางอี้ก็มุ่งหน้าไปยังเขาแลกเปลี่ยนทันที ยอดเขาแลกเปลี่ยนนั้นนับได้ว่าเป็นหนึ่งในยอดเขาที่แออัดมากที่สุด และที่สำคัญเขาแลกเปลี่ยนนั้นตั้งอยู่ใจกลางของเขตนอก ทำให้การสัญจรไปมานั้นสะดวกยิ่งขึ้นภายในยอดเขาแลกเปลี่ยน เมื่อมาถึงหยางอี้ตะลึงไม่น้อย สิ่งที่เห็นนี่มันไม่ใช่ตลาดที่เหล่าศิษย์ของสำนักมาทำการแลกเปลี่ยนกันแล้ว แต่นี่มันคือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ชัดๆ ด้านบนยอดเขาแห่งนี้ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือมีผู้ใดสร้างไว้ ด้านบนยอดเขานั้นกลายเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ บริเวณรอบถูกสร้างเป็นตึกรามมากมายล้อมรอบแอ่งกระทะ ส่วนพื้นที่ด้านในนั้นเต็มไปด้วยร้านแผงลอย ร้านค้า ที่ถูกจัดสรรอย่างเป็นระเบียบ และใจกลางของแอ่งนี้คือตำหนักหลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงามด้านหน้าสลักป้ายขนาดใหญ่ตัวอักษรสีทอง “หอประมูลเทียมฟ้า”หยางอี้เดินสำรวจภายในตลาดด้วยความสนุกสนาน ตลาดแลกเปลี่ยนแห่งนี้นับว่าอยู่ในระดับสูงเลยทีเดียว สิ่งของมากมายที่นำมาวางขายที่นี่แทบจะอยู่ในระดับที่หาไม่ได้จากโลกภายนอก บางชิ้นหากนำไปวางขายนอกสำนักอาจสร้างความตื่นเต้นจนผู้คนต้องกระสับกระส่ายกันแน่นอนแม้จะมีสิ่งของน่าสนใจมากมายแต่หยางอี้จำต้องกัดฟันเลิกสนใจไปในทันที เพราะราคานั้นสูงลิบลิ่วเช่นกัน ใช้เวลากว่า 2 ชั่วยามหยางอี้ก็รู้ราคาคร่าวๆ ของวัตถุดิบระดับหนึ่งและโอสถระดับหนึ่ง สำหรับวัตถุดิบนั้นมีราคาไม่นับว่าแพงมากนัก แต่หากต้องชื้อมาใช้ในการฝึกแล้วนับว่าหนักหนาไม่น้อย แต่เรื่องนี้หยางอี้ไม่กังวลมากนักเพราะชายหนุ่มมีเป้าหมายในใจแล้วในการหาวัตถุดิบพวกนี้ นั่นคือ การเสี่ยงดวงที่ป่าสวรรค์ ซึ่งเป็นธุรกิจร่วมของเขาแฝดที่ 20 และ 21 ยอดเขาสมุนไพรและยอดเขาสัตว์อสูรสำหรับโอสถระดับ 1 นั้น มีราคาอยู่ที่ 100 - 1000 แต้ม ตามคุณภาพและประเภทการใช้งาน ภายในตลาดแลกเปลี่ยนนั้นมีขายถึงเพียง ระดับ 3 ราคาสูงสุดอยู่ที่ 3000 แต้ม และระดับสูงกว่านั้นต้องหาเอาจากหอประมูล สำหรับโอสถระดับ 3 นั้น เป็นของที่ศิษย์ชั้นนำของยอดเขาโอสถปรุงขึ้นมา นับว่ามีจำนวนน้อยมาก ส่วนระดับสูงขึ้นไปนั้นเป็นโอสถที่ผู้อาวุโสปรุงขึ้น ระดับสูงสุดที่สำนักวิหารสวรรค์สามารถผลิตได้นั่นคือโอสถระดับ 6 และมีเพียงคนเดียวที่สามารถปรุงได้คือท่านเจ้าเขาโอสถระหว่างที่สำรวจราคาของวัตถุดิบนั้นหยางอี้ได้สอบถามเกี่ยวกับหอประมูลเทียมฟ้า ทำให้ได้ข้อมูลมาเล็กน้อย ที่หอประมูลนี้มีบริการหนึ่งที่เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ต้องการบางสิ่งที่เฉพาะเจาะจง นั่นคือการลงนามแจ้งความต้องการ โดยมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยและก่อนวันที่จะมีการประมูลของที่ต้องการไว้หนึ่งวันจะมีจดหมายแจ้งไปยังผู้ลงนามเมื่อสอบถามเกี่ยวกับของที่ต้องการแล้ว หยางอี้ก็จัดการลงนามไว้ก่อนจะเดินทางออกจากเขาแลกเปลี่ยน และมุ่งหน้าไปยังเขาแฝด เวลาช่วงเช้าทั้งหมดหยางอี้ใช้ไปกับการสำรวจราคาโอสถและวัตถุดิบ ตอนนี้เหลือเวลาอีก 3 ชั่วยามฟ้าจะมืดป่าสวรรค์นั้นแตกต่างจากเขาอื่นๆ เพราะป่าสวรรค์นอกจากเป็นสถานที่เสี่ยงโชคแล้วยังนับว่าเป็นสถานที่ฝึกฝนแห่งหนึ่งของวิหารสวรรค์อีกด้วย บริเวณทั้งหมดของพื้นที่เขาแฝดนั้นถูกกางเขตแดนแบ่งแยกกับพื้นที่ภายนอกอย่างชัดเจน จากที่สำรวจหยางอี้คิดว่าคงจะเป็นแบบเดียวกับป่าเมฆาและเป็นเช่นเคย มีศิษย์มากมายที่ต้องการมาแสวงโชคภายในป่าสวรรค์แห่งนี้ ด้านในนั้นเต็มไปด้วยทรัพยากร วัตถุดิบ สัตว์อสูร และยังมีสถานทดสอบที่ทางสำนักได้สร้างไว้โดยมีสมบัติวิเศษเป็นรางวัลอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคของแต่ละคน สถานที่ทดสอบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบ เพราะมันถูกค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลาเมื่อมีคนผ่านได้ครั้งหนึ่งด้านหน้าป่าสวรรค์มีเพียง ตำหนัก 2 ตำหนักเท่านั้นที่ตั้งอยู่ หยางอี้ไม่รอช้าตรงเข้าไปยังตำหนักบริการทันที ภายในค่อนข้างแออัดเล็กน้อย แต่การบริการเป็นไปอย่างไม่มีติดขัด ด้วยจำนวนของศิษย์ที่ทำหน้าที่จัดการมีมากกว่า 30 คน หยางอี้เลือกไปยังช่องว่างช่องหนึ่งก่อนจะเดินเข้าไป แล้วกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม“คารวะศิษย์พี่ ไม่เจอกันเสียนาน”ศิษย์คนที่ทำหน้าที่รับบริการเงยหน้าขึ้นมามองหยางอี้แล้วชะงักไปเล็กน้อยจึงหัวเราะออกมา เขาคือหนึ่งในศิษย์ที่เคยคุยกับหยางอี้เมื่อครั้งอยู่ในหอทดสอบนั่นเอง“ฮ่าๆ ศิษย์น้องหยาง ไม่คิดว่าเจ้าจะมาที่นี่เร็วเช่นนี้”“พอดีข้าต้องการเสี่ยงโชคสักเล็กน้อย หวังแต่ว่าข้านั้นจะมีโชคอยู่บ้าง”หยางอี้กล่าวตอบไปก่อนที่ศิษย์พี่นั้นจะเริ่มอธิบายกฎระเบียบการเข้าป่าสวรรค์ให้ชายหนุ่มฟังป่าสวรรค์นั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 เขต นอก กลาง ใน แต่ละเขตนั้นทั้งความยากและอัตราการเสี่ยงชีวิตต่างกันตามลำดับ ปีหนึ่งมีศิษย์จำนวนไม่น้อยที่ตกตายภายในป่าสวรรค์ แน่นอนว่ายิ่งเข้าไปลึกสิ่งที่จะเจอนั้นก็ยิ่งล้ำค่ามากยิ่งขึ้นแต่อันตรายก็มีมากขึ้นเช่นกัน และการจะเข้าไปในแต่ละเขตนั้นจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย หากลงเบียนไว้ในข้อจำกัดของเขตนอกก็จะไม่สามารถเข้าไปยังเขตกลางได้ ภายในป่าสวรรค์นั้นเต็มไปด้วยค่ายกลมากมายที่ผู้อาวุโสได้สร้างไว้ คร่าวๆก็จะมีลักษะเหมือนตอนที่หยางอี้ทดสอบในป่าเมฆา ทุกคนจะได้รับแผ่นป้าย สามารถออกมาได้ตลอดเวลาเมื่อพบอันตราย และแผ่นป้ายนั้นก็จะใช้ในการผ่านค่ายกลเพื่อเข้ายังเขตต่อไปอีกด้วยป้ายถูกแบ่งเป็น 3 ระดับ ทองแดง เงิน ทอง สำหรับป้ายทองแดงนั้นมีราคาอยู่ที่ 10 แต้มต่อ 1 ชั่วยาม ป้ายเงินนั้น 50 แต้มต่อ 1 ชั่วยาม และป้ายทองนั้น 100 แต้มต่อหนึ่งชั่วยาม หยางอี้ขมวดคิ้วพลางนึกในใจ นี่มันเป็นการรีดไถชัดๆ หากต้องการอยู่ในเขตใน 1 วัน จำต้องจ่ายออกด้วยแต้ม 1200 แต้ม นับว่าสมกับเป็นสถานที่เสี่ยงดวงโดยแท้ หากพบหนึ่งหรือสองอย่างก็นับว่าคุ้มค่า แต่หากไม่ได้รับอะไรเลยนั่นถือว่าเสียหายอย่างหนักเมื่อจ่ายออกไป 1200 แต้มและต่อมาหยางอี้ก็แทบจะเข่าทรุด การเข้าป่าสวรรค์นั้นจะถูกผนึกแหวนมิติไว้และผู้ที่จะเข้าต้องเช่าถุงมิติจากทางตำหนักเท่านั้น โดยถุงเองก็มี 3 ระดับตามจำนวนสิ่งของที่ใส่ได้ 10 ชิ้น ราคา 100 แต้ม 50 ชิ้นราคา 300 แต้ม และ 100 ชิ้นราคา 500 แต้ม กฎการใช้ถุงมิตินั้นศิษย์พี่อธิบายว่าเพื่อป้องกันการกอบโกยวัตถุดิบระดับต่ำมากเกินไป เช่นหากศิษย์หลักคนหนึ่ง เข้าไปยังเขตนอกในเวลา 1 ชั่วยาม นั่นหมายถึงจ่ายออกเพียง 10 แต้ม และในเวลา 1 ชั่วยามนั้นกับความสามารถของศิษย์หลักทางสำนักจะต้องเสียหายมากขนาดไหนไม่มีผู้ใดรู้หยางอี้จึงพอพยักหน้าเข้าใจหลังจากฟังศิษย์พี่ผู้นี้อธิบายทุกอย่างจนจบ “ศิษย์พี่ ข้าต้องการป้าย เงิน เป็นเวลา 1 วัน และถุงระดับ 2”หยางอี้เมื่อตัดสินใจก็เอ่ยปากบอกความต้องการทันที นี่ทำให้ศิษย์พี่ผู้นี้ตกใจจนเกือบหงายหลัง“น้องหยาง เจ้าเร่งรีบไปหรือไม่ นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าเข้าป่าสวรรค์ ข้าคิดว่าเจ้าควรเข้าไปสำรวจในเขตที่หนึ่งสัก 1 ชั่วยามก่อนดีหรือไม่ มันไม่ใช่เพียงเรื่องอันตรายแต่ การจะเข้าป่าสวรรค์เพื่อให้ได้รับประโยชน์นั้นจำเป็นต้องดูเวลาที่เหมาะสมเช่นกัน แล้วยังถุงระดับ 2 เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่”ศิษย์พี่กล่าวเตือนออกมาทันที สิ่งที่หยางอี้ทำนั้นออกจะบุ่มบ่ามไปหน่อย เนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เขาจึงไม่อยากให้หยางอี้ใช้จ่ายออกไปโดยเสียเปล่า ป้ายเงิน? 1 วัน? ถุงระดับ 2? การใช้จ่ายเช่นนี้ทำให้เขางุนงง แน่นอนว่าทรัพยากรระดับต่ำนั้นสามาถเก็บเกี่ยวได้เกิน 20-30 ชิ้น แน่นอนหากใช้เวลา 1 วัน แต่หากต้องการจะเก็บเกี่ยวทรัพยากรระดับต่ำจะเอาป้ายเงินไปเพื่ออะไร และแน่นอนว่า 1 วัน การจะเก็บเกี่ยวทรัพยากรในเขตสองให้ได้ 10 ชิ้นนั้นเป็นเรื่องยากอย่างมาก“ข้าเพียงอยากลองดู บางทีข้าอาจจะมีโชคอยู่บ้าง”หยางอี้เพียงยิ้มและตอบออกไป ศิษย์พี่จึงไม่พูดอะไรอีกก่อนจะส่ายหัวและจัดการธุระให้หยางอี้ เมื่อจ่ายแต้มออกไป 900 แต้มหยางอี้ก็รับของแล้วเดินออกจากตำหนักไปยังประตูค่ายกลทางเข้าป่าสวรรค์ห่างไปไม่ไกลมีชาย 2 คนกำลังมองดูหยางอี้อยู่และเมื่อเห็นหยางอี้เข้าไปภายในป่าสวรรค์แล้ว ชายคนหนึ่งจึงกล่าวออกมา“เฉินซุย รีบไปรายงานนายน้อยว่ามันเข้าไปในป่าสวรรค์แล้ว”