57 1-2
ตอนที่ 93 ข้าไม่มีวันทรยศนายหญิง (1)
วันเวลาล่วงเลยไปสองวันอย่างรวดเร็ว โม่เฉินหยวนทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ ยินยอมให้เหลิงหยุนเจียวเข้าไปบำเพ็ญตบะภายในห้วงมิติพื้นที่ของเขาได้
เป้าหมายยามนี้ของเหลิงหยุนเจียวคือ การทะลวงขึ้นสู่ขอบเขตปราณถ่องแท้
“นายหญิง! นายหญิง!”
เหนียวเหนี่ยวปรากฏกายขึ้น ยืนเกาะอยู่บนไหล่ของเหลิงหยุนเจียว กุมจับปอยผมอีกฝ่ายไว้กำหนึ่งพร้อมเขย่าเรียกเสียงรัว
“นายหญิง ท่านควรไปเจรจากับโม่เฉินหยวนสักเที่ยวหนึ่ง ขอให้เขายกทะเลมรกตแห่งนี้ให้”
“แหล่งกำเนิดของพลังวิญญาณในที่นี่ก็คือน้ำในทะเลมรกตนั่น หากเราได้สิ่งนี้ไปไว้ในห้วงมิติพื้นที่ของเรา ระดับความเข้มข้นและบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณภายในนั้น จักต้องแข็งแกร่งกว่าโลกภายนอกมากโขเป็นแน่!”
แม้ว่าภายในห้วงมิติพื้นที่ของเหลิงหยุนเจียวจะกักตุนเสบียงเป็นคลังแสงไว้มากมายเพียงใด แต่ระดับความเข้มข้นและบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณกลับไม่ต่างอะไรจากโลกภายนอกเลย
เหลิงหยุนเจียวครุ่นคิดพินิจอยู่สองอึดใจ ก่อนจะตอบปฏิเสธกลับไปในทันที
“นี่เป็นสินทรัพย์ของผู้อื่น เพียงแค่เขายินยอมให้ข้ายืมใช้ก็นับว่าบุญแล้ว”
“หากข้ายังจะหน้าด้านไปขอมาเป็นของตนเองอีก ด้วยเหตุผลที่เห็นแก่ตัวเช่นนี้ คงไม่ต่างจากหมาป่าเดรัจฉานที่ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณกระมัง?”
เหนียวเหนี่ยวยักไหล่เลิกคิ้วอย่างช่วยไม่ได้ นางเบะปากโค้งลง สองมือยกขึ้นไขว้กอดแผ่นอกแน่น เปลี่ยนท่าเป็นนั่งอยู่บนไหล่ของเหลิงหยุนเจียวแทน
“ทะเลก็ตั้งกว้างใหญ่ไพศาลถึงเพียงนั้น ขอตัดแบ่งมาสักหน่อยคงจะไม่เป็นไรกระมัง? อีกอย่าง ภายในนั้นก็ยังมีแหล่งกำเนิดพลังวิญญาณอื่นอีกตั้งมากมาย เพียงแค่นี้ขนหน้าแข้งของเขาคงไม่ร่วงกระมัง?”
“อีกอย่าง การกระทำเช่นนี้ก็มิได้เลวร้ายอันใดเสียหน่อย เรามีเหตุผลที่ต้องการจริงๆ ยามนี้มีศัตรูอยู่รายล้อม หากไม่รีบแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ววัน เกรงว่าคงต้องไปเป็นภาระให้เขาต้องช่วยเหลืออีก? ที่ข้ากล่าวมาทั้งหมดจริงหรือไม่? อย่าใจร้ายกับตัวเองไปหน่อยเลยนายหญิง”
การที่เหลิงหยุนเจียวค่อนข้างเป็นกังวลก็เพราะว่า ไพ่ในมือของนางมิได้มีมากมายนัก และทุกอย่างล้วนแต่ข้องเกี่ยวกับโม่เฉินหยวนทั้งสิ้น หากทำให้เขาสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวนางไป เกรงว่าความเสียหายครั้งนี้คงมากมายมหาศาลจนยากจะประเมินได้เป็นแน่!
เหนียวเหนี่ยวเห็นอีกฝ่ายยังคงลังเลตัดสินใจไม่ได้ จึงได้แต่เบะปากบ่นรำพึงรำพันด้วยความหงุดงหงิดใจว่า
“ไฉนท่านทำราวกับมิเคยทำเรื่องเช่นนี้มาก่อน?”
“....” เหลิงหยุนเจียวสะดุ้งเล็กน้อย แม้เมื่อครั้งที่นางเป็นสายลับนักฆ่านั้น จะเคยทำเรื่องทำนองนี้มานับครั้งไม่ถ้วนก็ตาม แต่หากเปรียบเทียบกันแล้ว สถานการณ์ในยามนี้ดูเหมือนจะแตกต่างเป็นคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง!
“ข้าจะไปบำเพ็ญตบะก่อน อย่าเพิ่งมารบกวน”
เหนียวเหนียวนั่งเงียบจ้องมองเหลิงหยุนเจียวอยู่อีกครู่ใหญ่
คล้อยหลังเห็นว่านางหลับตาสนิทเข้าสู่สภาวะญาณแล้ว เหนียวเหนี่ยวจึงค่อยร่อนตัวกระโดดลงมาจากไหล่ของอีกฝ่าย ร่อนลงสู่ภาคพื้นดินโดยพลัน
สตรีร่างจิ๋วกระโดดเหยงๆออกไป และไม่นานก็มาถึงทะเลมรกต
เหม่อมองผิวน้ำสีเขียวมรกตเบื้องหน้า ที่ใสบริสุทธิ์จนสามารถสะท้อนเห็นใบหน้าเล็กจิ๋วของนางได้อย่างชัดเจน
นางหยีตาจนเห็นเป็นเส้นบางๆ ใบหน้ายามนี้เผยให้เห็นรอยยิ้มที่แสนเจ้าเล่ห์
นางหยิบหม้อสีดำใบใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึงสองเมตรออกมาจากห้วงมิติของตนเอง แล้วจึงยกขึ้นมาวางไว้ตรงหน้า
ขณะที่เหนียวเหนี่ยวกำลังจะแบกมันไปตักน้ำสีเขียวมรกตขึ้นมานั้น จู่ๆ ก็มีมือของใครบางคนตรงเข้าคว้าคอเสื้อของนางจากด้านหลัง เหนียวเหนี่ยวรู้สึกร่างเบาหวิวขึ้นทันใด ลำตัวลอยค้างเติ่งอยู่กลางอากาศเช่นนั้น และไม่ว่าจะพยายามออกแรงดิ้นรนมากเพียงใด แต่กลับดูเปล่าประโยชน์ ส่วนหม้อสีดำได้กระเด็นตกลงไปในทะเลมรกตแล้ว
“ภูติศิลาตัวน้อย เจ้าโลภถึงเพียงนี้เชียวรึ?”
น้ำเสียงสบายๆแต่ฉาบด้วยไอเย็นของโม่เฉินหยวนแผดดังขึ้น เขามาพร้อมกับรัศมีแรงกดดันขุมหนึ่งที่ปะทุออกมา
เหนียวเหนี่ยวถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ภายในใจแอบหวาดผวาอยู่หลายส่วน แต่ก็ยังทำเป็นใจดีสู้เสือ หันไปยิ้มให้กับโม่เฉินหยวนพร้อมปั้นหน้าไร้เดียงสากล่าวว่า
“คุณชายโม่ ท่านกำลังพูดเรื่องอันใดรึ? นายหญิงของข้าเพียงแค่คอแห้งเพราะกระหายน้ำเท่านั้น ข้าตั้งใจจะตักน้ำไปต้มชาให้นางสักกา”
“ต้มชารึ? กาของเจ้าใหญ่เป็นหม้อปานนั้นเชียว?”
โม่เฉินหยวนพ่นลมหายใจเย้ยหยันใส่ทีหนึ่ง ก่อนจะกล่าวประชดประชันขึ้นว่า
“เจ้านายของเจ้าดูเหมือนจะเป็นคนดีมีคุณธรรมอยู่บ้าง แต่ไฉนจึงได้มีทาสรับใช้คดโกงเยี่ยงเจ้าได้? จะว่าไป นายที่ไม่สามารถคุมบ่าวของตนได้ นับว่าใช้ไม่ได้เลยจริงๆ”
เหนียวเหนี่ยวชักสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก อีกฝ่ายกำลังว่ากล่าวนายหญิงของนางอยู่ต่อหน้าเช่นนี้ แต่สภาพของนางยามนี้ กลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย และนั่นทำให้ยิ่งน่าโมโหเข้าไปใหญ่!
แต่ทันทีที่สังเกตเห็นว่า โม่เฉินหยวนนั้นเอาแต่จ้องมองนางตาเขม็งมาตั้งแต่เมื่อครู่ เหนียวเหนี่ยวก็เริ่มเนื้อตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวขึ้นอีกครั้ง
“จะ-เจ้า...นี่เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”
เนื้อเสียงที่เปล่งดังออกมาของนางราวกับสูญเสียเรี่ยวแรงไปโดยสิ้นแล้ว แต่ในชั่วอึดใจต่อมา เหนียวเหนี่ยวก็เหมือนคนที่หวาดกลัวเข้าขั้นสติแตก แหกปากระเบิดเสียงร้องตะโกนลั่นใส่โม่เฉินหยวนไม่หยุด
“ขอเตือนเจ้าไว้ก่อน! ข้าผู้นี้เป็นถึงทาสผู้ซื่อสัตย์ของนายหญิง และไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนนางก็ไว้วางใจข้าที่สุด! หากเกิดอันใดขึ้นกับตัวข้า นางไม่เอาเจ้าไว้แน่!!”
“ข้าก็ยังไม่ได้บอกเลยว่า จะทำอันใดเจ้า”
โม่เฉินหยวนตอบกลับน้ำเสียงเฉยเมยไม่มีแยแส ชำเลืองสายตาไปด้านข้างมองออกไปไกลๆ ก็พบเหลิงหยุนเจียวที่กำลังขะมักเขม้นมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการเข้าญาณ
“ทะเลมรกตแห่งนี้มีแหล่งกำเนิดอยู่เพียงแค่จุดเดียว และมันก็ฝังรากลึกอยู่ที่นี่มาเนิ่นนานแล้ว ต่อให้เจ้าจะขุดทั้งทะเลมรกตย้ายไปวางไว้ในห้วงมิติของเจ้า แต่ความเข้มข้นของพลังวิญญาณย่อมจะไม่แข็งแกร่งขึ้นอยู่ดี”
“....” เนื่องจากไม่มีอะไรจะเถียง เหนียวเหนี่ยวจึงทำได้เพียงแค่ส่งสายตามองเคืองให้อีกฝ่ายแทน
“การเพิ่มพูนระดับความเข้มข้นและบริสุทธิ์ของพลังวิญญาณในห้วงมิติพื้นที่ สิ่งนี้จะช่วยให้รากฐานพลังความแข็งแกร่งของเจ้าพัฒนาก้าวหน้าได้มากโข หากข้าเดาไม่ผิด นี่ต่างหากคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของเจ้ากระมัง?”