ซุนฮวา คือสาวใช้จากเรือนใหญ่ ที่ฮูหยินผู้เฒ่าส่งให้มาสอดแนมสองแม่ลูก ส่วนคนที่สั่งให้นางเคี่ยวยามาให้เหวินซินหลิงคืออนุจ้าว จ้าวฮุ่ยอิง ซึ่งเป็อนุภรรยาคนโปรดที่ฮูหยินผู้เฒ่าให้ความสำคัญ
เมื่อเก็บเศษซากปรักหักพังของชามยาเก่าเสร็จแล้ว เพียงครึ่งชั่วยาม[1]หลังจากนั้นซุนฮวาก็กลับมาพร้อมยาชามใหม่ นางตั้งใจไว้ว่าจะไม่ยอมให้ผิดพลาดอีกครั้งเป็แน่
ซุนฮวาเดินดุ่ม ๆ เข้ามาภายในเรือนเล็ก แววตาเต็มไปด้วยความอวดดี ไม่ได้มีแววนอบน้อมมากมายเหมือนก่อนหน้า แม้เพิ่งจะได้เห็นท่าทีแข็งกร้าวของเหวินซินหลิงไปหมาด ๆ แต่สุนัขที่พึ่งบารมีเ้าของย่อมไม่รู้จักประเมินสถานะของตน
"เื่ก่อนหน้านี้ พวกท่านทำบ่าวใหมดเลยเ้าค่ะ" ซุนฮวากดเสียงต่ำ ก่อนจะวางถ้วยยาอันใหม่ไว้บนโต๊ะไม้ข้างเตียง ภายนอกนางแสร้งทำเป็เคารพนบนอบแต่แววตาของนางกลับแฝงไปด้วยความถือดี
"หากฮูหยินผู้เฒ่าทราบว่าท่านอาละวาดทำลายยาที่อนุจ้าวอุตส่าห์ให้คนต้มมาให้ เกรงว่าท่านคงต้องไปคุกเข่ารับโทษที่ศาลบรรพชนอีกนะเ้าคะ ฉะนั้นเชิญดื่มให้ไวเ้าค่ะ" ซุนฮวาเอ่ยเสียงนุ่มแต่เร่งเร้า
หากเป็แต่เดิมเหวินซินหลิงคงจะรีบยกชามยาขึ้นมาดื่ม ทว่าคราวนี้นางทำเพียงนั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร ซุนฮวาที่เห็นอย่างนั้นก็อดแปลกใจจนต้องนิ่วหน้าไม่ได้
[นังขี้โรคนี่ หูหนวกหรืออย่างไร ข้าเป็คนของเรือนใหญ่ นางกล้าดีอย่างไรมาแข็งข้อ! เดี๋ยวข้าจะจับกรอกยาให้สำลักตายเสียตรงนี้!]
เหวินซินหลิงยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ั์ตาเฉียบคมดุจใบมีดศัลยกรรมจดจ้องร่างของสาวใช้ตรงหน้าอีกหน ในหัวคำนวณจุดศูนย์ถ่วงและระยะการพุ่งตัว หากสตรีผู้นี้ก้าวเข้ามาอีกเพียงครึ่งก้าว นางพร้อมจะใช้สองนิ้วสกัดจุดก้านคอให้สลบเหมือดคาที่
[วอนหาที่ตายแล้วนังคนใช้นี่ พลาดไปแล้วหนึ่งหน ยังจะมารบเร้าให้ข้าดื่มยาพิษเป็ครั้งที่สองอีกหรือ]
เหวินซินหลิงครุ่นคิดในใจ ในขณะเดียวกันนั้นซุนฮวาก็หมายจะก้าวเท้าเข้ามาแตะต้องตัวของอีกฝ่าย ทว่าในชั่วอึดใจกลับมีร่างของเด็กสาววัยสิบห้าปีในอาภรณ์ผ้าฝ้ายสีซีดพุ่งพรวดเข้ามาขวางหน้าเตียงอย่างกล้าหาญ
"พี่ซุนฮวา ท่านคิดจะทำอะไร!"
เฉาจวง หรือ จวงจวง สาวใช้คนสนิทเพียงคนเดียวที่ยังภักดีต่อเหวินซินหลิง นางรีบเปิดประตูแล้ววิ่งปรูดเข้ามาขวางหน้าซุนฮวาไว้อย่างรวดเร็ว นางนั้นพึ่งจะไปจัดสวนให้คุณหนูรองเสร็จ พองานที่ถูกใช้ทำเสร็จจึงรีบกลับมา บัดนี้ได้ยืนกางแขนออกปกป้องนายหญิงพร้อมกับคุณหนูน้อย ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แต่ดวงตายังคงเบิกกว้างสู้
“จะทำอะไร ข้าไม่จำเป็ต้องรายงานเ้า” ซุนฮวาเหยียดยิ้มกระด้างเพื่อข่มขวัญอีกฝ่าย
"ฮูหยินเพิ่งฟื้น ร่างกายยังอ่อนแอ ท่านจะมาบีบคั้นอันใดอีก ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!" เฉาจวงเอ่ยต่อต้าน
ซุนฮวาเค้นเสียงหยัน "เฉาจวงน้อย นังคนชั้นต่ำ เ้ามีสิทธิ์อันใดมาสั่งข้า..."
"เสียงเอะอะอันใดกัน น่ารำคาญเสียจริง รบกวนเวลาจิบชาของพวกข้าหมด" น้ำเสียงแหลมสูงเจือความหยิ่งยโสดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตู เฉาจวงสะดุ้งสุดตัว รีบถอยกลับมายืนก้มหน้าอยู่ข้างเตียง ซุนฮวารีบปรับสีหน้าดุร้ายให้กลายเป็นอบน้อม ย่อตัวหลีกทางให้ผู้มาทีหลังอย่างรู้ความ
สตรีสองนางก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในห้องซอมซ่อ อาภรณ์ไหมทอทองคำสะท้อนแสงตะวันยามสายจนแสบตา กลิ่นเครื่องหอมชั้นเลิศลอยกลบกลิ่นอับชื้นในอากาศทันที ทั้งสองมีใบหน้าพิมพ์เดียวกันดุจแกะจากแม่พิมพ์เดียวกัน หากแต่บรรยากาศรอบตัวกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แฝดพี่อย่างหลี่เจียวเหอ สวมอาภรณ์สีแดงเพลิง ใบหน้าเชิดรั้น ริมฝีปากเหยียดเกลียดชังอย่างเปิดเผย ส่วนแฝดน้องอย่างหลี่เจียงอวี้ สวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อน ใช้ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกมู่หลานปิดจมูกบางเบา ดวงตาหงส์ทอประกายอ่อนโยน แต่หากมองดูดี ๆ จะเห็นว่ามันเคลือบแฝงไปด้วยจริตของนางมารร้าย
[ดูสภาพนังแพศยานี่สิ นอนรอความตายแท้ ๆ ยังหน้าด้านหายใจอยู่อีก ท่านพี่ของข้าสูงส่งปานเทพเซียน นางมีสิทธิ์อันใดมาตำแหน่งฮูหยินเอก วันนี้ข้าจะด่าให้นางกระอักเืตายไปเลย!]
เสียงความคิดของหลี่เจียวเหอดังก้องเข้ามาในหัวของเหวินซินหลิง เสียงนั้นมันแหลมปรี๊ดจนชวนให้ระคายหู ในขณะที่เสียงของหลี่เจียงอวี้กลับเย็นเยียบและลึกล้ำกว่า
[ปล่อยให้พี่หญิงเป็คนออกหน้าไปก็แล้วกัน หากนังนี่ทนไม่ไหวสิ้นใจตายไป ท่านแม่ก็จะได้ไม่ตำหนิมาถึงข้า ก่อนหน้านี้ก็มีคนเอายาพิษมาให้ดื่มแล้วมิใช่หรือ เหตุใดถึงยังลืมตาได้อยู่อีก]
เหวินซินหลิงหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองของแพทย์ทหารที่เคยผ่านความเป็ความตายมานับไม่ถ้วน เริ่มประมวลผลข้อมูลทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ภาพจิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจายเริ่มต่อกันเป็รูปร่าง
หลี่เจียวเหอ...หลี่เจียงอวี้...จวนเจิ้นกั๋วกง...แม่ทัพใหญ่...
มุมปากของเหวินซินหลิงกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความกระจ่างวาบเข้ามาในดวงตา ตอนแรกยังไม่แน่ชัดในการเรียบเรียงความทรงจำ ครานี้แจ่มชัดยิ่งกว่าท้องฟ้าเสียอีก
[ประเมินสถานการณ์ใหม่ นี่ไม่ใช่หน้าประวัติศาสตร์ยุคใดทั้งสิ้น แต่เป็โครงสร้างของหนังสือนิยายชิงอำนาจเรือนหลังที่ข้าเคยเปิดอ่านฆ่าเวลาตอนอยู่ค่ายทหาร นิยายเื่ 'ยอดสตรีทระนง' ตัวร้ายคือแม่สามี น้องสามี และเหล่าภรรยาทั้งหลายของสามี ส่วนร่างนี้คือฮูหยินเอกผู้เป็เพียงตัวละครประกอบแสนเวทนา เปรียบดั่งแท่นหินให้ตัวละครอื่นเหยียบย่ำ]
หลี่หรงหรงที่แอบซุกตัวอยู่หลังแผ่นหลังบางของมารดาถึงกับหูผึ่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อได้ยินเสียงความคิดของเหวินซินหลิง
[นิยาย? ท่านกำลังบอกว่าเราหลุดเข้ามาในหนังสือนิยายงั้นหรือ! ไอ้พวกหนังสือปกหวานแหววที่พวกเด็กเรียนเนิร์ด ๆ ชอบพกติดกระเป๋าตอนที่ข้าเข้าไปไถเงินน่ะนะ? บ้าจริง...ข้าไม่รู้เื่สักนิด! วัน ๆ เอาแต่หลอกฟันเงินพวกคนหน้าโง่ ใครจะไปสนนิยายพรรค์นั้นกัน!]
เหวินซินหลิงเหลือบมองก้อนแป้งน้อยที่เกาะแขนเสื้อนางแน่นด้วยหางตา [ไม่ต้องตื่นตระหนก ขอแค่รู้โครงสร้างของศัตรู ทุกอย่างก็วิเคราะห์หาจุดอ่อนได้ คนที่เปิดหน้าชนอย่างแฝดพี่ จัดอยู่ในภัยคุกคามระดับต่ำ ส่วนแฝดน้องที่ชอบซ่อนดาบในรอยยิ้ม จัดอยู่ในระดับปานกลาง]
"พี่สะใภ้..." หลี่เจียงอวี้ก้าวขึ้นมาด้านหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเจือความห่วงใยจอมปลอม "ได้ยินสาวใช้บอกว่าท่านอาการไม่ค่อยดี หรงหรงก็ซุกซนไม่รู้ความทำข้าวของเสียหาย พวกข้าเป็ห่วงนักจึงแวะมาดู ร่างกายท่านอ่อนแอถึงเพียงนี้ ไฉนจึงดื้อรั้นไม่ยอมดื่มยาเล่าเ้าคะ"
หลี่เจียวเหอเค้นเสียงขึ้นจมูก "เจียงอวี้ เ้าจะไปพูดดีกับนางทำไม นางก็แค่อยากเรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละ คิดว่าทำตัวอ่อนแอแล้วท่านพี่จะกลับมาเหลียวแลหรือ? ฝันไปเถอะ! สตรีไร้ค่าเช่นเ้า แค่ได้แต่งเข้าจวนเจิ้นกั๋วกงก็ถือว่าบรรพบุรุษทำบุญมามากพอแล้ว หัดเจียมกะลาหัวเสียบ้าง!"
เฉาจวงหน้าเสีย น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารนายหญิง "คุณหนูรอง คุณหนูสาม ฮูหยินเพิ่งฟื้น ได้โปรดอย่า..."
"หุบปากเดรัจฉานนั่น! ข้าพูดกับนายของเ้า เ้าเป็บ่าวมีสิทธิ์อันใดมาสอด!" หลี่เจียวเหอตวาดลั่น เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสาวใช้ที่บังอาจสอดปาก
หมับ!
มือเรียวบางที่ดูเหมือนไร้เรี่ยวแรงของเหวินซินหลิง ยื่นออกไปคว้าข้อมือของหลี่เจียวเหอไว้กลางอากาศ แม่นยำและรวดเร็วจนไม่มีใครมองทัน
"โอ๊ย! ปล่อยนะ ฮูหยินวิปลาสนี่!" หลี่เจียวเหอกรีดร้อง พยายามสะบัดมือออก แต่กลับพบว่านิ้วมือของสตรีป่วยไข้ผู้นี้ตรึงแน่นดุจคีมเหล็ก กดลงตรงจุดเส้นประสาทพอดีจนความเ็ปแล่นแปลบไปถึงข้อศอก
เหวินซินหลิงไม่ได้ออกแรงมาก นางเพียงใช้หลักสรีรวิทยาให้เป็ประโยชน์ ใบหน้าของนางยังคงเรียบเฉย ไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์โกรธ
"น้องรอง" น้ำเสียงของเหวินซินหลิงราบเรียบ เย็นเยียบจนน่าขนลุก "ตับของเ้าทำงานหนักเกินไปแล้ว สังเกตจากเส้นเืดำที่ขมับ และอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ หากยังปล่อยให้ไฟโทสะสุมทรวงเช่นนี้ ระวังเส้นเืในสมองจะแตกตายก่อนวัยอันควร ข้าเป็ห่วงจริง ๆ"
หลี่เจียวเหอเบิกตากว้าง ความเ็ปที่ข้อมือผสานกับคำพูดประหลาดที่ฟังดูเหมือนคำสาปแช่งทำให้นางสั่นสะท้านไปทั้งตัว
[นังนี่มันพูดบ้าอะไร ตับอะไร สมองแตกอะไร นางผีเข้าหรืออย่างไร! สายตานั่น... ทำไมถึงได้ดูน่ากลัวปานนี้!]
หลี่เจียงอวี้เห็นท่าไม่ดี รีบก้าวเข้ามากุมมือเหวินซินหลิง "พี่สะใภ้ โปรดระงับโทสะด้วย พี่รองเพียงแค่เป็ห่วงท่านจนพูดจาขวานผ่าซากไปบ้าง ท่านอย่าได้ถือสาหาความเลยเ้าค่ะ"
เหวินซินหลิงปรายตามองแฝดน้อง แล้วปล่อยมือจากแฝดพี่อย่างไม่ไยดี นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดนิ้วทีละนิ้ว คล้ายกับเพิ่งไปแตะต้องสิ่งสกปรกมา
"ข้าเหนื่อยแล้ว" เหวินซินหลิงเอ่ยลอย ๆ "จวงจวงส่งแขก"
เฉาจวงที่ยืนอึ้งอยู่นานรีบก้มหน้าลุกลี้ลุกลน "ชะ...เชิญคุณหนูรอง คุณหนูสามเ้าค่ะ ฮูหยิน้าพักผ่อน"
หลี่เจียวเหอกุมข้อมือที่แดงเถือก กัดฟันกรอด "ฝากไว้ก่อนเถอะ! รอให้ท่านแม่จัดการเ้า ข้าจะดูซิว่าเ้าจะปากดีไปได้อีกกี่วัน!"
สองแฝดสะบัดชายกระโปรงเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง ซุนฮวารีบถอยตามออกไปเพื่อนำความไปรายงานฮูหยินผู้เฒ่า ทิ้งให้ห้องหับกลับมาสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
เฉาจวงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้น "ฮูหยิน...ท่านไม่น่าไปต่อกรกับคุณหนูรองเลยเ้าค่ะ หากพวกนางไปฟ้องฮูหยินผู้เฒ่า เราต้องแย่แน่ ๆ"
"ไปตักน้ำสะอาดมาให้ข้าสักกะละมัง" เหวินซินหลิงสั่งเสียงเรียบ ไม่ได้ใส่ใจคำคร่ำครวญของสาวใช้เลยสักนิด
"ข้า้าเช็ดตัว พร้อมลูก"
เฉาจวงปาดน้ำตาทิ้ง รีบลุกขึ้นทำตามคำสั่งทันที
เมื่อภายในห้องหับเหลือกันเพียงสองคน หลี่หรงหรงก็เดินเตาะแตะมาที่ขอบเตียง แววตาหวาดกลัวแบบเด็กน้อยหายวับไปราวกับเล่นกล นางปีนเตียงขึ้นมานั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าเหวินซินหลิง แขนป้อม ๆ กอดอกแน่น
"สรุปคือ...เราติดอยู่ในนิยายน้ำเน่า และท่านรู้ตอนจบของเื่นี้?" หลี่หรงหรงถามตรงประเด็น
"จะพูดว่ารู้ตอนจบของเื่ข้าก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ เอาเป็ว่าข้ารู้โครงสร้างหลักของเื่ก็แล้วกัน" เหวินซินหลิงตอบอย่างเป็เหตุเป็ผล นางเคยอ่านนิยายเื่ยอดสตรีทระนงมานานแล้ว จำได้บ้าง จำไม่ได้บ้างถือเป็เื่ปกติ
"เ้าของร่างนี้ก็แค่ตัวประกอบผู้จืดจาง ถูกวางยาจนตายั้แ่ต้นเื่ เพื่อเปิดทางให้อนุภรรยาสายลับ และนางเอกตัวจริงเข้ามาฟาดฟันกัน ส่วนบุตรสาวถูกขายเข้าหอนางโลมั้แ่อายุสี่ขวบ"
หลี่หรงหรงเบิกตากว้างจนแทบถลน [ห่ะ หอนางโลม? หอนางโลมเนี่ยนะ! ไอ้คนเขียนนิยายเื่นี้มันโรคจิตหรือไงวะ ให้เด็กสี่ขวบไปอยู่ซ่องเนี่ยนะ! บัดซบเอ๊ย!]
"ดังนั้น..." เหวินซินหลิงโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาของอดีตแพทย์ทหาร และเด็กสาวสลัมประสานกัน "เราจำเป็ต้องเปลี่ยนโครงสร้างของเนื้อเื่ทั้งหมด การพึ่งพาผู้ชายในจวนแห่งนี้คือหนทางสู่ความตาย เราต้องสร้างฐานกำลังของตัวเอง รวบรวมทรัพยากร และตัดขาดจากหมากกระดานนี้"
หลี่หรงหรงหรี่ตาลง ประกายความโลภและความอยากเอาตัวรอดลุกโชนในดวงตากลมโต "ข้าไม่รู้หรอกนะว่าแผนการทางทหารของท่านเป็ยังไง แต่ถ้าเื่หลอกเอาเงิน ปั่นหัวคน และมารยาตบตา ยกให้เป็หน้าที่ข้า"
เด็กหญิงยิ้มกว้าง เป็รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าน่ารักดูเ้าเล่ห์จนน่าขนลุก "ท่านอาศัยความรู้หมอรักษาคนและวางแผนไป ส่วนข้าจะรับบทก้อนแป้งผู้น่าสงสาร คอยปอกลอกตระกูลหลี่ไม่ให้เหลือแม้แต่เสาเรือน!"
เหวินซินหลิงยื่นมือออกไป "ตกลงตามนี้ ข้อตกลงเป็อันเสร็จสิ้น"
หลี่หรงหรงยื่นมือเล็กจิ๋วไปแปะกับมือของมารดา
[พันธมิตรผู้ทะลุมิติ ก่อตั้งอย่างเป็ทางการ!]
"สิ่งแรกที่เราต้องทำ" เหวินซินหลิงดึงมือกลับ สายตามองออกไปยังลานกว้างนอกหน้าต่าง "คือการปัดกวาดเส้นทางเสบียง ข้าต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายนี้ให้กลับมาพร้อมรบให้เร็วที่สุด อาหารและยารักษาโรคคือสิ่งจำเป็เร่งด่วน ข้า้าอาหารและยา"
"เื่นั้นปล่อยเป็หน้าที่ข้าเอง" หลี่หรงหรงลูบคางอย่างใช้ความคิด
[เด็กสี่ขวบที่หิวโหย ย่อมเรียกความสงสารจากคนได้ง่ายเสมอ โดยเฉพาะพวกผู้ชายหน้าโง่ที่ชอบทำตัวเป็วีรบุรุษ ในเมื่อพ่อของร่างนี้เป็ถึงแม่ทัพใหญ่ พวกบ่าวไพร่เก่าแก่คงมีเงินถุงเงินถังไม่น้อย ถึงเวลาต้องไปดักปล้นความเมตตาเสียหน่อยแล้ว]
เหวินซินหลิงอ่านความคิดนั้นแล้วไม่ได้ห้ามปราม ในสนามรบ การใช้ประโยชน์จากทุกทรัพยากรที่มีคือยุทธวิธีพื้นฐาน หากก้อนแป้งจอมกะล่อนผู้นี้สามารถล้วงเอาเสบียงและเงินทองมาได้ ก็ถือเป็การลดภาระในการปะทะโดยตรง
แสงแดดยามสายทอประกายลอดผ่านหน้าต่าง สาดส่องลงบนร่างของสองแม่ลูกผู้มาจากต่างโลก คนหนึ่งคืออดีตแพทย์ทหารผู้เยือกเย็นและคิดวิเคราะห์ทุกสิ่งเป็ระบบ อีกคนหนึ่งคืออดีตเด็กสาวหัวโจกผู้เจนโลกและชำนาญการต้มตุ๋น
ท่ามกลางเรือนหลังที่เต็มไปด้วยยาพิษ การหักหลัง และแผนการชิงดีชิงเด่น พันธมิตรต่างขั้วได้จับมือกันอย่างลับ ๆ พวกนางไม่ได้้าเรียกร้องความรักจากกั๋วกงผู้นั้น ไม่ได้้า่ชิงอำนาจในจวนแห่งนี้ เป้าหมายของพวกนางมีเพียงหนึ่งเดียวคือ พิชิตเนื้อเื่บัดซบนี่ ขูดรีดผู้คนให้คุ้มค่าเหนื่อย แล้วโบยบินสู่อิสรภาพ! การเอาชีวิตรอดในจวนเจิ้นกั๋วกง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
[1] หมายถึง เวลา 1 ชั่วโมง