ณ บริเวณชายฝั่งก่อนข้ามไปเกาะงูนั้น ในตอนนี้อาจารย์ผู้สอนโรงเรียนฝึกฝนทหารหลากหลายโรงเรียนต่างกำลังยืนสนทนากันเกี่ยวกับเรื่องของการทดสอบในครั้งนี้
“ปีนี้มีนักเรียนมากกว่าสองในสามที่สามารถข้ามไปเกาะงูได้สำเร็จ นับว่ามีจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมาเลย…”
อาจารย์คนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น อาจารย์คนนี้มีชื่อว่าลี เขาเป็นผู้สอนศิลปะการป้องกันตัวระยะประชิดในโรงเรียนฝึกฝนทหารแห่งหนึ่ง เขาเป็นคนหนึ่งที่รักในอาชีพครู และรักนักเรียนของเขาอย่างมากด้วย
“ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนจากนักเรียนหัวกะทิสินะ”
ลีน่ากล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ นอกจากเธอนั้นได้จับตาดูนักเรียนของโรงเรียนที่เธอประจำการอยู่ตลอดเวลาก่อนข้ามไปเกาะงูและพบว่ามีมากกว่าครึ่งเสียอีกที่ไม่สามารถหาทางสร้างแพและข้ามไปยังเกาะงูได้
เมื่ออาจารย์ลีน่ากล่าววาจาออกมาผู้อำนวยการคาร์ลจากโรงเรียนหัวกะทิเองก็ได้ออกความเห็นเช่นเดียวกันว่า
“ฉันไม่คิดว่าอย่างนั้นหรอก เห็นได้ชัดเจนเลยว่าโรงเรียนธรรมดาเองก็มีมังกรซ้อนอยู่เช่นกัน ลูกศิษย์ของเธอเองก็แข็งแกร่งไม่เลวเลยไม่ใช่เหรอลีน่า”
ลีน่าทำเพียงยิ้มเท่านั้นเมื่อได้ยินดังนั้น ศิษย์ของเธอที่ผู้อำนวยการคาร์ลหมายถึงนั้นแน่นอนว่ามันคือเรม เพราะคนอื่นๆ ที่ไม่มีพลังฝึกตนนั้นล้วนแล้วแต่ถูกมันมองข้ามไปทั้งสิ้น การจะค้นหานักเรียนที่มีพลังฝึกตนพบในโรงเรียนทหารธรรมดานับว่ายากมาก
“จ๋อมๆ”
ในขณะที่ทุกคนกำลังสนทนากันอยู่นั้น เสียงบางอย่างตกกระทบกับผิวน้ำทะเลสาบใกล้ๆ แถวนั้นก็ได้ดังขึ้นมา ทุกคนล้วนแล้วแต่รู้สึกถึงความชื้นขึ้นผ่านผิวหนังและรูจมูกทันที ทั้งหมดต่างพากันแหงนหน้าขึ้นไปมองบนฟ้า ทำให้หยดน้ำที่ล่วงลงมาจากก้อนเมฆนั้นต่างกระทบกับผิวหน้าของพวกเขาให้ความรู้สึกที่หนาวเย็น ลมค่อยๆ พัดแรงขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงคลื่นในทะเลสาบที่ดุดันและรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าตัว ดับความหวังในการข้ามฝั่งไปของนักเรียนที่เหลือในทันที
“ดูเหมือนพายุจะเข้า…นักเรียนปีนี้ซวยจริงๆ มันไม่ใช่พายุลูกเล็กแน่ๆ”
อาจารย์คนหนึ่งกล่าวขึ้นพร้อมกับดันแว่นของเขาขึ้นทำให้ดูชาญฉลาด ในที่นี้ไม่มีใครสักคนที่ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเขา แม้ว่าทางฝั่งนี้นั้นพายุจะดูเหมือนไม่สร้างผลกระทบใดๆ แต่กลับกันที่เกาะงูนั้นมีสภาพเลวร้ายกว่านี้หลายเท่านัก
……
บนเกาะงูนั้น ภานุกับเรกัสต่างกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ไม่มีฝ่ายใดเลยที่คิดจะขยับไปไหน ภานุนั้นผิดคาดอย่างมากเขาไม่นึกเลยว่าเรกัสนั้นจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ แม้ว่าเขาจะใช้ก้าวมายาท่าเด็ดของเขาแล้ว มันทำได้เพียงทำให้เขาได้เปรียบฝั่งตรงข้ามเล็กน้อยเท่านั้น ชายหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะนับถืออีกฝ่าย ในขณะเดียวกันเรกัสเองก็นับถือภานุเช่นเดียวกัน
“โคร่มมมมม! ”
อยู่ๆ ฟ้าก็ร้องพร้อมกับเกิดลมพัดแรงอย่างกะทันหันพร้อมไปสายฝันที่เทลงมาอย่างบ้าคลั่ง เพียงไม่ทันไรต้นไม้เล็กๆ บริเวณใกล้ๆ ต่างพากันล้มระเนระนาด ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นเร็วมากจนทำให้ทั้งคริสติน่า เรกัส และภานุต่างต้องประหลาดใจ
ในขณะที่ชายหนุ่มคิดว่าการต่อสู้ระหว่างเขาและเรกัสจะต้องดำเนินไปต่อนั้น เรกัสก็ได้เก็บกระบองอาวุธอันเดียวของมันเอาไว้ด้านหลัง ก่อนที่จะหันหลังและก้าวจากไปพร้อมกับกล่าวออกมาว่า
“ฉันขอยอมแพ้แล้วกัน ใบภารกิจนั้นเป็นของแกแล้ว! ”
ไม่ทันให้ภานุได้กล่าวโต้ตอบใดๆ เรกัสได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ววิ่งผ่านป่าไป ในขณะเดียวกันภานุได้มองไปที่คริสติน่าและเห็นว่าเธอนั้นก็กำลังจ้องมองเขาอยู่เช่นเดียวกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะละสายตาออกจากกันพร้อมกับสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ
“นี่มันหายนะชัดๆ”
คริสติน่าอุทานออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ มันออกมาจากจิตใจของนางเลยตรงเลยก็ว่าได้ สภาพแวดล้อมโดยรอบนั้นถูกลมพายุทำลายจนเละและดูไม่ได้เลยทีเดียว
“รีบไปจากที่นี่เถอะ เหมือนกับว่าสถานที่แห่งนี้จะไม่เหมาะให้เราคุยกันเท่าไหร่นะ”
เมื่อกล่าวจบภานุก็ได้นำทางไปทันที ทั้งสองได้วิ่งฝ่าพายุฝนที่รุนแรงไปด้วยความรวดเร็ว ภานุเองอดทึ่งไม่ได้กับความเร็วของคริสติน่า แม้ว่าเธอจะดูเหมือนผู้หญิงบอบบางแต่เมื่อตอนที่เธอต่อสู้กับเรกัสนั้นเธอนับว่ายอดเยี่ยมอย่างมากจนภานุเองก็รู้สึกคาดไม่ถึงเช่นเดียวกัน
“นายกำลังจะพาไปที่ไหน? ”
ภายใต้การนำทางของภานุในที่สุดคริสติน่าก็อดไม่ไหวจนต้องกล่าวถามออกมา เพราะจากท่าทางของภานุนั้นดูเหมือนจะไม่ได้ไร้แผนการซะทีเดียว
อย่างไรก็ตามก่อนที่ภานุจะได้กล่าวตอบนั้น ทั้งสองก็ได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่รอบๆ ตัวอย่างกะทันหันทำให้ทั้งสองต่างลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้นั้นพวกเขากำลังสนทนาเรื่องใดกัน
ณ ตอนนี้น้ำปริมาณมหาศาลกำลังท่วมเกาะที่กว้างใหญ่แห่งนี้อยู่ ตอนนี้น้ำนั้นได้เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็วและมันได้ขึ้นมาจนถึงข้อเท้าของทั้งสองแล้ว ภานุนั้นรู้สึกสังหรณ์ในไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากการขึ้นของน้ำที่รวดเร็วนี้นั้นเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดจากพายุลูกนี้ หากน้ำขึ้นสูงกว่านี้อีกเขาเกรงว่าพวกสัตว์ในน้ำที่อันตรายนั้นจะออกเพ่นพ่านและมันยิ่งทำให้อันตรายขึ้นกว่าเดิม
“เราควรจะรีบขึ้นที่สูงโดยด่วน ไปที่เนินเขาที่กลางเกาะก่อน การทดสอบตอนนี้เป็นไปได้ว่าจะต้องถูกยุติลง! ”
ภานุกล่าวกับคริสติน่า ซึ่งคริสติน่าเองก็เห็นด้วยกับชายหนุ่มอย่างมาก ดังนั้นทั้งคู่จึงเปลี่ยนเส้นทางและมุ่งหน้าไปที่ใจกลางเกาะในทันที
…..
ในขณะเดียวกันเมื่อเกิดพายุฝนขึ้น นักเรียนทหารคนอื่นๆ ต่างก็มีความคิดแบบเดียวกันทั้งสิ้นนั่นคือการหาที่สูงเพื่อหลบภัยจากน้ำท่วม เนื่องจากการต่อสู้กับสัตว์น้ำนั้นยากเย็นยิ่งกว่าสัตว์บกหลายเท่านัก เนื่องจากในน้ำพวกเขาต่างสูญความสามารถในการเคลื่อนไหวไปหลายส่วน ดังนั้นในอนาคตเป็นไปได้ว่ากึ่งกลางเกาะจะกลายเป็นแหล่งรวมของผู้เข้าทดสอบในครั้งนี้
ดังนั้นกลุ่มของลัทธิลึกลับที่ภานุได้พบและปะทะกับพวกมันก่อนหน้านี้เองก็ได้ตั้งใจจะไปหลบอุทกภัยบนที่สูงเช่นเดียวกัน
ณ บริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งของเกาะงูแห่งนี้นั้น กลุ่มคนประหลาดผู้แต่งตัวด้วยสีดำทั้งตัวอันโดดเด่นได้เลือกที่จะนั่งพักจากอาการเหนื่อยล้า ชายโรคจิตที่เคยต่อสู้กับภานุตัวต่อตัวขณะนี้ร่างกายของมันกำลังได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก โดยฝีมือของนักเรียนทหารคนหนึ่งซึ่งมันได้เผชิญหน้าด้วย รอบตัวของพวกมันตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยซากศพของนักเรียนทหารจำนวนมากกว่าสิบคน แถมหนึ่งในศพเหล่านั้นยังเป็นศพของนักเรียนจากโรงเรียนหัวกะทิอีกด้วย
สายตาของลุคและชายโรคจิตตอนนี้ล้วนแล้วแต่จ้องมองไปที่นักเรียนคนหนึ่งซึ่งมีผมสีเงินและมีใบหน้าอันงดงามราวกับหญิงสาว นักเรียนทหารคนนี้เองเป็นต้นเหตุทำให้ลุคต้องเหนื่อยล้าและชายโรคจิตต้องบาดเจ็บถึงขนาดนี้
นักเรียนคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นซิลเวอร์ นักเรียนผู้เป็นอันดับหนึ่งในโรงเรียนหัวกะทิ เขามีความแข็งแกร่งอย่างมากจนลุคและชายโรคจิตและมือปืนที่ซ่อนตัวอยู่ยังต้องหวาดผวาเมื่อต้องร่วมมือกันสู้กับอีกฝ่าย
สภาพของซิลเวอร์ตอนนี้แน่นอนว่าต้องแย่มากเช่นเดียวกันตามเนื้อตัวของมันเต็มไปด้วยบาดแผล และยิ่งกว่านั้นคือตัวมันได้หอบหายใจอย่างนักซึ่งเกิดจากอาการเหนื่อยล้าสะสม
ลุคได้ยืนขึ้นอีกครั้งพร้อมกับจ้องมองมาที่ดวงตาที่เรืองแสงสีทองอร่ามของซิลเวอร์ด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่มันจะกล่าวออกมาว่า
“เนตรจักรพรรดิ? ไม่แปลกใจเลยที่พวกฉันสามคนร่วมมือกันแล้วยังไม่สามารถเอาชนะแกได้ แกมันสัตว์ประหลาดชัดๆ ทำไมคนจากตระกูลจักรพรรดิแบบแกถึงมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้! ”
“หึๆ”
ซิลเวอร์ไม่ต้องการจะตอบคำถามของลุคแม้แต่น้อย เขาทำเพียงแสยะยิ้มออกมาอย่างดูถูกก่อนที่จะเอามือกุมดวงตาที่ตอนนี้วิสัยทัศน์ที่มองเห็นนั้นเกิดพร่ามัวขึ้นมา เนื่องจากการใช้พรสวรรค์ทางด้านดวงตามากเกินไป ตอนนี้ซิลเวอร์กำลังคิดแผนการที่จะหลบหนีอยู่ภายในใจอยู่แล้ว เขาเองก็ไม่เคยคาดคิดเลยว่าลุคนั้นจะอยู่ในระดับเดียวกันแถมยังแข็งแกร่งอย่างมาก แม้ว่าจะพึ่งพรสวรรค์อย่างดวงตาของตนเองยังไม่สามารถจะเอาชัยได้
“โชคยังดีที่พลังของเนตรมันยังไม่ตื่นขึ้น ไม่อย่างนั้นพวกเราได้ตายกันหมดแน่ เวรเอ่ย! ”
ชายโรคจิตได้กล่าวขึ้นในขณะที่ถือเคียวของมันพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาซิลเวอร์ด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงขีดสุด ซิลเวอร์นั้นคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าชายโรคจิตจะเข้ามาโจมตีเขาซึ่งๆ นั้นโดยไม่คิดหน้าคิดหลังเช่นนี้ อย่างไรก็ตามชายหนุ่มกลับสามารถมองเห็นหนทางรอดชีวิตในครั้งนี้ได้แล้ว
ซิลเวอร์รีบก้าวถอยอย่างรวดเร็ว และสามารถหลบการโจมตีของชายโรคจิตได้อย่างง่ายดาย โดยไม่แม้แต่จะสนใจมองมันด้วยซ้ำ ก่อนที่เขาจะหยิบอาวุธบางอย่างที่ซ่อนเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมา มันคือหน้าไม้ขนาดเล็กซึ่งมีอานุภาพไม่ต่างจากกระสุนปืนสั้นเลยแม้แต่น้อย
ทันทีเมื่อชายโรคจิตเห็นสิ่งนี้ดวงตาของมันก็หดแคบลงเช่นเดียวกัน ก่อนที่ลุคนั้นจะตะโกนบอกกับมันว่า
“รีบถอยมาเร็วเข้า! ”
อย่างไรก็ตามทุกอย่างนั้นดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว เพราะหน้าไม้นั้นได้ถูกยิงออกมาและแทงทะลุหน้าอกของชายโรคจิตไปด้วยความเงียบเฉียบ
“จึก! ”
“อั๊ก! ”
ชายโรคจิตล้มคุกเข่าลงพร้อมกับเอามือของมันกุมหน้าอกที่ถูกกระสุนของหน้าไม้นั้นแทงทะลุออกไปด้วยความเจ็บปวด มันมองมาที่ซิลเวอร์ด้วยความแค้นอย่างไรก็ตามตอนนี้ซิลเวอร์นั้นได้หลบหนีไปไกลแล้ว ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะหลบหนีสำเร็จนั้นเสียงปืนก็ได้ดังขึ้นจากที่ไกลๆ
“ปัง! ”
กระสุนปืนจากป่าอีกฟากหนึ่งได้พุ่งตรงมาที่ซิลเวอร์ซึ่งเป็นฝีมือของหนึ่งในพรรคพวกของชายโรคจิตและลุคนั่นเอง
“ทำได้ดี! ”
ลุคและชายโรคจิตอดไม่ได้ที่จะกล่าวชมฝีมือของพลสุ่มยิงที่สามารถเลือกจังหวะการยิงได้เหมาะขนาดนี้ และมันเป็นเรื่องยากอย่างมากที่ซิลเวอร์ที่หันหลังอยู่จะสามารถหลบหลีกมันพ้น อย่างไรก็ตามในตอนนั้นดวงตาของซิลเวอร์ได้เรืองแสงสีทองสว่างออกมา
ร่างกายของชายหนุ่มบิดเป็นเกลียวในขณะที่กำลังวิ่งอยู่และสามารถหลบกระสุนทำให้กระสุนผ่านไปข้างหน้าและถูกต้นไม่แทนอย่างน่าเสียดาย
“ชิ! ฉันดูถูกพลังของเนตรจักรพรรดิเกินไป! ”
ลุคอดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้นมาอย่างหงุดหงิด มันไม่คิดเลยว่าตนเองจะเสียท่าให้กับเด็กนักเรียนทหารขนาดนี้ แม้ว่าจะรุมอีกฝ่ายก็ตามที