“ท่านพ่อเรียกข้ามามีอะไรหรือไม่ขอรับ”เฟยหรงเอ่ยถามบิดาด้วยความสงสัยเพราะไม่บ่อยนักที่บิดาจะเรียกพบตนเช่นวันนี้
“อืมพ่อจะบอกเ้าว่าตอนนี้แคว้นโจวได้ประสบปัญหาภัยพิบัติขึ้นเสียแล้วจำต้องส่งตัวผู้มีปราณขั้นสูงออกไปกำจัดสัตว์เทพมาร โดยภารกิจในครั้งนี้จำต้องมีคุณชายทั้งสองเข้าร่วมด้วยพ่ออยากให้เ้าติดตามไปคุ้มครองให้หน่อยโดยเฉพาะคุณชายเล็กรายนั้นค่อนข้างที่จะอ่อนแอสักเล็กน้อยเ้าจงเตรียมตัวเถิด”หวังชงหยวนเอ่ยบอกเชิงสั่งแก่บุตรชาย
“เป็ผู้อื่นได้หรือไม่”เฟยหรงคิ้วขมวด เขานั้นไม่ชอบเข้าใกล้สตรีหรือเกอนักเขารู้สึกได้ถึงความน่ารำคาญในความเอาแต่ใจของพวกคนเ่าั้ยิ่งในครั้งนี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดแค่คิดเขาก็เหนื่อยมากแล้ว ยิ่งคนเล็กพึ่งจะได้เริ่มััโลกกว้างเขาก็เห็นแววความวุ่นวายั้แ่ยังไม่เริ่มออกเดินทาง
“ครั้งนี้อันตรายมากนักคงจะให้เป็ผู้อื่นไปแทนมิได้ส่วนคุณชายทั้งสองก็อาจจะมิได้น่ารำคาญอย่างที่เ้าคิดก็ได้”
หวังชงหยวนตบบ่าบุตรชายกล่าวอย่างรู้จักคนของตนดีว่ากำลังคิดอะไร
เฟยหรงพยักหน้ารับแต่หัวคิ้วยังมิคลายออกแอบค้านในใจคุณชายใหญ่อาจจะไม่ได้น่ารำคาญเหมือนสตรีหรือเกอทั่วไปแต่ก็เลือกมากจนเข้าขั้นเื่มากจนหน้าหงุดหงิดในหลายๆเื่ส่วนคุณชายเล็กแม้ยังไม่เคยพบเจอแต่ก็คงไม่ผิดไปจากที่คาดมากนักหรอกคิดแล้วเหนื่อย!!
.
.
เช้าวันต่อมาเสนาบดีไป๋รีบเดินทางเข้าวังหลวงแต่เช้าเพื่อขอเข้าเฝ้าก่อนประชุมกลางท้องพระโรง
“มีอะไรเร่งด่วนจนรอประชุมเช้าไม่ไหวรึท่านเสนาบดีไป๋” โจวเทียนหลงฮ่องเต้ตรัสถามด้วยใบหน้ายิ้มๆไม่ได้นึกโกรธอะไรกับการถูกรบกวนในตอนเช้าตรู่เช่นนี้
“หามิได้พ่ะย่ะค่ะไม่ใช่เื่เร่งด่วนแต่เป็เื่สำคัญสำหรับกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีไป๋
“อืม ว่ามาสิ” โจวเทียนหลงฮ่องเต้เอ่ยอนุญาตพลางยกถ้วยชาขึ้นจิบรอฟัง
“กระหม่อมพบคนที่มีปราณธาตุไม้ศักดิ์สิทธิ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีไป๋ก้มหน้ากลั้นใจตอบอย่างคนตัดใจ
“เ้าว่าอย่างไรนะ! จริงเช่นนั้นรึ” จากที่นั่งฟังสบายๆโจวเทียนหลงฮ่องเต้ก็กลับมานั่งตัวตรงตั้งใจฟังด้วยความตื่นเต้น
“พ่ะย่ะค่ะเพียงแต่กระหม่อมมิอยากให้เื่ของบุคคลนี้เผยแพร่ออกไปพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีไป๋เอ่ยบอกความ้าของตนออกไป
“ย่อมได้แต่เ้าคงรู้ดีนะว่าแม้จะปิดบังไปมิช้านานย่อมต้องมีคนล่วงรู้” บุคคลสำคัญแสนหายากเช่นนี้ย่อมต้องมีคนอยากรู้จัก หลายคนตามหาเข้าไม่นานวันคงต้องมีคนรู้ถึงตัวตน
“ทราบพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมเพียงอยากยืดเวลาความวุ่นวายออกไปเท่านั้น” เขาเพียงอยากต่อเวลาออกไปอีกสักนิดให้ได้มีเวลาวางแผนรับมือสักหน่อยถ้าเื่นี้แพร่ออกไปเขาไม่อยากคิดเลยว่าเหล่าแม่สื่อจะเดินผ่านประตูบ้านมากมายเพียงใด
“อืม แล้วเขาคือใครกันล่ะ”โจวเทียนหลงฮ่องเต้ถามด้วยความอยากรู้
“เป็บุตรชายของกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีไป๋เอ่ยตอบเสียงเบาเหมือนคนไม่เต็มใจตอบอยู่นะ
“หืม?แต่เจิ้นจำได้ว่าบุตรของเ้าธาตุไฟและรวมอยู่ในผู้ถูกเลือกอยู่แล้วมิใช่รึ”โจวเทียนหลงฮ่องเต้ย่นคิ้วสงสัย
“พ่ะย่ะค่ะบุตรคนโตของกระหม่อมนั้นธาตุไฟแต่เป็บุตรคนเล็กที่มีปราณธาตุไม้ศักดิ์สิทธิ์พ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีไป๋
“อะไรนะ!บุตรที่ป่วยติดเตียงของเ้าน่ะรึ” โจวเทียนหลงฮ่องเต้ใ
“พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้อายุครบ 15 หนาวพลังธาตุตื่นขึ้นและร่างกายก็กลับมาแข็งแรงดีแล้วพ่ะย่ะค่ะเพียงแต่ขั้นปราณอาจจะต่ำสักเล็กน้อยอยู่ที่ขั้นสามเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีไป๋เอ่ยรับ
“นั้นมิใช่ปัญหาเพราะผู้มีปราณธาตุไม้ศักดิ์สิทธิ์จะทำหน้าที่แค่กางวงเวทย์และบีบอัดสมุนไพรปราณิญญาจึงขอแค่มีปราณธาตุพิเศษเพียงเท่านั้นมิได้มีหน้าที่ในการหลอมดวงจิตที่จะต้องใช้ปราณธาตุขั้นสูง”โจวเทียนหลงฮ่องเต้
“เช่นนั้นกระหม่อมก็มีเื่ที่จะทูลเพียงเท่านี้พ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีไป๋กล่าวจบเื่เมื่อรู้ว่าขั้นปราณมิได้มีปัญหาอันใด
“อืมขอบใจเ้ามากที่ยอมเสียสละเพื่อแคว้นเอาเป็ว่าเดี๋ยวเรามอบผู้ติดตามให้บุตรเ้าสักคนดีหรือไม่” โจวเทียนหลงฮ่องเต้
“มิเป็ไรพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมได้เตรียมคนไว้แล้ว” เสนาบดีไป๋
“เช่นนั้นหรืองั้นจะตกรางวัลใดค่อยว่ากันอีกทีตอนนี้ได้เวลาแล้วเราไปเข้าร่วมประชุมเช้ากันก่อนเถิด” โจวเทียนหลงฮ่องเต้
“พ่ะย่ะค่ะ”...
ท้องพระโรงวันนี้ทุกคนเข้าร่วมด้วยความเคร่งเครียดแคว้นของตนภัยพิบัติกำลังคืบคลานเข้าใกล้วิธีแก้ไขนั้นหรือก็มีพร้อม
แต่มิอาจเริ่มดำเนินการติดเพียงแค่ตามหาบุคคลเพียงคนเดียวแต่ก็ยากเหลือแสนหรือแคว้นโจวจะถึงการต้องล่มสลายเสียแล้ว
แต่เมื่อได้เริ่มหารือโจวเทียนหลงฮ่องเต้กลับพาปรึกษาปัญหาบ้านเมืองอื่นตามปกติธรรมดาเหมือนเมื่อวานมิได้มีข่าวร้ายเกิดขึ้นเหล่าขุนนางถึงกับงงงันจนกระทั่งมีผู้กล้าเอ่ยถามขึ้น
“ฝ่าาพ่ะย่ะค่ะแล้วเื่บุคคลผู้มีปราณธาตุไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้หารือคั่งค้างไว้ั้แ่เมื่อวานเราจะทำอย่างไรกันดี”
“อ่อ!นี่เจิ้นลืมบอกพวกเ้าไปเช่นนั้นหรือเราได้คนมาแล้วล่ะ” สิ้นคำพูดนั้นของโจวเทียนหลงฮ่องเต้ก็เกิดเสียงดังอื้ออึงขึ้นทันที
“เป็ใครหรือพ่ะย่ะค่ะ!?” เหล่าขุนนางถามออกมาเป็เสียงเดียวกันด้วยความอยากรู้รอลุ้นคำตอบกันจนน่าขัน
“ไหนๆก็ได้พูดเื่นี้ขึ้นมาแล้วเราก็ขอแจ้งเลยก็แล้วกัน ผู้ที่ถูกเลือกจงเตรียมตัวให้พร้อมอีก 3วันให้พวกเ้าออกเดินทางได้”
โจวเทียนหลงฮ่องเต้กลับทำลายความอยากรู้โดยการเอ่ยสั่งความแทน
“พ่ะย่ะค่ะ!” โจวตงหยางโจวหลิวหยาง หวงหลิ่งซานและเสนาบดีไป๋ตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน
แม้บรรดาเหล่าขุนนางทั้งหลายจะพยายามสอบถามเพียงใดก็ไม่มีคำตอบจากโจวเทียนหลงฮ่องเต้ว่าใครกันคือคนที่มีพลังปราณธาตุไม้ศักดิ์สิทธิ์จึงทำได้แต่เพียงประชุมเื่อื่นต่อไปจนกระทั่งเสร็จแยกย้ายก็รีบส่งคนของตนออกไปสืบเสาะข่าวบุคคลปริศนาที่์ประทานพรให้ในทันทีแต่ก็ไม่ได้ข้อมูลอันใดมาเลยแม้แต่น้อย
.
.
หลังจากที่ได้เปิดเผยธาตุของบุตรชายและยินยอมให้ไปเสี่ยงอันตรายในครั้งนี้แล้วเมื่อประชุมเสร็จเสนาบดีไป๋ก็ตรงออกจากวังหลวงทันที มิได้อยู่เสวนากับพวกพ้องต่ออย่างเช่นเคย
เป็สองวันแล้วที่เสนาบดีไป๋กลับจวนไวเพราะความเครียดสะสมคิดแล้วก็ใจหาย อีกเพียงแค่ 3 วันเท่านั้นที่บุตรของเขาจะต้องออกจากออกเมื่อถึงจวนก็ได้เรียกคนทั้งสามที่ถูกเลือกเข้าทันทีมาแจ้งข่าววันเดินทาง
“คารวะนายท่านขอรับ”เฟยหรงที่มาถึงเป็คนแรกเอ่ยทำความเคารพ
“อืม นั่งรอก่อนค่อยคุยกันทีเดียว”เสนาบดีไป๋ยังเอ่ยมิทันจบคำดีหนิงเฟิ่งบุตรชายคนโตก็มาถึง
“คารวะท่านพ่อขอรับ” หนิงเฟิ่งเอ่ยเสียงเรียบปรายตามองชายหนุ่มที่มาถึงก่อนตนเล็กน้อยก็ละสายตาไปเขารู้สึกไม่ค่อยชอบบุรุษผู้นี้มาแต่ไหนแต่ไร หน้าตาจัดว่าดีมากแต่ก็ดูเ้าแผนการเดาทางไม่ออก ถ้าอยู่ตามโรงละครคงได้เป็ตัวร้ายกระมัง
“นั่งรอน้องเ้าสักครู่ไม่รู้ไปวิ่งเล่นอยู่ที่ใด”เสนาบดีไป๋เอ่ยขัดความคิดของหนิงเฟิ่งขึ้น
“ขอรับ” หนิงเฟิ่งนั่งลงอีกฝั่งตรงข้ามกับเฟยหรงหลังตรงหน้านิ่งคางเชิดเล็กน้อยตามแบบฉบับเกอที่เพียบพร้อม
เฟยหรงมองด้วยสายตานิ่งเรียบเพียงเสี้ยววิก็ละสายตาไปที่อื่นมิได้หลงใหลในภาพลักษณ์ดั่งเช่นชายหนุ่มทั่วไป
“ท่านพ่อออออ....”หนิงอันส่งเสียงมาก่อนตัวตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ดูท่าแล้วน่าจะวิ่งมาพร้อมกับรอยยิ้มสว่างเจิดจ้าแสบตา
แต่ก็ต้องชะงักงันทันทีเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นคนแปลกหน้ารีบเก็บฝีเท้าทำตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อยด้วยความฉับไว(ทันหรือไม่นะ?)หนิงอันสอดส่ายสายตาแล้วทำความเคารพ
“คารวะท่านพ่อ พี่ใหญ่ขอรับ”แล้วหันไปอีกทาง
“คารวะพี่ชายขอรับ” หนิงอันทักทายด้วยใบหน้านิ่งทำไม่รู้ไม่ชี้กับกริยาก่อนหน้านี้ของตน พลางเดินไปนั่งข้างหนิงเฟิ่ง
แต่ทันทีที่เงยหน้าสบตากับคนตรงข้ามโอ้โฮ! หล่อโฮก ตรงสเปคมากขอรับ ถูกใจจนถึงกับจ้องนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น
ทางด้านเฟยหรงเองก็เช่นกันแค่ได้ยินเสียงจากไกลๆหัวใจก็พลันเต้นผิดจังหวะแต่ก็กลับมาได้อย่างรวดเร็วจนจับสังเกตไม่ได้และเมื่อได้เห็นตัวคนก็ไม่อาจละสายตาไปไหนได้อีกเลย แม้แต่รอยยิ้มกว้างก็ทำให้เกิดอาการยุบยิบที่ใจ เสียงที่เอื้อนเอ่ยทักทายกันจากปากเล็กจ้อยก็ใสกระจ่างดั่งระฆังแก้วจนกระทั่งน้องน้อยเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามแล้วเงยหน้าสบตากันตากลมโตสีเขียวมรกตใสรูปหน้ามิได้งดงามหยดย้อยทรงเสน่ห์ดั่งเกอในห้องหอเช่นพี่ชายหากแต่กลับดูน่ารักน่าเอ็นดูแล้วยังแก้มอ้วนน่าบีบนี่มันอะไรกัน!!
“ฮึ่ม! มาพร้อมกันแล้วนะที่เรียกมาก็จะแจ้งให้รู้ว่าอีก 3 วัน พวกเ้าจะต้องออกเดินทางแล้วจงเตรียมตัวให้พร้อม”เสนาบดีไป๋เหมือนจะััได้ถึงบรรยากาศแปลกๆในใจจึงได้เอ่ยทำลายความรู้สึกนั้นขึ้นมาเพื่อบอกกล่าวแก่คนทั้งสาม
“ส่วนหนิงอัน..นี่คือเฟยหรงบุตรของพ่อบ้านหวังที่จะมาทำหน้าที่คุ้มกันให้กับลูก”เสนาบดีไป๋เอ่ยแนะนำ
“รบกวนแล้วขอรับ” หนิงอันส่งยิ้มหวานให้กับเฟยหรงมุ่งมั่นแล้วที่จะจับ เอ๊ย! จีบคนนี้แหละ ใช่เลยพ่อของลูก
เฟยหรงทำเพียงพยักหน้ารับไม่กล่าวอันใดตามนิสัยพูดน้อยของตนแต่ก็ยังอดที่จะยกยิ้มมุมปากไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าของเกอน้อยที่ไม่อาจเก็บความคิดในหัวได้เลย นึกอะไรก็แสดงออกมาจนหมด
“มีเื่แจ้งเพียงเท่านี้พวกเ้าออกไปได้แต่อันเอ๋อร์เ้าอยู่ก่อน” เสนาบดีไป๋ให้แยกย้ายแต่ยื้อหนิงอันไว้ก่อน
เมื่อคนอื่นๆออกไปแล้ว
“ท่านพ่อมีเื่อันใดจะกล่าวกับลูกเพิ่มเติมหรือขอรับ”หนิงอันถามผู้เป็บิดาด้วยความสงสัย
“เื่กลิ่นกายของลูก”เสนาบดีไป๋ตอบด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย
“มันเหม็นหรือขอรับ”หนิงอันรีบยกคอเสื้อขึ้นดมทันทีเขาว่ากลิ่นตัวเขาหอมอยู่นะ
“มิใช่ แต่หอมมากต่างหากและจำต้องปิดบังเอาไว้เ้าอาจมิรู้ว่าการที่มีกลิ่นกายหอมนั้นเป็เื่ที่ผิดปกติแม้จะในหมู่ผู้ที่มีธาตุพิเศษเองก็ยังเป็เื่ที่ผิดแผกไปไม่มีใครที่มีกลิ่นหอมหวานออกมาจากกายเช่นนี้เพื่อมิให้เป็การผิดปกติอันมิรู้ว่าจะดึงดูดอันตรายหรือไม่ในภายภาคหน้า เ้าจงพกถุงหอมไว้ตลอดเวลาเดี๋ยวจะให้แม่เ้าทำเตรียมไว้ให้”เสนาบดีไป๋กับบุตรด้วยความเป็ห่วง
“ขอรับลูกทราบแล้วท่านพ่อมิต้องเป็กังวล”
.
.
สามวันต่อมา
ทุกคนมารวมตัวกันที่วังหลวงั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างดีเพื่อมาทำความรู้จักเพื่อนร่วมทางในครั้งนี้โดยมีชินอ๋องที่อายุมากที่สุดเป็ผู้เรียกรวม “เอาล่ะ มาครบกันแล้วใช่หรือไม่ข้าโจวตงหยางจะเป็ผู้นำภารกิจในครั้งนี้ใครมีอะไรให้บอก พบสิ่งใดผิดปกติให้รีบแจ้งเข้าใจหรือไม่”ชินอ๋องโจวตงหยางเอ่ยบอกผู้ร่วมเดินทาง
“เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ” เอ่ยตอบโดยพร้อมเพรียงกัน
“อืม ไม่ต้องใช้คำแบ่งแยกต่อไปนี้ใช้คำเรียกปกติเถอะ” ชินอ๋องออกคำสั่ง
“ขอรับ”
ตอนนี้จึงถึงคราวคนอื่นๆแนะนำตัวกับเพื่อนร่วมทางบ้าง
“ข้าโจวหลิวหยาง”กล่าวบอกทุกคนแต่ตาจับจ้องอยู่ที่หนิงอันที่กำลังหันซ้ายหันขวามองไปทั่วตื่นเต้นกับการชมวังหลวง
มิคาดว่าจะได้เจอเกอน้อยอีกครั้งเร็วถึงเพียงนี้ส่วนคนตัวเล็กที่ได้ยินเสียงคุ้นๆก็หันมองตาโต
นี่มันคนที่เจอที่ตลาดวันนั้นนี่ชื่ออะไรนะโจวหลิวหยางใช่ไหม โอ๊ะ!ชื่อเหมือนพระเอกในนิยายก่อนตายเลยงั้นก็ต้องคู่กับเราสิเนี่ย
ก่อนที่คิ้วเรียวจะย่นเข้าหากันแต่ว่าพี่ใหญ่ชอบคนนี้นี่นา คิดพลันหันไปมองพี่ใหญ่ที่เหม่อมองคนหล่อไม่วางตาฉับพลันนั้นหนิงอันจึงตัดสินใจได้ในทันทีโลกนี้จะใช่โลกนิยายหรือไม่ก็ไม่รู้แต่ที่รู้คือหนิงอันรักครอบครัวที่โลกนี้แล้วพี่ใหญ่ก็ชอบบุรุษผู้นี้ ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ผีเสื้อขยับปีกหรือไม่หนิงอันคนนี้จะเป็ผู้ขยับปีกผีเสื้อให้เอง!! 5555 หนิงอันเลือกที่จะ OOC ทันทีโดยไม่สนสิ่งใดมันแล้วชีวิตเป็ของเขา เขาจะลิขิตเอง คิดพลางพยักหน้าหงึกๆ
หวงหลิ่งซานที่เห็นคนน่ารักทำหน้าตาพิลึกพิลั่นก็อดมองไม่ได้เอ่ยแนะนำตัวขึ้นบ้าง
“ข้าหวงหลิ่งซานเรียกพี่หลิ่งซานก็ได้นะเด็กน้อย” เอ่ยเย้าแหย่คนตัวเล็ก หนิงอันรู้สึกถึงการหยอกเย้าตนเองจึงเงยหน้ามองคนพูดอย่างพิจารณาอืม...เทียบกับคนอื่นๆแล้วจะเรียกได้ว่าหล่อหรือสวยดีนะที่นี่มันแหล่งรวมพลคนหน้าตาดีหรืออย่างไรแต่ที่แน่ๆเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็หลุมดำเลยจะสูงกันไปไหนเนี่ย!
หนิงเฟิ่งที่เห็นน้องมองคนโน้นทีคนนี้อย่างพิจารณาก็กลัวจะเสียมารยาทรีบดึงน้องมาไว้หลังตนแล้วเอ่ยแนะนำตัว
“ข้าไป๋หนิงเฟิ่งขอรับ” หนิงเฟิ่งบอกชื่อทั้งที่ใบหูยังแดงก่ำเล็กน้อยไม่รู้ว่าเจาะจงคนรับรู้รึเปล่านะ อิอิ
“ข้าไป๋หนิงอันขอรับ” หนิงอันชะโงกหน้าออกมาจากหลังคนพี่เอ่ยแนะนำตัวเสียงใส
“ข้าซูมี่เป็บ่าวติดตามคุณชายใหญ่หนิงเฟิ่งขอรับ”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะทุกสายตาหันไปมองที่ชายตาสีเทาประหลาดหายากด้วยความสงสัย
“เฟยหรง” เสียงทุ้มดังขึ้นสั้นๆคำเดียวจบ!
เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง ชิ้นอ๋องจึงเข้าแก้สถานการณ์โดยการให้ทุกคนเอาสัมภาระมากองรวมกันเพื่อเก็บไว้ในแหวนมิติที่ทุกแคว้นจะมีแค่2-3 วงเท่านั้น เพื่อความสะดวกในการเดินทาง
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วหลังจากโจวเทียนหลงฮ่องเต้และเสนาบดีไป๋กล่าวอวยพรให้ปลอดภัย
ชินอ๋องจึงสั่งให้ออกเดินทางได้
โดยที่ทุกคนได้หลงลืมอะไรบางอย่างไปเสียแล้ว....
** จริงๆแล้วไม่ใช่หนิงอันที่OOCแต่เป็ไรต์เองที่แต่งออกทะเลจนย้อนกลับไปผูกกับนิยายไม่ถูกแล้ว
เพราะฉะนั้น! ได้โปรด...ทิ้งมันไปเถอะนะลืมๆมันไปเถอะ
“ข้าน้อยมือใหม่ให้อภัยกันเถิดขอรับบบบบ......”
อ้อนอ้อนนะ ;3