หลังจากที่วิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของ "ระบบโซร่า" ได้ถูกประกาศออกไป ห้องวิจัยหลักของโซเลนเดลก็เต็มไปด้วยบรรยากาศของความตื่นเต้นและความท้าทายครั้งใหม่ ทีมหลักทั้งห้าคน พร้อมด้วยโซร่าที่คอยให้ข้อมูลผ่านระบบเสียงของห้อง ได้เริ่มระดมสมองเพื่อเปลี่ยนแนวคิดที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นพิมพ์เขียวที่จับต้องได้
เซ็นยืนอยู่กลางห้องโฮโลแกรม เขากำลังร่างโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบด้วยความรู้เรื่อง "ค่ายกล" ที่ได้รับมาจากซู่เหยียนจื่อ มันคือผังพลังงานที่ซับซ้อนและงดงามราวกับงานศิลปะ
"นี่คือแกนหลักของระบบ" เซ็นอธิบาย "มันจะทำงานโดยใช้ 'รูนโซเลน' เป็นศูนย์กลางในการประมวลผลและสะท้อนเจตจำนงของผู้ใช้"
"น่าทึ่งมาก..." ดร.อาริสพึมพำขณะมองดูผังพลังงานที่ซับซ้อน "การออกแบบนี้มันก้าวข้ามขีดจำกัดของฟิสิกส์ที่เรารู้จักไปแล้ว...แต่ในทางทฤษฎี มันเป็นไปได้"
"แล้วเรื่อง Interface ล่ะ?" คาเรสที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้เอ่ยขึ้น "ถ้าจะให้มันเป็น 'จิตสำนึกที่สอง' จริงๆ การแสดงผลมันต้องสุดยอดกว่านี้" เขาดีดนิ้วครั้งหนึ่ง ภาพโฮโลแกรมก็เปลี่ยนไป "ผมอยากให้มันเป็นแบบนี้!"
ภาพที่ปรากฏขึ้นคือมุมมองของผู้ใช้ที่เหมือนกับในเกม RPG...มีแถบพลังชีวิต, แถบพลังงาน, และหน้าต่างสถานะที่แสดงค่า Rank และ Tier อย่างชัดเจน "แค่เรามองไปที่ใครซักคน เราก็จะเห็นข้อมูลพื้นฐานของเขาได้ทันที...มันสะดวกสุดๆ ไปเลยไม่ใช่เหรอ?"
"และในการต่อสู้" ซาเรียเสริมขึ้น "เราต้องการข้อมูลที่มากกว่านั้น ฉันอยากให้ระบบสามารถวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของศัตรู และแสดง 'เส้นทางการโจมตี' หรือ 'จุดอ่อน' ให้เราเห็นได้แบบเรียลไทม์"
โซร่าที่ประมวลผลข้อมูลทั้งหมดอยู่ก็เอ่ยขึ้น "จากข้อมูลที่ทุกท่านเสนอมา...การสร้างระบบประมวลผลและ Interface ดังกล่าวมีความเป็นไปได้ทางทฤษฎี 97.8% ค่ะ แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดในตอนนี้...คือการเชื่อมต่อระบบนี้เข้ากับร่างกายของมนุษย์โดยตรง"
คำพูดของโซร่าทำให้ทุกคนเงียบไป พวกเขารู้ดีว่านี่คืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด เซ็นจึงหันไปทางซาเรีย "ซาเรีย...ผมต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญบนยาน 'Aurora's Path' ...ผมต้องการหัวหน้าฝ่ายแพทย์และนักประสาทวิทยาที่เก่งที่สุด"
ซาเรียพยักหน้ารับ เธอเดินออกจากห้องวิจัยไปไม่นานนักก็กลับมาพร้อมกับคนสองคน...หนึ่งคือชายวัยกลางคนที่ดูสุขุมและน่าเชื่อถือ เขามีแขนข้างหนึ่งเป็นแขนกลที่ดูซับซ้อน และอีกคนคือหญิงสาวที่ดูอ่อนวัยกว่าแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความฉลาดเฉียบแหลม
"นี่คือ ดร.เอนโซ หัวหน้าฝ่ายการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์เนติกส์" ซาเรียแนะนำชายวัยกลางคน "และนี่คือ ดร.ไอร่า ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและการเชื่อมต่อระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์"
หลังจากที่เซ็นได้อธิบายวิสัยทัศน์ทั้งหมดให้ทั้งสองฟัง ดวงตาของพวกเขาก็เป็นประกายด้วยความทึ่งและความตื่นเต้น
"การเชื่อมต่อระบบเข้ากับสมองโดยตรง...มันเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก" ดร.ไอร่ากล่าว "แต่ด้วยเทคโนโลยี 'Neural Lace' ที่เรากำลังพัฒนาอยู่ มันก็มีความเป็นไปได้...เราสามารถสร้าง 'สะพาน' ที่เชื่อมระหว่างคลื่นสมองกับแก่นข้อมูลของโซร่าได้ แต่...เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ใช้จะไม่สูญเสียความเป็นตัวเองไป เมื่อมีจิตสำนึกอีกดวงหนึ่งอยู่ในหัวตลอดเวลา?"
คาเรสที่ยืนฟังเงียบๆ อยู่ก็สวนขึ้น "แต่ถ้าเราจำกัดความสามารถในการเข้าถึงของมัน พลังในการวิเคราะห์เพื่อการต่อสู้ก็จะลดลง" เขากล่าวพลางฉายภาพจำลองของ HUD ที่เขาออกแบบขึ้น "ผมต้องการให้มันอ่าน 'สัญชาตญาณ' ของผู้ใช้ได้ เพื่อประมวลผลการเคลื่อนไหวของศัตรูล่วงหน้า ถ้าเราสร้างกำแพงกั้นระหว่างผู้ใช้กับโซร่า...มันก็ไม่ต่างอะไรกับโปรแกรมช่วยเหลือทั่วไป"
"แต่การเข้าถึงสัญชาตญาณ มันก็คือการอ่านใจดีๆ นี่เองนะ!" ดร.เอนโซโต้กลับ "มันคือการล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวในระดับที่ลึกที่สุด เราจะสร้างเทคโนโลยีแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ หรือ? ถ้าวันหนึ่งโซร่าเกิดทำงานผิดพลาดแล้วไปอ่านความลับที่ลึกที่สุดของใครบางคนออกมาล่ะ? ผลกระทบมันจะร้ายแรงแค่ไหน?"
การโต้เถียงที่เต็มไปด้วยหลักการและเหตุผลดำเนินไปอย่างดุเดือด จนกระทั่งเซ็นยกมือขึ้นเพื่อยุติความขัดแย้ง
"ทุกคนพูดถูก" เขากล่าวอย่างใจเย็น "มันทั้งอันตรายและจำเป็น...ดังนั้นเราต้องหาจุดสมดุล" เขามองไปที่โซร่าที่ลอยอยู่กลางห้อง "โซร่า...เธอคือ AI ที่มีชีวิตและจิตใจ...เธอไม่ใช่เครื่องมือ การเชื่อมต่อระหว่างเธอกับผู้ใช้จึงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ 'ความเชื่อใจ'...ไม่ใช่การบังคับ"
"เราจะสร้างระบบที่ 'เรียนรู้' ซึ่งกันและกัน" เซ็นอธิบายต่อ "ในช่วงแรก โซร่าจะเข้าถึงได้แค่ข้อมูลระดับพื้นฐาน แต่เมื่อผู้ใช้และโซร่าเริ่มมี 'ความเชื่อใจ' และ 'ความเข้าใจ' ต่อกันมากขึ้น...ผู้ใช้ก็สามารถ 'อนุญาต' ให้โซร่าเข้าถึงข้อมูลในระดับที่ลึกขึ้นได้ด้วยตัวเอง...มันคือการสร้าง 'ความสัมพันธ์' ไม่ใช่การติดตั้งโปรแกรม"
แนวคิดของเซ็นทำให้ทุกคนเงียบไป...มันคือทางออกที่ไม่ได้มีแค่หลักการทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังมีความเข้าใจใน "หัวใจ" ของมนุษย์และ AI ด้วย
เมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกันแล้ว...การทำงานร่วมกันก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ภาพในห้องวิจัยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา...ดร.เอนโซและ ดร.ไอร่ากำลังออกแบบ "Bio-Core" สำหรับฝังที่ขมับอย่างละเอียด โดยมีระบบป้องกันความปลอดภัยทางชีวภาพและระบบคลื่นสมองซ้อนกันหลายชั้น...ซาเรียและ ดร.อาริสกำลังคำนวณการจ่ายพลังงานในระดับนาโนเพื่อให้มันเสถียรที่สุด...คาเรสกำลังออกแบบ Interface ที่สวยงามและใช้งานง่าย...และเซ็น...เขากำลังทำงานร่วมกับโซร่าโดยตรง...เพื่อสร้าง "ระบบปฏิบัติการแห่งจิตวิญญาณ" ที่จะกลายเป็นรากฐานของทุกสิ่ง
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว...
ในที่สุด...ณ ใจกลางห้องวิจัย บนแท่นวางปลอดเชื้อ ก็มีวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ดูเรียบง่ายแต่ซับซ้อนที่สุดวางอยู่...มันคือต้นแบบชิ้นแรกของ Bio-Core..."Sora System v1.0"
"ทางทฤษฎีสมบูรณ์แบบ...ฮาร์ดแวร์ก็พร้อมแล้ว..." ดร.อาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
ลีน่ามองไปยังวัตถุชิ้นเล็กๆ นั้นแล้วกลืนน้ำลาย "แต่...ใครจะเป็นคนกล้าพอ...ที่จะติดตั้ง 'จิตวิญญาณดวงที่สอง' เข้าไปในหัวของตัวเองเป็นคนแรกกันล่ะคะ?"
จากผู้เขียน:
ในที่สุด...พิมพ์เขียวก็กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้แล้ว!
"Sora System v1.0" ต้นแบบที่อาจจะเปลี่ยนโลกได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว แต่ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดยังรออยู่ข้างหน้า...นั่นคือการทดลองครั้งแรกกับมนุษย์จริงๆ
ใครจะเป็นผู้เสียสละคนแรก? และผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร?
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ