STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

    ภาคที่ 4 At School ตอนที่ 2 เวียนมา

    "นายต้องเข้าใจการขยับร่างกาย กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท กระดูกหรือแม้แต่ปัจจัยภายนอกก็มีส่วน" พีชเหวี่ยงดาบปะทะกับโยได้อย่างสูสีจนน่าแปลกใจ

    "การใช้พาวเวอร์อัพคือการเพิ่มพละกำลังและมักจะใช้คู่กับสปีดอัพที่เพิ่มความคล่องแคล่ว รู้ไหมว่าทำไมถึงต้องใช้คู่กัน ?" พีชถีบท้องโยจนดันตัวถอยออกไปก่อนจะกระโดดสูงพุ่งแทงลงมาด้วยดาบเล่มนั้นทะลุปักลงพื้น

    "พาวเวอร์อัพจะส่งมานาเข้าไปสอดแทรกกล้ามเนื้อและกระดูกรวมทั้งเส้นเอ็นเพื่อเสริมให้มันแข็งแรงกว่าปกติ ยิ่งเข้ากันได้ดีหากใช้สปีดอัพที่ส่งมานาเข้าไปกระตุ้นระบบประสาทไม่ว่าจะสมองที่ใช้สั่งการร่างกายและระบบประสาทอัตโนมัติที่จะตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ" พีชร่ายมานาเป็นใบมีดน้ำฟาดกวาดจากระยะไกลทำดาบของโยหักไปทันที

    "ซึ่งจะต่างจากเสริมกำลังที่ใช้มานาเพื่อรองรับแรงกระแทกจากภายนอก ที่ในการประลองห้ามใช้เวทเสริมกำลังเพราะมันจะเห็นความต่างของเลเวลมากเกินไป เสริมกำลังในระดับต่าง ๆ ก็คือชั้นผิวมานาที่ปกคลุมร่างกายไว้อาจบอกได้ว่าเป็นโล่มานาที่อยู่ติดกับตัวก็ว่าได้ แต่เพราะมันเป็นมานาที่ครอบคลุมทั้งร่างกายไว้จึงใช้มานาค่อนข้างเยอะยิ่งใช้ในระดับสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งผลาญมานาไปมากเท่านั้น" พีชจับดาบกลับด้านให้ปลายดาบชี้ไปด้านหลังก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวโยและกระแทกด้วยด้ามดาบ

    "แน่นอนมันไม่เหมือนกับการพาวเวอร์อัพหรือสปีดอัพเพราะใช้แค่ครั้งเดียวก็มีผลนานหลายนาทีหรืออาจจะเป็นสิบนาทีเลยก็ได้" พีชยืนจ้องมองโยที่นั่งทรุดบนพื้นราวกับกำลังเยาะเย้ยฝีมือของเขา

    "บทเรียนแรกเป็นยังไงบ้างล่ะโย ?" 

    "ฮ่าฮ่าฮ่า รู้สึกดีเหมือนกันนะเนี่ย ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะแต่ถ้าควบคุมมานาได้ดีพอก็จะทำแบบเธอได้สินะ" โยยันตัวเองลุกขึ้นยืนจ้องมองพีชตาไม่กะพริบ

    "ลองทำให้ฉันดูสิ" ทันทีที่พีชพูดจบโยก็ร่ายมานาจากเศษซากดาบเล่มนั้น มานาที่กำลังรวมตัวกันเป็นก้อน ๆ ที่ไม่กลมไม่เหลี่ยมหารูปร่างที่แน่นอนไม่ได้ คงเพราะโยยังทำให้มันเสถียรไม่ได้นั่นแหละ

    "ลองทำเป็นวงกลมดู" โยพยายามทำตามที่พีชบอกแต่มันก็ขยับเขยื้อนไปมาไม่นิ่งสักที ก้อนมานาที่กำลังเคลื่อนไหลราวกับมีชีวิตบิดเบี้ยวไปหมด

    "ไม่ต้องรีบนักหรอกยังมีเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ก่อนเริ่มแข่งขัน นายเข้าใจการขยับหน้าอกไหมล่ะ ? ความรู้สึกมันก็จะคล้าย ๆ กัน" ทันทีที่พีชพูดถึงหน้าอกเขาก็ถอดเสื้อออกและกระดิกอกซ้ายทีขวาที

    "เหอะ ฉันแค่ยกตัวอย่าง" แววตาอันน่าสมเพชกำลังจ้องมองโยอย่างไม่ไยดี 

    "ฉันกลับละส่วนนายจะฝึกหรือยังไงก็ตามใจ" 

    "ด-เดี๋ยวรอฉันด้วย" โยรีบวิ่งตามพีชไปทันที

    28 ตุลาคม พ.ศ.2575

    โรงเรียนหลวงที่กำลังครึกครื้นเตรียมตัวกับงานประจำปี อีกทั้งเส้นทางรถไฟก็สร้างเสร็จจนสามารถใช้เดินทางได้แล้ว

    "ว่ายังไงนะ ! ที่เมืองยานพังเละเลยเหรอ" 

    ขณะที่เหล่าอาจารย์กำลังพักผ่อนกันอยู่ในห้องพักก็มีเสียงดังลั่นขึ้นมา พวกเขาต่างก็ตกใจกับเรื่องที่ได้ยินคุยซุบซิบกันไม่หยุด จนข่าวเรื่องเมืองยานได้แผ่กระจายไปสู่สาธารณะ

    "ท่านได้ยินเรื่องเมืองยานแล้วใช่ไหมครับ ?" นายทหารองครักษ์กำลังเดินนำหน้าองค์ราชาไปยังสถานที่ประชุม

    "ก็เพราะเรื่องนั้นนั่นแหละที่ต้องเรียกประชุมด่วน" ราชาโอบาเดินไปนั่งที่เก้าอี้หัวโต๊ะอย่างร้อนรน 

    "ในเมื่อมากันครบแล้วดิฉันจะเริ่มอธิบายนะคะ" อาเกลียอ่านข้อมูลที่ทำบันทึกไว้และยังเขียนข้อความบนกระดานดำเพื่อให้ผู้ที่อยู่ในที่ประชุมเห็นกันหมด

    "เมืองยานถูกกองโจรไม่ทราบที่มาเข้าโจมตีและบุกยึดเกือบจะสำเร็จ ซึ่งเรื่องของกองโจรทางกรมทหารรับรู้อยู่แล้วจึงส่งพลโทลักซ์ไปแต่ก็ไม่ทันกาล เพราะความเสียหายของตัวเมืองมีมากถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์อีกทั้งยังขาดแคลนอาหาร น้ำและที่อยู่อาศัย"

    "เดี๋ยวก่อนสิ ที่เมืองยานเป็นเมืองที่มีเรือนจำกลางตั้งอยู่นะก็น่าจะมีทหารคุมกันอยู่เยอะนี่" โอบาพูดแทรกกะทันหันดูท่าทางวิตกกังวล

    "จากรายงาน...พวกมันมีแวมไพร์ที่เลเวลมากถึงแปดและยังจับตัวประกันไว้จำนวนมากอีกด้วย ทำให้พวกเขาต้องยอมจำนนแต่ก็เพราะการยอมจำนนของพวกเขาทำให้มีคนเสียชีวิตไปไม่มากนักเมื่อเทียบกับตัวเมืองที่พังเสียหาย"

    "ตัวประกันเหรอ ? เหอะแค่คนไม่กี่คนเอง แลกกับเมืองทั้งเมืองหรือผู้คนนับหมื่นไม่ได้หรอก" แคลลี่ที่ดูไม่สบอารมณ์พูดออกมาโดยไม่มีความเกรงใจอะไรทั้งสิ้นก่อนจะลุกเดินออกจากห้องไป

    "แคลลี่ !" โกโด้ตะโกนเรียกขณะที่พยายามนิ่งไว้ไม่ให้เสียมารยาทนักแต่แคลลี่ก็ไม่สนใจ

    "ปล่อยไปเถอะ แคลลี่เธอก็เป็นแบบนี้แหละมักจะเห็นถึงส่วนรวมมากกว่า ไม่งั้นคงไม่อดหลับอดนอนทำงานสร้างสิ่งต่าง ๆ ให้กับเรา" อาเกลียพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนน้อมทำให้โกโด้ใจเย็นลงได้

    "ก็ได้ ๆ ว่าต่อเลยคุณอาเกลีย" 

    "โชคดีที่พลโทลักซ์ไปถึงก็จัดการกับสถานการณ์ได้ทันทีและสามารถจับเหล่ากองโจรได้เกือบทั้งหมด...เหลือเพียงตัวหัวหน้าที่เป็นแวมไพร์ ในวันต่อมาก็ได้เกิดการจลาจลจากอาชญากรที่เรากำลังตามหา ซึฮากิ คานะและเซน ทั้งสามคนได้โผล่มาที่เมืองยานสร้างความปั่นป่วนอีกทั้งยังปล่อยนักโทษจำนวนมากทำให้เกิดความโกลาหล"

    "พวกนั้นมัน...คนจากต่างโลกเช่นเดียวกับผู้กล้า จากรายงานครั้งก่อนก็เห็นพวกมันอยู่ในเมืองโรโซซึ่งใกล้กับเมืองยาน อุตส่าห์เพิ่มรางวัลนำจับแต่ก็ไม่ได้ผลสินะ" โอบาถอนหายใจยกมือขึ้นจับขมับดูเคร่งเครียด

    "เอาน่าโอบา ถ้าเป็นลักซ์ก็คงจะจับพวกมันมาได้แน่ ๆ" คอออสพูดพลางตบหลังโอบาเบา ๆ

    "ยังไม่สามารถจับได้ค่ะ" อาเกลียพูดแทรกขึ้นมาทันทีด้วยบรรยากาศถมึงทึง

    "แต่พวกมันก็ได้หลบหนีไปทางทะเลซึ่งก็อาจจะถูกมนุษย์เงือกจัดการไปแล้ว เพราะพลโทลักซ์เองก็คอยเฝ้ามองดูว่าพวกมันจะแอบขึ้นฝั่งตรงไหนแต่ก็ไม่พบ อีกทั้งเส้นทางบนทะเลก็กว้างใหญ่จนยากที่จะหาฝั่งขึ้นได้ทางเราจึงตัดสินว่าพวกมันตายแล้วค่ะ"

    "ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี" โกโด้เอ่ยขึ้นด้วยความสบายใจนั่งผิงหลังเก้าอี้

    "แต่แวมไพร์และพรรคพวกของมันอีกหนึ่งสามารถหลบหนีออกไปได้ค่ะ แถมตอนนี้ก็ยังไม่สามารถตามจับได้เพราะป่าลึกที่พวกมันเข้าไปยังไม่ได้ตรวจสอบ อาจจะเจอพวกสัตว์อสูรระดับสูงหรือดันเจี้ยนแปลก ๆ ก็ได้" โกโด้ถึงกับยิ้มแห้งพยักหน้าเป็นการบอกว่ารับรู้อยู่

    "เฮ้อ...ทำไมปัญหามันถึงเข้ามาตอนกำลังจะจัดงานด้วยนะ ก่อนหน้านี้ก็มีภูตจิ๋วเข้ามาป่วนพังเมืองไปแถบหนึ่ง" โอบายังคงถอนหายใจอีกทั้งยังส่ายหัวดูไม่สบอารมณ์

    "เอาอย่างงี้ก็แล้วกัน" คอออสลุกขึ้นยืนเด่นเป็นสง่า

    "ไหน ๆ เส้นทางรถไฟก็สร้างไปถึงที่เมืองยานแล้ว คนที่ยังหาบ้านไม่ได้หรือต้องการเงินก็ให้มาที่เมืองหลวงแล้วทำงานแลกที่อยู่ไปก่อน-"

    "เดี๋ยวสิคะ ! แบบนั้นมันก็เหมือนไปใช้แรงงานพวกเขาเลย ทั้ง ๆ ที่เราต้องจัดสรรที่พักและสิ่งความอำนวยความสะดวกให้แท้ ๆ ทำแบบนี้มันเอาเปรียบเกินไปนะคะ" อาเกลียพูดแย้งทันทีทันใด

    "เอาเถอะน่าอาเกลีย พวกชาวบ้านส่วนใหญ่เขาแค่อยากได้ที่อยู่ที่กินแค่นั้นแหละ" คอออสกอดอกยืนหยัดคำพูดของตัวเอง

    "ต-แต่"

    "ใครที่เห็นด้วยกับคอออสยกมือขึ้นเลย" โอบาพูดแทรกทันทีก่อนที่อาเกลียจะพยายามคุยเจรจา

    "ถ้าปล่อยไว้ก็มีแต่จะขาดแคลนอาหารแถมยังแออัดอีก" โกโด้ยกมือเห็นด้วย

    "ถ้าคุณโกโด้เอาด้วยผมก็เอาด้วย" เดมอสที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดพึ่งเปิดปากพูดครั้งแรกและยกมือตามโกโด้ทันที

    "แคลลี่ไม่อยู่ ตอนนี้ในห้องก็มีคุณอาเกลียคนเดียวแล้วนะ" คอออสแสยะยิ้มอย่างกับกำลังได้รับชัยชนะก่อนที่อาเกลียเธอจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่กล่าวอะไรแต่ก็ยังเก็บอาการใจเย็นได้อยู่

    "ดำเนินการได้เลย" พวกเขาทำหนังสือคำสั่งกระจายไปให้เหล่าผู้รับผิดชอบและเตรียมเคลื่อนรถไฟไปยังเมืองยาน

    "แม่ ๆ ดูนั่นสิ" ณ สถานีรถไฟที่โอบาเดินทางมาเพื่อเปิดการใช้งานครั้งแรกโดยมีประชาชนมากหน้าหลายตาจ้องมองกันอยู่ไม่ไกล

    "ณ บัดนี้สถานีรถไฟเปิดให้ใช้บริการแล้ว" สิ้นเสียงของโอบาก็ได้ยินเสียงปรบมือดังตามมาติด ๆ 

    "แต่ในรอบนี้เราจะใช้มันพาผู้ลี้ภัยจากเมืองยานมาที่นี่ชั่วคราวทั้งนั้นทุกคนต้องช่วยกันดูแลพวกเขาจนกว่าจะซ่อมแซมเมืองเสร็จ" โอบาพูดเพียงไม่กี่ประโยคก็ทำให้ประชาชนซึ้งใจจนบางคนน้ำตาคลอ พวกเขาต่างก็ส่งเสียงร้องเรียกองค์ราชาด้วยความปลื้มปีติ

    "พ่อนายก็ดูเป็นคนที่เชื่อถือได้นะถ้าดูจากคนพวกนี้ แต่ถ้าจากมุมมองของฉันก็คงจะไม่" พีชที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกลพูดกระซิบเหน็บแนมใส่โยก่อนจะเดินออกจากฝูงชนไป

    "ฉันก็รู้อยู่แล้วแหละ เพราะเมื่อก่อนแม่จะเป็นคนทำงานทุกอย่างในวังตั้งแต่ตรวจสอบคลังงบประมาณไปยันฝึกซ้อมทหาร ลองคิดดูสิจู่ ๆ วันหนึ่งแม่ก็หายตัวไปตอนกำลังทำสงครามกับจอมมาร...หน้าที่ต่าง ๆ ในวังก็เลยรวนกันไปหมด ท่านแม่ก็ไม่เคยสอนเรื่องพวกนั้นให้ ทั้งพี่ทั้งฉันก็เลยไม่มีใครทำงานแทนได้เลย" 

    "ประชาชนต่างก็เชื่อมั่นว่าเขาจะทำได้เหมือนกับองค์ราชินีสินะ ฉันได้ข่าวว่าแม่ของนายเป็นถึงผู้มีเลเวลเก้าที่ในอาณาจักรมีเพียงไม่กี่คนใช่ไหม ? แต่กลับหายตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุแถมยังไม่บอกกล่าวกับใครอีกต่างหาก" พีชเอ่ยคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบเธอกำลังคิดถึงความเป็นไปได้ที่มากมายจนหาเหตุผลไม่ได้

    "เรื่องผ่านไปแล้วก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อ รู้ไหมเวทแบบเฉพาะที่เธอใช้ฉันก็กำลังจะใช้ได้เหมือนกัน" โยยิ้มกรุ้มกริ่มมองตาพีชไม่กะพริบ

    "เอาให้จริงเถอะอย่าพึ่งเหลิง" พีชเดินนำหน้าโยไปแต่ก็เพราะจะหลบรอยยิ้มที่กำลังจะฉีกออก

    "นี่ ๆ มีพวกกบฏ หนีออกทะเลไปด้วยไม่รู้เป็นตายยังไง"

    "ตาย ๆ ตายแน่ ๆ นี่มันก็ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้วที่เราไม่สามารถลงทะเลใหญ่ได้ เจ้าพวกเงือกนั่นได้จับฉีกเป็นชิ้น ๆ แน่" 

    เสียงชาวบ้านที่กำลังมุงรวมตัวกันดูรถไฟคุยซุบซิบสนุกปาก

    "ตาย ๆ ไปได้ก็ดี ฉันได้ยินว่าพวกมันฆ่าทหารไปหลายสิบคนเลย" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสะใจ

    "ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้จับมาทรมานก่อน เอาให้มันเจ็บที่สุดไปเลย" 

    "ที่พวกเธอพูดนี่หมายถึงใคร ?" ตาลุงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ติด ๆ จู่ ๆ ก็เข้ามาร่วมวงสนทนา

    "ก็ไอ้พวกกบฏ ไง ที่หนีออกจากค่ายทหารแถมยังทำร้ายคุณเลวาธานอีก เป็นคนมาจากที่เดียวกับท่านผู้กล้าแท้ ๆ แต่ทำไมถึงเลวได้ขนาดนี้" คุณป้าได้ตอบกลับทันทีโดยไม่ได้สนใจว่าเป็นใครขอเพียงแค่ได้คุยก็พอ

    "อ้อ ๆ พวกนั้นนั่นเอง ชื่ออะไรนะ ซุซึกิ"

    "ซึฮากิ" พีชพูดแทรกขึ้นจ้องมองลุง ๆ ป้า ๆ เหล่านั้นด้วยความสงสัย

    "ช-ใช่แล้วซึฮากินั่นแหละ" คุณป้าตอบกลับดูเกร็ง ๆ เพราะใบหน้าที่ดูตึงเครียดของพีช

    "มีอะไรหรือเปล่าหนู ?" พีชไม่ทันจะตอบก็เดินออกมาทันที

    กิตายแล้วเหรอ ? เวรเอ๊ยแล้วใครจะมาเป็นคู่แข่งของเรา ไม่หรอกเขาต้องรอดแน่ ๆ คนอย่างซึฮากิไม่ตายง่าย ๆ หรอก พีชเดินดุ่ม ๆ ไปที่ห้องสมุดเอาแต่นั่งอ่านหนังสือไม่หยุดเหมือนกำลังพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกเศร้า

    "เธอเป็นอะไรไป ตั้งแต่ที่ได้ยินเรื่องซึฮากิอะไรนั่นก็เอาแต่นิ่งเงียบตลอดเลย" โยก้มลงจ้องตาพีชที่กำลังนั่งอ่านหนังสือ เขาเดินไปหยิบหนังสือมานั่งอ่านมั้งแต่ก็ทำได้ไม่กี่หน้า

    "นายไม่ต้องรู้หรอก" เพียงคำพูดสั้น ๆ ทำให้โยเลื่อนเก้าอี้มานั่งติด ๆ 

    "ฉันเป็นลูกคนเล็กที่โตมาแม่ก็ไม่ได้สนใจเอาแต่ทำงาน พ่อก็เอาแต่กินเล่นนอน อาจจะเพราะอายุเริ่มเยอะแล้วเลยอยากพักผ่อนไม่เหมือนตอนที่มีพี่สาวฉัน ตอนได้เข้าโรงเรียนฉันก็เลยพยายามหาเพื่อนเล่นแต่คนอื่น ๆ ก็ไม่กล้าเล่นด้วยจริง ๆ กลัวทำฉันเจ็บบ้างอะไรบ้าง" โยหยุดพูดไปครู่หนึ่งดูท่าทางของพีช

    "มันน่าเบื่อไปหมดเลย ฉันก็เลยแอบออกไปข้างนอกวังบ่อย ๆ ไปที่กิลด์แล้วก็สมัครเป็นนักผจญภัย เสื้อคลุมตอนนั้นโคตรจะร้อนเลยนะรู้ไหมแถมตอนไปสมัครเป็นนักผจญภัยเขาก็บอกว่ายังเด็กไป แต่ด้วยความที่ฉันยังเด็กหรือเปล่าก็ไม่รู้แค่บอกขอที่ซ้อมฝึกฝีมือเขาก็ให้ไปฝึกที่ลานประลอง" พีชเงยหน้ามองตาโยก่อนที่เขาจะยิ้มเป็นการตอบกลับ

    "ฉันใช้ช่วงเวลาบ่ายของทุกวันมาที่ลานประลองกิลด์เพื่อฝึกซ้อม แค่นั้นยังไม่พอพวกลุง ๆ ต่างก็เข้ามาดูมาช่วยสอนให้ พวกเขาเป็นคนที่ดีกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย ไม่เหมือนกับข่าวลือจากคนในโรงเรียนหรืออาจารย์เลยสักนิด แม้ฉันจะโดนเขาซัดจนกระเด็นล้มลุกคลานได้แผลเต็มตัวแต่มันก็รู้สึกสนุกและมีความสุขมาก ๆ" 

    "อ้อเหรอ" พีชตอบกลับสั้น ๆ ทำเป็นไม่สนใจ

    "ฉันเล่าเรื่องของตัวเองแล้วตาเธอละ เผื่อฉันจะได้รู้จักเธอมากขึ้น" โยเขยิบเข้ามานั่งแนบชิดพยายามอ้อนวอน

    "เฮ้อ...ก็ได้ ๆ เซ้าซี้จริง" พีชปิดหนังสือจ้องมองโยด้วยความเบื่อหน่ายราวกับไม่อยากจะเห็นหน้าใครเลยตอนนี้

    "ฉันเป็นลูกคนสุดท้องเหมือนกับนายก็มีลูกคนเดียวเนอะ คุณแม่ต้องเลี้ยงตัวฉันมาคนเดียวเพราะพ่อเสียไปตั้งแต่ยังเล็ก ถึงตอนแรกร้านหนังสือของแม่จะมีคนมาเยอะก็ตามแต่พอเวลาผ่านไปผู้คนก็มักจะใช้อินเทอร์เน็ตหาข้อมูลกันหมด"

    "อือ ๆ" โยยิ้มกรุ้มกริ่มตั้งใจฟังเรื่องของพีชทุกคำ

    "เพราะแบบนั้นฉันเลยไม่ค่อยได้ไปเที่ยวหรือทำอะไรมากนักอีกทั้งสถานะทางการเงินก็ย่ำแย่ แถมก่อนหน้านี้แม่ก็ดันโดนรถชนจนเข้าโรงพยาบาล ช่วงนั้นฉันก็เลยได้อยู่ดูแลร้านหนังสือแทนแถมเจ้านั่นก็ไม่มาอีกเลย"

    "เจ้านั่นหมายถึงใครเหรอ ?"

    "ก็ซึฮากิไงล่ะ...คนที่มีค่าหัวโดนประกาศจับนั่นแหละ เจ้านั่นมันเก่งมากเลยนะสอบเข้าโรงเรียนด้วยคะแนนเจ็ดสิบห้าทุกวิชาตลอดหลายเทอม แถมพอฉันลองเอาคำถามยาก ๆ ไปให้ก็ดันทำได้อีกมันรู้สึกเจ็บใจยังไงไม่รู้สิ ทั้ง ๆ ที่ฉันอยู่อันดับหนึ่งมาตลอดแต่แท้จริงแล้วยังมีคนที่เหนือกว่า ไม่เพียงแค่นั้นเขายังจะอ่อนให้อีก" 

    "เข้าใจใช่ไหมโย ? เจ้านั่นมันเหมือนกำลังดูถูกฉันปล่อยให้ได้ที่หนึ่งทุกปีทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ทำได้" น้ำเสียงที่ดูจริงจังพูดเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนเครื่องกำลังติด 

    "ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านั่นต้องเก่งมากแน่ ๆ ถึงขนาดทำให้พีชหัวเสียได้" 

    "พีชเหรอ ? ไม่ได้เจอกันพักใหญ่เลย" เสียงอันคุ้นหูคุ้นตากำลังเข้ามาใกล้

    "ฟ-ฟราน" ไม่ชอบหน้าเลยจริง ๆ ทำตัวสนิทสนมกับกิ จะเข้าไปท้าดวลกับกิอีกก็ไม่มีโอกาสเลย พีชนั่งหน้าบึ้งเพราะนึกถึงเรื่องในอดีต

    "พอดีเลยพวกฉันกำลังจะไปที่ห้องเรียนเพราะอาจารย์เขาเรียกประชุมน่ะ เธอก็มาพร้อมกันเลยสิ" ฟรานชะเง้อคอมองพีชด้วยรอยยิ้มแสนจะเป็นมิตร

    "เอาสิ" เกลียดท่าทางแบบนั้นจริง ๆ เลย

    พวกเธอพากันไปที่ห้องเรียนพิเศษที่มีริสุและเรนนั่งรอกันอยู่แล้ว แต่ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่พวกเธอนั่งแยกห่างคนละทิศคนละทาง ภาพตรงหน้าที่ได้เห็นก็คือหนุ่มสาวที่กำลังคุยกันถูกคอสนุกปากกับอาจารย์หนุ่ม

    "พวกเรามาแล้วค่ะ"

    "เยี่ยมไปเลย ครูนึกว่าพวกเธอจะไม่มากันซะแล้วอีก" เขาเดินไปที่กระดานดำวาดรูปอะไรบางอย่าง

    "ที่เรียกมาในวันนี้เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญ เวลาในการซ้อมก่อนจะเริ่มประลองฐานเหลือไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์แล้ว" เขาวาดแผนการรวมทั้งการวางตำแหน่งของสมาชิกทีม

    "พวกเธอทุกคนต้องทำงานร่วมกันแต่ดูจากที่ผ่านมาก็แทบจะแยกกันอยู่คนละทิศคนละทาง เพราะฉะนั้นครูจะเป็นคนซ้อมให้พวกเธอเอง"

    "เกือบลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าต้องแข่งอะไรพวกนั้นด้วย" ชาญเอ่ยขึ้นมาทันทีที่นึกได้ 

    "ฉันจะแนะนำให้รู้จัก...เจ้านี่ชื่อเรนส่วนเธอชื่อริสุ ฉันเห็นพวกเธอไม่เคยคุยกันเลยไม่รู้ว่าผิดใจอะไรกันหรือเปล่า" อาจารย์หนุ่มกวาดสายตามองพวกฟรานที่แยกตัวหายไปกันหมด

    "พวกเราก็แค่..." ซันนี่พูดไม่เต็มปากอ้ำอึ้งอยู่อย่างงั้น

    "ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ เพราะฉันมัวแต่คิดถึงการที่จะแข็งแกร่งขึ้นเลยลืมเพื่อน ๆ ไปหมดไม่เว้นแม้แต่พวกซันนี่" ฟรานพูดเสียงดังฟังชัดจ้องมองใบหน้าของอาจารย์หนุ่มก่อนจะเบือนหน้าไปหาริสุและเรน

    "แม้เวลาจะเหลือไม่มากแต่ฉันจะพยายามให้เต็มที่...ใช่ไหมซันนี่ ?" ฟรานเหลือบมองหน้าซันนี่ขณะที่กำลังยิ้มดูตื่นเต้นกับเรื่องการแข่งขัน

    "จะซ้อมแบบไหนก็จัดมาเลยครับผมพร้อมเสมอ" ชาญเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร

    "ดูมีความตั้งใจดีนี่ งั้นภารกิจแรกเลยนะ...ไปกินฉลองกันดีกว่า" ท่ามกลางบรรยากาศจริงจังที่กำลังครึกครื้นอยากยืดเส้นยืดสายแต่ก็หมดอารมณ์เพราะได้ยินสิ่งที่อาจารย์หนุ่มกล่าว

    "อาจารย์ !" ริสุกับเรนถึงกับเผลออุทานเรียกออกมาเสียงดัง

    "ใจเย็น ๆ ก่อนน่า ที่ให้ไปฉลองกันเนี่ยก็เพื่อจะได้รู้จักกันมากขึ้น ก่อนที่เราจะซ้อมหรือทำงานด้วยกันก็ควรไปละลายพฤติกรรมสักหน่อย" แม้ทุกคนจะดูตกใจในตอนแรกแต่พอได้ยินเหตุผลก็ทำตามน้ำโดยดีไม่มีการต่อต้าน พวกเขาพากันไปที่ร้านอาหารในโรงเรียนหลวงซึ่งมีหลายแห่งตั้งอยู่ทั่วโรงเรียน

    "ร้านนี้อร่อยบอกเลย ครูมากินกับเพื่อนประจำ" อาจารย์หนุ่มยกมือเรียกพนักงานด้วยรอยยิ้มอันเป็นมิตรใครเห็นก็รู้สึกดีไปด้วย

    "สั่งกันได้เลยทุกคน"

    ขณะที่ทุกคนกำลังเปิดเมนูดูแต่ก็มีริสุกับเรนที่ดูเมนูไปก็ทำหน้าอมทุกข์ไปด้วย สายตาที่กลอกไปมารู้สึกลังเลจนเห็นได้ชัด

    "เป็นอะไรไปล่ะพวกเธอ ?" แววตาอันน่างุนงงกำลังจ้องริสุ อาจารย์หนุ่มยังคงยิ้มให้เผื่อจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

    "ก็แค่ไม่คุ้นตาเฉย ๆ ของพวกนี้มันแพงแล้วก็หากินทั่วไปไม่ได้ด้วย" ริสุตอบกลับด้วยความลังเลดูไม่มั่นใจ

    "งั้นเอาแบบนี้นะ...เอาทุกอย่างที่มีในร้านมาเลย !" ทันทีที่เขาบอกพนักงานไม่ใช่แค่คนในโต๊ะเดียวกันแต่คนจากโต๊ะอื่นก็ตกใจไปด้วย อาหารในร้านแต่ละเมนูมีราคาอย่างต่ำก็สิบเหรียญเงินซึ่งนั่นมันก็มากพอที่จะซื้ออาหารทั่วไปได้หลายวันแล้ว แต่เขากลับเลือกสั่งทุกเมนูซึ่งราคารวมคงทำให้ใครสักคนเป็นลมไปได้เลย

    "อ-อาจารย์"

    "ไม่ต้องคิดมากน่า ครูมีเงินเยอะอยู่แล้วแค่เลี้ยงลูกศิษย์ทั้งทีไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย" เขาดูเป็นห่วงเป็นใยเรนกับริสุเป็นพิเศษจนพวกฟรานแทบจะอยู่นอกสายตาไปเลย

    พวกเขาต่างก็รับประทานอาหารมื้อนี้อย่างเงียบขรึมดูไม่เป็นดั่งที่อาจารย์ต้องการนัก

    "ว่าแต่เธอขึ้นเป็นเลเวลหกแล้วสินะ" เขาเหลือบมองหน้าฟรานด้วยความสงสัย

    "ใช่ค่ะ"

    "โห เธอไปเลเวลหกแล้วเหรอพวกฉันยังอยู่แค่ห้าเอง" ซันนี่วางช้อนซ้อมในมือลงทันทีหันมาจ้องตาฟรานด้วยความตื่นเต้น เธอกุมมือของฟรานไว้ไม่ยอมปล่อยเหมือนอยากจะได้ความลับการเพิ่มเลเวล

    "เราสองคนเลเวลสี่เองจะไปเป็นตัวถ่วงท่านผู้กล้าหรือเปล่า ?" ริสุเอ่ยออกมาช้า ๆ ดูสุภาพเรียบร้อย

    "ไม่หรอกน่า ทุกคนต่างก็เป็นกำลังสำคัญหากไม่ร่วมมือกันก็อาจจะแพ้ได้นะ อีกอย่างพวกห้องอื่นมีจำนวนสมาชิกในทีมมากกว่าเราเยอะทำไมมีแค่ห้องเราที่มีคนแค่นี้"

    "ก็เพราะพวกเธอเป็นกลุ่มพิเศษ...เหล่าผู้กล้ายังไงล่ะ" อาจารย์หนุ่มตอบกลับก่อนจะจิ้มเนื้อเข้าปากทันที

    "แล้วทำไมพวกเราถึงได้เข้ามาอยู่ด้วยล่ะ ?" เรนเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่งุนงงสุด ๆ

    "เธอสองคนฉันเป็นคนคัดเข้ามาเอง ส่วนโยก็เพราะว่าเป็นเจ้าชายเลยมีสิทธิ์พิเศษมากกว่าคนอื่นหน่อย"

    "ทำไมอาจารย์คิดว่าเราเข้าห้องเรียนพิเศษได้ล่ะ" 

    "ทำไมน่ะเหรอ ? ก็เพราะว่าฉันอ่านประวัติพวกเธอมาหมดแล้ว ทั้งฐานะที่บ้าน คะแนนตอนสอบเข้าไม่ว่าจะภาคปฏิบัติหรือทฤษฎีพวกเธอก็ทำได้ดีหมด"

    "โหเก่งมากเลยริสุ" ฟรานตบมือเบา ๆ แสดงถึงความตื่นเต้นที่ได้คนเก่งมาอยู่ในห้องด้วย

    "พวกเธอไม่ต้องคิดว่าเป็นตัวถ่วงหรอก เดี๋ยวฉันจะแบกเอง" ชาญยิ้มมุมปากด้วยความมั่นอกมั่นใจก่อนจะโดนซันนี่หยิกหูเพราะเขาเผลอเอาเท้าขึ้นมาเกยตักซันนี่

    "ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเธอชื่อซันนี่แล้วก็ชาญปกติก็จะทะเลาะกันแบบนี้แหละ" ฟรานแนะนำเพื่อน ๆ ให้กับริสุและเรนได้รู้จัก

    "ส่วนนั้นคือซากิ ก่อนหน้านี้เป็นถึงกรรมการนักเรียนทั้งฉลาดและน่าเชื่อถือมาก ๆ"

    "ยินดีที่ได้รู้จักครับ" ซากิลุกขึ้นก้มโค้งลงเล็กน้อย

    "ส่วนเจ้าชายคงรู้จักอยู่แล้ว...อีกคนที่อยู่ด้วยนั่นก็คือพีช เธอทำคะแนนสูงสุดตลอดการเรียนมัธยมเลยนะแถมยังสอบวัดผลได้อันดับหนึ่งของประเทศอีก"

    พีชทำเพียงพยักหน้าตอบรับไม่ได้พูดอะไร

    "ดี ๆ งั้น...มีเรื่องอะไรจะเผาให้ฟังด้วยล่ะ" อาจารย์หนุ่มยื่นหน้าเข้ากลางโต๊ะพร้อมกับยิ้มแปลก ๆ