ณ จุดแจกจ่ายของใจกลางเมือง
ตอนนี้หลังจากที่พาไคเซอร์ไปดูที่พักและให้ทหารของไคเซอร์ไฟพักเรียบร้อย เวโรนิก้ากับชไนน์เดอร์ก็เดินมายังจุดที่ทหารกำลังแจกอาหารกันอยู่ ซึ่งพวกที่เข้าแถวรับอาหารตอนนี้ก็มี มนุษย์! เอลฟ์! คนแคระ! กำลังต่อแถวเพื่อรับถุงยังชีพกันเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งมันเป็นภาพที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ที่ทั้งสามเผ่าจะมารวมกันแบบนี้
' นั้นมันอะไร? พวกทหารกำลังให้ถุงขนาดใหญ่กับชาวบ้านอยู่ แถมพวกเอลฟ์กับคนแคระที่พึ่งเข้ามาในเมืองก็ได้กันด้วย ' ไคเซอร์เกิดความสงสัยขึ้นในใจหัวหลังจากที่มองเหตุการณ์ด้านหน้าตอนนี้
ด้านหน้าตอนนี้กำลังเห็นผู้คนมากมายกำลังต่อแถวเพื่อรับถุงกันอยู่ ซึ่งเมื่อกวาดสายตามองก็พบว่าในถุงที่พวกชาวบ้านได้กันเป็น อาหาร! น้ำดื่ม! และของจำเป็นต่างๆ ในการดำรงชีวิต มันยิิ่งทำให้ไคเซอร์แปลกใจเข้าไปอีกว่าทำไมถึงได้ให้ของจำนวนเยอะกับชาวบ้านแบบนี้ เพราะต่อให้เป็นเมืองหลวงที่มีงบประมาณมหาศาลก็ไม่สามารถแจกของกับชาวบ้านขนาดนี้ได้แน่นอน
" ท่านพี่นี่มันอะไรกันครับ ทำไมชาวบ้านถึงได้ของเยอะขนาดนั้นละ แถมพวกเอลฟ์กับคนแครเองก็ได้เหมือนกัน??? "
ไคเซอร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
" มันเป็นเรื่องปกติของเมืองนี้ยังไงละ! "
" ปกติ??? "
" ใช้! ที่เมืองแห่งนี้ผู้คนที่เดินทางเข้ามาใหม่จะได้ น้ำ! อาหาร! ที่พัก! และของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตทั้งหมดหลังจากที่ลงทะเบียนเป็นประชาชนของเมืองนี้ แล้วตั้งแต่เดือนปีศาจมาถึง ที่เมืองแห่งนี้ยังไม่มีคนตายเลยแม้แต่คนเดียว "
" ห่ะ! "
ไคเซอร์อุทานด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เพราะโดยปกติแล้วผู้คนที่เป็นเพียงสามัญชนจะไม่มีชีวิตรอดในเดือนปีศาจเพราะด้วยเหตุผลหลายต่อหลายเหตุผล หนาวตายบ้างละ อดตายบ้างละ โดนมอนเตอร์ฆ่าบ้างละ แล้วมันยังมีเรื่องอีกหลายเรื่องที่ทำให้คนตายกันอีก ไคเซอร์จึงแปลกใจกับเรื่องที่เวโนิก้าพูดให้ตนฟังมาก
' ไม่ใช่เพียงแค่รับคนเข้ามาไมจำกัด แต่ยังสามารถดูแลได้อย่างดีอีก บารอนคนนี้ทำแบบนี้ได้ยังไงกัน???? ' ในหัวของไคเซอร์ตอนนี้เต็มไปด้วยความสงสัยในตัวของไมล์
" เอาละงั้นพวกเราก็ไปที่ต่อไปกันเลย "
เวโรนิก้าเริ่มเดินต่อหลังพูดจบ จากนั้นชไนน์เดอร์ก็ถามกลับด้วยความสงสัยว่า " ที่ต่อไปคืออะไรครับ? "
" เพราะปลูก! "
' เพราะปลูก??? เดือนปีศาจมันจะเพราะปลูกได้ยังไงท่านพี่กำลังพูดเล่นอะไรอยู่ หรือมันจะเป็นเพียงการเล่นคำให้เราเข้าใจผิดเท่านั้น งง? แต่ก็ช่างเถอะยังไงตอนนี้ก็ลองตามไปดูก่อนก็แล้วกัน ' ไคเซอร์คิดในใจด้วยความสงสัยอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมาทำเพียงเดินตามเวโรนิก้าด้วยท่าทางที่เชื่อฟัง
..................
ณ เรือนกรจก
" ทะ.... ท่านพี่นีมันอะไรกัน "
ไคเซอร์แสดงอาการตกใจออกมาผ่านน้ำเสียงกับใบหน้าทันที หลังจากที่เดินทางเข้ามาภายในเรือนกระจก เพราะบรรยกาศภายในนั้นอุ่นเหมือนกับหน้าร้อน ด้านหน้าของไคเซอร์เองก็เต็มไปด้วยพืชผักมากมายที่กำลังโตราวกับว่ามันเป็นหน้าเพราะปลูกของมัน ด้านในเองก็สว่างแบบมองเห็นได้ทุกซอกทุกมุน
" เพราะปลูกที่ข้าบอกกับเจ้าไงละ! "
เวโรนิก้าตอบ
" มะ.... มันเป็นไปได้ด้วยเหรอครับเรื่องแบบนี้ เพราะปลูก... ไม่สิ! เรื่องที่ต้องพูดก่อนถึงเรื่องนั้นมันต้องถามเรื่องอากาศในนี้ก่อนทำไมมันถึงได้อบอุ่นแบบนี้ เท่าที่ข้าสังเกตุดูข้ายังไม่เห็็นกองไฟสักกองในที่แห่งนี้เลยนะ??? "
ไคเซอร์พยามกวาดสายตาเพื่อหาสาเหตุของกองไฟมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังหาไม่เจอ เพราะแบบนี้ก็เลยถามเวโรนิก้าด้วยความสงสัย
" ก็ใช่นะสิ! ของที่ทำให้อากาศอบอุ่นตอนนี้ก็คือแกนเวทย์ของมอเตอร์ธาตุไฟ "
" ยังไง??? "
ไคเซอร์ถามจบเวโรนิก้าก็ชี้นิ้วไปยังแกนเวทย์ที่กำลังส่องแสงอยู่บนเพดานของเรือนกระจก ที่โดนติดเอาไวห่างกันนิดหน่อยทั้ง 5 ชิ้น ' อะไรละนั้น?! แกนเวทย์ส่องแสงมันทำแบบนั้นได้วยเหรอ??? ' ไคเซอร์ยังคงสงสัยอยู่ เพราะโดยปกติแล้วแกนเวทย์จะเอามาใช้ในเรื่องของเวทย์มนต์เท่านั้น ไม่มีใครเอามาทำอะไรแบบนี้กัน
เรื่องที่ไคเซอร์เห็นตอนนี้ยิ่งทวีคูณความสงสัยเพิ่มขึ้นไปอีก อาวุธประสิทธิภาพสูง! อาหารจำนวนมาก! เพราะปลูกเดือนปีศาจ! ไคเซอร์ที่สงสัยอยู่ยังไม่ได้คำตอบจากเรื่องพวกนี้เลยว่าไมล์ไปเอาวิธีการสร้างพวกมันมาจากไหน แต่ไคเซอร์ก็ต้องพยามใจเย็นเอาไว้เพราะถึงจะอยากรู้มากขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าถามเวโรนิก้าไปก็คงไม่ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์อะไรมาก จึงเลือกรอคุยกับไมล์แทนดีกว่าจึงเงียบเอาไว้ไม่ถามอะไรต่อ แล้วการเดินทางของทั้งสองคนก็จบลงที่เรือนกระจกในวันนี้