“ อาจารย์ข้ามีคำถามขอรับ ”
เหวินอวี้ยกมือถามเฟยหงพร้อมกับชี้ลงไปยังสัญลักษณ์และตัวอักษรบนตำราเคล็ดวิชา
“ นี่มันสัญลักษณ์ขององค์จักรพรรดิโดยเฉพาะแล้วตรงนี้มันก็เขียนว่า เคล็ดวิชาส่วนตัวขององค์จักรพรรดิ์ซูเฟยเหยียน ”
เฟยหงเมื่อได้ยินแบบนั้นก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึมออกมา
“ ฉลาดหลักแหลมมากที่เ้าสามารถสังเกตเห็นลอยสัญลักษณ์และตัวหนังสือนั่น ความจริงแล้วข้าเป็สหายขององค์จักรพรรดิ์ ข้าอยากให้พวกเ้าเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับเข้าใจไหม? ”
“ อ่อ ข้าก็นึกว่าท่านเป็จักรพรรดิ์ปลอมตัวมาออกเที่ยวนอกวังซะอีก ว่าไปนั่นฮ่าฮ่าฮ่า มันจะเป็แบบนั้นไปได้ยังไง
ในเมื่อท่านอาจารย์เป็สหายขององค์จักรพรรดิ์ข้าอยากจะรู้ว่าอาการป่วยของท่านนั้นหายดีรึยัง? ”
[ นายท่านหัวใจขอบท่านเต้นแรงผิดปกติ เมื่อครู่ความเกือบจะแตกเพราะความสะเพร่าของท่านแล้ว ข้าถึงได้บอกไงว่าให้หาตำราที่ไม่ได้อยู่ในห้องนั้น โชคยังดีที่เด็กคนนี้คิดว่าเื่ที่ท่านพดเป็ความจริง ]
เฟยหงที่ได้ยินซีโร่พูดเช่นนั้นก็กล่าวตอบขึ้นภายในจิตใจทันที
“ คนเรามันมีผิดพลาดกันได้ ข้าก็แก่แล้ว ไม่สิตอนนี้อายุข้าอยู่ที่ 23-24ปี เอาเป็ว่าพักเื่นี้ไว้ก่อนข้าไม่อยากจะเถียงกับเ้า ”
แน่นอนว่าการสนทนาของเฟยหงและซีโร่นั้นยาอมไม่มีใครได้ยิน แต่เหวินอวี้ที่เห็นอาจารย์เงียบไปจึงกล่าวถามด้วยความเป็ห่วง
“ ท่านอาจารย์..ท่านเป็อะไร ทำไมอยู่ๆท่านถึงได้เงียบไป? ”
เฟยหงที่ได้ยินแบบนั้นก็ลูบหัวเหวินอวี้ด้วยความเอ็นดู
“ ไม่ต้องเป็ห่วง องค์จักรพรรดิ์ทรงสบายดีเวลานี้ท่านกำลังทำงานเพื่อพัฒนาอาณาจักรแห่งนี้ให้ดียิ่งขึ้น เอาล่ะๆ ข้าจะสอนเคล็ดวิชาเบื้องต้นให้กับพวกเ้าทั้งสามคน เพื่อให้พวกเ้าทั้งสามได้เข้าใจถึงเนื้อหาในเคล็ดวิชาที่พวกเ้าจำเป็ต้องฝึกฝน คนแรกเหวินอวี้ ”
“ อาจารย์โปรดชี้แนะด้วย ”
“ ดียิ่ง เหวินหลง ฮุ่ยหราน พวกเ้าก็ดูไว้ด้วยเพื่อเป็แนวทางพื้นฐานในการขับเคลื่อนพลังลมปราณ ”
เหวินหลงและฮุ่ยหรานต่างแสดงสีหน้าและแววตาที่จริงจังออกมา ก่อนที่ทั้งสองคนจะตอบรับคำบอกกล่าวของเฟยหงพร้อมกันด้วยความมุ่งมั่น
“ ศิษย์รับทราบท่านอาจารย์ ”
เฟยหงเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มขึ้นก่อนจะหยิบตำราจากมือของเหวินอวี้ขึ้นมา
“ เหวินอวี้ตำราของเ้าคือ ดัชนีทะลวง... ”
เฟยหงกุมขมับเมื่อรู้ว่าตนเองนั้นพึ่งจะหยิบตำราเคล็ดวิชาชั้นสูงออกมาให้เด็กๆที่เป็ลูกศิษย์ของตัวเองฝึก
[ ข้าถึงได้บอกไงนายท่าน ในห้องนั้นมีแต่วิชาชั้นสูง ไม่เหมาะสำหรับผู้ฝึกตนแรกเริ่มเหมือนเด็กพวกนั้น ]
“ อาจารย์เคล็ดวิชา ดัชนีทะลวง..? ท่านยังอ่านไม่จบเลยนะ มันเป็เคล็ดวิชาแบบไหน? ”
“ เอ่อ เอาเป็ว่าถ้าเ้าฝึกไม่ไหวก็บอกข้าได้นะ เคล็ดวิชาเล่มนี้มีชื่อว่า เคล็ดวิชาดัชนีทะลวง์ เป็วิชาที่เน้นการบีบอัดพลังให้อยู่ในรูปแบบการโจมตีขนาดเล็ก แต่พลังทำลายอยู่ในระดับที่สูง ”
“ เคล็ดวิชาดัชนีทะลวง์? ท่านช่วยทำให้ข้าดูเป็ตัวอย่างได้หรือไม่ ”
เฟยหงไม่มีทางเลือกในเมื่อหยิบผิดมาแล้วก็คงต้องลองฝึก ถ้าเด็กๆพวกนี้ฝึกไม่ได้ย่อมไม่ใช่เื่แปลกแต่อย่างใด ส่วนเฟยหงนั้นไม่มีปัญหาในการฝึกอยู่แล้ว เพียงแค่เฟยหงได้เห็นเนื้อหาเพียงครั้งเดียว ซีโร่จะทำหน้าที่คัดลอกข้อมูลและส่งตรงไปยังจิตใต้สำนึกในทันที
แน่นอนว่าเฟยหงถึงแม้จะเรียนรู้ได้ทันที แต่ก็ยังต้องระวังเื่การควบคุมพลัง เพราะตรงส่วนนี้ซีโร่ไม่สามารถควบคุมพลังแทนเฟยหงได้
“ เอาล่ะ ดูให้ดี อย่างแรกเหวินอวี้เ้าต้องรวบรวมพลังลมปราณพยามบีบอัดให้เป็รูปร่าง และควบคุมพลังเ่าั้ให้อยู่ที่นิ้วชี้ของเ้าและปลดปล่อยมันออกไปในทีเดียว ”
เกิดกลุ่มก้อนพลังลมปราณขนาดใหญ่บริเวณนิ้วชี้ของเฟยหง ก่อนที่กลุ่มก้อนพลังลมปราณจะถูกปลดปล่อยออกไปเป็ประกายแสงขนาดใหญ่!!!
ตู้มมมม!!!
ป่ารกทึบถูกกวาดล้างเป็ทางยาวโล่งเตียนภายในพริบตาเดียว
เหวินอวี้ เหวินหลง และฮุ่ยหรานแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาในทันที ไม่เว้นแม้กระทั่งเฟยหง
[ ข้าว่าก่อนที่ท่านจะสอนเด็กๆท่านควรฝึกตัวเองก่อนดีไหม? หรือไม่ก็ฝึกไปพร้อมกับเด็กทั้งสามคนนี้ไปเลยก็ได้ หากนี่เป็ในเมืองท่านคงกวาดล้างเมืองนั้นเสียหายเกือบทั้งหมดเป็แน่!! ]
จบ...