ระหว่างที่ทั้งสามยังถกกันเื่จะไปโรงเรียนหรือไม่ อาฉาปลีกตัวออกมาใช้โทรศัพท์ที่เคาน์เตอร์ร้านฮุ่ยเหม่ยกดเข้ามือถือของสหาย
“ฮัลโหล” ต่อสายติดแล้ว
‘ใครนิ’
“เหล่าหวัง นี่ฉันอาฉา”
‘ตู๊ดๆๆ...’ โทรศัพท์ถูกตัดสายทันควัน
“วางหูใส่ฉันเรอะ เข้าใจผิดอะไรรึเปล่า!” อาฉากดใหม่อีกครั้งโดยไม่รอช้า พอต่อสายติดก็รีบพูดอย่างรวดเร็ว “แกฟังฉันก่อน ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันยังอยู่ ยังไม่ตาย ฟังฉันให้ดีๆ...” อาฉาสาธยายเื่ราวพลั่งๆ เหมือนจุดประทัดั้แ่ต้นจนจบ ว่าตัวเองตายแล้วลงไปยังยมโลก เจอลูกสะใภ้ จนกระทั่งถูกนำทางกลับมา
‘อย่ามาตลก มันจะเป็ไปได้ยังไง!...’ เสียงตะคอกแบบประสาทเสียของเหล่าหวังดังมาจากปลายสาย
“วันนั้นแกก็เห็นนี่ว่าฉันฟื้นขึ้นมาแล้ว!” อาฉายืนกราน
‘นั่นมันเจ๋อฟางต่างหาก’
“ทำไมแกถึงได้พูดไม่รู้เื่แบบนี้นะ ร่างกายเป็ของเจ๋อฟาง แต่ิญญาที่อยู่ข้างในเป็ของฉันโว้ย” อาฉาบอก
“งั้นเดี๋ยวฉันหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ มีอยู่ครั้งหนึ่งแกไปเที่ยวผู้หญิงหยำฉ่ากับเ้าโล้น แต่ดันไปได้ผู้หญิงรุ่นอาม่า แก่กว่าแกซะอีก ต่อมามีอยู่ครั้งหนึ่งแกไปอาบอบนวด แต่ดันลืมเอาเงินไป ก็ฉันนี่แหละที่วิ่งโร่ไปช่วยแก เื่พวกนี้ไม่มีใครรู้นอกจากฉัน แกยังสั่งไม่ให้ฉันบอกใครอีกด้วย หรือแกต้องให้ฉันไปพูดกับเมียแก แกถึงยอมเชื่อว่าฉันคืออาฉา!”
‘อาฉา นี่แกจริงๆ ด้วย...’ เสียงร้องไห้โฮดังออกมาจากหูโทรศัพท์ ‘แกฟื้นคืนชีพแล้ว...แกฟื้นคืนชีพแล้ว อาฉา ไอ้เกลอเอ๊ย...ฉันนึกว่าแกไปครั้งนี้จะไปแล้วไปลับซะอีก ไม่นึกเลยว่าแกยังกลับมาได้...’
“โฮ้ย หนกขูโว้ย!” อาฉาดึงหูโทรศัพท์ออกจากหู
เขาะโใส่หูโทรศัพท์ว่า “ฉันจะโทรมาถามแกเื่อยู่เดือนที่เคยคุยกันคราวก่อนไง ฮุ่ยเหม่ยช่วยจัดงานศพให้ฉันจนโทรม ตอนนี้แค่ลมพัดทีเดียวก็ปลิวแล้ว ลองดูซิว่าพอจะมีทางช่วยบ้างไหม!”
‘มี!’ เหล่าหวังตอบทันที ‘ฉันไปถามมาให้แกแล้ว มันมีศูนย์อยู่เดือนอยู่ที่หนึ่ง จองแบบเหมาทั้งเดือนไปเลย เขามีพยาบาลคอยดูแลทุกวัน มีอาหารชุด A B C ให้เลือก แล้วยังมีทั้งอาหารทั้งยาสำหรับบำรุงร่างกายเสร็จสรรพ รับประกันว่าผู้หญิงคลอดลูกใหม่ๆ เข้าไปแล้วออกมาแข็งแรงกว่าตอนยังไม่มีลูกอีก’
“ไปลงชื่อจองให้ที” อาฉาบอกอย่างไม่ลังเล “แล้วหัวรุ่ง (พรุ่งนี้) แกมารับฮุ่ยเหม่ยไปศูนย์นั่นด้วย ต้องดูแลเขาให้แข็งแรงนา”
“เฮ้!” ไห่เยวียนะโใส่อย่างเป็กังวลเพราะได้ยินที่เขาคุยกับเพื่อน
อาฉาโบกมือไล่ “ทีนี้นายจะได้กลับไปเรียนได้อย่างสบายใจไง เอาน่าๆ! เหล่าหวังมันพึ่งพาได้!”
ฮุ่ยเหม่ยทำหน้าลำบากใจ ไม่รู้จะพูดอะไรดีเลยจริงๆ ในสายตาเธอ คนที่กำลังคุยโทรศัพท์คือเจ๋อฟาง เจ๋อฟางจัดการให้เธอไปศูนย์อยู่เดือน มันจะพิลึกเกินไปแล้ว
เธออดจะหันไปทางลูกชายไม่ได้ ไม่ว่าจะอุปนิสัย คำพูดคำจา หรือกิริยาท่าทางของเจ๋อฟางในตอนนี้ ไม่มีอะไรเหมือนเจ๋อฟางคนเดิมแม้แต่นิดเดียว เจ๋อฟางคนปัจจุบันน่ะ กระทั่งท่าเดินยังถอดมาจากอาฉาเลย
หญิงสาวนึกสงสัยคำวินิจฉัยของหมอ หากเจ๋อฟางแค่นึกว่าตัวเองเป็อาฉา จะเลียนแบบบุคลิกท่าทาง ไหนจะสำเนียงภาษากลางที่พูดไม่ชัดนั่น ได้เหมือนขนาดนี้เลยหรือ
“ถ้าหากฉันมีคนดูแล พวกเธอสองคนคงหมดห่วงใช่หรือเปล่า” หลังจากลังเลอยู่สักพัก ฮุ่ยเหม่ยก็ถามขึ้น
“ก็งั้นสิ!” อาฉาตอบ จากนั้นก็หันไปคุยกับเพื่อนต่อว่าจะต้องจ่ายค่าบริการให้ศูนย์อยู่เดือนเป็เช็คหรือว่าเงินสด
ไห่เยวียนพยักหน้า
“งั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันจะเก็บของ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้จะอุ้มน้องไปศูนย์อยู่เดือน” ฮุ่ยเหม่ยกล่าว
อาจารย์ที่ปรึกษาไช่ถงที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดคอยฟังอยู่ค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วยิ้มออกก็ตอนนี้
“แต่ว่า...ทั้งสองคน...” ฮุ่ยเหม่ยยังไม่วายมีคำว่าแต่ “ต้องไปเรียนหนังสือแต่โดยดีนะ ใครก็ห้ามลาห้ามโดดทั้งนั้น!”
ไห่เยวียนยักไหล่ เขาไม่สนด้วยหรอก
“หา ไปเรียนหนังสืองั้นเรอะ” อาฉาผงะ “ฉันเป็คนเฒ่า (คนแก่) อายุห้าสิบเก้าแล้วนา จะไปเรียนหนังสือได้ไง”
“นี่คือข้อแลกเปลี่ยน” เธอยื่นคำขาด