สุปวีย์หันมาทำท่าจะเอาคืน แต่เพื่อนตัวสูงกว่ามาก แค่เขายืดตัวหนีเธอก็ทำอะไรเขาไม่ได้แล้ว จะเข้าไปทุบตีก็ทำได้แค่บริเวณขา แขน ไหล่ อก ซึ่งไม่น่าจะทำให้เขาสะทกสะท้านอะไรนัก และเมื่อเขายักคิ้วหลิ่วตาล้อเลียน เธอก็ยิ่งโมโห
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“อยู่ไหนว่ะ”
เสียงสายโทรเข้าจากไลน์ดังขึ้นทำให้อัครารีบควักเอาโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงออกมากดรับ และนั้นคือประโยคที่เขาได้ยินจากน้ำเสียงอันคุ้นหูของคนที่โทรมา
“อยู่ใต้ถุนคอนโดว่ะ พึ่งกลับจากไปเตะบอลกับเพื่อน กำลังจะขึ้นห้อง”
“น้ำห้องกูไม่ไหลว่ะ”
คือเสียงอ่อยๆของคนที่โทรมาและอัคราก็ถอนใจเฮือกอย่างเดาได้ทันทีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป และเขาก็ตอบไปแค่สั้นๆ
“เออ”
“กูขอไปอาบน้ำที่ห้องมึงได้ป่าวว่ะ”
“กูตอบว่าไม่ได้ได้ไหม”
“ไม่ได้”
จากเสียงอ่อยๆเมื่อครู่เปลี่ยนเป็หัวเราะร่วนขึ้นมาทันที ก่อนจะวางสายไป อัคราจึงหาที่นั่งรออยู่หน้าคอนโดนั้นเองเพื่อรอขึ้นห้องพักไปพร้อมกับเพื่อนที่จะมาถึงในอีกไม่ช้า เพราะที่พักของเธออยู่ห่างจากเขาแค่สามป้ายรถเมล์เท่านั้นเอง
หลายเดือนแล้วที่เขากับเพื่อนสาวเข้ามาเรียนในกรุงเทพ ด้วยฐานะที่ค่อนข้างดี ทำให้เขาไม่ต้องดิ้นรนทำงานอะไร นอกจากเรียนแล้วก็มีเวลาเที่ยวเตร่กับเพื่อนตามประสาวัยรุ่น แต่เพื่อนของเขาต้องทำงานทั้งหลังเลิกเรียนและในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ด้วยต้องใช้ชีวิตต่อสู้ดิ้นรนแบบนี้ จากเด็กสาวท่าทางเฉิ่มๆเชยๆก็เปลี่ยนเป็ปราดเปรียวคล่องแคล้วทะมัดทะแมงภายในเวลาไม่กี่เดือน
นั้นไง ร่างผอมบางในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัวโคร่งเดินสะพายเป้ยิ้มเผล่มาโน้นแล้ว
“ทำไมยังไม่ขึ้นไปข้างบนว่ะ”
เธอถามเมื่อเดินเข้ามาใกล้
“รอขึ้นไปพร้อมมึงไง”
“น่ารักจัง”
สุปวีย์หัวเราะร่วนพร้อมกล่าวประจบผู้เป็เพื่อนสนิท ในขณะที่อัคราส่ายหัวอย่างระอาเพราะรู้ทันนิสัยของเพื่อนตัวแสบ ถ้าเริ่มด้วยคำพูดดีๆแล้วละก็ต่อไปคือเขาต้องโดนเอาเปรียบทุกๆประการ แต่ก็ต้องเดินนำมันขึ้นไปยังห้องพักอยู่ดี
“มีอะไรกินไหม”
เสียงเพื่อนตัวแสบของเขาถามขึ้นทันทีที่เปิดประตูห้อง ทำเอาเด็กหนุ่มต้องหันมองหน้า
“แค่นี้แกยังเป็ภาระให้ฉันไม่พออีกเหรอ”
“มึงก้อ กูแค่ถามเล่นๆ”
เด็กสาวตอบเสียงอ้อมแอ้ม
“แต่ถ้าได้ก็ดีใช่ไหม”
“มึงนี่ รู้ใจกูดีที่สุด”
คราวนี้เด็กสาวหัวเราะลั่นอย่างชอบใจ แล้วก็รีบเดินเข้าห้องน้ำไปก่อนที่จะถูกเพื่อนเตะเข้าให้