พระราชวังหลวง อาณาจักรต้าเหลียงมีชายรูปร่างกำยำวัยกลางคนกำลังนั่งโต๊ะทำงาน แล้วอ่านเอกสารรายงานต่าง ๆของอาณาจักรที่ส่งมา
“องค์เหนือหัวท่านได้ทำงานติดต่อกันมานานกว่าสามชั่วยามแล้วควรจะพักผ่อนนะขอรับ” ขันทีเก่าพูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
“โอ้ ปัญหาข้อพิพาทชายแดนนั้นกำลังลุกลาม ข้าอ่านเอกสารเพลินไปหน่อย”
“พระองค์ท่านแม้การเมืองทั้งในและนอกประเทศมัปญหามากมาย แต่องค์ท่านไม่ควรที่จะลืมใส่ใจร่างกายตนเองเดี๋ยวกระหม่อมจะให้ทางครัวปรุงโสมให้นะขอรับ”
“องค์เหนือหัวข้าขอเข้าเฝ้า”
ขันทีออกไปเปิดประตูห้องทรงงานเพื่อดูว่าใครมา ผู้มาเป็นชายแก่ผมหงอกและสวมเสื้อคลุมนักปรุงยาระดับหก ซึ่งเป็นนักปรุงยาของวัง
“มันกลายเป็นอาจารย์เฟย มีอะไรเกิดขึ้นหรือ จึงมาพบข้า”
“องค์เหนือหัว มีเรื่องสำคัญเป็นอย่างมากจริง ๆ วันนี้ข้าได้ส่งคนไปซื้อสมุนไพรที่สมาคมปรุงยาพบว่าสมาคมปรุงยานั้นยกเลิกการทำธุรกรรมทั้งหมดกับราชวงศ์และประกาศจะปิดตัวในอาณาจักร ข้าจึงมาขอคำแนะนำจากองค์เหนือหัว”
“อะไร? สมาคมปรุงยายกเลิกทำการการค้ากับราชวงศ์ และประกาศปิดตัว เกิดอะไรขึ้น”
ไม่ทันสิ้นเสียงของความตกใจก็มีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งมาขอเข้าเฝ้า
“องค์เหนือหัวสมาคมช่างตีเหล็กแจ้งไม่ทำธุรกรรมกับราชวงศ์และประกาศปิดตัวในอาณาจักร ข้าจึงเข้ามาขอคำแนะนำ”
“อะไรนะ สมาคมช่างตีเหล็กด้วย”
องค์ราชานั้นมองหน้าทั้งสองคน คิ้วขมวดด้วยความสงสัย แล้วมองไปที่ขันทีเผื่อว่าจะได้รับคำตอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากพูดคุยกันพักหนึ่งก็ไม่ได้คำตอบจึงส่งคนออกไปสอบสวนเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นทันที ในเมืองนั้นหลังจากเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูลหลู่แล้ว ก็มีเหตุการณ์ปิดตัวของสมาคมปรุงยาและสมาคมช่างตีเหล็ก ทำให้ชาวเมืองนั้นเป็นกังวลกันมากและมีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันไปทั้งเมือง เหตุการ์ต่าง ๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่จางเฉินเข้าเมืองจึงถูกขุดคุ้ย
ทั้งสองสมาคมนั้นเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยพัฒนาอาณาจักรซึ่งทำให้ผู้คนเป็นวิตกกังวลกันเป็นอย่างมาก ค่ำคืนนี้องค์ราชานั้นไม่สามารถนอนหลับได้ เพียงเดินไปเดินมาให้ห้องทำงานเพื่อรอข่าว
“องค์เหนือหัว โปรดพักผ่อน มิเช่นนั้นจะเสียสุขภาพนะขอรับ”ขันทีกล่าวด้วยความเป็นห่วง
“มันยากจะนอน ปัญหาครั้งนี้ใหญ่เกินไป หากไม่มีการสนับสนุนของทั้งสองสมาคมอาณาจักรจะอยู่ได้ยังไง”
หนึ่งคืนผ่านไปจางเฉินนั้นย่อมไม่ได้สนใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากนักเพียงนั่งหลับตาฝึกวิชาเพื่อรอเวลาเท่านั้นครั้งนี้เขาต้องการให้เรื่องมันใหญ่เพื่อจะได้สร้างโอกาสในการวางรากฐานในอาณาจักรต้าเหลียงอย่างรวดเร็ว
พระราชวังในตอนเช้าคนที่ถูกส่งไปทำหน้าที่สืบข้อมูลทั้งหมดก็กลับมารายงานเริ่มเรื่องราวด้วยตระกูลหลู่จับถังชิ่วอิงจนจางเฉินไปช่วยเหลือ แล้วหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองทิ้งเหรียญตราประธานสมาคมปรุงยาไม่ไว้หน้าสมาคมช่างตีเหล็ก
“อาจารย์จางเฉินของหัวหน้าสมาคมปรุงยา และสมาคมช่างตีเหล็ก ? เมื่อไหร่กันที่อาณาจักรเรามีตัวละครเช่นนี้”
“เรียนองค์เหนือหัว เขาเป็นหัวหน้าอีกหนึ่งสมาคม คือสมาคมวิญญาณด้วยขอรับสมาคมวิญญาณนั้นทำเกี่ยวกับปลุกวิญญาณต่อสู้ ซึ่งช่วยในการฝึกฝนอย่างมากและเพิ่มกำลังรบได้สองสามเท่าตัวหากปลุกวิญญาณที่มีประสิทธิภาพ”
“เอาละ พวกเจ้าเตรียมตัวข้าจะไปที่สำนักงานหน่วยพิทักษ์เมือง”
“องค์เหนือหัวจะเสด็จเองหรือขอรับ”ขันทีพูดด้วยความสงสัย
“ต้องไปเองสิ เรื่องสำคัญขนาดนี้และข้าก็อยากเห็นหน้าอาจารย์จางเฉินคนนี้ด้วย”
เล้งหยงนั้นรอฟังข่าวต่าง ๆ อยู่ในหมู่ตึกตระกูลเล้งอยู่เช่นกันมันไม่เคยถูกดูหมิ่นเช่นนี้มาก่อน แต่สถานการณ์นั้นเปลี่ยนไปเมื่อมีเรื่องราวของการปิดสมาคมปรุงยาและสมาคมช่างตีเหล็ก มันจึงเดินทางหารัชทายาทและเชิญชวนให้ลงมือสังหารจางเฉินทันทีมิฉะนั้นจะเป็นภัยต่ออาณาจักรซึ่งองค์รัชทายาทนั้นก็เห็นด้วยจึงนำกำลังทหารกว่าสามร้อยนายไปที่หน่วยพิทักษ์เมือง
ในคุกจางเฉินนั่งไข่ห้างและหลับตาฝึกฝน ตอนนี้เขาอยู่ที่นักรบปราณระดับห้าแล้วและยังคงดุดซับพลังเข้าสู้เส้นลมปราณทั้งสิบสองอย่าต่อเนื่องแม้ไม่ได้เข้าไปฝึกในมิติ แต่จางเฉินนั้นก็มีโอสถจำนวนมากที่ได้รับจากบึงแห่งความตาย
หัวน้าหน่วยพิทักษ์เมืององค์รัชทายาท พร้อมกับทหารอีกสามรอยนายนั้นมาที่คุกแล้วและสั่งให้นำตัวจางเฉินออกมาสิ่งที่แรกที่พวกเขาต้องทำคือให้จางเฉินรับสาระภาพแล้วฆ่าทันที
“นำตัวมันออกมา”หัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองสั่งทหารยาม
จางเฉินเดินออกมาจากคุกแล้วจ้องมองไปที่หัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองเล้งหยง และองค์รัชทายาท เข้ายิ้มอย่างเย้ยหยั๋น เพียงราชาปราณระดับต่ำสองคนและนักรบปราณจำนวนมาก
“จางเฉินนี่คือองค์รัชทายาททำไมเจ้าไม่คุกเข่า เจ้าทำความผิดใหญ่หลวงวันนี้องค์รัชทายาทมาตัดสินโทษเจ้า”
“ข้าทำอะไรผิด?”จางเฉินยิ้มมุมปาก
“ทรมาณมันให้มันรับสารภาพ”
หัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองพาทหารล้อมรอบจางเฉินแล้วเข้าจับกุมจางเฉินทันที เมื่อหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองนั้นใกล้ถึงตัวจางเฉินจางเฉินก็กำหมัดแน่นแล้วปลดปล่อยพลังปราณ
บูม
แม้จะเป็นเพียงหมัดพลังปราณแต่พลังโจมตีนั้นก็รุนแรง หัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองนั้นกะเด็นไปไกลและกระอักเลือด
“เจ้ากล้าต่อสู้กับทหารอาณาจักรถือว่าเป็นกบฏฝ่าฝืนกฎหมายราชวงศ์อย่างชัดเจน ถือเป็นความผิดทางอาญาวันนี้เจ้าต้องตายทหารฆ่ามัน” องค์รัชทายาทนั้นชี้ไปที่จางเฉินและกล่าวด้วยอ้างความชอบธรรม
“ความผิด?”
เล้งหยงเข้าร่วมมือกับหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมือง โจมตีจางเฉินด้วยกันจางเฉินรวบรวมพลังปราณเพื่อรับมือทั้งสองคน ถูกอัดกระแทกชนกับกำแพงคุกอย่างแรง
บูมมมม
“ฆ่ามัน”เล้งหยงสั่งทหารทั้งหมดเข้าโจมตีจางเฉิน
จางเฉินเร่งร่างสายฟ้าหลังจากที่กระอักเลือดเขาไม่คาดคิดว่าราชาปราณระดับต่ำสองคนรวมกันจะเกินกำลังเขาด้วยร่างสายฟ้าจางเฉินนั้น โจมตีทหารที่เข้ามาอย่างรวดเร็วต่างปลิวกระเด็นไปทุกทิศทาง นอนครวนครางกันเสียงดัง
เล้งหยงนั้นร่วมมือกับหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองโจมตีมันไม่คิดว่าจางเฉินจะยังสามารถยืนขึ้นมาต่อสู้ได้โดยง่ายมัประหลาดใจมาก มือกำดาบแน่นแล้วปลดปล่อยกระบวนท่าเข้าโจมตีจางเฉินอีกครั้งจางเฉินนั้นใช้กระบวนท่าดาบมังกรท่องเมฆาเข้าปะทะกับเล้งหยง
บูมม
พลังอันน่าเกรงขามทั้งสองชนกันอย่างรุนแรง ทำให้เกิดเป็นลมพักระจายไปทั่วเล้งหยงรู้สึกเพียงว่าพลังทั้งสองสูสีกันแต่ตัวมันเองกลับแน่นหน้าอกและกระอักเลือดออกมา
“พวกเจ้าหยุด”
เสียงดังเหมือนฟ้าผ่าทำให้ผู้คนทั้งหมดสั่นไหวชายคนหนึ่งปรากฏด้านหน้าจางเฉิน เป็นชายวัยกลางคนแต่งตัวด้วยชุดมังกรเขาจ้องมองสถานการณ์โดยรอบ ดูแล้วมีแต่ผู้บาดเจ็บไม่มีคนล้มตายเมื่อมองดูจางเฉินก็ขมวดคิ้ว
“ท่านพ่อทำไมท่านมาที่นี่”องค์รัชทายาทนั้นตกใจหน้าซีดและคุกเข่า
ทหารและหน่วยพิทักษ์เมืองที่ได้รับบาดเจ็บต่างดิ้นรนลุกขึ้นมาคุกเข่าให้ทันทีมีเพียงจางเฉินเท่านั้นที่ยังคงยืนนิ่งเพื่อรอดูท่าที