เล้นรักในสวนน้อย

    ตอนที่ 49: คำลวงแสนหวานและแผนลับกลับรังพยัคฆ์

    บรรยากาศยามบ่ายที่ศาลากลางสวนในคฤหาสน์ตระกูลจางเต็มไปด้วยความรื่นเริงอย่างผิวเผิน สี่สาวงามที่บัดนี้อยู่ในฐานะ 'ฮูหยิน' เต็มตัว—**หลิวเหมย**, **ซูหลิน**, **หวังฟาง** และ **จางซิน**—นั่งล้อมวงจิบชาด้วยท่าทางสง่างาม ทว่าภายใต้รอยยิ้มที่อ่อนหวานนั้น พวกนางต่างลอบสบตากันด้วยความนัยที่รู้กันเพียงสี่คน 

     

    วันนี้เป็นวันที่เหล่าสามีของพวกนางนัดแนะกันมาพบปะสังสรรค์เพื่อกระชับมิตรภาพระหว่างตระกูล แต่สำหรับสี่สาวงาม นี่คือโอกาสทองที่จะได้ปรึกษาหารือเรื่องลับที่ลึกซึ้งกว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องธรรมดา

     

    "พี่น้องคะ..." หลิวเหมยเริ่มต้นด้วยเสียงเบาราวกับกระซิบ แววตาเป็นประกายด้วยความซุกซน "ตั้งแต่คืนวิวาห์ผ่านมา เหมยเอ๋อร์รู้สึกว่าชีวิตของเราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่เพราะการแต่งงาน... แต่เพราะเราได้เรียนรู้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร"

     

    ซูหลินหัวเราะเบาๆ แล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ สายตาของนางเป็นประกายด้วยความทรงจำที่แสนหวาน "อ้าว พี่เหมยพูดถูกเลยค่ะ! ข้าก็รู้สึกเหมือนกัน คืนนั้นทำให้ข้าตื่นรู้ว่า สิ่งที่เราได้รับจากสามีนั้น... มันเป็นเพียงเงาของความสุขที่แท้จริงเท่านั้นเลย" นางกิ๊กเบาๆ "เหมือนเด็กเล่นของเล่นแล้วเจอของเล่นใหม่ที่สนุกกว่าเก่าเป็นร้อยเท่า!"

     

    หวังฟางที่เงียบขรึมมาตลอดก็ค่อยๆ เปิดปากด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "พวกเราต่างก็รู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนวิวาห์นั้น... มันไม่ใช่แค่เรื่องของกายเท่านั้น" นางหยุดชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหมาย "มันคือการค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเรา... การรู้จักกับความต้องการที่ถูกปิดบังมานาน เหมือนได้เปิดกล่องสมบัติที่ซ่อนอยู่ในตัวเราเองน่ะค่ะ"

     

    จางซินยิ้มกว้างแล้วโบกมือเล็กๆ "พี่ฟางพูดถูกแล้วค่ะ! ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่า ร่างกายของผู้หญิงสามารถรู้สึกได้ถึงขนาดนี้ สามารถต้องการได้มากขนาดนี้" นางหยุดจิบชาก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงซุกซน "และที่สำคัญที่สุด... เราได้เรียนรู้ว่าผู้ชายที่แท้จริงควรเป็นอย่างไร! เหมือนได้อ่านหนังสือเล่มใหม่ที่เขียนด้วยภาษาที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย"

     

    หลิวเหมยมองรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครฟัง แล้วจึงโน้มตัวเข้าไปใกล้ด้วยท่าทางเหมือนเด็กสาวที่กำลังจะเล่าความลับสุดพิเศษ "พวกเราต่างก็มีความลับร่วมกันแล้ว... ความลับที่ลึกซึ้งกว่าสายเลือดใดๆ" นางกระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น "เราคือพี่น้องแห่งความปรารถนา... พี่น้องแห่งความจริงที่ไม่มีใครเข้าใจได้นอกจากเราสี่คน เหมือนมีรหัสลับที่เราคนเดียวถอดได้!"

     

    ซูหลินเอื้อมมือไปจับมือของหลิวเหมยอย่างอบอุ่น "ใช่แล้วค่ะพี่เหมย! เราเข้าใจกันและกันอย่างลึกซึ้ง เพราะเราได้ผ่านประสบการณ์เดียวกัน... ได้สัมผัสกับความสุขเดียวกัน... และที่สำคัญที่สุด เราได้รู้จักกับผู้ชายเดียวกัน" นางหัวเราะเบาๆ "เหมือนเราได้เล่นเกมเดียวกันและรู้กฎเกณฑ์ที่คนอื่นไม่รู้!"

     

    หวังฟางพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วเอ่ยชื่อด้วยเสียงเบาราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวาน "ท่านพี่อาหรง... ลุงชาง... ลุงกัว..." นางหยุดชั่วครู่แล้วยิ้มหวาน "พวกท่านทำให้เราเข้าใจว่า ความเป็นผู้หญิงที่แท้จริงคืออะไร... ความต้องการที่แท้จริงของเราคืออะไร เหมือนได้ครูสอนพิเศษที่สอนเรื่องที่ไม่มีในตำราเลย!"

     

    จางซินหัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหัวอย่างขบขัน "และที่น่าขันที่สุดคือ... เหล่าสามีของเรากลับคิดว่าตัวเองเป็นคนให้ความสุขนั้นแก่เรา!" นางทำหน้าเหมือนกำลังอดหัวเราะ "พวกเขาไม่รู้เลยว่า ในคืนวิวาห์ที่พวกเขาคิดว่าเป็นคืนที่สำคัญที่สุด... เราไม่ได้นึกถึงพวกเขาแม้แต่วินาทีเดียว! เหมือนเด็กเล่นตุ๊กตาแล้วคิดว่าตุ๊กตาเป็นคนจริงๆ"

     

    หลิวเหมยลอบมองไปทางศาลาที่เหล่าสามีกำลังนั่งดื่มเหล้าสังสรรค์กัน แล้วทำหน้าขบขันเหมือนเด็กที่เห็นอะไรตลกๆ "ดูพวกเขาสิ... นั่งคุยกันอย่างภาคภูมิใจ คิดว่าตัวเองเป็นสามีที่ดี เป็นผู้ชายที่เก่ง" นางหัวเราะเยาะเบาๆ "แต่ความจริงแล้ว... พวกเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับสิ่งที่เราต้องการจริงๆ เหมือนคิดว่าเล่นเปียโนเป็นแค่กดปุ่มไปเรื่อยๆ!"

     

    ซูหลินพยักหน้าเห็นด้วยแล้วกิ๊กเบาๆ "คุณชายเหวินของข้าเมื่อเช้านี้ยังมาบอกว่า... เขาฝันถึงคืนวิวาห์ของเราอยู่เรื่อยๆ" นางยิ้มเจ้าเล่ห์ "เขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่เขาฝันนั้น... มันไม่ใช่ความจริงแม้แต่น้อย! เหมือนฝันว่าได้กินข้าวแต่ตื่นมาท้องยังว่างเปล่า"

     

    หวังฟางเสริมด้วยน้ำเสียงซุกซน "คุณชายสวี่ก็เหมือนกัน... เขาคิดว่าเขาเป็นคนทำให้ข้ามีความสุข แต่ความจริงแล้ว... ข้าแทบจำหน้าตาเขาในคืนนั้นไม่ได้เลย" นางหยุดชั่วครู่แล้วยิ้มหวาน "ที่ข้าจำได้ชัดเจนคือ... ใบหน้าของลุงกัว... มือหยาบกร้านของลุงชาง... และเสียงทุ้มของท่านพี่อาหรง เหมือนดูหนังแล้วจำได้แต่นักแสดงหลัก ส่วนนักแสดงประกอบลืมหมดเลย!"

     

    จางซินพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วหัวเราะเบาๆ "แม่ทัพน้อยถังก็เช่นกัน... เขาเล่าให้ฟังว่าเขาฝันดีมาก ฝันว่าได้ทำรักกับข้าอย่างเร่าร้อน" นางทำหน้าอดหัวเราะ "เขาไม่รู้เลยว่า ในขณะที่เขาฝัน... ข้ากำลังอยู่ในอ้อมแขนของท่านพี่อาหรงจริงๆ! เหมือนคนหนึ่งฝันว่าได้เล่นกับเพื่อน ทั้งที่เพื่อนไปเล่นกับคนอื่นแล้ว"

     

    หลิวเหมยลอบแตะต้นคอของตัวเอง ที่ซึ่งยังคงมีรอยแดงจางๆ จากการที่อาหรงใช้ฟันเขี่ย แล้วยิ้มหวานเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นใหม่ "พวกเราต่างก็รู้ดีว่า... สิ่งที่เราได้สัมผัสในคืนนั้น มันไม่ใช่แค่ความสุขทางกายเท่านั้น" นางกระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น "มันคือการได้รู้จักกับตัวเองที่แท้จริง... การได้เป็นผู้หญิงที่แท้จริง เหมือนได้เปิดประตูห้องลับที่ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่!"

     

    ซูหลินพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น "ใช่แล้วค่ะ! ข้ารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ ได้เรียนรู้ว่าร่างกายของข้าสามารถรู้สึกได้อย่างไร สามารถต้องการได้อย่างไร" นางหยุดชั่วครู่แล้วยิ้มซุกซน "และที่สำคัญที่สุด... ได้รู้ว่าผู้ชายที่แท้จริงเป็นอย่างไร! เหมือนได้อ่านหนังสือดีๆ หลังจากอ่านแต่หนังสือเด็กมาตลอด"

     

    หวังฟางเสริมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหมาย "ลุงชางและลุงกัว... พวกท่านทำให้ข้าเข้าใจว่า ความอ่อนโยนไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอ" นางมองไปทางเหล่าสามีแล้วส่ายหัว "ดูพวกเขาสิ... อ่อนโยนแต่อ่อนแอ ไม่รู้จักที่จะทำให้ผู้หญิงรู้สึกถึงความเป็นผู้หญิงจริงๆ เหมือนมีดที่ไม่คม ดูดีแต่ใช้การไม่ได้!"

     

    จางซินยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพยักหน้า "ท่านพี่อาหรงทำให้ข้าเข้าใจว่า... ผู้ชายที่แท้จริงต้องมีทั้งความแข็งแกร่งและความเข้าใจ" นางลอบมองไปทางแม่ทัพน้อยถังแล้วทำหน้าขบขัน "แม่ทัพน้อยถังแข็งแกร่งในสนามรบ... แต่ในห้องหอ เขากลับไม่รู้จักจะทำอย่างไร เหมือนนักรบที่เก่งแต่สู้ แต่ไม่รู้จักเต้นรำ!"

     

    หลิวเหมยโน้มตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น ดวงตาเป็นประกายด้วยความสนใจเหมือนเด็กที่กำลังจะแกะปริศนา "พวกเราลองมาวิเคราะห์กันดูสิว่า... ทำไมท่านพี่อาหรงและลุงทั้งสองถึงทำให้เรารู้สึกแตกต่างจากสามีขนาดนี้"

     

    ซูหลินคิดสักครู่ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น "ข้าคิดว่า... มันเป็นเพราะพวกท่านรู้จักผู้หญิงจริงๆ" นางกระซิบ "พวกท่านรู้ว่าผู้หญิงต้องการอะไร... รู้จักจุดที่ทำให้เราเสียวซ่าน... รู้จักวิธีที่จะทำให้เราลืมตัว เหมือนช่างเปียโนที่รู้จักทุกปุ่มและรู้ว่าจะกดอย่างไรให้เกิดเสียงเพลงที่ไพเราะ!"

     

    หวังฟางพยักหน้าอย่างเข้าใจ "และที่สำคัญที่สุด... พวกท่านไม่กลัวที่จะแสดงความเป็นผู้ชายออกมา" นางยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไม่เหมือนสามีของเราที่ทำตัวระมัดระวังจนเกินไป กลัวจะทำร้ายเรา กลัวจะไม่สุภาพ" นางหัวเราะเบาๆ "ทั้งที่ความจริงแล้ว... บางครั้งผู้หญิงก็อยากให้ผู้ชายแสดงความเป็นผู้ชายออกมาบ้าง!"

     

    จางซินเสริมด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหมาย "ใช่เลย! ท่านพี่อาหรงไม่เคยถามว่าเราต้องการอะไร... แต่ท่านรู้ว่าเราต้องการอะไร" นางหยุดชั่วครู่ "ท่านรู้จักจะสัมผัสเราอย่างไร... รู้จักจะทำให้เราเสียวอย่างไร... รู้จักจะทำให้เราลืมทุกอย่างยกเว้นความรู้สึกในขณะนั้น"

     

    หลิวเหมยลืมตาขึ้นมองฟ้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความทรงจำที่หวานชื่น "ข้ายังจำได้เลยว่า... ตอนที่ท่านพี่อาหรงจับข้าไปที่หน้ากระจก แล้วให้ข้ามองดูตัวเอง..." นางหยุดชั่วครู่แล้วยิ้มหวาน "ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่า... ตัวเองสามารถมีสีหน้าแบบนั้นได้ สามารถครางเสียงแบบนั้นได้"

     

    ซูหลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้าก็เหมือนกัน! ตอนที่ลุงชางและลุงกัวทำพร้อมกัน... ข้ารู้สึกเหมือนได้เรียนรู้ว่าร่างกายของข้าสามารถรู้สึกได้อย่างไร" นางกิ๊กเบาๆ "เหมือนได้เล่นเครื่องดนตรีที่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเล่นได้!"

     

    หวังฟางเสริมด้วยเสียงเบา "และที่น่าประทับใจที่สุดคือ... พวกท่านไม่เคยทำให้เรารู้สึกอาย" นางยิ้มหวาน "ท่านทำให้เรารู้สึกว่า... ความต้องการของเราเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องที่สวยงาม ไม่ใช่เรื่องที่ต้องซ่อนหรือรู้สึกผิด"

     

    จางซินพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น "ใช่เลย! ท่านพี่อาหรงทำให้ข้ารู้สึกว่า... ข้าเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ เป็นผู้หญิงที่น่าปรารถนา" นางหยุดชั่วครู่ "ไม่เหมือนตอนอยู่กับแม่ทัพน้อยถัง ที่ข้ารู้สึกเหมือนเป็นแค่... ตุ๊กตาที่เขาเล่นด้วย"

     

    หลิวเหมยมองไปทางเหล่าสามีแล้วส่ายหัวอย่างขบขัน "ดูพวกเขาสิ... คิดว่าตัวเองเป็นสามีที่ดี เพราะไม่เคยทำร้ายเรา ไม่เคยบังคับเรา" นางหัวเราะเบาๆ "แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า... บางครั้งผู้หญิงก็อยากให้ผู้ชายแสดงความเป็นเจ้าของออกมาบ้าง!"

     

    ซูหลินพยักหน้าเห็นด้วย "คุณชายเหวินของข้าเป็นคนดี... แต่เขาดีเกินไป!" นางทำหน้าขบขัน "เขากลัวจะทำอะไรที่ทำให้ข้าไม่สบายใจ กลัวจะไม่สุภาพ จนในที่สุด... ข้าก็รู้สึกเหมือนเขาไม่ได้ต้องการข้าจริงๆ"

     

    หวังฟางเสริม "คุณชายสวี่ก็เช่นกัน... เขาทำทุกอย่างตามคำสั่งของข้า ไม่เคยแสดงความคิดเห็นของตัวเอง" นางส่ายหัว "ทำให้ข้ารู้สึกเหมือน... เขาไม่ใช่ผู้ชายที่แท้จริง แต่เป็นแค่เด็กผู้ชายที่ยังไม่โต"

     

    จางซินหัวเราะเบาๆ "แม่ทัพน้อยถังแข็งแกร่งในสนามรบ... แต่ในห้องหอ เขากลับไม่รู้จักจะทำอย่างไร" นางทำหน้าเหมือนกำลังคิด "เขาคิดว่าการทำรักคือการทำตามขั้นตอน... ไม่รู้เลยว่ามันต้องมีความรู้สึก มีอารมณ์ มีความเร่าร้อน!"

     

    หลิวเหมยลอบแตะริมฝีปากของตัวเอง "ข้าคิดถึงจูบของท่านพี่อาหรง..." นางกระซิบเบาๆ "จูบที่ทำให้ข้ารู้สึกเหมือนจะละลายไปกับท่าน... จูบที่ทำให้ข้าลืมทุกอย่างยกเว้นความรู้สึกในขณะนั้น"

     

    ซูหลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้าก็คิดถึงมือของลุงชาง... มือที่หยาบกร้านแต่อ่อนโยน รู้จักจะสัมผัสข้าอย่างไร" นางยิ้มหวาน "และเสียงของลุงกัว... เสียงที่ทำให้ข้าเสียวซ่านไปทั้งตัว"

     

    หวังฟางเสริม "ข้าคิดถึงความรู้สึกที่ได้อยู่ระหว่างพวกท่าน... ความรู้สึกที่ได้รับความสนใจจากหลายคนพร้อมกัน" นางหยุดชั่วครู่ "มันทำให้ข้ารู้สึกเหมือน... เป็นผู้หญิงที่มีค่าที่สุดในโลก"

     

    จางซินพยักหน้า "และข้าคิดถึงความรู้สึกที่ได้เป็นตัวเอง... ได้แสดงความต้องการออกมาโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน" นางยิ้มเจ้าเล่ห์ "ท่านพี่อาหรงทำให้ข้ารู้ว่า... ความเป็นผู้หญิงที่แท้จริงคืออะไร"

     

    หลิวเหมยมองรอบๆ อีกครั้ง แล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น "พี่น้องคะ... ข้าคิดว่าเราไม่ควรปล่อยให้ความสุขที่แท้จริงหลุดมือไป" นางกระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ "เราควรหาทางกลับไปหาพวกท่าน... หาทางได้สัมผัสกับความสุขนั้นอีกครั้ง"

     

    ซูหลินพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น "ข้าเห็นด้วยค่ะพี่เหมย! ข้าไม่อยากให้ชีวิตที่เหลือของเราเป็นแค่... การแสดงบทบาทของฮูหยินที่ดี" นางหยุดชั่วครู่ "เราสมควรได้มีความสุขที่แท้จริง!"

     

    หวังฟางเสริม "แต่เราจะทำอย่างไรล่ะคะ? เราไม่สามารถออกจากบ้านไปหาพวกท่านได้ง่ายๆ" นางทำหน้าคิด "ต้องมีแผนการที่ดี... แผนการที่ไม่ทำให้ใครสงสัย"

     

    จางซินยิ้มเจ้าเล่ห์ "ข้ามีความคิด..." นางกระซิบ "เราอาจจะหาเหตุผลที่ดีๆ เพื่อให้สามีพาเราไปเยี่ยมบ้านเดิม... ไปที่ชายแดนที่พวกท่านอยู่"

     

    หลิวเหมยตาเป็นประกายด้วยความคิดที่ดี "เป็นความคิดที่ดีมาก! เราสามารถบอกสามีว่า... เราคิดถึงบ้านเดิม คิดถึงลุงชางและลุงกัวที่ดูแลเรามาตั้งแต่เด็ก" นางยิ้มเจ้าเล่ห์ "พวกเขาจะไม่สงสัยเลย... เพราะมันเป็นเรื่องธรรมชาติที่ลูกสาวจะคิดถึงบ้าน"

     

    ซูหลินปรบมือเบาๆ "และเราสามารถบอกว่า... เราอยากไปทำบุญที่ศาลเจ้าประจำตระกูล เพื่อขอพรให้ชีวิตคู่เป็นสุข" นางกิ๊กเบาๆ "พวกเขาจะยิ่งไม่สงสัย... เพราะมันฟังดูเหมือนเป็นเรื่องดีๆ"

     

    หวังฟางพยักหน้า "และเราสามารถบอกว่า... เราอยากให้สามีได้รู้จักกับคนที่ดูแลเรามาตั้งแต่เด็ก" นางยิ้มหวาน "มันจะทำให้ดูเหมือนเราเป็นภรรยาที่ดี ที่อยากให้สามีได้รู้จักกับครอบครัว"

     

    จางซินเสริม "และที่สำคัญที่สุด... เราสามารถบอกว่าเราอยากไปด้วยกันทั้งสี่คน เพื่อให้เป็นการเดินทางที่สนุกสนาน" นางยิ้มเจ้าเล่ห์ "พวกเขาจะคิดว่าเราเป็นพี่น้องที่รักกัน... ไม่รู้เลยว่าเราไปเพื่ออะไรจริงๆ"

     

    หลิวเหมยโน้มตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น "เราต้องวางแผนให้ดี... ต้องทำให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด" นางกระซิบ "เราจะเริ่มจากการพูดถึงบ้านเดิมบ่อยๆ ทำให้สามีรู้สึกว่าเราคิดถึงจริงๆ"

     

    ซูหลินพยักหน้า "และเราจะทำตัวเหมือนเป็นภรรยาที่ดี ที่อยากให้สามีได้รู้จักกับครอบครัวของเรา" นางยิ้มเจ้าเล่ห์ "เราจะพูดถึงลุงชางและลุงกัวในแง่ดีๆ ทำให้พวกเขาอยากไปรู้จัก"

     

    หวังฟางเสริม "และเราจะบอกว่า... การไปทำบุญที่ศาลเจ้าประจำตระกูลจะทำให้ชีวิตคู่เป็นสุข" นางทำหน้าคิด "พวกเขาจะไม่สามารถปฏิเสธได้... เพราะมันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทุกคน"

     

    จางซินยิ้มกว้าง "และที่สำคัญที่สุด... เราจะทำให้ดูเหมือนว่าเป็นความคิดของพวกเขาเอง" นางกระซิบ "เราจะใส่ใจให้พวกเขารู้สึกว่า... การไปเยี่ยมบ้านเดิมเป็นความคิดที่ดีของพวกเขา"

     

    หลิวเหมยมองไปทางเหล่าสามีที่กำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน "ดูเหมือนพวกเขาจะมีอารมณ์ดี... เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเริ่มแผนการของเรา" นางยิ้มเจ้าเล่ห์ "เราจะเริ่มจากการพูดถึงความคิดถึงบ้านเดิม... แล้วค่อยๆ นำไปสู่การขอไปเยี่ยม"

     

    ซูหลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้าพร้อมแล้วค่ะ! เราจะทำให้พวกเขาคิดว่า... การพาเราไปเยี่ยมบ้านเดิมเป็นความคิดที่ดีที่สุดในโลก" นางกิ๊กเบาๆ "พวกเขาจะไม่รู้เลยว่า... เราไปเพื่อพบกับความสุขที่แท้จริง"

     

    หวังฟางเสริม "และเราจะทำให้ดูเหมือนว่า... เราเป็นภรรยาที่ดีที่สุด ที่อยากให้สามีได้รู้จักกับคนที่เรารัก" นางยิ้มหวาน "พวกเขาจะภาคภูมิใจที่มีภรรยาแบบเรา"

     

    จางซินยิ้มเจ้าเล่ห์ "และในที่สุด... เราจะได้กลับไปหาความสุขที่แท้จริง ได้กลับไปหาผู้ชายที่แท้จริง" นางหยุดชั่วครู่ "ได้กลับไปเป็นผู้หญิงที่แท้จริงอีกครั้ง"

     

    สี่สาวงามมองตากันด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง พวกนางรู้ดีว่าแผนการนี้จะต้องสำเร็จ เพราะมันคือทางเดียวที่จะทำให้พวกนางได้กลับไปสู่ความสุขที่แท้จริง ได้กลับไปสู่ความรู้สึกที่ทำให้พวกนางรู้จักตัวเองอย่างแท้จริง

     

    และในใจของพวกนางบัดนี้ ไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์หรูหราในเมืองหลวงอีกต่อไป แต่อยู่ที่ชายป่าอันห่างไกล... ที่ซึ่งพยัคฆ์ร้ายและชายรุ่นใหญ่ผู้เชี่ยวชาญในรสรักกำลังรอคอยการกลับมาของ 'กุหลาบงาม' ทั้งสี่ เพื่อที่จะขยี้พวกนางให้แหลกคามืออีกครั้งในสมรภูมิรักที่แท้จริงที่พวกนางถวิลหา

     

    ---

     

    หลิวเหมยลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสง่างาม "มาเถอะพี่น้อง... ถึงเวลาแล้วที่เราจะเริ่มแผนการของเรา" นางยิ้มหวานแล้วเดินไปทางศาลาที่เหล่าสามีกำลังนั่งสังสรรค์กัน

     

    "ท่านพี่จางเหว่ยคะ..." หลิวเหมยเรียกด้วยเสียงอ่อนหวาน "เหมยเอ๋อร์มีเรื่องอยากปรึกษาท่านค่ะ"

     

    คุณชายจางเหว่ยหันมามองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก "มีอะไรหรือที่รัก? เล่าให้ข้าฟังสิ"

     

    หลิวเหมยทำหน้าเหมือนกำลังลังเล "เหมยเอ๋อร์... คิดถึงบ้านเดิมที่ชายแดนค่ะ คิดถึงท่านพ่อและลุงชางลุงกัวที่คอยดูแลเหมยเอ๋อร์มาตั้งแต่เด็ก" นางใช้มือเรียวลูกไล้ไปที่แขนของสามี "เหมยเอ๋อร์อยากให้ท่านได้รู้จักกับคนที่เหมยเอ๋อร์รักค่ะ"

     

    จางซินรีบรับช่วงต่อ "ท่านพี่ถังคะ พวกเราทั้งสี่คนโตมาด้วยกันที่นั่น การได้กลับไปเยี่ยมเยียนและทำบุญที่ศาลเจ้าประจำตระกูลหลิว น่าจะเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่เป็นสิริมงคลนะคะ"

     

    เหล่าสามีที่กำลังตกอยู่ในมนต์เสน่ห์ของภรรยาและกำลังลำพองใจในความรักต่างเห็นพ้องต้องกัน

     

    "เป็นความคิดที่ดีมาก!" คุณชายจางเหว่ยกล่าวอย่างกระตือรือร้น "ข้าเองก็อยากไปขอบคุณลุงชางและลุงกัวที่ดูแลพวกเจ้ามาอย่างดีจนได้มาเป็นฮูหยินที่เพียบพร้อมเช่นนี้"

     

    สี่สาวงามลอบยิ้มให้กันอย่างผู้ชนะ แผนการ 'กลับไปเยี่ยมบ้านเดิม' แท้จริงแล้วคือการนัดแนะเพื่อกลับไปหาอาหรง ลุงชาง และลุงกัว เพื่อสานต่อบทรักที่เร่าร้อนโดยไม่มีพันธนาการของเมืองหลวงมาขวางกั้น พวกนางโหยหาสัมผัสที่ดิบเถื่อนและรุนแรงที่เหล่าสามีผู้อ่อนแอไม่มีวันมอบให้ได้

     

    "ถ้าอย่างนั้น เราจะออกเดินทางในอีกสามวันข้างหน้านะคะ" หลิวเหมยสรุปด้วยแววตาที่เป็นประกาย

     

    ในใจของพวกนางบัดนี้ไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์หรูหราในเมืองหลวงอีกต่อไป แต่อยู่ที่ชายป่าอันห่างไกล... ที่ซึ่งพยัคฆ์ร้ายและชายรุ่นใหญ่ผู้เชี่ยวชาญในรสรักกำลังรอคอยการกลับมาของ 'กุหลาบงาม' ทั้งสี่ เพื่อที่จะขยี้พวกนางให้แหลกคามืออีกครั้งในสมรภูมิรักที่แท้จริงที่พวกนางถวิลหา

    คล้ายกับเรื่องเล้นรักในสวนน้อย ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258