บทที่ 47 คนที่รัก
หลังจากวันที่หวงจือเหว่ยต้องอุ้มจ้าวซินเยว่กลับมายังเรือนเงียบๆชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่าสายตาที่หญิงสาวมองตนนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและจับผิด การกระทำของนางล้วนแล้วแต่พยายามเข้าหายามที่ตนเผลอจนชายหนุ่มนึกอยากจะแกล้งอีกฝ่ายขึ้นมาแต่อีกด้าน เขาก็เห็นใจนางเช่นกัน เหมือนในวันนี้
"ท่านแม่ทัพท่านพาข้าไปงานเทศกาลได้หรือไม่เจ้าคะ" เสียงหวานเอียงคอถามทั้งใบหน้าและแววตาของนางล้วนแสดงความน่าสงสารออกมาแต่เขาก็รู้ทันนางทั้งหมดอยู่ที่จะพูดหรือไม่
"ท่านหญิง ท่านอ้อนข้าเช่นนี้เปิดใจให้ข้าแล้วหรือไม่"
"ก็...อยู่ที่ท่านจะตามใจข้ามากแค่ไหน" เสียงหวานพูดพลางเชิดลอยหน้าลอยตาจนเขาต้องหัวเราะในลำคอ
คงมีแค่นางที่กล้าทำเช่นนี้กับเขาโดยที่เขาไม่รู้สึกว่ามันน่ารำคาญ
"ได้สิ คืนนี้ข้าจะพาท่านไปแต่ต้องมีเพียงแค่ข้ากับท่านเท่านั้น" เขาหมายถึงต้องไม่มีบ่าวคนใดตามไปอีกฝ่ายเม้มปากเล็กน้อยคงจะรู้สึกผิดคาดแต่แล้วนางก็พยักหน้ารับ
"ข้าต้องแต่งตัวสวยหรือไม่"จ้าวซินเยว่ถามเพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายอยากแต่งตัวแบบไหนนางทดสอบเขามาหลายครั้งหลายวัน ทั้งสังเกตเองและให้บ่าวช่วยสังเกตสิ่งผิดปกติเดียวที่นางเห็นคือเขาพูดคุยกับผู้ชายในบ้านนางได้อย่างสนิทสนมมากขึ้นทุกวันมันยิ่งน่าสงสัย
"ไม่แต่งก็สวยอยู่แล้ว"ชายหนุ่มเอ่ยชมเบาๆ
"ว่าไงนะเจ้าคะ"หญิงสาวได้ยินบางอย่างแต่ไม่ชัด เพราะนางคิดเรื่องอื่นจึงถามอีกครั้ง
"ไม่ต้องหรอก คนเยอะอันตรายอย่าทำตัวสะดุดตาเลยจะดีกว่า" ชายหนุ่มตอบหญิงสาวพยักหน้ารับเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วหญิงสาวก็เดินออกจากห้องเพื่อกลับห้องของตัวเองทันที
... ... ...
หลังอาหารเย็นของจวนสกุลจ้าวคนที่มีหน้าที่ก็ทำตามหน้าที่ คนที่ไม่มีหน้าที่ก็ออกไปพักผ่อนตามอัธยาศัย
จ้าวหานและหลี่หลินพาลูกชายคนโตไปเที่ยวในเมืองเว่ยครั้งแรกเหมือนชินอ๋องกับจ้าวอี้หยาง
ส่วนจ้าวอันหรานที่ไม่อยากออกไปไหนก็รับปากจะดูแลหลานคนเล็กที่บ้านส่วนอีกสองคนที่ยังไม่ได้ไปไหน ก็เพราะหญิงสาวกำลังหาหน้ากากที่เอาไว้ปิดบังใบหน้า
ในที่สุดหญิงสาวก็เดินออกมาพร้อมกับใส่หน้ากากเพื่อเข้าร่วมงานเทศกาลนั่นเองส่วนบ่าวทั้งสองนั้นอยากจะตามไปเสียเหลือเกินแต่เจ้านายสาวกลับย้ำนักหนาว่าห้ามตาม ทั้งสองคนจึงคอตกแต่ไม่นานก็พากันออกไปเที่ยวเล่นกันเองสองคนอยู่ดี
สองหนุ่มสาวในชุดกลางเก่ากลางใหม่ซ่อนใบหน้าที่แท้จริงใต้หน้ากากเดินเคียงข้างกันท่ามกลางผู้คนหญิงสาวที่รู้สึกตื่นเต้นราวกับได้โบยบิน นางคิดถึงที่นี่เหลือเกินหัวใจที่เคยรู้สึกว่าต้องกดดัน ปิดกั้นได้รู้สึกปลดปล่อยอีกครั้งที่นี่งานเทศกาลแห่งนี้
" ซินเยว่... ไม่ต้องรีบเดินเดี๋ยวจะโดนชนเอานะ" เสียงนุ่มของบุรุษที่เดินตามพลางเรียกชื่อนางเมื่อนางเดินไปเดินมาอย่างไม่ทันได้ดูทาง
ผลัก!
พูดไม่ทันขาดคำร่างบางก็ถูกกลุ่มคนชนเข้าจนคนตัวเล็กกระเด็นแทบจะล้มแต่เคราะห์ยังดีที่ชายหนุ่มร่างสูงเข้ามารับนางไว้ในอ้อมอกได้ทัน
"ข้าเตือนเจ้าแล้วใช่หรือไม่"เสียงนุ่มเอ่ยเตือนหญิงสาวอีกครั้ง ครั้งนี้หญิงสาวมีท่าทางที่สงบมากขึ้น ก่อนผละตัวออกเล็กน้อยก่อนจะทำหน้าตาสลดแต่ไม่ถึงอึดใจเพียงแค่ได้เริ่มเดินเที่ยวต่อ นางก็สนุกกับบรรยากาศจนตัวเผลอลากชายหนุ่มเดินไปนู้นมานี่โดยที่ตัวนางก็คงจะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจับมือของบุรุษร่างสูงอยู่ไม่ห่าง
แม้แต่ยามนี้ที่นางหยุดดูการบรรเลงดนตรีตรงหน้าเด็กสาวผู้หญิงที่แต่งกายมิได้มีราคากำลังเล่นเครื่องดนตรีพื้นเมืองอย่างสนุกสนานโดยมีน้องชายของตนเองกำลังร้องรำแววตาของหญิงสาวนั้นเป็นประกายแฝงไปด้วยความอ่อนโยน นางมองและยกยิ้มอย่างอบอุ่นนางมองเด็กๆ ราวกับมีบางอย่างเชื่อมกัน
"ท่านพรุ่งนี้ท่านช่วยตามหาเด็กพวกนี้แล้วแจ้งให้พวกเขามาที่จวนท่านตาได้หรือไม่เด็กคนนั้น นางมีพรสวรรค์นะเจ้าคะ ปล่อยไปจะน่าเสียดายแย่"หญิงสาวกระตุกแขนเสื้อชายหนุ่มเบาๆ พลางขยับใกล้ส่วนชายหนุ่มเมื่อเห็นสัญญาณเช่นนั้นก็ก้มลงไปฟังนางตามสัญชาตญาณ
"ได้สิ แต่ยามนี้ของกินเต็มมือไปหาที่นั่งรอชมดอกไม้ไฟดีหรือไม่" ชายหนุ่มก้มลงกระซิบข้างๆพลางยกข้าวของในมือ ร่างบางเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มแห้งๆก่อนจะพยักหน้ารับและให้ชายหนุ่มเดินนำ
"ท่านดูคุ้นเคยกับที่นี่นะเจ้าคะ"หญิงสาวพึ่งสังเกตว่าร่างสูงไม่ได้ถามทาง และมักจะเดินนำนางทั้งที่เป็นคนต่างถิ่นต่างแคว้น
"เมื่อก่อนข้ามาที่นี่บ่อยๆงานเทศกาลคือแหล่งข่าวชั้นดี เจ้ารู้หรือไม่"แม้ตระกูลจ้าวและขุนนางเมืองเว่ยจะทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่แต่ผู้คนมากมายขนาดนี้ไหนเลยจะดูแลได้ทั่วถึงย่อมต้องมีคนที่ไม่พึงประสงค์หลุดมาอยู่แล้วแต่ในรูปแบบใดก็อีกเรื่อง
ส่วนหญิงสาวนางก็ไม่ได้ติดใจสิ่งใด การป้องกันในยุคสมัยนี้มันคงไม่ได้ดีอะไรคนต่างเมืองต่างแคว้นถึงลักลอบเข้ามามากมายและง่ายดายเพียงนี้
ร่างบางไม่ได้ถามอะไรเพียงเดินตามร่างสูงไปเท่านั้นแต่ยิ่งเดินตามไปร้านรวงก็ยิ่งเงียบหายเริ่มห่างไกลจากผู้คนจนได้เพียงเสียงของธรรมชาติและหัวใจของนางที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
ไม่รู้ว่านี่คือความบังเอิญหรืออย่างไร เหตุใดคนคนนี้ถึงพานางมาที่นี่ที่เดียวกับที่เฉินจือหานพานางมา และจูบนางครั้งแรก ในวันเทศกาลเช่นนี้เหมือนกัน
สถานที่ วัน เวลา ที่ทำให้ความรู้สึกของนางที่มีต่อคนผู้หนึ่งเปลี่ยนไปตลอดชีวิตสถานที่ที่นางไม่คิดจะมาเหยียบอีก เนื่องจากความรู้สึกของนางมันมากเกินไป
ร่างบางหยุดนิ่งตัวสั่นเทาด้วยความรู้สึกกดดันจากความรู้สึกต่อเฉินจือหานของตัวเองมันทั้งรัก ทั้งเศร้า ทั้งคิดถึงจนตัวนางไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร แค่คิดถึงเพียงชั่วครู่ความทรงจำต่างๆ ก็วิ่งไหลตั้งแต่ต้นจนวันสุดท้ายที่ได้พบเขา รอยยิ้มของคนผู้นั้นที่ไว้ให้นางคนเดียวยามนี้มัน...
"ซินเยว่..."เสียงนุ่มเรียกนางให้ได้สตินางเงยหน้าตามเสียงก็พบกับบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังส่งยิ้มให้นางแม้ใบหน้าครึ่งหนึ่งจะอยู่ใต้หน้ากาก แต่กลับทำให้นางรู้สึกสงบใจขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อยบุรุษผู้นั้นจ้องใบหน้าของนางก่อนจะพูดต่อ "เชื่อใจข้าอย่างที่เจ้าเคยเชื่อ"
คำพูดที่แฝงไปด้วยอะไรหลายๆ อย่างถูกส่งมาทั้งที่นางยังไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำว่านางเคยไปเชื่อใจเขาตอนไหนหากแต่ร่างกายกลับตอบสนองคำพูดและกระกระทำเหล่านั้นอย่างเป็นธรรมชาติมือของนางเอื้อมไปจับมือหนาที่ถูกยื่นมาหัวใจของนางสงบนิ่งราวกับเรื่องหวั่นใจเมื่อครู่เป็นเรื่องไรสาระ
นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ร่างกายของนางตอบสนองเช่นนี้ทำไมกันนะ
สถานที่เดิม บรรยายกาศเดิมที่นางเคยได้พบและฝังอยู่ในจิตหากแต่ยามนี้นางยืนอยู่กับบุรุษอีกคนที่ไม่ใช่คนเดิม ร่างบางค่อยๆนั่งลงโดยมีชายหนุ่มอีกคนนั่งอยู่ข้างๆ
ดวงตาของนางกวาดรอบๆก็พบว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก ผู้คนน้อยลงทำให้ทุกอย่างสงบเงียบ แต่ถึงอย่างนั้นก็รับรู้ได้ว่าเจ้าเมืองเว่ยดูแลที่ตรงนี้ไม่น้อยไปว่าที่อื่นๆ
"ร้องไห้ทำไมหรือ"ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า มือหนายกขึ้นเช็ดน้ำตา ร่างบางเงยหน้ามองอีกฝ่ายแม้จะมีหน้ากากอยู่ แต่ทุกอย่างมันก็ทำให้นางนึกถึงใครบางคน
ทั้งสถานที่เหล่านี้ ทั้งความรู้สึกคิดถึงและอ้างว้าง ใครบางคนที่ไม่เคยปล่อยให้นางจมกับความทุกข์นานๆนางอยากให้เขาอยู่กับนางตรงนี้จริงๆ
"ข้า... "
"คิดถึงเฉินจือหานหรือ"ชายหนุ่มพูดแทรกพลางขยับมาใกล้ จนร่างบางรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น
"หากข้าพูดว่าใช่ท่าจะตัดใจจากข้าหรือไม่"
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสองฝ่ายเมื่อหญิงสาวตอบชายหนุ่มจบ หัวใจของนางเต้นถี่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองคาดหวังอยู่คือสิ่งใด หากเขายอมตัดใจจากนางแล้วนางจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกหรือไม่
แล้วหากว่าเขาไม่ยอมตัดใจแล้วนางจะเปิดใจรับเขาได้หรือแม้ว่านางจะรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาดยามอยู่กับเขาแต่นางก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามเรื่องที่เขาคือคนที่ฆ่าคนที่นางรักได้
ความสับสนที่เกาะกินใจของนางมาตั้งแต่ที่เขาเข้ามาใกล้อย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน มันทำให้นางรู้สึกอ่อนแอ
มือของชายหนุ่มที่เช็ดน้ำตาของหญิงสาวกลับไม่ได้ถอยหนีชายหนุ่มกลับเลื่อนลงมาแนบลงบนแก้มบางที่เย็นลงจากอากาศและน้ำตาของนางให้อุ่นขึ้นความหยาบของมือและน้ำหนักที่ส่งไปยังหญิงสาว ทำให้นางรู้สึกแปลกยิ่งนัก
"แล้วทำไมข้าต้องตัดใจจากเจ้าด้วย"ชายหนุ่มพูดเบาๆ พลางเผยรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน นิ้วแม่มือสัมผัสแก้มนวลเบาๆ อย่างทะนุถนอมก่อนจะพูดต่อ
"เจ้าบอกว่าข้าเหมือนเขาไม่ใช่หรือ"
"แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะมาแทนเขาได้นี่เจ้าคะ"หญิงสาวพูดจบก็ปัดมือหนาของชายหนุ่มออก นางรู้สึกโกรธที่เขาพูดออกมาเช่นนั้นจนตั้งใจจะลุกขึ้นเดินหนีแต่สิ่งที่นางไม่คาดคิดคืออีกฝ่ายที่สุภาพกับนางมาตลอดจับมือของนางแล้วดึงไปกอดไว้บนตัก
"ก็ไม่ได้จะมาแทนที่"คำพูดนั้นทำให้นางสับสนกว่าเดิมแล้วความเป็นไปได้บางอย่างที่นางก็คิดว่ายากจะเป็นไปได้ก็ปรากฏอีกครั้งพร้อมกับเหตุการณ์ยามที่อีกฝ่ายไปซื้อของกับนาง
"ถุงหอมกับปิ่นไม้ของข้าไปอยู่ที่ท่านได้อย่างไร" เสียงหวานถามด้วยใจเต้นถี่
"ก็เจ้าให้ข้าเองมันก็ต้องอยู่กับข้าสิ" เสียงนุ่มตอบเบาๆ พร้อมกระชับร่างเล็กในอ้อมแขน
ให้เอง... งั้นหรือ?...
หญิงสาวขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัยแท้จริงนางอาจจะเข้าใจสิ่งที่เขาพูดแต่กลับยังทำใจยอมรับทันทียามนี้ก็ยังมีข้อสงสัยหลายๆอย่างจนทำให้ยากจะยอมรับ
"หากสงสัยขนาดนั้น เจ้าก็ลองหาคำตอบดูสิข้าจะไม่ขยับหรือห้ามเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรก็ตามยกเว้นเรื่องที่เจ้าจะหนีข้า" ชายหนุ่มอนุญาตให้หญิงสาวทำตามต้องการเขาก็นั่งนิ่งจริงๆ สิ่งเดียวที่เขาทำคือโอบเอวของนางไม่ให้ขยับลุกไปไหน
หญิงสาวตัวเล็กแสดงความสับสนและลังเลออกมาอย่างเห็นได้ชัดหากนางไม่ไขข้อสงสัย นางคงได้อยู่กับความสับสนนี้ไปตลอด
เมื่อคิดได้เช่นนั้น มือบางที่บางบนบ่า ก็ค่อยๆเลื่อนไปสัมผัสที่หน้ากากของชายหนุ่มแล้วถอดสิ่งนั้นออกอย่างเบามือที่สุด
ยามเมื่อใบหน้าของบุรุษผู้นั้นปรากฏต่อหน้านางอย่างประจักษ์หัวใจดวงน้อยของนางก็บีบอย่างรุนแรงจนเจ็บที่หน้าอกสายตาที่เคยแสดงความสับสนนั้นถูกแทนที่ด้วยน้ำตาที่ไหลหลั่งออกมาอย่างไม่อาจบังคับตนเองได้ความรู้สึกต่างๆ ที่ถูกเก็บซ่อนอยู่ภายในใจของนางถูกปลดปล่อยออก
"ยังจะให้ข้าตัดใจจากเจ้าอยู่หรือไม่ซินเยว่" เสียงนุ่มที่นางรู้สึกคุ้นเคยเอ่ยถามนางอีกครั้งหากแต่ยามนี้ไร้ซึ่งหน้ากากปิดบังสีหน้าที่แสดงออกมาความอ่อนโยนและอบอุ่นที่นางเคยได้รับแต่เพียงผู้เดียว ถูกสาดเข้ามายังอก
"ทำไมทำแบบนี้... ฮึก"ความอ่อนแอที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความเย็นชาแข็งแกร่งถูกปลดล็อคเสียงร้องไห้ของจ้าวซินเยว่ที่ไม่มีใครเคยได้ยินอีกเลยหลังจากที่โลกของนางหมดแล้วซึ่งสีสัน
หลังจากคืนนั้น นางสูยเสียไปหมดแล้วซึ่งสิ่งค้ำจุนในจิตใจนางพึ่งได้เพียงตัวนางเอง แต่วันนี้ วินาทีนี้ราวกับประตูที่กักขังเด็กสาวจ้าวซินเยว่ผู้นั้นใต้ความมืดถูกเปิดออกจากกุญแจที่นางคิดว่าหายไปแล้ว
มือหนายกขึ้นประคองท้าทายพลางกดใบหน้าของนางลงที่บ่าตัวเองเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่น
ไม่ใช่แค่หญิงสาวที่โหยหา ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ชายหนุ่มที่ถูกพลัดหลงไปยังต่างบ้านต่างเมืองด้วยหน้าที่เองก็ดหยหาเพียงแต่นางเท่านั้นไม่มีคืนใดเลยที่เขาไม่คิดถึงนาง ไม่มีวันใดเลยที่เขาไม่นับถอยหลังเพื่อจะได้มาพบกับนางอีก
"จือหาน ท่านหายไปไหนมา ข้า...เคยคิดจะตายตามท่านไปกี่ครั้งรู้หรือไม่ ฮึก... เหตุใด จึงไม่บอกอะไรข้าเลย"
แม้จ้าวซินเยว่จะรู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำมันคงจะมีเหตุผลบางอย่างหากแต่นางก็อดไม่ได้ที่จะพรั่งพรูความรู้สึกออกมา นางกล่าวตำหนิไปพลางพูดพร่ำเพ้อไปพลางแต่มือของนางกลับกอดร่างสูงไว้แน่นราวกับกลัวว่าคนคนนี้จะหายไปอีก
"ข้าสัญญาไว้แล้วว่าจะกลับมาหาเจ้าอีกข้าก็ต้องกลับมาสิ" ชายหนุ่มเอ่ยถึงสัญญาในคืนนั้นยามที่นางปรากฏตัวในคืนที่เรื่องทุกอย่างมันจะเปลี่ยนไปอย่างที่เขาเองก็ไม่คิด
'ท่านต้องกลับมาหาข้าไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ หรือสภาพแบบไหน ท่านก็ต้องกลับมา'
เสียงของหญิงสาวที่รักกล่าวออกมาใบหน้าของนางล้วนแสดงความไม่เต็มใจที่จะให้เขาออกมาในคืนนั้น
หากแต่คนตรงหน้าก็กล้ำกลืนที่จะหักห้ามไม่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวนางกำลังอ่อนแอและไว้ใจเขาเท่าที่ตัวนางจะทำได้ในยามนั้น
เพราะสัญญากับนางไว้ ในคืนนั้นเขาจึงตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อที่จะรักษาชีวิตของตนเองพร้อมกับทำหน้าที่ของตนเองให้เสร็จสิ้นด้วยความหวังเดียว เพื่อจะกลับมาอยู่กับนางในที่ที่สงบสุข
แม้วิธีที่เขาเลือกเดินมันจะไม่ต่างจากกบฏเลยก็ตาม
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตนเองเลือกทำโฉมสะคราญเบื้องหน้าจะสามารถให้อภัยจนได้หรือไม่แต่สิ่งที่เขาแน่ใจคือความต้องการของตนเอง
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นความยินดีของเขาทั้งนั้นเขาสามารถทรยศโลกนี้ได้ทั้งใบ เพื่อปกป้องความสงบสุขในชีวิตของนางผู้เดียวได้ความปรารถนาของเขามีเพียงนาง ชีวิตของนางที่ปลอดภัยที่สุดเท่านั้น
"ข้า เฉินจือหาน กลับมาหาเจ้าแล้ว"
ใช่ เขากลับมาแล้ว...มาเพื่อทำให้เรื่องราวนี้จบเสียที
#####