“รักษาโรคได้ข้ารับปากเจ้า แต่ข้ากับสหายยังต้องเดินทางในป่าอีกวันสองวันแล้วจะกลับเข้าเมืองช่วงใกล้เปิดดินแดนลับ”
“ข้าชื่อ โม่หยุนเฟยขอทราบนามของท่านด้วย” โม่หยุนเฟยยิ้มแย้ม และรู้สึกมีความสุข นักปรุงยาหายากมากในเมืองกังซางและมีเพียงระดับสามสูงสุด
“ข้าชื่อจางเฉินหากไม่มีอันใดแล้วขอตัว”
ทั้งหกคนเดินทางในเขตป่าชั้นกลาง จางเฉินยังคงเก็บกิ่งต้นไม้ ดอกไม้สมุนไพรอย่างต่อเนื่อง ส่วนคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนกันต่อสู้กับสัตว์อสูรเพื่อฝึกวิชาทุกคนล้วนก้าวหน้าอย่างมากโดยเฉพาะต้วนเฉิน
ความเข้าใจเกี่ยวกับมีดของต้วนเฉินเมื่อปรับใช้กับทวนเสริมวิญญาณต่อสู้นั้นทำให้กระบวนท่าพื้นฐานมีการเปลี่ยนเปลงเป็นอย่างมาก มีลักษณะการโจมตีของทวนเหมือนงูที่ฉกกัดอย่างรวดเร็วทั้งระยะใกล้ ระยะไกล ต้วนเฉินปรับเปลี่ยนการจับทวนหลากหลายรูปแบบแล้วพัฒนาให้มีความต่อเนื่องเป็นกระบวนท่าทวนพื้นฐานที่สวยงามเป็นอย่างมาก
จางเฉินพาเหล่าสหายใกล้ส่วนลึกของป่าไปเรื่อยๆ ซึ่งถือว่าเป็นจุดอันตรายที่สุด ในส่วนลึกของป่านั้นมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นมาก ความเข้มข้นของสวรรค์และโลกนั้นดีกว่ารอบนอกและส่วนกลางมากให้ประโยชน์เป็นอย่างยิ่งกับการฝึกฝน จางเฉินถือดาบไว้ในมือกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรตัวใหญ่ที่มีความสูงกว่าหกเมตร ตัวเท่าบ้าน
สัตวอสูรรูปร่างเหมือนวัว ไม่มีขนเขาโค้งมีความเงามันแสดงถึงความแหลมคมเป็นอย่างมาก ร่างกายนั้นสีดำแดงเหมือนกับทำด้วยเหล็กชั้นดี แววตาเป็นสีแดงสดเหมือนเลือด จางเฉินนั้นเหมือนยืนต่อหน้าบ้านหลังใหญ่เมื่อมองตากันได้สักพัก จางเฉินและกระทิงดำก็พุ่งเขาหากันอย่างรวดเร็ว
“กระทิงทองแดงตัวนี้ของข้า”
กระทิงทองแดงนั้นพุ่งมาด้วยเขาที่แหลมคมทั้งสองข้าง หมายจะแทงทะลุร่างกายของจางเฉินจางเฉินพยายามหลบหลีกแต่กระทิงนั้นสะบัดหางความร็วเหมือนสายฟ้าฟาดกระแทกเข้าหาจางเฉินจางเฉินเอาดาบต้านรับทันที
บูม
ผลกระทบนั้นรุนแรงมากจางเฉินกระเด็นไปชนกับต้นไม้ได้รับบาดเจ็บทันที แต่ไม่รุนแรงมากกระทิงรีบพุ่งเข้าหาจางเฉินอีกครั้ง จางเฉินกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้แล้วกระโดดลงมาพร้อมปลดปล่อยปราณดาบสี่สายเล็งบริเวณลำคอของกระทิงทองแดง
บูม บูม บูม
กระทิงนั้นได้รับบาดแผลเล็กน้อย แต่ด้วยแรงกระแทกทำให้เสียสมดุลและกระเด็นกระดอนไปชนต้นไม้ล้มลงสองสามต้น มันยืนขึ้นทันทีและเอาขากระแทกต้นไม้ที่ล้มนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆเศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วและพุ่งโจมตีจางเฉินอีกครั้ง
ทั้งสองต่างสับเปลี่ยนกันไปมาเมื่อวิ่งเข้าต่อสู้กันฝ่ายหนึ่งจะต้องปลิวไปไกล อีกฝ่ายหนึ่งก็ติดตามอย่างรวดเร็วการต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด จางเฉินนั้นมีบาดแผลเพียงเล็กน้อยแต่กระทิงทองแดงนั้นมีบาดแผลจำนวนมาก เปิดให้เห็นเนื้อสีแดงภายในเลือดก็ไหลอย่างต่อเนื่อง
การต่อสู้สิ้นสุดทันทีเมื่อจางเฉินซ้ำตรงแผลเปิดบริเวณคอทำให้ดาบฝังลึกลงไปจนมิดด้ามกระทิงทองแดงจึงตายในที่สุด
“สัตว์อสูรระดับสูง ต่อสู้ได้ยากจริงๆ”
จางเฉินรู้สึกถึงความผันผวนของความสัมพันทางจิตวิญญาณเขาบอกสหายของเขาให้รอสักครู่แล้วเข้าสู่มิติทันที ไข่งูน้ำแข็งที่ได้รับกำลังแตกออกจางเฉินเดินไปที่ไข่เผื่อรอการเกิดอย่างตื่นเต้น
แคว๊ก แคว๊ก
“เป็นมังกรจริงๆ”ลูกมังกรตัวน้อยมองจางเฉินด้วยแววตาสดใสเหมือนเห็นแม่ตัวเอง ลำตัวอ้วนใหญ่ขาสี่ข้าง ปีกและเขาสองข้าง ทั้งตัวหัวถึงหางเป็นสีน้ำตาลปนกับสีเหลืองทอง ส่วนหัวนั้นกลมมนมีตารูปสามเหลี่ยมเหมือนกับแม่ของมัน
“น่าจะเป็นมังกรธาตุดินกับทองเป็นการกลายพันธุ์จริงๆ ข้าขอเรียกเจ้าว่า ดราก้อน” จางเฉินตั้งชื่อง่ายๆตามความคุ้นเคย เขามองหาเสือสายฟ้าแล้วก็เรียกมันว่าลีโอ
“ตอนเจ้าเข้ามาข้ารู้สึกถึงเส้นเลือดวิญญาณปฐพี”โสมแดงเดินมาหาจางเฉินพร้อมกล่าวด้วยความตื่นเต้น
“คงจะมีระดับราชาเฝ้าอยู่ตอนนี้พวกข้าเข้าใกล้ส่วนลึกของเขตป่าแล้ว”
“เจ้าควรที่จะได้มาเอามาวางไว้ใกล้ๆ น้ำพุเซียนเพื่อก่อเป็น สระวิญญาณ มันมีประโยชน์อย่างมากนอกจากทำให้ดินบริเวณรอบๆ อุดมสมบูรณ์มากขึ้นแล้วระดับพลังสวรรค์และโลกในมิติก็จะสูงขึ้น พวกข้าก็จะมีการพัฒนาแกนวิญญาณอย่างรวดเร็วด้วยไม่แน่หงเอ๋ออาจไปถึงระดับแปด เก้า จนถึงระดับราชา จะช่วยเจ้าได้อย่างมาก”
“มันจะมีผู้พิทักษ์มันอยู่ละสิข้าคิดว่าเป็นระดับราชาอย่างที่บอก”
“ไปดูกันก่อนเถอะ”จางเฉินออกจากมิติพร้อมโสมแดง แล้วแนะนำโสมแดงให้กับสหายของเขาได้รู้จักเขาให้ทุกคนฝึกวิชากันอยู่บริเวณนี้ ปัจจุบันทุกคนสามารถดูแลตัวเองได้อย่างดีแล้วมีประสบการณ์เป็นอย่างดี ส่วนจางเฉินนั้นเดินทางพร้อมโสมแดงเพื่อไปเขตหุบเขาที่โสมแดงได้กลิ่นเส้นเลือดวิญญาณปฐพี
ทั้งสองนั้นแอบย่องเบาไปอย่างเงียบๆ มันเสี่ยงมากหากว่าเจอกับระดับราชาจริงๆจางเฉินนั้นสามารถต่อสู้ได้แค่ระดับเจ็ดเท่านั้น ถ้าสูงกว่านั้นก็ไม่ไหว
“มนุษย์หมาป่า”จางเฉินรีบโรยผงกลบกลิ่นที่ตัวเองกับโสมแดงเพื่อเสริมไปอีกขั้น เพราะมนุษย์หมาป่านั้นไวต่อประสาทสัมผัสรับกลิ่นมากแล้วก็มีความฉลาดเกือบเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์
“จำนวนราวๆ 300 ไม่มาก มีระดับราชาตัวหนึ่ง ข้าว่าวิธีเดิมล่อพวกมันออกมาเจ้าไปเอาเส้นเลือดวิญญาณปฐพี”
“มันอยู่ในดินข้าคนเดียวไม่ไหวหรอก”
“ให้พวกโสมช่วยเดี๋ยวข้าบอกพวกนั้นเอง”
หลังจากการเจรจาธุระกิจของสองโจรเสร็จแล้ว โสมแดงกับจางเฉินก็แยกกันทำงานโสมแดงนั้นร่ายเวทย์ ปรากฏเป็นอักษรรูนและรูปแบบอาเรย์เวทมนตร์รอบตัวทำให้ตัวมันเองส่องประกายสีแดงจ้ามากขึ้น เกิดกลิ่นของโสมระดับเซียนลอยไปตามลมสู่หุบเขาที่พวกมนุษย์หมาป่าอาศัยอยู่จางเฉินนั้นรอที่ทางเข้าหุบเข้าอีกด้านหนึ่ง
บู้วววว
หมาป่าส่งเสียงเรียกกันอย่างรวดเร็วและพากันวิ่งออกไปยังทิศทางที่โสมแดงกำลังหลบหนีจางเฉินใช้พลังวิญญาณสำรวจว่าไม่มีมนุษย์หมาป่าอยู่แล้ว จึงวิ่งเข้าสู่หุบเขาหุบเขานั้นมีต้นไม้วิญญาณ และสมุนไพรวิญญาณจำนวนมากสมกับที่มีเส้นเลือดวิญญาณปฐพีอยู่สมุนไพรนั้นมีขนาดใหญ่เป็นสวนสมุนไพรเหมือนกับที่เคยเจอตอนไปจับอินทรีย์เหล็ก
จางเฉินเรียกโสมน้อยทั้งหมดออกมา ทุกตัวต่างโยนหินวิญญาณและธงก่อตัวอาเรย์กันทั่วพื้นที่เมื่อเปิดใช้งานอาเรย์แผ่นดินขนาดใหญ่ก็ถูกยกขึ้นทั้งหมดจางเฉินจึงใช้พลังวิญญาณเปิดประตูมิติดูดเอาแผ่นดินทั้งหมดเข้าสู่มิติซึ่งกินพลังวิญญาณสูงมากจางเฉินแทบจะสลบไปทันที รีบตั้งสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณ
หุบเขานั้นกลายเป็นหลุมลึกทันทีทั้งต้นไม้และสวนสมุนไพร ผืนดินลึกกว่า 10 เมตรอยู่ในมิติของจางเฉินแล้วจางเฉินรีบออกจากพื้นที่แล้วกลับไปหาสหายของเขา
โสมแดงนั้นหลังจากล่อพวกมนุษย์หมาป่าไปไกลพอประมาณก็ปิดกั้นกลิ่นของตัวเองแล้วก็ทำตัวเป็นต้นไม้ใบหญ้า เพื่อให้หลุดจากการตรวจพบ รอจนพวกมนุษย์หมาป่าผ่านไปก็รีบกลับไปสมทบกับพวกจางเฉิน
“เรารีบกลับเมืองกันพวกมนุษย์หมาป่าถ้ามันกลับไป มันคงจะโมโหมาก”โสมแดงมาเจอจางเฉินแล้วก็กลับเข้ามิติ
จางเฉินไปหาสหายทั้งห้าแล้วพากันขึ้นขี่หงเอ๋อกลับเมืองทันทีระหว่างทางนั้นจางเฉินปล่อยให้สหายของเขาดุแลการเดินทางไปตามแผนที่เพื่อไม่ให้ได้รับอันตรายแล้วเข้าสู่มิติ
โสมแดงและโสมน้อยทั้งหลายกำลังแยกต้นไม้และสมุนไพรปลูกตามจุดต่างๆเมื่อจางเฉินเข้ามาจึงทุบดินออกเห็นเป็นเส้นวิญญาณปฐพีสีน้ำตาลเข็มขดตัวอยู่เขาขุดไปฝังไว้กับบ่อน้ำพุเซียนที่ได้จากตระกูลมู่ทันที
ผ่านไปสักพักหนึ่งน้ำพุเซียนนั้นก็เริ่มมีสีส้มและขยายขนาดขึ้น ผืนดินรอบๆที่ได้รับพลังก็ดูมีสีเข้มขึ้น ต้นไม้ สมุนไพรต่างแกว้งไกวไปมาเหมือนแสดงความยินดี
โสมแดงและโสมน้อยทั้งหลายกระโดดลงสระทันทีหลังเสร็จงาน บ้างเล่นน้ำ บ้างบ่มเพาะกันอย่างสนุกสนาน
“อ่าว นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงสินะ” จางเฉินเกาหัว