“เอาล่ะ ก่อนการต่อสู้จะเริ่มขึ้น ฉันมีบางอย่างสร้างมาให้แกโดยเฉพาะ ขอมอบให้แกก่อนที่เราจะสู้กัน”
“แก~!”
ตึง~!
เสาไม้ขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายมังกรพันไปทั่วเสาถูกโยนลงไปปักใจกลางสนามต่อสู้ ทุกคนที่มองดูเสาไม้ที่ตงฟางนำออกมาล้วนแล้วย่นคิ้วเพราะพวกเขามองเห็นยอดเสาสลักคำว่า แก ลงไปอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะมองมุมไหนทุกคนล้วนสามารถอ่านคำว่า แก ได้เหมือนกันทุกคน
“เสาไม้นี้ เป็นโล่รางวัลที่ฉันนำมามอบให้แกก่อนที่เราจะสู้กัน ตั้งแต่เจอหน้ากัน แกพูดคำว่า แก ไปเยอะมากๆ ฉันจึงสลักเสานี้มามอบให้โดยเฉพาะ อย่างน้อยๆมันก็เป็นรางวัลที่แกจะได้ หากการต่อสู้จบลงไป”
“แก ไอ้ตงฟาง~!”
“เฮ่ย ไหนบอกว่าจำชื่อกันไม่ได้ งี้ก็แสดงว่าอยากมานอนซบกล้ามหน้าท้องของฉันจนจำชื่อได้ขึ้นใจเลยสิ ไม่นะ ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะหล่อขนาดนี้ แม้แต่ผู้ชายด้วยกันยังหลงไหล”
ทุกคนที่มองจ้องลงมายังสนามประลองล้วนย่นคิ้ว แม้ศิษย์ผู้หญิงจะมองว่าตงฟางรูปหล่อไม่น้อยก็ตาม นิสัยของเขากลับแปลกประหลาด ทำให้พวกเธอมองเขาเป็นเพียงคนประหลาดเท่านั้น ไม่เหมือนมองคนหล่อทั่วๆไป
“แก ไอ้ตงฟาง แกจะดูถูกกันมากเกินไปแล้ว ตายซะ ฉันจะฆ่าแกด้วยสิ่งที่เตรียมมาทั้งหมด จะไม่ให้แกได้มีชิวิตอยู่อีกต่อไป อร๊าก~!!!”
เสียงร้องเต็มไปด้วยความโกรธปะทุออกมาจากจงเหยียน สร้างความรู้สึกพอใจให้ตงฟางไม่น้อย ตอนนี้มันไม่มีสมาธิที่จะสู้กับเขาอีกต่อไปแล้ว ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับต้องเบิกตากว้างวิตกกังวลกับสิ่งที่เขาเห็น ตอนนี้จงเหยียนมันได้ควักยันต์เป็นร้อยๆแผ่นออกมาใช้งาน จนเกิดเป็นแสงมากมายจากธาตุต่างๆ พุ่งเข้ามาโจมตีเขา
ยันต์บางชิ้นสร้างเป็นกระบี่พลังวิญญาณ บางชิ้นมันเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่ ทุกๆการโจมตีที่พุ่งเข้ามาใกล้สร้างความตกใจให้ผู้ชมไม่น้อยเพราะยันต์ระดับ 3 นับร้อยสามารถฆ่าได้แม้กระทั่งระดับผสานวิญญาณ
“นั่น ในมือของเขามียันต์ระดับ 3 ด้วย~!”
ศิษย์มากมายร้องตะโกนก้องหลังจากเห็นตงฟางนำยันต์ระดับ 3 ออกมาใช้งาน จำนวนที่เขาปาออกไปนั้นมีไม่ต่างจากอีกฝ่าย ภายใต้แสงสีมากมายสร้างความตกใจให้ผู้ที่มองจ้องการต่อสู้ไม่น้อย
พวกเขาไม่ได้ตกใจกับพลังทำลายล้ายของยันต์ระดับ 3 นับร้อย แต่พวกเขาตกใจกับจำนวนเงินมหาศาลที่คนทั้งสองใช้ไปกับยันต์ หากพวกเขานำยันต์ทั้งหมดที่ทั้งสองมาลองคำนวณเป็นตัวเลขนั้น การโจมตีเมื่อครู่ที่เกิดขึ้นและจบลงไป คิดเป็นจำนวนหินวิญญาณที่ต้องจ่ายถึง 500,000 หินวิญญาณ
“แก~!”
“ให้ตายสิ แกทำอะไรลงไปเนี๊ย ฉันอุส่าแกะสลักเสามาให้แกเลยนะ แกทำลายมันได้ง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ ไม่นะ”
ตงฟางมองจ้องไปยังเสาที่สลายหายไป ไม่สนใจอีกฝ่ายเลยสักนิด สร้างความรู้สึกโกรธให้จงเหยียนเพิ่มขึ้นไปอีก หลังจากรู้ว่ายันต์ไม่สามารถฆ่าตงฟางได้ มันจึงเปลี่ยนไปเป็นใช้งานทักษะกระบี่จนด้านหลังของมันมีเงากระบี่สีฟ้าเปล่งแสงสาดกระจายไปทั่ว
“กระบี่เหมันต์ ตายซะตงฟาง ตาย~!”
กระบี่พลังวิญญาณพุ่งเข้าหาตงฟางด้วยความรวดเร็ว ทางฝั่งตงฟางเขาไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาเลยสักนิด ทำเพียงแค่ควักแผ่นยันต์ออกมาใช้งานจนด้านข้างของเขาเกิดลูกบอลไฟ ทันใดนั้นทุกคนก็เห็นตงฟางใช้งานทักษะบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเปลี่ยนบอลไฟให้กลายเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่พุ่งเข้าไปโจมตีกับกระบี่จนทำให้เกิดเสียงระเบิดคำรามก้องไปทั่วสนาม สร้างความตกใจให้กับเหล่าคนที่เป็นระดับก่อตั้งวิญญาณ ที่ต้องมาเห็นระดับเดียวกันต่อสู้ด้วยพลังที่เหมือนจะเหนือกว่า
“ร้อนร้อน ร้อนโว๊ย มือเกือบไหม้ ดูนี่ จงเหยียนดูนี่ มือฉันเกือบไหม้”
ตงฟางยื่นมือข้างซ้ายไปด้านหน้าด้วยท่าทางเจ็บปวด ถึงอย่างนั้นบนมือของเขากลับไม่มีรอยแผลเกิดขึ้นเลยสักนิดเพราะมันถูกสวมด้วยถุงมืออย่างดี จากการปะทะกันของพลังเมื่อครู่นี้มันไม่สามารถสร้างความเสียหายให้พวกเขาทั้งสองได้
“ฉันจะฆ่าแก ไอ้ตงฟาง ฉันจะฆ่าแก~!”
ยิ่งเห็นอีกฝ่ายป้องกันการโจมตีได้ แล้วยังพูดดูถูกต่างๆนานา จงเหยียนไม่รอช้าพุ่งเข้ามาหาตงฟางด้วยทั้งหมดที่มี พละกำลัง พลังวิญญาณ ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะกระบี่ ทุกอย่างล้วนบีบอัดลงไปบนร่างกายและชุดเกราะ ไม่คิดให้การต่อสู้มันยืดเยื้อมากกว่านี้ ทันใดนั้นเองมันกลับเห็นตงฟางยกมือข้างขวาขึ้นมาชูสองนิ้ว ก่อนที่ดาบทั้ง 5 ด้านหลังของเขาจะพุ่งออกจากฝักมุ่งหน้ามาหามัน
ด้วยการควบคุมดาบทั้ง 5 ของตงฟางนี้เองนั้นสร้างความตกใจให้ผู้คนไม่น้อย เพราะทักษะควบคุมดาบบินหรือทักษะกระบี่บิน จะมีสอนเพียงแค่สถาบันดาราหรือสถาบันชิงอี้ พวกเขาไม่คิดเลยว่าตงฟางจะมีทักษะแบบนี้
เคล้ง~!
“แก ไอ้ตงฟาง~!”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง วันนี้เขาจะเอาชนะอีกฝ่ายให้มันย่อยยับที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาจะไม่ต่อสู้จริงจังเกินไป เพราะความจิงจังจะทำให้คนอื่นรู้ว่าเขาต่อสู้อย่างยากลำบาก เขาจึงคิดว่าจะต่อสู้ด้วยท่าทางที่สบายๆ ให้ทุกคนรู้ว่าการโจมตีอีกฝ่ายเป็นเรื่องง่าย
สาเหตุที่ตงฟางต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าเขากำลังจะสร้างสิ่งๆหนึ่งขึ้นมาให้กับตัวเขาเอง โดยสิ่งนั้นคืออำนาจ ตอนนี้ร้านน้อยหน่าของเขาถูกโจมตีจากร้านใหญ่ เขาจึงจะแสดงพลังออกไปให้การโดนรังแกลดน้อยลง หากพวกมันจะลงมือกับร้านของเขาจะต้องนำเอาการต่อสู้ในวันนี้ไปคิดให้ดี ไม่งั้นพวกมันจะถูกสวนกลับอย่าโหดร้าย แล้วยังมีแผนต่อไปด้วยจากการเหยียดหยามคู่ต่อสู้ของเขา
เปล้ง เปล้ง เปล้ง เปล้ง
ดาบทั้ง 5 พุ่งเข้าไปโจมตีจากทิศทางมากมาย ทำให้จงเหยียนทำได้เพียงตวัดกระบี่ของมันไปรอบทิศทางป้องกันไม่ให้ดาบของเขาฟันร่างของมัน ถึงอย่างนั้นกลับมีหลายครั้งที่ดาบของตงฟางฟันลงไปบนชุดเกราะของมันจนเกิดเป็นรอยทิ้งเอาไว้
การที่ตงฟางใช้พลังจิตโดยไม่กลัวใครจับได้เป็นเพราะว่าตอนนี้ เขาอยู่ในขั้นก่อตั้งวิญญาณ ระดับนี้สามารถส่งพลังวิญญาณออกไปนอกร่างกายได้ ดังนั้นเขาจึงทำให้พลังจิตดูไม่ต่างจากทักษะพลังวิญญาณ ต่อจากนี้ไปเขาไม่จำเป็นต้องเก็บพลังจิตเอาไว้เป็นไพ่ตายเพราะใช้ได้ตามต้องการแล้ว
บู้ม~!
พลังงานสีฟ้าระเบิดออกมาจากร่างของจงเหยียนทำให้ดาบของตงฟางดีดตัวออกไปกองรอบๆสนามประลอง ด้วยการมองจ้องมาพร้อมกับความโกรธ ตงฟางจึงฉีกยิ้มแล้วดึงดาบทั้ง 5 ให้กลับเข้าไปโจมตีมันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับไม่คิดป้องกัน กระโดดเข้ามาฟันร่างของตงฟางโดยไม่สนใจดาบทั้ง 5 ของเขาเลย
เปล้ง ฉั๊วะ เปล้ง ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊วะ
เสียงฟันแทงเข้าไปในเนื้อหนังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งอีกฝั่งพุ่งมาถึงตัวของเขาตงฟางก็ใช้งานพลังจิตดึงตัวเองออกไปเช่นเดิม แม้มันจะพยายามพุ่งตามมาฟันเขาก็ตาม ตงฟางกลับกระโดดโลดเต้นหลบการฟันเรื่อยๆจนทำให้อีกฝ่ายโกรธมากกว่าเดิมขึ้นไปอีกจนมันไม่สนใจบาดแผลบนตัวแล้ว
“ย๊าก ฉันจะฆ่าแก ฉันจะฆ่าแก~!”
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 7 ถึงตกเป็นรองแบบนั้น”
ทุกคนต่างแสดงท่าทางสงสัย หลังจากเห็นการต่อสู้เป็นตายที่กำลังเกิด เดิมทีพวกเขาคิดว่าตงฟางจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบแล้วก็ต้องจนมุมหลังผ่านเวลาไปเพียง 10 นาที ทว่าสิ่งที่พวกเห็นกลับต่างออกไป เพราะตอนนี้ฝั่งที่เป็นระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 7 กลับเป็นฝ่ายดูเสียเปรียบมาก แม้เขาจะกระตุ้นพลังของชุดเกราะ เขากลับไม่สามารถไล่ล่าอีกฝั่งได้ ต่อให้จะตวัดกระบี่ไปด้วยทักษะมากมายขนาดไหนก็ตาม อีกฝ่ายกลับหลบหนีได้ง่ายๆ ไม่อยู่ใกล้กระบี่เลยสักนิด
“ลูกพี่ สู้เขา ลูกพี่~!” เสียงเชียร์ดังมากจากคนทั้ง 4 หลังจากเห็นตงฟางได้เปรียบคู่ต่อสู้ ทันใดนั้นพวกเขากลับยืนเงียบเมื่อจู่ๆ จงเหยียนได้นำเม็ดยาบางอย่างออกมากลืนกินแล้วระเบิดพลังออกมาจากร่างกาย ด้วยพลังที่ระเบิดออกมานี้เองนั้นมันพุ่งไปจนถึงขั้นก่อตั้งวิญญาณขั้น 9 ห่างจากตงฟางไปอีก
“วาห์ โกรธจนต้องกินยาเลยเหรอ นี่อยากมานอนซบกล้ามแน่นๆของฉันขนาดนั้นเลยหรือยังไงกัน”
เปรี๊ยง~!
ตงฟางมองออกไปรอบๆข้าง หลังจากอีกฝ่ายนำยันต์บางอย่างออกมาใช้งาน ด้วยยันต์ทั้ง 5 แผ่นที่ปาออกไปรอบๆนั้นมันได้กางม่านพลังครอบสนามเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง จากนั้นก็ปลดปล่อยสายฟ้าออกมามากมาย
“โว๊ย กินยาไม่พอ ยังใช้ค่ายกลด้วย นี่คิดจะปิดฉากเร็วๆเพื่อนำตัวฉันไปนอนกอดเลยสินะ งั้นทางฝั่งนี้ก็ขอบ้างเช่นกัน ค่ายกลน่ะทางฝั่งนี้ก็เตรียมมา”
ตงฟางกระดิกนิ้วนำดาบทั้ง 5 มาลอยวนเวียนรอบๆตัวของเขาเอง จากนั้นเขาก็ใช้งานพลังจิตเพิ่มความร้อนให้ตัวดาบจนพวกมันเปล่งแสงสีส้มอมแดง กระทั่งดาบทั้ง 5 กลายเป็นสีแดง ตงฟางได้นำลูกเหล็กขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือออกมาหนึ่งกำมือ หว่านไปทั่วๆสนาม สร้างความสงสัยให้คนที่มองจ้องไม่น้อย
เปรี้ยง~!
“ค่ายกลแกชื่อค่ายกลอะไร”
“ค่ายกลอัศนีระดับ 3”
“งั้นค่ายกลฉันชื่อค่ายกลดูดปฐพีระดับ 3 ความสามารถของมันอยู่ตรงลูกเหล็ก”
ทุกคนเงี่ยหูฟัง พวกเขารู้จักค่ายกลของจงเหยียน แต่ไม่เคยได้ยินชื่อค่ายกลของตงฟาง หนำซ้ำเขายังไม่ได้ใช้ค่ายกลผ่านยันต์แต่เป็นการใช้งานผ่านดาบทั้ง 5 ที่ได้ส่งมันไปปักรอบสนามประลองหนำซ้ำยังมีลูกเหล็กอีกมากมายหว่านออกมาไม่รู้จบกลิ้งไปบนสนาม สร้างความสงสัยให้ทุกคนไม่น้อย
เปรี้ยง~!
“ดูนั่น สายฟ้ามันผ่าลงไปยังลูกเหล็ก เขาวางค่ายกลขัดการทำงานค่ายกลอัศนี”
ทุกคนเบิกตากว้าง หลังจากรู้ว่าค่ายกลของตงฟางสามารถป้องกันการทำงานของค่ายกลอัศนี ทุกครั้งที่สายฟ้าปรากฎขึ้น ดาบทั้ง 5 เล่มรวมไปถึงลูกเหล็กพวกมันจะเป็นตัวดูดสายฟ้าไป ไม่มีสายฟ้าไหนฟาดลงมาบนตัวของตงฟางเลยสักนิดเดียว
“แก~!”
“ไม่เข้ามาล่ะ หรือว่ากลัวสายฟ้าเช่นกัน”
ค่ายกลสายฟ้า ผู้ใช้จะต้องมียันต์สำหรับใช้หลบและป้องกันสายฟ้า ทำให้พวกเขาไม่ถูกค่ายกลตัวเองโจมตี แต่ตอนนี้สายฟ้าที่กำลังฟาดลงมาถูกลูกเหล็กของตงฟางรับเอาไว้ทั้งหมด แล้วลูกเหล็กมันยังวางขวางทาง ต่อให้จงเหยียนจะวิ่งหลบยังไงก็ตาม สายฟ้าที่ผ่าลงมาเรื่อยๆยังคงสามารถสร้างความเสียหายให้มันได้อยู่ดี
“มาสิ เดี๋ยวผลของยาก็หมดหรอก มาเร็ว เข้ามาซบมัดกล้ามแน่นๆของฉัน ตรงนี้ก็แน่น ตรงนี้ก็แน่น ดูนี่สิ มันเด้งสู้มือด้วยนะ”
ตงฟางบีบไปยังกล้ามแขน ทำให้อีกฝ่ายโกรธไม่น้อย ทันใดนั้นเขากลับฉีกยิ้มเพราะจงเหยียนยอมที่จะวิ่งผ่าสายฟ้ามุ่งหน้ามาหาเขา แม้มันจะถูกสายฟ้าผ่าลงมาตามตัวก็ตาม
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
“ตายซะ~!”
เสียงร้องเต็มไปด้วยความโกรธ ความต้องการฆ่าส่งมาถึงจุดที่ตงฟางยืน เขาจึงฉีกยิ้มกว้างตวัดมือซัดมีดบินที่บังคับให้พวกมันบินด้วยพลังจิตเข้าหาจงเหยียนจนเกิดการปะทะกันระหว่างกระบี่และมีดบินจนการวิ่งของมันหยุดชะงักอยู่กลางลูกเหล็กของเขาพร้อมด้วยสายฟ้าฟาดลงบนร่างของมันจนเกิดเสียงดังสนั่นสร้างความตกใจให้ผู้คนที่มองดูอยู่รอบๆไม่น้อย
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
อร๊าก~!!!
“นี่จงเหยียน แกกล้าถอดชุดเกราะแล้วก็ทิ้งอาวุธมาสู้กันกับฉันตัวต่อตัวไหม ฉันจะให้โอกาสแกได้สู้กับฉันด้วยพลังของแก”