โฮกกกก!!! ตูม!!!! เสียงของโอเกอร์ร้องออกมา แล้วมันก็ใช้ทอนไม้ขนาดใหญ่ของมันทุบลงไปยังจุดที่พวกทหารกำลังจับกลุ่มกันอยู่ เพียการโจมตีของมันครั้งเดียว ทำให้พวกทหารที่กำลังจับกลุ่มกันอยู่กระเดนออกจากกันทันที เป็นพละกำลังที่มหาศาลอย่างที่คิด!ในตอนนี้ สถาณการณ์ด้านหน้าและด้านหลังของผมก็กำลังตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างมาก หลังจากที่การต่อสู้เริ่มไม่ถึง 1 ชั่วโมง มันก็ทำให้ตอนนี้ทหารเหลือไม่ถึง 50% ด้วยซ้ำ แต่ขณะเดียวกันพวกสัตว์อสูรก็หายไปเยอะเช่นกัน แตว่าปัญหามันอยู่ที่โอเกอร์ในตอนนี้ พวกมันยังเหลืออยู่ครบทั้ง 10 ตััว แบบนี้ปล่อยไว้ทหารเสร็จมันหมดแน่ ! ระหว่างนั้น " อย่าพึ่งเข้าไปช่วยพวกทหารเด็ดขาด " กริมเธอร์ที่กำลังอยู่ยืนด้านข้างของผมก็ได้พูดออกมา อะไร? อ่านความคิดได้เหรอ เมื่อกี้ถ้ากริมเธอร์ไม่พูดขัดออกมาก่อน ผมก็คงพูดว่า [ ข้าจะออกไปสู้เอง ถ้าปล่อยไวทหารตายหมดแน่ ] แต่จะไปว่ากริมเธอร์ก็ไม่ได้ เพราะวิธีนี้เป็นหนทางการต่อสู้ที่พวกชนชั้นสูงใช้กัน และมันก็เป็นที่นิมยมด้วย วิธีก็คือให้พวกทหาร หรือพวกอัศวินออกไปสู้เพื่อตัดกำลังของพวกมันก่อน จากนั้นก็ค่อยออกไปจัดการกับพวกมันที่กำลังอ่อนแอ เมื่อเราออกไปตอนพลังเวทย์ของพวกมันใกล้หมด ก็ง่ายแก่การฆ่าอย่างมาก ตัวเราเมื่อชาติก่อนเวลาเจอคู่ต่อสู้ก็ทำแบบนี้เหมือนกัน ไม่งั้นก็คงไม่ได้ชื่อวาสราชาไร้พ่ายหรอก เหอะๆ เพราะงั้นทางเลือกตอนนี้ก็คือปล่อยเอาไว้ก่อน " ข้าเข้าใจว่าถ้าปล่อยไว้พวกเราจะเสียทหารเพิ่มอีก แต่ว่าถ้าไม่สามารถจัดการมันได้เมืองหลวงเองก็อาจจะตกอยู่ในันตรายยิ่งกำลังรบตอนนี้ถูกแยกออกไปเป็นส่วนๆ อยู่ด้วย " มันก็เป็นเพราะกฏกการแย่งชิงบัลลังค์บ้าบ่ออะไรของประเทศนี้นั่นแหละ ถ้าไม่มีการแย่งชิงบัลลังค์เรื่องแบบนี้แค่ใช้ทหารทั้งหมดรุมโจมตีเข้าไปมันก็จบ ตัวผมที่ได้ฟังกริมเธอร์อธิบายออกมาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับ ได้แต่ยืนมองพวกทหารโดนโจมตีอยู่ตลอด พวกพลธนูเองก็รัวยิงใส่ไปทางมันอย่างต่อเนื้อง แต่ถึงจะแบบนั้นจากการตรวจสอบพลังเวทย์ตอนนี้ พลังเวทย์ของพวกมันยังลดไปแค่ตัวละ 20 - 30% เท่านั้นทั้งอึด พละกำลังเยอะ แล้วยังพลังเวทย์เยอะอีก ถ้าเอาพวกมันมาเป็นทหารได้ต้องไม่มีประเทศไหนกล้าต่อต้านแน่ แต่ก็เท่านั้นแหละ! เราไม่ไม่ได้มีความคิดจะสร้างกองทัพอะไรทั้งนั้น และถึงจะอยากทำก็คงคุยกับพวกมันไม่รู้เรื่องหลรอก เพราะพวกมัน- " เจ้าพวกมนุษย์ส่งหัวหน้าของพวกแกออกมา " เอ่! พูดได้ด้วย! ระหว่างที่ผมกำลังคิดอยู่โอเกอร์หนึ่งตัวก็พูดขึ้นมาพร้อมกับชี้ทอนไม้... ไม่สิ! ทอนไม้ขนาดเท่าต้นไม้ของมัน ตรงมาทางกำแพงที่ผมกำลังยืนอยู่ แต่่เรื่องมันท้าทายเอาไว้ก่อน ที่ต้องตกใจตอนนี้ก็คือมันพูดได้ พูดได้ไง???แล้ว" เจ้านั่นคงเป็นตัวหัวหน้าสินะ "กริมเธอร์ก็พูดขึ้นมาโดยทำสีหน้าสแยะยิ้มแบบชอบใจ ดวงตาทั้งสองมองไปทางโอเกอร์ที่กำลังชี้ทอนไม้ขนาดเท่าต้นไม้มาทางนี้อยู่ และกริมเธอรก์ก็เริ่มพูดต่อว่า " งั้นก็คงถึงเวลาแล้ว " ใจเย็นสิ! คนที่บอกให้ข้าใจเย็นมันท่านไม่ใช่เหรอ ผมละอยากพูดออกไปแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป เพราะดูยังไงตอนนี้กริมเธอร์ก็อยากที่จะไปสู้กับโอเกอร์หัวหน้านั้นแน่ แล้ว " ดรารอน์ที่เหลือฝากจัดการด้วย " กริมเธอร์ก็พูดออกมา และกระโดดลงไปจากกำแพงทันที โดยรอบร่างกายก็กำลังใช้เวทย์อาวุธเวย์มนต์เป็นเกราะให้กับตัวเอง กริมเธอร์เป็นผู้ใช้เวทย์ไฟ เกราะสีน้ำเงินเงาตอนนี้มันก็เลยกลายเป็นเกราะที่มีสีแดงเหมือนไฟปรากฏรอบตัวสีน้ำเงินของเขาอีกชั้น ในมือทั้งสองก็มีดาบคู่ที่เป็นดาบไปที่เกิดจากการใช้อาวุธเวทย์มนต์อยู่ทั้งสองเล่ม ทันทีที่กริมเธอร์กระโดดลงไปการต่อสู้ทั้งหมดก็หยุดลง ทั้งพวกทหารและพวกโอเกอร์ ราวกับว่าทุกคนกำลังหยุดดูการต่อสู้ของทั้งสอง ลงไปสู้กับแบบนี้สะก็สิ้นเรื่อง! ทันทีที่กริมเธอร์เดินไปถึงด้านหน้าของโอเกอร์ เจ้าโอเกอร์มันก็เริ่มพูดออกมาว่า " แกนะเหรอที่เป็นหัวหน้า " " ใช่ " " อย่ามาโกหก!!! ข้าสัมผัสถึงพลังมหาศาลได้ที่ไม่ใช่แก ตอนนี้มันยังอยู่บนนั้นอยู่เลย " โอเกอร์เริ่มขึ้นเสียงด้วยความโมโห แล้วมันก็ใช้ทอนไม้ของมันชี้ตรงมาทางผม โห่ว! แปลกใจเหมือนกันแหะไม่คิดเลยว่ามันจะสามารถสัมผัสพลังได้ด้วย ไหนบอกว่าใช้เวทย์ไม่ได้? แต่มันอาจจะไม่ใช่เวทย์สัมผัสก็ได้ เพราะถ้าวัดการพลังเวทย์ พลังของกริมเธอร์เหนือกว่าเราแน่นอน แต่ว่าพลังที่มันรู้สึกได้โดยสัญชาตญาณก็คงเป็นพลังของโอรอสมันถึงได้ชี้มาหาเราแบบนั้น ระหว่างที่กำลังกำลังมาทางผมอยู่ ฉับ! กริมเธอร์ก็ใช้ดาบในมือตัดแขนขวาของมันที่ถือทอนไม้ชี้มาทางผมอยู่ขาดออกทันที แล้วก็เริ่มพูดต่อว่า " กล้าเมินข้าคนนี้แล้วไปสนใจเจ้าเด็กนั่นเหรอ " ระหว่างนั้นโอเกอร์ก็ไม่ได้ร้องแสดงความเจ็บปวดอะไรออกมาให้ได้ยิน แต่มันกลับกำลังกำหมัดซ้ายของมันแน่น และกำลังเอามัดพุ่งชนใส่จุดที่กริมเธอร์ที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของมัน ด้วยสีหน้าที่แสดงอารมณ์โกรธออกมาได้อย่างชัดเจน
เกล็ดความรู้ : สัญชาตญาณของโอเกอร์! โอเกอร์เป็นสัตว์อสูรที่ไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้ ถึงจะมีพลังเวทย์อยู่ในตัวมหาศาลแต่มันก็สามารถเอามาใช้แค่ฟื้นฟูร่างกายจากการโจมมตีเพียงเท่านั้น และที่สัมผัสพลังมหาศาจจากดรารอน์ได้ก็เพราะสัญชาตญาณของมันสามารถรู้สึกตัวตนของ 1 ใน 3 สัตว์เทพอย่างโอรอสในตัวดรารอน์ได้นั่นเอง!!!