ตอนที่ 32 ยอมจำนนหรือ....ตาย
.......................................................................................................................
หลังจากดึงทวนออกจากร่างของสัตว์อสูรหมาป่าเขี้ยววายุเฟิงฮุ่ยเปียว ฟงอวิ๋นก็พุ่งร่างเข้าหาสัตว์อสูรนกอินทรีทองที่กำลังต่อสู้กับเสี่ยวฉือเป้า
“เสี่ยวฉือเป้าใช้ทักษะผนึกร่างของราชันย์นกอินทรีทองเอาไว้ชั่วคราวฉันจะโจมตีมัน”ฟงอวิ๋นสั่งให้เสี่ยวฉือเป้าใช้ทักษะบอลเยือกแข็งโจมตีสัตว์อสูรนกอินทรีทอง
“ได้เลยเจ้านาย”เสี่ยวฉือเป้าตอบรับก่อนจะพยายามโจมตีใส่สัตว์อสูรนกอินทรีทองทันที
ซึ่งทักษะบอลเยือกแข็งของเสี่ยวฉือเป้าสามารถแช่เข็งร่างของสัตว์อสูรนกอินทรีทองได้ประมาณ 30นาทีซึ่งเพียงพอที่ฟงอวิ๋นสามารถโจมตีต่อเนื่องได้หลายครั้ง
เขาตัดสินใจสยบสัตว์อสูรนกอินทรีทองก่อนเพราะมันเป็นสัตว์อสูรสายความเร็วที่มีผลในการรบกวนการต่อสู้จนทำให้เสี่ยวฉือเป้าโจมตีสัตว์อสูรตะขาบยักษ์พลาดไปหลายครั้ง
ฟงอวิ๋นขยับทวนในมือของตนแทงออกด้วยทักษะทวนทองคะนองฟ้าเงาทวนแตกร่างเป็นเงามายาคล้ายดั่งมังกรนับร้อยบินทะยานขึ้นฟ้าและกลายเป็นแสงโค้งพุ่งตกลงไปในรูปแบบที่เป็นคลื่นซึ่งเงาทวนมังกรทุกตัวต่างก็เปล่งแสงสีทองมีความบริสุทธิ์ราวกับผลึกทองคำทวนมังกรทองทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยชั้นของแสงที่ทำให้มันดูสูงส่งและล้ำค่าชั้นของแสงนี้ราวกับว่ามันเป็นสมบัติชั้นสวรรค์
นี่เป็นแสงจากทักษะทวนทองคะนองฟ้า!ที่ฟงอวิ๋นทุ่มเทพลังทั้งหมดของตนเพื่อใช้!
ตอนนี้ฟงอวิ๋นใช้ทวนมังกรทองชั้นปฐพีระดับกลางที่มีคุณภาพสูงอาจกล่าวได้ว่าฟงอวิ๋นได้บรรลุถึงขีดจำกัดของพลังที่คนในระดับชั้นปราณเริ่มต้นสามารถเข้าถึงได้เมื่อใช้ทักษะทวนทองคะนองฟ้า
ในขณะเดียวกันกับที่ฟงอวิ๋นทิ่มแทงทวนเหินร่างเข้าหา เสี่ยวฉือเป้าก็ใช้บอลเยือกแข็งโจมตีใส่สัตว์อสูรนกอินทรีทองอย่างต่อเนื่อง
ตู้ม!
เปรี๊ยะๆๆๆๆ....แคร๊กๆๆๆ....
กระแสพลังความหนาวเย็นที่ต่ำกว่าศูนย์องศาสัมบูรณ์กำลังแช่แข็งร่างของสัตว์อสูรนกอินทรีทองที่พยายามพุ่งร่างหลบหนีแต่ไม่สำเร็จ มันถูกบอลเยือกแข็งของเสี่ยวฉือเป้าโจมตีหลังจากหลบได้มากกว่า 10ลูกและถูกโจมตีในรอบที่ 11
ทักษะบอลเยือกแข็งของเสี่ยวฉือเป้าสามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมันมีผลในการแช่แข็งทำให้ร่างของศัตรูหยุดนิ่ง ระยะเวลาหนึ่งถ้าเป็นสัตว์อสูรชั้นสามัญจะถูกแช่แข็งนานประมาณ 24 ชั่วโมงหรืออาจถึงตายได้เลยถ้าถูกโจมตีตรงๆแต่ถ้าเป็นสัตว์อสูรชั้นเริ่มต้นอาจถูกผนึกประมาณ 12ชั่วโมงและอาจบาดเจ็บสาหัสถ้าถูกโจมตีตรงๆ แต่สัตว์อสูรชั้นปฐพีนั้นจะอยู่ที่ความแข็งแก่ง เช่น สัตว์อสูรชั้นปฐพีระดับต้นอายถูกแช่แข็ง นานประมาณ 3ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นสัตว์อสูรชั้นปฐพี ระดับปลายระยะเวลาจะลดลงเหลือเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเรียกว่ายิ่งศัตรูมีชั้นปราณสูงใกล้เคียงเจ้าของทักษะเท่าใดการส่งผลในการแช่แข็งก็จะลดลงนั่นเองแต่ถ้ายิ่งมีชั้นปราณที่ห่างไกลจากเจ้าของทักษะมากเท่าใดผลกระทบก็จะสูงมากขึ้นตามไปเป็นต้น
ฟงอวิ๋นควบคุมทวนมังกรทองยิงออกไปจนกลายเป็นลำแสงงอโค้งและไหลไปข้างหน้าเหมือนสายน้ำพุ่งเข้าโจมตีร่างของสัตว์อสูรนกอินทรีทองที่กำลังถูกแช่แข็งโดยเสี่ยวฉือเป้า
ฉึก!ๆ.....เปรี๊ยง!ๆ...
ร้อยทวนมังกรของฟงอวิ๋นกระแทกเข้าโจมตีใส่ร่างของสัตว์อสูรนกอินทรีทองอย่างไม่หยุดยั้งส่วนเสี่ยวฉือเป้าเองเมื่อเห็นว่าฟงอวิ๋นกำลังระดมโจมตีใส่ร่างของสัตว์อสูรนกอินทรีทองอย่างไม่หยุดยั้งมันก็รีบหันร่างเข้าต่อสู้กับสัตว์อสูรตะขาบยักษ์ทันทีเช่นกัน
ร่างของสัตว์อสูรนกอินทรีทองถูกทิ่มแทงจนร่างพรุนไปทั่วร่างกายเลือดกำลังไหลลงจากร่างของมันอย่างไม่หยุดยั้ง มันโชคดีที่อยู่ในชั้นปราณปฐพีระดับปลายซึ่งส่งผลให้มันมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าอาวุธของฟงอวิ๋นทำให้ฟงอวิ๋นต้องโจมตีด้วยทักษะที่รุนแรงหลายๆครั้งรวมทั้งได้เสี่ยวฉือเป้าช่วยแช่แข็งให้มันเป็นเป้านิ่งฟงอวิ๋นจึงสามารถทำให้มันบาดเจ็บได้ในที่สุด
พลั๊วะ!ๆๆๆ..ฉึก!ๆๆ.....เปรี๊ยง!ๆๆๆ...
ฟงอวิ๋นรวบรวมพลังที่มีทั้งหมดเรียกใช้ทักษะโจมตีแบบไม่ยั้งคล้ายดั่งยิงรัวด้วยปืนกล
อุก!!
เลือดไหลซึมลงจากริมฝีปากของสัตว์อสูรนกอินทรีทองตอนนี้มันถึงกับบอบช้ำภายในจนเพราะถูกโจมตีจนอวัยวะภายในแทบแหลกสลายเลยทีเดียว
ในที่สุดเวลาผ่านไปกว่า 30 นาทีผลของทักษะบอลเยือกแข็งหมดไปร่างของสัตว์อสูรนกอินทรีทองเริ่มเคลื่อนไหวได้เหมือนเดิมแต่มันไม่มีพละกำลังมากพอที่จะขยับร่างกายแล้ว
อุก!...อ้า!...
ร่างของมันค่อยๆทรุดลงไปกองบนพื้นดินอย่างช้าๆ!
ใช่! มันบาดเจ็บหนักจนขยับร่างกายไม่ได้แล้วนั่นเอง!
"อ้า!....มนุษย์คนนี้กลับสามารถสังหารเฟิงฮุ่ยเปียวแล้วยังสามารถโจมตีพี่ชายจินหนิงจนบาดเจ็บหนักได้" คิงคองสีขาวที่กำลังต่อสู้กับเสี่ยวกงเป้ารู้สึกตกใจ มันมองไปยังฟงอวิ่นแววตาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
เปรี้ยง!
พอสิ้นเสียงร่างของคิงคองสีขาวที่กำลังเผลอก็ถูกเสี่ยวกงเป้าใช้อุ้งเล็บตะปบใส่กลางหน้าอกอย่างรุนแรงจนร่างปลิวกระเด็นไปปะทะกับผนังหน้าผาพร้อมกับมีเปลวไฟลุกไหม้ท่วมตัวด้วยผลของทักษะเปลวเพลิงพิโรธจนมันต้องบิดร่างไปมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวทั้งจากอาการบาดเจ็บที่ถูกตะปบและถูกเพลิงเผาผลาญร่างกายอย่างบ้าคลั่ง
จากนั้นเสี่ยวกงเป้าก็หันร่างมาหาสัตว์อสูรงูมรกตลู่เป้าฉีที่กำลังกระสับกระส่ายจากความกลัวก่อนที่จะกระโจนร่างขึ้นไปในอากาศพร้อมกับส่งเสียงหอนพร้อมกับตะปบกรงเล็บสีขาวยื่นออกมาในอากาศพุ่งไปหาสัตว์อสูรงูมรกตลู่เป้าฉี และกรงเล็บขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถึงสิบเท่าจนเกิดเสียงสั่นระรัวเสียดประสาทพร้อมกับคลื่นในอากาศที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าซึ่งกลายเป็นรูปกรงเล็บขนาดมหึมา
พลังแห่งกรงเล็บพยัคฆ์ที่มีพลังคล้ายกับสมบัติวิเศษระดับสวรรค์ถูกกดลงบนร่างของสัตว์อสูรงูมรกตลู่เป้าฉี!
บึ้ม!
ฟ่อ!ๆๆ...
ร่างของสัตว์อสูรงูมรกตลู่เป้าฉี!ถูกระแทกลงบนพื้นดินนอนจมกองเลือดในใจกลางหลุมขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายรอยเท้าพยัคฆ์ตอนนี้กำลังหายใจรวยรินใกล้ตายจากบาดแผล
พร้อมกับที่ร่างของสัตว์อสูรงูมรกตลู่เป้าฉีถูกโจมตีด้วยกรงเล็บของเสี่ยวกงเป้าเสี่ยวฉือเป้าเองก็อ้าปากขนาดใหญ่กัดเข้าไปที่หัวของสัตว์อสูรตะขาบยักษ์มู่กวงซึ่งกำลังถอยร่างเพื่อจะหลบหนีเมื่อเห็นว่าพันธมิตรของตนถูกทำร้ายจนย่อยยับหมดแล้ว
มันเพียงตัวเดียวในตอนนี้จะทำอะไรได้!
มันจึงคิดหลบหนีเอาตัวรอดก่อนเพื่อรอคอยให้เหล่าพันธมิตรที่เหลือกอีก 23 ตนเดินทางมาสมทบ จากนั้นค่อยย้อนกลับมาแก้แค้น
แต่!.....งั้บ!
อุก!..คลุก!ๆๆๆๆ...หัวของมันกลับถูกเสี่ยวฉือเป้างับก่อนที่เสี่ยวฉือเป้าจะเหวี่ยงสะบัดร่างของมันจนปลิวกระเด็นไปตกที่โขดหินใกล้ๆร่างของคิงคองสีขาวนามว่าจินแก้ง
“ยินยอมสยบ.....หรือตาย! ฉันจะนับหนึ่งถึงสามเพื่อให้เวลาตัดสินใจ”ฟงอวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงดุดันและโหดเหี้ยมเขาต้องรีบสยบเหล่าสัตว์อสูรเหล่านี้เพราะเขาไม่รู้ว่าพวกมันยังมีพันธมิตรอีกจำนวนเท่าไหร่ที่ยังเดินทางมาไม่ถึงหรือกำลังเดินทางมา
หนึ่ง!.....
สัตว์อสูรทั้งสี่ตัวต่างก็กำลังร้องอวดครวญด้วยความเจ็บปวดเลยไม่สนใจคำพูดของฟงอวิ๋นแม้เพียงเล็กน้อยเหมือนกับทั้งหมดกำลังชั่งน้ำหนักในใจว่าควรทำอย่างไรดีพวกมันทุกตนต่างก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นราชัน
แต่!....ความตายก็เป็นด่านที่ยากแก่การพังผ่าน!
ใครบ้างไม่กลัวความตาย! ใครบ้างยินยอมตาย! พวกมันต่างก็ขึ้นชื่อว่าเป็นราชันสัตว์อสูรที่โหดร้ายมองดูชีวิตของสัตว์อสูรอื่นๆหรือชีวิตมนุษย์ เป็นเหมือนอาหารที่ไร้ค่าเท่านั้นพวกมันสังหารสัตว์อสูรตัวอื่นด้วยความสนุกและง่ายดาย
แต่! ในตอนนี้...ตอนที่พวกมันกำลังจะตายจากน้ำมือมนุษย์คนหนึ่ง
ความกลัว!
ความรักชีวิต!
ภาพความตายของเหล่าเหยื่อที่เคยถูกพวกมันฆ่ากลับพวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจอย่างฉุดไม่อยู่พวกมันยังไม่อยากตาย
แต่! พวกมันเป็นราชันของเหล่าสัตว์อสูรนับร้อยจะยอมเป็นข้าทาสของมนุษย์ต่ำต้อยคนหนึ่งได้อย่างไร!
สอง!.....
น้ำเสียงของฟงอวิ่นคราวนี้ยิ่งเพิ่มทวีความเหี้ยมเกรียมมากขึ้นจิตสังหารเริ่มแผ่ออกจากร่างของเขาอย่างรุนแรงเขาตัดสินใจถ้าสัตว์อสูรทั้งหมดไม่ยินยอมที่จะถูกสยบจริงๆ
เขาก็เหลือเพียงหนทางเดียวในการตัดสินใจเท่านั้น!
ฆ่าพวกมันให้เรียบ!
“........”
สาม!..........