“ในอดีตมีเผ่าปีศาจปรากฏตัวขึ้นมาจากต่างแดน พวกมัน้ายึดครองดินแดนแห่งนี้ไว้เพียงผู้เดียวจึงได้สร้างากับหลายเผ่าพันธ์ุบนแผ่นดินนี้ ปีศาจนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่ใครจะต้านไหวเพียงตัวเดียวก็อาจเท่ากับกองทัพหนึ่งได้เลย จึงทำให้ดินแดนแห่งนี้เกิดพันธมิตรระหว่าง มนุษย์ เอลฟ์ คนแคระ และมนุษย์สัตว์ นามว่าพันธมิตรแห่งมิดการ์ คอยต่อสู้กับพวกปีศาจเรื่อยมาโดยไม่อาจตัดสินผลแพ้ชนะ”
“แต่แล้วเมื่อาเมื่อ 1000 ปีก่อนพันธมิตรแห่งมิดการ์ได้รับชัยชนะจากการมีผู้กล้าทั้ง 4 คนจากคนละเผ่าและมีสีเป็สัญลักษณ์ได้แก่ สีแดงแห่งความร้อนเผ่าคนแคระ สีฟ้าแห่งความเย็นมนุษย์สัตว์ สีเขียวแห่งการเยียวยาเผ่าเอลฟ์ สีดำแห่งความมืดมิดเผ่ามนุษย์ พวกเขาได้ขับไล่พวกปีศาจออกไปแต่ยังพวกปีศาจบางตนก็ยังแฝงตัวและอาศัยอยู่ในดินแดนนี้ พวกนั้นเป็ปีศาจชั้นต่ำที่ไร้ปัญญากลับไม่อาจจัดการให้หมดไปได้เพราะการแพร่พันธุ์ที่เร็วซึ่งถูกเรียกว่ามอนเตอร์” หญิงชราแหงนมองดวงอาทิตย์ก่อนจะมองกลับมาที่พวกเรา
“เอาละ…ตอนนี้ตะวันใกล้จะตกดินแล้ว วันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนนะจ้ะ” คุณยายลูเลียภรรยาของผู้ใหญ่บ้านปิดหนังสือลงอย่างนุ่มนวล
“อะไรอ่าาาาาา” ผมกับเด็กคนอื่น ๆ ต่างโห่ร้องออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย แม้แต่ผม โนรัม เซเลสเตอร์ เด็กที่ดื้อที่สุดในหมู่บ้านก็โห่ร้องดังไม่แพ้คนอื่น
คุณยายยิ้มอ่อน ๆ อย่างเอ็นดู “พรุ่งนี้ก็ค่อยกลับมาฟังใหม่นะจ้ะเด็ก ๆ ”
“แย่จัง” เพื่อนรักของผมเธอพูดขึ้นอย่างเศร้าสร้อย
“ช่วยไม่ได้นะกลับกันเถอะ อาเรีย” ผมทักเธอ
“อืม!!” เธอตอบรับ พวกเราจับมือกันเดินกลับบ้าน บ้านของพวกเราใกล้กันมากเลยกลับด้วยกันบ่อย ๆ
อาเรีย โอเน็ต เธอคือเพื่อนรักของผมในหมู่บ้านออเน็ต หมู่บ้านชนบทแห่งนี้ เธอสวยดั่งนางฟ้าและเก่งหลาย ๆ ด้านจนถูกเรียกว่าเ้าหญิงแห่งหมู่บ้านออเน็ต จึงทำให้เด็กหลาย ๆ คนในหมู่บ้านแม้แต่ผมเองก็แอบชอบเธอ แต่เพราะเธอขี้อายและร้องไห้เก่งซึ่งเธอรู้ตัวดีจึงไม่ชอบสุงสิงกับใครนอกจากผมผู้ซึ่งอยู่ด้วยกันมาั้แ่ยังเบบี๋
“นี่…….อีกไม่นานพวกเราจะอายุครบ 8 ขวบแล้วทางวังหลวงจะมาหมู่บ้านเราไหม” อาเรียพูดด้วยสีหน้ากังวล
“ก็คงมาแหละพ่อฉันบอกแบบนี้”
“....โนรัม” อาเรียทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ถ้าหากเราแยกจากกันละ ถ้าทหารวังหวงบอกว่าฉันต้องเข้าทำงานที่หวังหลวงในอานาคตจะทำไงดี” เธอเริ่มน้ำตาไหล
ผมอึ้งไปสักพักที่เธอพูดแบบนั้น ผมหยุดเดินแล้วครุ่นคิดสักพัก
“โนรัม…” น้ำเสียงอาเรียนั้นดูเป็ห่วง นั้นทำให้ผมตัดสินใจอย่างแน่วแน่
“หากเธอถูกเลือกฉันจะตามเธอไปเอง ไม่ว่าจะที่ไหน ฉันสัญญา” ผมพูดอย่างมั่นใจ
รอยยิ้มของเธอในตอนนี้ได้ยิมผมพูดวันนั้น ผมยังไม่ลืม ผมยังไม่ลืมมันเลยน้ำตาของอาเรียที่ไหลรินเพราะกลัวจะแยกจากกับผมยังตราตรึงในใจเหมือนปักมุดเอาไว้และถอดไม่ออก
ในวันนั้นก็มาถึง วันที่เราอายุครับ 8 ขวบ ทหารจากวังหลวงตามหาคนที่มีคุณสมบัติได้เข้าไปเรียนที่โรงเรียนรีออมูเร็ต โรงเรียนที่เตรียมไว้สำหรับสามัญชนและขุนนางที่จะเข้าทำงานที่วังหลวง ในโรงเรียนจะสอนวิชาเวท วิชาดาบและความรู้ระดับสูง แต่ผู้ที่จะเข้าได้ต้องมีคุณสมบัติที่ตรงตามเกณฑ์กับร่างกายแข็งแรงปกติ เกณฑ์การคัดเลือกมีอย่างเดียวคือมีพลังเวทซ่อนอยู่หรือไม่
อาเรียหญิงสาวผู้เพรียบพร้อมบังเอิญมีคุณสมบัตินั้นแต่ผมนะไม่…ผมไม่มีพลังเวทเลยสักนิดเดียว
วันรุ่งขึ้นพวกเราทั้งหมู่บ้านมาส่งอาเรียกับบอกลาเหล่าทหารจากวังหลวง
“ดูเหมือนพวกเราต้องจากกันแล้วนะ” ผมพูดกับอาเรีย
ทันใดนั้นเธอก็ร้องไห้ทันที “ฮึก ฮึก…..ฮือ ๆ ๆ ๆ ” เธอร้องไห้ออกมาท่ามกลางเหล่าผู้คนมากมาย คนอื่น ๆ เองก็เริ่มน้ำตาไหลพรากแม้แต่ผม การจากลานั้นเศร้าเสมอ
“อาเรีย ฉันจะตามเธอไปแน่นอนรอฉันด้วยนะ” ผมพูดอย่างแน่วแน่พร้อมกับน้ำตาที่ค้างอยู่
“ฉันจะรอนะ” อาเรียเธอยิ้มทั้งน้ำตา เป็รอยยิ้มเดียวกับวันนั้นวันที่ผมตั้งปณิธานไว้ว่าจะตามเธอไป
หลังจากวันนั้นผ่านไป 5 ปี ตอนนั้นผมอายุ 13 ปีทำงานเป็เกษตรเช่นเดียวกับพ่อและค่อยฝึกฝนวิชาดาบและหาวิธีใช้เวทมนตร์มาตลอดเพื่อหวังว่าสักวันจะได้เข้าเรียน
“เฮ้!! โนรัม” พ่อของผมทักขึ้น
เกสเปอร์ เซเลสเตอร์ คือพ่อผม เป็เกษตกรคนสำคัญของหมู่บ้านและมีงานเสริมเป็อัศวินประจำหมู่บ้านรวมทั้งเป็อาจารย์สอนวิชาดาบให้ผมอีก
“ว่าไง”
“พ่อไปเห็นว่ามีการสอบเข้าโรงเรียนรีออมูเร็ตด้วยละ”
“จริงหรอ” ผมตาลุกแวววาว
“จริงสิ!! ต่อให้ไม่มีเวทก็สอบได้นะเพราะเขาจะปลุกเวทมนตร์ให้ถ้าสอบเข้าได้” พ่อชี้นิ้วมาที่ผมในท่าประหลาดซึ่งมันเป็เื่ปกติของพ่อติ๊งต๊องคนนี้
“แต่เขารับสมัครอายุ 15-16 เท่านั้นอะนะ” พ่อเก๊กเสียง “แต่ไม่ต้องกลัวไปเพราะต่อให้ลูกไม่ติดลูกก็ยังมีพ่ออยู่” พ่อหมุนตัวก่อนจะโผล่เข้ากอดผม
ผมหลบไปทางซ้ายแล้วฉุกคิดบางอย่าง “ฉันต้องเตรียมตัวั้แ่วันนี้” โดยไม่สนใจพ่อที่ล้มหน้าคะมำพื้นเลย
“วัยต่อต้านแล้วสินะ” พ่อผมพูดโดยที่หน้าคะมำพื้นอยู่ “ลืมบอกไปเลย ถ้าเข้าไปได้ก็เป็แค่นักเรียนชั้นสองนะ ไม่เหมือนคนที่ถูกคัดเลือก” พ่อกำลังดันตัวเองขึ้น
“ไม่เป็ไรหรอก” ผมตอบ
ั้แ่ตอนนั้นผมเริ่มตั้งใจที่จะเข้าเรียนให้ได้ ผมอ่านหนังสือจนตกดึกทุกวัน ฝึกวิชาดาบเอาเป็เอาตายทุกวัน และท่องตำราเวทในหมู่บ้านทุกเล่ม ผมทำทุกวันจนผมอายุ 15 ผมก็ได้สอบเข้าโรงเรียนรีออมูเร็ตตามที่หวังและเพราะคววามพยายามของผมตัวผมจึงสอบติดด้วยอันดับที่ 1 ผมดีใจมากที่รู้ว่าผมนั้นเก่งกว่าใครและตื่นเต้นมากที่จะได้เจออาเรียอีกครั้ง แต่แล้วทุกอย่างที่คาดหวังเอาไว้มันชั่งต่างจากชีวิตจริงในตอนนี้ซะเหลือเกิน