ข้าไม่อยากเป็นนางร้ายในนิยายป่าเถื่อน

    ตอนที่ 38 ก่อนจะหันกลับ

            “ที่ดินต่ำกว่าหกตำลึงล้วนเป็นที่เปล่าที่ต้องสร้างเรือนขึ้นเองทั้งสิ้น หากใช้เงินซื้อที่ดินมากเกินไป ค่าใช้จ่ายก็จะบานปลายจนเงินไม่พอเหลือติดตัว” หวงเฉิงแนะนำด้วยความหวังดี

            กวานซูเหยียนยกมือกุมขมับ ดวงตากวาดมองตำแหน่งที่ชายสูงวัยแนะนำให้ซ้ำไปมาแต่ยังไม่อาจตัดสินใจได้ หากต้องการทำการค้าก็สมควรหาซื้อดินในเมือง แต่นางมีเงินไม่พอ และหากเลือกไปอยู่นอกเมืองพวกนางก็เพาะปลูกไม่เป็น 

            นางเงยหน้าขึ้นกล่าวอย่างสุภาพ

            “ขอบคุณท่านอาที่ชี้แนะนะเจ้าคะ แต่ข้าคิดว่าจะลองเดินทางไปดูที่ดินตามที่ระบุในแผนที่ก่อนจะตัดสินใจเจ้าค่ะ หากตัดสินใจได้แล้ว เราจะกลับมาหาท่านอีกครั้ง”

            ชายผู้นั้นพยักหน้าเข้าใจ เขาม้วนกระดาษกลับแล้วยิ้มบาง “ก็ดี คิดให้ถี่ถ้วนก่อนไม่ต้องรีบร้อน แต่เจ้าก็อย่าลืมแล้วกันว่าหากยิ่งช้า เงินของพวกเจ้าก็จะยิ่งร่อยหรอลงไปทุกวันนะ"

            เขาประสานมือ แนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

            “ข้าแซ่หวง นามเดี่ยวว่า เฉิง เป็นผู้ดูแลการซื้อขายที่ดินในเขตนี้ หากตัดสินใจได้เมื่อไหร่ พวกเจ้าก็มาหาข้าได้ที่หน้าที่ว่าการ ข้าจะรออยู่เสมอ”

            กวานซูเหยียนกล่าวคำขอบคุณหวงเฉิงอีกครั้ง ก่อนจะร่ำลาจากกันแล้วให้ซูเซิ่นอี้บังคับเกวียนแยกไปอีกทาง

            “ที่ดินในเมืองแพงเกินไป เราคงต้องออกไปสำรวจที่ดินนอกเมืองกันจริงๆ แล้วล่ะพี่ห้า" หญิงสาวกล่าว

            กวานจื่อเซิงยักไหล่ 

            “อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีทะเบียนสำมะโนครัวแล้ว ต่อให้เป็นเพียงทะเบียนชั่วคราวก็เถอะ” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนกล่าวต่อ “เจ้าอยากพาพวกเราไปที่ใดก็ว่ามาเถิดน้องสาว ยามนี้พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนี่”

            เมื่อหันหลังออกนอกกำแพงเมืองเป่ย เกวียนของพวกเขาก็แล่นเข้าสู่เส้นทางดินแดงที่ทอดยาวไปไม่รู้จบ

            สองข้างทางเป็นทุ่งร้างสลับเนินเตี้ย ต้นหญ้าขึ้นรกแซมด้วยซากร่องรอยเรือนที่พังทลายจากสงครามเก่า บางแห่งเหลือเพียงเสาไม้ดำไหม้ บางแห่งเห็นเพียงฐานหินที่ถูกหญ้ากลืนกินจนแทบแยกไม่ออกว่าเคยเป็นบ้านของผู้ใด แต่ระหว่างทางก็ยังได้เห็นชาวบ้านกำลังซ่อมแซมบ้านเรือนของตนกันอยู่หลายหลัง

            การเดินทางไม่ใกล้อย่างที่คิด และแต่ละเส้นทางก็เงียบเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นถิ่นอาศัย

            หนึ่งวัน…สองวัน…จากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกแห่ง ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งคืน บางครั้งถึงสองคืนเต็ม

            กลางวันพวกเขาก็เดินทางไปตามแผนที่ที่จดจำมา กลางคืนก็หยุดพักปูผ้านอนข้างเกวียน ใช้ล้อไม้เป็นที่พิงหลัง ไม่มีโรงเตี๊ยมให้เช่าแต่ทุกคนก็ไม่ได้ปริปากบ่น เพราะรู้ดีว่าเงินที่เหลือต้องใช้สำหรับหาซื้อที่พักอาศัย 

            ยังดีที่กวานซูเหยียนมีเหรียญทองคำที่สามารถเพิ่มจำนวนอาหารไว้กินระหว่างเดินทางได้ตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นเรื่องคงยุ่งยากกว่านี้ไปอีกสิบเท่า!

            พื้นที่ที่พวกเขาไปดู ล้วนเป็นที่ดินเปล่า บางแห่งอยู่ไกลจากตัวเมืองจนต้องใช้เวลาเดินทางเข้าออกหลายวัน บางแห่งมีเพียงกระท่อมพัง ๆ ไม่มีแม้แหล่งน้ำใกล้เคียง

            “ไกลเกินไป น้ำก็ไม่มี แม้ว่าพวกเราจะไม่คิดเพาะปลูกพืช แต่ถ้าเลือกซื้อที่ดินบริเวณนี้ หากคิดจะทำการค้าก็ต้องเสียเวลาหลายวันกว่าจะเข้าเมืองได้หนึ่งครั้ง” กวานซูเหยียนเอ่ยเสียงเบา ดวงตากวาดมองรอบตัว

            เมิ่งหรูเม้มปาก ตอนนี้กวานซูเหยียนใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้ว ความเสี่ยงยิ่งสูงหากอยู่ในที่เปลี่ยวเช่นนี้ เกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครช่วยได้

            คืนวันที่สี่ ลมหนาวพัดแรงกว่าทุกคืนที่ผ่านมา

            กวานซูเหยียนตื่นขึ้นกลางดึกเพราะรู้สึกแน่นท้องผิดปกติ นางนั่งพิงล้อเกวียน เงียบ ๆ ฟังเสียงลมหวีดหวิวผ่านทุ่งร้าง เมิ่งหรูคอยประคองอยู่ข้างกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด

            นางมองไปรอบตัว เห็นเพียงเงาซากเรือนที่ทอดยาวอยู่ใต้แสงจันทร์ หากเกิดเรื่องขึ้นจริง…ที่นี่ไม่มีใครช่วยพวกเขาได้เลย

            คืนนั้น ไม่มีใครเอ่ยถึงการตัดสินใจใด ๆ แต่ความคิดเดียวกันกลับฝังแน่นอยู่ในใจของทุกคน

            รุ่งเช้าวันถัดมา

            หมอกบางลอยต่ำเหนือทุ่งหญ้า เกวียนค่อย ๆ เคลื่อนออกจากที่พักค้างคืน กวานซูเหยียนมองเส้นทางข้างหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากออกมาอย่างสิ้นหวัง

            “หรือว่า…เราจะกลับไปดูที่ดินสิบตำลึงใกล้กำแพงเมืองที่ท่านลุงหวงแนะนำแต่แรกดี อย่างน้อยก็ยังไม่ไกลผู้คนเกินไป”

            ไม่มีใครรีบคัดค้าน เพราะในใจต่างก็คิดเช่นเดียวกัน

            ซูเซิ่นอี้จึงค่อย ๆ บังคับเกวียนให้หันหัวกลับ ทว่าในจังหวะนั้นเอง บนเส้นทางดินแดงด้านหน้า ก็ปรากฏร่างของหลวงจีนชราสองรูปเดินสวนมา

            ทั้งสองโกนศีรษะเกลี้ยง สวมจีวรที่มีรอยปะหลายแห่งสีเทาซีดจางจนแทบกลืนไปกับฝุ่นดิน บนบ่าของแต่ละรูปแบกฟืนมัดใหญ่เอาไว้ 

            ซูเซิ่นอี้กระโดดลงจากเกวียน ค้อมกายคารวะก่อนเอ่ยถาม “ขอถามไต้ซือ แถวนี้มีวัดด้วยหรือขอรับ”

            หลวงจีนรูปหนึ่งพยักหน้า “วัดกุ้ยอวิ๋น..เมื่อก่อนมีผู้คนเดินทางเข้ามากราบไหว้พระไม่ขาดสายเลยเชียวล่ะ แต่บัดนี้ ทั้งวัดเหลือเพียงอาตมากับสหายอีกหนึ่งรูปเท่านั้น"

            หลวงจีนอีกรูปถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พวกท่านคงกำลังมองหาที่พักค้างแรมกันอยู่สินะ อาตมายินดีต้อนรับ ที่วัดยังมีห้องพักสำหรับผู้แสวงบุญอยู่อีกมาก แต่เราไม่มีเสบียงอาหารมาแบ่งปันพวกเจ้าหรอกนะ ไม่มีคนเดินทางมาบริจาคอาหารที่วัดนานแล้ว”

            กวานจื่อเซิงเผลอกัดริมฝีปากเบาๆ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงรีบปฏิเสธคำเชื้อเชิญของหลวงจีนทั้งสองไปแล้ว แต่ในยามที่เงินทองร่อยหรอ และต้องทนนอนบนพื้นดินแข็งมาหลายวันเขาก็เริ่มลังเล

            ทุกคนหันมามองกวานซูเหยียนเป็นตาเดียวกัน เพื่อรอคำตัดสินใจจากนาง

            กวานซูเหยียนระบายยิ้มกว้างราวกับผู้พบหนทางสว่าง นางรีบตอบ “เช่นนั้น…พวกเราคงต้องรบกวนแล้วเจ้าค่ะ เรื่องอาหารพวกเรายังพอมีติดตัวอยู่บ้าง ไม่เป็นภาระแก่ไต้ซือทั้งสองอย่างแน่นอน”

            หลวงจีนทั้งสองรูปยิ้มรับอย่างเมตตา คล้ายโล่งใจที่คำเชื้อเชิญมิได้ถูกปฏิเสธ

            เมื่อจะออกเดินทางต่อ กวานจื่อเซิงกับซูเซิ่นอี้จึงลงจากเกวียน ทั้งสองช่วยกันรับมัดฟืนจากหลวงจีน แล้วนำขึ้นไปวางแทนที่บนเกวียน เพื่อให้สตรีสองคนได้นั่งโดยไม่อึดอัด จากนั้นจึงเดินเท้าเคียงข้างหลวงจีนไปตามทางดินสายแคบ

            เส้นทางสู่ตัววัดกุ้ยอวิ๋นไม่ไกลนักแต่เงียบสงัดยิ่ง เดินลัดผ่านพงหญ้าและต้นไม้เก่าแก่ที่ใบเริ่มร่วงโรยตามฤดูกาล ไม่นานกำแพงวัดเตี้ย ๆ ที่ก่อด้วยอิฐเก่าก็ปรากฏตรงหน้า

            วัดแห่งนี้ไม่ใหญ่โต หากแต่เห็นได้ชัดว่าเคยรุ่งเรืองมาก่อน หลังคากระเบื้องหลายแผ่นซีดจางตามกาลเวลา ลานวัดปกคลุมด้วยใบไม้แห้งที่ปลิวหล่นทับซ้อนกันจนเกิดเสียงกรอบแกรบยามย่ำเดิน อารามด้านในยังคงตั้งมั่น แม้สีจะหลุดลอกไปบ้าง แต่โครงสร้างยังแข็งแรง

            พื้นที่ภายในถูกแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน มีห้องปฏิบัติธรรม ห้องพักนักบวชเรียงรายอย่างเรียบง่าย อีกด้านเป็นเรือนรับรองสำหรับผู้แสวงบุญและชาวบ้านที่เดินทางมาทำบุญแล้วจำเป็นต้องค้างคืน บัดนี้เรือนเหล่านั้นว่างเปล่า ประตูหน้าต่างปิดสนิท มีวัชพืชขึ้นรก ราวกับมิได้มีผู้มาเยือนมานานแล้ว

            หลวงจีนชราพาคนทั้งสี่ไปยังเรือนรับรองสองหลังที่อยู่ใกล้กัน พลางเอ่ยเชื้อเชิญด้วยความเกรงใจ

            “หากพวกท่านไม่รังเกียจ ห้องเหล่านี้แม้เก่าไปบ้าง แต่หลังคายังไม่รั่ว ลมฝนกันได้อยู่ พักผ่อนให้สบายเถิด”

            เมิ่งหรูกับซูเซิ่นอี้รีบเข้าไปสำรวจเรือนสองหลังด้วยความพึงพอใจ อย่างน้อยก็ดีกว่านอนกลางดินแข็งข้างเกวียนหลายเท่า นางหันไปสบตากวานซูเหยียนด้วยแววตาเปี่ยมสุข

            “ไต้ซือ…” กวานซูเหยียนเอ่ยขึ้นอย่างลังเลเล็กน้อย คล้ายกลัวจะเป็นคำขอที่ล่วงเกิน “พวกเรามีเรื่องหนึ่ง อยากขอคำปรึกษาจากท่านเจ้าค่ะ”

            หลวงจีนทั้งสองหันมามองพร้อมกัน ก่อนที่รูปหนึ่งซึ่งดูอาวุโสกว่า จะพยักหน้าเบา ๆ

            “อาตมานามว่าเจวี๋ยอวิ๋น ส่วนท่านผู้นี้คือไต้ซือหมิงซาน มีอะไรก็กล่าวมาเถิด”

            กวานซูเหยียนสูดลมหายใจเบา ๆ“พวกเรากำลังมองหาที่พำนักระยะยาว แต่เงินของพวกเรามีไม่มากนักเจ้าค่ะ หากต้องเช่าบ้านในเมือง เกรงว่าจะอยู่ได้ไม่นานนัก …หากวัดกุ้ยอวิ๋นไม่รังเกียจ พวกเราอยากขออาศัยอยู่ที่นี่สักระยะ เพื่อช่วยดูแลวัด เป็นการตอบแทนที่พักพิงได้หรือไม่เจ้าคะ?”

    คล้ายกับเรื่องข้าไม่อยากเป็นนางร้ายในนิยายป่าเถื่อน ที่คุณอ่าน

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984