โรงปั้นพื้นฐาน
หลังจากใช้ความคิดอยู่นานในที่สุดกัสก็ตัดสินใจเลือกที่จะสร้างโรงปั้นพื้นฐาน
เหตุผลที่เขาตัดสินใจแบบนี้ก็เพราะการเพิ่มDP ต่อวันนั้นยิ่งเพิ่มได้เร็วเท่าไหร่ ปริมาณ DPที่จะได้มาในอนาคตก็จะเพิ่มเร็วขึ้นเท่านั้น
ส่วนเื่การพักผ่อนนั้นแม้จะสำคัญแต่กัสก็คิดว่ามันยังเป็เื่ที่รอได้อยู่เพราะเวลานี้สภาพร่างกายของอิจิโกะกับน้องสาวยังสมบูรณ์แข็งแรงดีอยู่
ยิ่งไปกว่านั้นคือโรงปั้นพื้นฐานเป็สิ่งที่เด็กสาวทั้งสามเลือกด้วยกัสจึงตัดสินใจเลือกโรงปั้นพื้นฐานแทนที่จะเป็บ้านหลังที่สอง
‘เอาไว้ข้าจะชดเชยให้พวกเ้าที่หลังก็แล้วกัน’
กัสคิดในใจเงียบๆ พลางส่งสายตาสื่อความหมายเป็เชิงขอโทษให้อิจิโกะกับน้องสาวจากนั้นลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังแท่นหินทำการซื้อสิ่งก่อสร้างในทันที
ปลายนิ้วของกัสลากไปตามรายการต่างๆในหน้าต่างข้อมูลของดันเจี้ยนซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น
ไม่นานนักกัสก็เลื่อนรายการลงมาจนเจอกับโรงปั้นพื้นฐานที่เขาเลือกก่อนจะกดลงไปตามมาด้วยหน้าต่างข้อมูลบานใหม่ที่ปรากฏขึ้นมาพร้อมรายละเอียดของโรงปั้นพื้นฐาน
ข้อมูลที่มันแสดงออกมานั้นมีเพียงรายละเอียดพื้นฐานและขนาดของมันเพียงเท่านั้น
ในส่วนของขนาดกัสเพียงมองดูครั้งหนึ่งโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักจากนั้นก็เลื่อนนิ้วไปยังกรอบข้อความสำหรับยืนยันการซื้อ
่เวลานั้นเองสายตาของกัสก็เหลือบไปเห็นขนาดของสิ่งก่อสร้างเป็ครั้งที่สอง
ข้อมูลที่แสดงอยู่ในหน้าต่างข้อมูลคือขนาดของสิ่งก่อสร้างที่กว้าง10 เมตร ยาว 10 เมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 100 ตารางเมตร
วินาทีที่ปลายนิ้วของกัสยื่นลงไปยังกรอบข้อความยืนยันความทรงจำในอดีตก็ย้อนกลับคืนมาโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้นิ้วมือของเขาหยุดชะงักไปในทันที
‘เดี๋ยวนะ..เหมือนข้าจะจำอะไรได้..หลักเขตแดน การสร้างแบบกำหนดพื้นที่เอง..อ๊า!!ใช่แล้ว เกือบลืมไปแล้ว!!’
กัสรีบดึงนิ้วออกมาทันทีจากนั้นจึงมองไปยังหน้าต่างข้อมูลตรงหน้าอีกครั้งสายตาของเขากวาดมองไปยังรายละเอียดต่างๆไปจนถึงกรอบข้อมูลสำหรับยืนยันการซื้อขายและสุดท้ายคือกรอบเล็กๆที่อยู่ใต้กรอบยืนยันการซื้อขายอีกที
‘สร้างพื้นที่แบบกำหนดเอง’
ดวงตาของกัสจับจ้องไปที่กรอบข้อความเล็กๆนี่อยู่นานก่อนจะตัดสินใจกดลงไปอย่างรวดเร็ว
ท่าทางที่ผิดแปลกของกัสนั้นทำให้เหล่าเด็กสาวมองมาด้วยความสงสัยท่าทางที่ดูเหมือนใแต่แล้วก็กลายเป็มั่นใจของกัสนั้นทำให้พวกเธอประหลาดใจปนสงสัยว่าอะไรกันที่ทำให้เขาแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา
ทว่ากัสไม่ได้สนใจเลยสักนิดเขาเอาแต่มองดู DP ที่ลดลงไปจนเหลือไม่ถึง10 หน่วย จากนั้นก็หยิบเอาสิ่งที่เขาได้มาจากการซื้อสิ่งก่อสร้างมาไว้ในมือ
สิ่งที่กัสได้มาจากการซื้อด้วยวิธีสร้างพื้นที่แบบกำหนดเองคือเสาไม้ที่มีความสูงราว1 เมตร จำนวน 4 แท่งด้วยกัน
ปลายด้านหนึ่งของเสาไม้นั้นเรียวแหลมส่วนอีกด้านมีผลึกเวทประดับอยู่มองดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนอุปกรณ์เวทมนตร์บางชนิด
‘นี่นะหรือหลักเขตแดนที่เ้าหมอนั่นพูดถึง..’
กัสขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางมองดูเสาไม้ในมือด้วยท่าทีที่เคร่งเครียดจริงจังเสาไม้ทั้ง 4 แท่งนี้มีมูลค่าถึง 100 DP เลยทีเดียว
หลังจากหมุนเสาไม้ในมือไปมาอยู่หลายรอบกัสก็เงยหน้าขึ้นและยิ้มให้เด็กสาวทั้งห้า
“ได้ของแล้วตอนนี้พวกเราก็ไปเลือกพื้นที่ที่จะสร้างกันดีกว่า”
เหล่าเด็กสาวส่งเสียงตอบรับอย่างสดใสพวกเธอไม่มีความสงสัยอะไรเลยสักนิดเนื่องจากครั้งนี้เป็ครั้งแรกสำหรับพวกเธอที่ได้เห็นการสร้างสิ่งก่อสร้างภายในดันเจี้ยน
พวกเธอไม่รู้ว่าวิธีที่กัสเลือกนั้นเป็วิธีที่พิเศษและต่างจากการเลือกแบบปกติ
กัสเดินนำเด็กสาวทั้งหมดออกไปจากบ้านพวกเขาเดินอ้อมแปลงผักไปตามเส้นทาง เดินข้ามสะพานไม้เล็กๆที่วางฟาดทางน้ำที่กว้างราว 1 เมตรไปจนถึงเตาเผา
เมื่อมาถึงกัสก็มองไปรอบๆจากนั้นจึงนำเอาบันทึกโลกิญญาออกมาแล้วเปิดระบบช่วยเหลือทำการวัดพื้นที่ด้วยมุมมองของิญญา
กัสยกบันทึกขึ้นมาแล้วขยับไปมาอย่างช้าๆเพื่อมองหน้าจอที่แสดงภาพจากมุมมองของิญญาออกมา
เขาให้คำสั่งต่างๆแก่บันทึกไม่นานนักภายในมุมมองของิญญาก็ปรากฏเส้นแสงสีขาวนวลตาออกมาและค่อยๆลากไปมาในจอภาพจนกลายเป็พื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีความกว้างยาวไม่เท่ากัน
กัสใช่มุมมองของิญญานี้มองไปยังดินแดนของเขาและค่อยๆขยับเส้นแสงในมุมมองไปยังด้านข้างของเตาเผา
“อิจิโกะ..พวกเ้าช่วยข้าย้ายกองดินออกไปหน่อยสิออกไปสัก 3 เมตร น้องข้า เ้าช่วยข้าย้ายกองฟืนออกไปด้วย ย้ายออกไปสัก 5 เมตรออกไปทางซ้ายนั่นละ...”
ภาพจากมุมมองของิญญานั้นมีเส้นสีขาวลากผ่านพื้นที่ตีกรอบเป็พื้นที่สี่เหลี่ยมตามที่กัสออกแบบเอาไว้ในตอนแรก
ในมุมมองนี้กัสได้เห็นการวัดพื้นที่อย่างละเอียดด้วยััของิญญาทำให้เขาสามารถกำหนดขนาดของพื้นที่ได้อย่างแม่นยำจนได้พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สมบูรณ์
คิดแล้วกัสก็นึกขอบคุณวิชาคณิตศาสตร์ที่ตระกูลของเขาบังคับให้เรียนอย่างบอกไม่ถูกนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะได้มีโอกาสมาใช้ในตอนนี้
‘ถ้าไม่มีบันทึกโลกิญญาแล้วข้าจะสร้างสิ่งก่อสร้างที่สมบูรณ์ได้ยังไงนะ’
ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ของกัสอยู่ในระดับพื้นฐาน เขาพอคำนวณได้โดยไม่พลาดและรู้จักรูปทรงเรขาคณิตอยู่บ้าง
แต่ถ้าเขาไม่มีบันทึกโลกิญญาช่วยแล้วละก็กัสคงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้เพราะไม่มีอุปกรณ์ช่วยวัดใดๆ ทั้งสิ้นหรือต่อให้มีด้วยทักษะที่ต่ำต้อยของเขา การวัดของเขาคงไม่แม่นยำเท่ากับการวัดด้วยบันทึกโลกิญญา
กัสและเด็กสาวใช้เวลาอยู่นานในการขนย้ายสิ่งของต่างๆในพื้นที่ออกไปจนกระทั่งพื้นที่ทั้งหมดว่างเปล่ากัสก็ยกบันทึกโลกิญญาขึ้นมาอีกครั้ง
คราวนี้กัสส่งเสาไม้ทั้ง4 แท่งให้กับเด็กสาว แล้วออกคำสั่งให้พวกเธอปักเสาไม้ลงในจุดที่เขาบอกอย่างละเอียด
การสั่งโดยที่ไม่สามารถลงมือด้วยตัวเองนั้นลำบากไม่ใช่น้อยกัสต้องคอยควบคุมเด็กสาวอย่างละเอียดต้องบอกอย่างใจเย็นเพื่อให้พวกเธอขยับไปยังตำแหน่งที่เขามองเห็นผ่านบันทึกโลกิญญา
เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่แม่นยำที่สุดกัสใช้เวลาอยู่นานกว่าจะสามารถปักเสาเขตแดนทั้งสี่ลงไปบนพื้นดินได้
สุดท้ายเขาก็ปักมันลงไปจนหมดครบทั้ง4 เสาจนได้พื้นที่ที่สี่เหลี่ยมผืนผ้ามีความกว้าง 10 เมตรและความยาว 20 เมตรซึ่งผิดจากขนาดของสิ่งก่อสร้างที่แสดงอยู่ในรายการ
‘หวังว่ามันจะได้ผลนะเพื่อนยาก..ไม่เช่นนั้นข้าคงเสียใจแย่’
แม้ภายนอกของกัสจะสงบมากและดูเหมือนมั่นใจเต็มเปี่ยมในการใช้หลักเขตแดนเพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างแทนที่จะใช้วิธีสร้างแบบพื้นฐานที่จะสุ่มตำแหน่งของสิ่งก่อสร้างลงในดินแดน
เปลือกนอกเขาดูสงบและมั่นใจแต่ในใจของกัสตอนนี้เครียดขนาดไหนเกรงว่าไม่มีใครเข้าใจได้เพราะว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเกินจากความเข้าใจของทุกคนที่รู้จักเขา
กัสใช้ความรู้จากชีวิตก่อนในการสร้างสิ่งก่อสร้างในครั้งนี้และที่มาของความรู้ที่เขาใช้ก็มาจากเพื่อนร่วมอาชีพจากชีวิตก่อนของเขา
สิ่งนี้เปรียบได้กับความลับและมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ในอดีตส่วนที่เขาได้มานั้นมาจากความผิดพลาดของเพื่อนคนหนึ่งที่มีชะตากรรมเดียวกันกับเขา
การสร้างพื้นที่แบบกำหนดเองจะได้หลักเขตแดนมาทั้งสิ้น4 แท่ง ทั้ง 4 แท่งคืออุปกรณ์ในการกำหนดขอบเขตของสิ่งก่อสร้าง
ทั้งนี้มันสามารถปักให้กลายเป็รูปร่างแบบไหนก็ได้และนั่นทำให้มันเกิดปัญหา
เพื่อนของเขานั้นปักเสาไม่ถูกต้องและทำให้มันเบี้ยวไปจนเสียรูปทรงของสี่เหลี่ยมผลที่ได้คือสิ่งก่อสร้างที่บิดเบี้ยวและไม่อาจใช้งานได้อย่างที่ควรจะเป็
ทว่าผลลัพธ์ในครั้งนั้นทำให้สหายของเขารู้ความลับของการสร้างสิ่งก่อสร้างด้วยวิธีกำหนดเอง
ความลับที่ว่าก็คือการสร้างสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดปกติเช่นเดียวกับที่กัสทำอยู่ในตอนนี้ เขาได้สร้างโรงปั้นพื้นฐานที่มีความกว้าง 10เมตร แต่มีความยาวถึง 20 เมตรซึ่งเท่ากับว่ามันมีพื้นที่มากกว่าสิ่งก่อสร้างพื้นฐานถึงหนึ่งเท่าตัว
เมื่อแสงสว่างปรากฏขึ้นเบื้องหน้ารอยยิ้มของกัสก็ยกสูงขึ้นพร้อมกันนั้นความกังวลใจก็สลายหายไปพร้อมกัน
ทันทีที่แสงสว่างปรากฏนั่นคือสัญญาณของการเริ่มต้นการก่อสร้างของสิ่งก่อสร้างไม่นานนักมันก็ก่อตัวเป็รูปร่างและกลายเป็โรงปั้นพื้นฐานแบบเดียวกับที่เขาได้เห็นจากหน้าต่างข้อมูล
โรงปั้นพื้นฐานมีสภาพเป็เพิงที่ไม่มีผนังภายในเปิดโล่งทั้งสี่ด้านที่ด้านข้างมีเตาเผาขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่กินพื้นที่ไปถึง 25 ตารางเมตร คิดแล้วเท่ากับพื้นที่ 1 ใน 4ของพื้นที่ทั้งหมดของโรงปั้นในขนาดมาตรฐานเลยทีเดียว
ตัวเตาเผานี้มีคุณภาพดีกว่าเตาเผาที่กัสสร้างไม่รู้ตั้งเท่าไหร่โครงสร้างก่อจากอิฐสีขาวออกเทาเรียงซ้อนกันอย่างเป็ระเบียบและมีความสูงจรดหลังคาซึ่งสูงกว่า3 เมตรเสียอีก
พื้นของโรงปั้นถูกยกสูงและสร้างขึ้นมาจากหินซึ่งที่เป็เนื้อเดียวกันทั้งแผ่นมองดูสะอาดและแข็งแรงเป็อย่างมาก
พอมองเข้าไปภายในจะเห็นเก้าอี้และแท่นหมุนวางอยู่บริเวณกึ่งกลางของโรงปั้นโดยมีการกั้นพื้นที่ด้วยบ่อน้ำและบ่อดินทั้งซ้ายและขวารวมไปถึงขั้นวางขนาดเล็กที่โอบล้อมเอาไว้ทั้งสองด้านจนเหลือทางเข้าออกเพียงทางเดียวทำให้เกิดเป็พื้นที่ที่ดูเป็ส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
ส่วนอีกด้านหนึ่งตรงข้ามกับเตาเผาเป็บ่อหินขนาดใหญ่ที่มีความกว้างถึง3 เมตรและมีความยาว 10 เมตร ซึ่งตามปกติแล้วมันควรจะอยู่ใกล้ๆกับแท่นหมุนและพื้นที่ของช่างปั้นแต่เพราะการสร้างที่จงใจยืดความยาวออกไปทำให้บ่อหินอยู่ห่างออกไปอีกหลายเมตรและมีพื้นที่ว่างบริเวณตรงกลางมากกว่าครึ่งของพื้นที่ทั้งหมด
ขนาดของสิ่งก่อสร้างถูกขยายให้ใหญ่กว่าเดิมหนึ่งเท่าตัวทว่าขนาดของอุปกรณ์นั้นยังคงปกติ
เตาเผามีขนาดที่ปกติบ่อหินเองก็ปกติที่ทำงานของช่างปั้นเองก็ปกติจนทำให้มันเหลือพื้นที่ว่างมากกว่าครึ่งเพราะการขยายตัวของสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่กว่าปกติเท่าหนึ่ง
เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ได้กัสก็ยิ้มกว้างด้วยความพอใจพื้นที่ว่างที่เพิ่มเข้ามานี้ทำให้กัสสามารถซื้ออุปกรณ์เพิ่มได้โดยไม่จำเป็ต้องขยายพื้นที่ของโรงปั้นก่อนอย่างที่ควรจะเป็
แต่เขาสามารถซื้อเพิ่มลงไปได้เลยจนกว่าพื้นที่ว่างที่เพิ่มขึ้นมาอีก100 ตารางเมตรจะถูกใช้จนหมด
คิดดูแล้วกัสก็ยิ้มกว้างด้วยความพอใจเป็ที่สุดและหัวเราะออกมาเบาๆซึ่งทำให้เด็กสาวทั้งห้าส่งเสียงหัวเราะตามไปด้วย
ตัวกัสกับเหล่าเด็กสาวนั้นหัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันกัสหัวเราะออกมาด้วยความสมใจที่เคล็ดลับของเพื่อนเก่าใช้งานได้
ส่วนเด็กสาวทั้งห้านั้นหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขที่ได้เห็นสิ่งก่อสร้างใหม่ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ดีใจที่สุดก็คงไม่พ้นอิจิโกะกับน้องสาวที่ดูจะตื่นเต้นเป็พิเศษและมีท่าทีกระตือรือร้นเป็ที่สุด
หลังจากเห็นโรงปั้นพื้นฐานก่อตัวจนเสร็จสมบูรณ์เด็กสาวทั้งห้าก็ไม่รอให้กัสเป็ผู้นำหากแต่วิ่งเข้าไปสำรวจโรงปั้นด้วยท่าทีที่สนอกสนใจเป็พิเศษ
“ว้าว เตาเผาใหญ่มากเลย!มีประตูปิดด้วย! ข้างในก็กว้างมีชั้นวางด้วยละ!!”
“ดูแท่นหมุนนี่สิ!! มันทำจากหินละแถมยังหมุนได้เร็วมากด้วย อะ! ไม่สั่นสักนิด!!”
“อุว้า..บ่อเก็บดินใหญ่สุดๆ แบบนี้พวกเราก็ไม่ต้องกองดินไว้ข้างนอกแล้วใช่ไหมคะ”
อิจิโกะกับน้องดูจะมีชีวิตชีวามากเป็พิเศษเนื่องจากพวกเธอนั้นมุ่งมั่นไปกับการปั้นมากกว่าคนอื่นจึงมีการตอบสนองต่อโรงปั้นมากกว่าเมื่อเทียบกับน้องสาวของกัส
ตัวกัสเองก็สนใจมากเช่นกันเพราะชีวิตก่อนเขาไม่เคยสร้างโรงปั้นมาก่อนเหมือนกันแต่เขาก็พอจะรู้รายละเอียดพื้นฐานต่างๆ ของโรงปั้นอยู่เล็กน้อย
หลายส่วนนั้นสามารถคาดเดาได้ด้วยการอ้างอิงจากโรงงานรูปแบบอื่นบางส่วนก็สามารถเข้าใจได้จากการมองดูไม่กี่ครั้ง
กัสมองดูเตาเผาอยู่นานโดยจับจ้องอยู่ที่ผลึกแก้วสีแดงที่อยู่ตรงประตูปิดของเตาเผา
‘ผลึกเวทไฟหรือไงกัน ทำอะไรได้ละเนี่ย’
แม้จะมีหลายส่วนที่กัสมองและเข้าใจได้ในทันทีแต่ก็มีหลายส่วนเหมือนกันที่มองดูแล้วไม่อาจเข้าใจได้นอกจากจะทดลองดูก่อน
อิจิโกะกับน้องสาวเองก็สำรวจกันอย่างตั้งใจพวกเธอพยายามศึกษาความพิเศษของโรงปั้นอย่างเต็มที่แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็มีเพียงน้อยนิด
หลังจากตรวจสอบโรงปั้นพื้นฐานกันได้นานหลายนาทีกัสก็หันกลับไปและออกคำสั่งกับทุกคนให้จัดการข้นย้ายสิ่งของกลับมาที่เดิม
กองดินเหนียวถูกโยนลงไปในบ่อหินเพื่อเก็บรักษาเอาไว้กระถางต้นไม้ที่ยังไม่แห้งก็ถูกนำมาวางไว้ตรงบริเวณด้านหลังของโรงปั้นเพื่อให้สะดวกแก่การขนย้ายเข้าสู่เตาเผาหลังจากมันแห้งดีแล้ว
การข้นย้ายข้าวของใช้เวลาไปเพียงชั่วโมงเศษเท่านั้นทุกอย่างก็เสร็จสิ้น โรงปั้นพื้นฐานก็พร้อมที่จะใช้งานแล้ว
ทันทีที่โรงปั้นพร้อมอิจิโกะก็เข้าประจำที่ในทันทีนิโกะเดินไปตักดินเหนียวที่เตรียมไว้แล้วมาหนึ่งถังเพื่อใช้ในการทดสอบการปั้นครั้งแรกซันโกะก็มานั่งเฝ้าข้างๆ เพื่อรอดูประสิทธิภาพของแท่นหมุนของโรงปั้น
ทุกคนมีท่าทีที่สนอกสนใจเป็พิเศษทำให้อิจิโกะหน้าแดงน้อยๆเพราะถูกทุกคนจ้องมองไม่วางตา แต่ไม่นานนักเธอก็เรียกสติกลับมาได้แล้วเริ่มทดสอบการปั้น
“อ๊ะ! นี่มันอะไรกัน”
ก่อนที่อิจิโกะจะได้เริ่มปั้นอย่างที่เธอตั้งใจไว้หน้าต่างข้อมูลก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของเธอทำให้การกระทำทั้งหมดของอิจิโกะหยุดชะงักไปทันที
นิโกะเองก็หยุดนิ่งไปด้วยความใทุกคนมีท่าทีสับสนและใเหมือนกันหมดเพราะไม่มีใครเคยเห็นหน้าต่างข้อมูลมาก่อน
มีเพียงกัสเท่านั้นที่เหมือนจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเขารีบเดินเข้าไปที่ด้านหลังของอิจิโกะทันทีแล้วมองดูหน้าต่างข้อมูลอย่างละเอียด
“แบบนี้เอง..สุดยอดเลยแฮะ มีตัวช่วยด้วย..ไหนลองดูสิอิจิโกะเ้าลองใช้สูตรดินพื้นฐานและงานปั้นพื้นฐานดูก่อนสิ”
หน้าต่างข้อมูลตรงหน้านั้นมีรายละเอียดที่ไม่มากเท่าไหร่นักมันมีส่วนของการเลือกดินและผลงานที่จะปั้นซึ่งเป็ตัวเลือกที่มีไว้เพื่อกำหนดขนาดของดิน
แม้จะยังสับสนอยู่บ้างแต่อิจิโกะก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากรายละเอียดในหน้าต่างข้อมูลมันมีน้อย
เธอทำตามที่กัสบอกกดนิ้วลงกลางอากาศด้วยท่าทางขัดๆ เล็กน้อยเพราะไม่ชินไม่นานนักบนแท่นปั้นก็มีดินปรากฏขึ้นมาก้อนหนึ่ง
อิจิโกะมองดูดินที่ปรากฏขึ้นมาด้วยความประหลาดใจจากนั้นก็เข้าใจและเริ่มลงมือปั้นอย่างชำนาญ
มือหนึ่งจุ่มน้ำและเริ่มนวดก้อนดินบนแท่นหมุนที่ค่อยๆหมุนด้วยความเร็วคงที่ทั้งยังมั่นคงไม่สั่นะเืเหมือนแท่นหมุนแบบง่ายๆที่ทำจากไม้ของกัส
พอได้ลงมือจริงสีหน้าของอิจิโกะก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วความง่ายในการปั้นนั้นมีมากกว่าตอนที่ใช้แท่นหมุนจากไม้หลายเท่านัก
การที่มันไม่สั่นนั้นทำให้อิจิโกะควบคุมการยืดหดของดินได้โดยง่ายทั้งยังควบคุมรูปทรงของมันได้ง่ายกว่าเดิมมาก
ไม่นานนักด้วยการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วของมือทั้งสองกระถางต้นไม้ที่มีขนาดเพียงครึ่งเดียวของกระถางต้นไม้ที่ปั้นตามปกติก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
อิจิโกะหยุดมือลงในทันทีแท่นหมุนก็ชะลอตัวลงและหยุดหมุนในที่สุดจนเผยให้เห็นผลงานที่สมบูรณ์และดูเรียบร้อยแตกต่างจากผลงานชิ้นก่อนๆ
นิโกะกับซันโกะส่งเสียงร้องออกมาเบาๆด้วยความทึ่ง กัสเองก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าน้อยๆ ด้วยความพึงพอใจ
แม้ว่า่หลังๆกัสจะไม่ได้เข้ามาดูเื่การปั้นของอิจิโกะกับน้องเท่าไหร่แต่เขาก็มักจะมองดูพวกเธอทำงานอยู่บ่อยๆจึงพอจะจำได้ว่าพวกเธอใช้เวลาเท่าไหร่ในการปั้นกระถางแต่ละใบ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดของอิจิโกะซึ่งมีต่อการปั้นกระถาง
‘เวลาลดลงไปเกือบครึ่งเลยหรอ’
แม้ว่ากระถางที่ปั้นจะมีขนาดเล็กกว่ามาก แต่กัสก็ยังประมาณเวลาได้อยู่แต่ก็ไม่มีทางเทียบกับนิโกะและซันโกะที่รู้มากกว่านั้น
สายตาของเด็กสาวทั้งสองจ้องมองไปยังแท่นหมุนด้วยความตื่นเต้นยินดีในขณะเดียวกันก็เริ่มวาดฝันถึงความชื่นชมจากกัสหากพวกเธอสร้างผลงานออกมาได้ดีขึ้นจากแทนหมุนเครื่องนี้
ในสายตากัสเวลาที่อิจิโกะใช้ในการปั้นลดลงไปครึ่งหนึ่งเพราะแท่นหมุนอันใหม่
แต่ในสายตาของอิจิโกะกับน้องสาวพวกเธอรู้ดีว่าเวลาลดลงไปจริงๆ นั้นมันมากกว่า 2 ใน 3เสียอีกเพราะว่าการปั้นครั้งนี้อิจิโกะไม่ได้ใช้ความเร็วเต็มที่ของเธอ