ทั้งสอง กายาแนบชิดสนิทกัน ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน ที่สว่างไสวเต็มไปด้วย โคมไฟลอยสู่ท้องฟ้านับพันดวง ยามค่ำคืนอันหนาวเหน็บกลับกลายเป็นความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งสองเคียงคู่กันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานไม่เอ่ยพูดคำใด ราวกับกาลเวลาได้แช่แข็งพวกเขาสองคนไว้
ก่อนจะมีเสียง เสียงหนึ่งกระแอมไอ ออกมาดัง "อะแฮ่ม อะแฮ่ม มันน่าจะเป็นช่วงเวลาดูโคมลอย ไม่ใช่หรือเหตุใดพวกเจ้าสองคน ถึงกอดกันตัวกลมเล่า"
เยว่ฉาน อี้เฉินที่ได้ยินเสียงของ ซีเยว่ นางรีบละตัวออกจากอ้อมอกของอี้เฉินในทันที แต่มือของพวกเขาสองคน ไม่ยอมแยกจากกัน จับมือกันไว้แน่น "พวกเจ้ามากัน ตั้งแต่เมื่อใด ข้าแค่ทักทายกันเฉยๆ"
หรั่นหลัน ที่เห็น เยว่ฉาน นางมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ก่อนเอ่ยพูดออกมาด้วยท่าทีไม่พอใจเท่าใด "พวกข้าพึ่งมาถึง เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"หรั่น
หลัน ตัวนางเคยเจอ เยว่ฉาน ที่สำนักเซียนมาก่อน ไม่คิดหญิงสาวที่งดงามเช่นนี้จะรู้จักอี้เฉินเป็นการส่วนตัว ตัวนางไม่รู้มาก่อนเลยว่า เยว่ฉาน กับ อี้เฉินจะมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้ตัวนางรู้สึกจุกหน้าอกอย่างบอกไม่ถูก อยากจะพูดก็พูดไม่ออก
"หรั่นหลัน นี่พี่เยว่ฉาน เจ้าคงเคยเห็นศิษย์พี่เยว่ฉานที่สำนักเซียน มาก่อนใช่หรือไม่ เจ้าควรทำความรู้จักกับนางไว้นะ"
หรั่นหลัน ตอนนี้นางรู้สึกกระอักกระอ่วนชอบกลก่อนที่นาง จะเดินจากไปโดยไม่พูดจาอะไร
"ข้าขอโทษแทนเพื่อนข้าด้วย พี่เยว่ฉาน เหมือนเพื่อนข้าจะแอบชอบใครบางคนแถวๆ นี้"
อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับหนังตากระตุก "ก่อนเอ่ยถาม แล้วซีเผิง กงหนาน เวินรั่วเจียงไปไหนแล้วละ ข้าไม่เห็นพวกเขามาพร้อมกับพวกเจ้าเลย"
ซีเยว่ยิ้ม ก่อนชี้นิ้วไปทิศทางริมทะเลสาบไกลๆ แต่สายตาของพวกนางสองคนไม่สามารถมองเห็นได้เนื่องจากระยะที่ไกลมากเกินไป มีเพียงอี้เฉินที่มองเห็น ซีเผิง กับกงหนาน สองคนเดินจับมือเคียงคู่อยู่ริมทะเลสาบไกลๆ ดวงตาของเขาทำให้มองเห็นระยะไกลได้เด่นชัด ก่อนเขาจะส่ายหัวออกมา
ซีเยว่เอ่ยขึ้น "ข้าเองก็ไม่รบกวนพวกเจ้าสองคนแล้ว หวังว่าจะมีงานมงคลเร็วๆ นี้"
ทั้งสองคนได้ยินถึงกับหน้าแดง พวกเขายังไม่คิดเรื่องนั้นแม้แต่น้อย สงครามเองก็ยังไม่จบสิ้นเป็นไปได้ที่จะตายตกก่อนจะได้สมหวัง
พวกเขาทั้งสองนั่งมองดูท้องฟ้ายามค่ำคืนอยู่อีกหลายพันลมหายใจ ก่อนที่เยว่ฉานจะเอ่ยถามเรื่องดวงตาอี้เฉิน เหตุใดมันถึงบังเอิญขนาดนี้ เหมือนดวงตาของอี้เฉินจะบาดเจ็บ
"ดวงตาของเจ้าไปโดนอะไรมางั้นหรือ ช่วยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่"
ทันทีที่อี้เฉินได้ยิน คำถามของนางเขามั่นใจได้ในทันที ชายชราผู้นำแคว้นเยว่คงไม่ได้บอกเรื่องดวงตาของนางเป็นแน่ "ข้าฝึกวิชาบางอย่าง จึงทำให้ข้าไม่สามารถควบคุมดวงตาได้อย่างใจนึก ท่านไม่ต้องเป็นห่วงดวงตาข้ายังอยู่ดี"
เยว่ฉานนางได้ยินก็เบาใจไม่เอ่ยซักไซ้ อี้เฉินอีกต่อไป ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกลับไปยังที่พักของตน หากมีคนรู้ว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กันคงเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก ตัวนางเองก็ไม่อยากทำให้อี้เฉินลำบากใจ
...รุ่งเช้าของวันใหม่ก็มาถึง หลายๆ คนที่ไปทำสงครามเริ่มออกไป แลกเปลี่ยนของที่แท่นศิลาศึกสงคราม ฝูงชนต่างเฝ้าดู ภาพที่ฉายอย่างไม่วางตา รอบๆ แท่นศิลาศึกสงครามเต็มไปด้วยความคึกคักฝูงชนแน่นขนัด ต่างพากันมาชมป้ายประจำตัวที่ฉายการต่อสู้สงครามอัน รุ่งโรจน์
"ดูนั้นเร็ว นั้นนายกองไป๋ซู่ เขาจะขยับไปอยู่อันดับที่เท่าไหร่ ตอนนี้เขาอยู่อันดับ ที่15ข้าว่าน่าจะขึ้นมาเลขหลักเดียวเป็นแน่"
หลายคนที่เห็นป้ายประจำตัวของไป๋ซู่ ที่ฉายฉากการต่อสู้ออกมา ต่างใจสั่นสะท้าน ด้วยความหวาดกลัว ช่างเป็นฉากการต่อสู้ที่ดุเดือดเสียจริง รายชื่อของไป๋ซู่ ถึงกลับไปอยู่ในอันดับที่9ในรายชื่อศิลาสงครามในทันที
"ข้าว่าแล้ว ไป๋ซู่ ทำได้ไม่เลวจริงๆ สมแล้วที่เป็นอันดับต้นๆ ของเหล่าอนุชนรุ่นเยาว์"
หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยพูดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ "ข้าชักชอบเขาเสียแล้วสิ" กลุ่มคนต่างให้ความสนใจ รายชื่อ20อันดับแรกในศิลาสงครามเป็นอย่างมาก ในแต่ละขั้นพลังมีเพียง 50ชื่อเท่านั้นที่ถูกสลักลงไปในศิลาสงคราม หากชื่อผู้ใดถูกสลักในศิลาสงคราม ก็จะถูกยกย่องเป็นอย่างมาก
"ดูนั่นเร็ว นั้นนายกองหลินซาง นายกองจางเล่ย พวกเขาสองคนอยู่ขั้นกษัตริย์ อันดับที่40กว่าๆ จะไปได้ถึงอันดับที่เท่าใด"
"ข้าเองก็อยากรู้ พวกเขาสองคนจะได้แต้มสงครามเท่าใด"
ศิลาสงคราม ฉายการต่อสู้ไม่นาน อันดับของ หลินซาน ก็ขึ้นไปอยู่อันดับ ที่30 ตัวหลินซานที่มองดูมีท่าทีไม่พอใจเท่าใด เขาคิดว่าอันดับของเขาควรไปได้ไกลกว่านี้ ตัวเขากำหมัดแน่นด้วยความเสียดาย หันไปมองอันดับของจางเล่ยในทันที
ทันใดเขาก็ต้องเบิกตากว้าง จางเล่ยถึงกับมีรายชื่อพุ่งขึ้นไปอยู่อันดับ ที่10ในทันที แม้แต่ฝูงชนที่อยู่รอบๆ ยังเบิกตากว้างอ้าปากค้าง พากันพูดคุยไม่ขาดสาย
หลายๆ คนที่เห็นต่างพากันไปแลกแต้มกันอย่างสนุกสนานเหมือนเป็นการแข่งขัน กันอย่างไรอย่างนั้น
"ดูนั่นเร็ว นายกองซีเอ๋อร์ เขาอยู่อันดับที่3ไม่ใช่หรือ เขาจะขึ้นไปอันดับหนึ่งได้หรือไม่"
"ข้าว่ามีโอกาสอยู่นะ จ้าวอี้เทียนไม่ได้ไปร่วมสงครามคราวนี้ เป็นไปได้ที่อันดับหนึ่งจะถูกช่วงชิงไป"
ซีเอ๋อร์นำป้ายชื่อไปแตะที่แท่นสงคราม ฉากการต่อสู้ถูกฉายออกมาให้เหล่าฝูงชนได้ดู ไม่นานรายชื่อของเขาก็ไปหยุดที่อันดับ 2 เขามองด้วยความเสียดายไม่คิดว่ารายชื่อของเขา จะมาหยุดอยู่เพียงแค่อันดับ2 ก่อนเขาจะแลกสมุนไพร มาบ่มเพาะขั้นพลังด้วยความเสียดาย
ฝูงชนที่ชมดูต่างพากันเสียดาย นึกว่าวันนี้พวกเขาจะได้เห็นอันดับหนึ่งของเหล่าอนุชนคนใหม่ถือกำเนิด
กลุ่มจอมยุทธดินแดนเซียนต่างพากันหัวเราะ "นายน้อยข้ายังอยู่อันดับ1 ฮ่าๆ ยังเร็วเกินไปซีเอ๋อร์ที่เจ้าจะแซงหน้านายน้อยข้า"
กลุ่มคนดินแดนศักดิ์สิทธิ์เอ่ยค้านทันที จนรอบๆ เกิดจลาจลเล็กๆ "ข้าว่าอีกไม่นานนายน้อยซีเอ๋อร์ของข้าจะต้องขึ้นเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน" พวกเขาทั้งสองดินแดนต่างไม่มีใครยอมใคร แต่ก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือกันแต่อย่างใด พวกเขาตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเป็นพันธมิตรกันแต่ก็ยังมีความบาดหมางกันอยู่
"ดูนั้นเร็ว นายกอง ซีเผิงที่อยู่อันดับ 7 เขาจะไปได้ถึงอันดับที่เท่าใดกัน ข้าว่ามีโอกาสไปติดหนึ่งใน3อันดับแรก"
"ข้าว่า คงขึ้นไปอยู่อันดับที่ 4ได้"
"ข้าก็คิดเช่นนั้น"
ไม่นานภาพที่ฉายฉากสงครามก็จบลง ฝูงชนต่างจับตาไปที่หินศิลาศึกสงครามชื่อของ ซีเผิง จะไปอยู่อันดับที่เท่าไหร่ แต่แล้วพวกเขาก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้างชื่อของ ซีเผิงพุ่งขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งอย่างรวดเร็ว รอบๆ ถึงกับเงียบสงัดไปอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมีคน ขยี้ตาแรงๆ ดูอีกครั้ง
รอบๆ ต่างพากันพูดคุยเสียงดังอึกทึกครึกโครม "เป็นไปได้อย่างไร ซีเผิงเป็นอันดับหนึ่งของอนุชนรุ่นเยาว์งั้นหรือ" พวกเขาหลายคนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
ซีเอ๋อร์ยกยิ้มให้ ซีเผิงก่อนเอ่ยพูด "ไม่เลว ไม่เลว ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะข้ามหัวข้าไปทั้งแบบนี้"
ซีเผิงยกยิ้ม"ข้าจะถือเป็นคำชมของเจ้าแล้วกันซีเอ๋อร์ มันเป็นเพียงอันดับการทำสงครามใช่ว่าจะเป็น อันดับความแข็งแกร่ง"
นายกองหลายๆ คนที่ได้ยินซีเผิงพูด พวกเขาต่างพยักหน้ารับ เห็นด้วยกับคำพูดของ ซีเผิง ก่อนที่ หลายๆ กลุ่มจะเริ่มทยอยเดินจากไปทีละน้อย เหล่านายกองที่พวกเขาสนใจต่างแลกแต้มกันไปจนหมดเหลือเพียง แต่เหล่าทหาร
อี้เฉิน เดินเข้าไปใกล้แท่นศิลาศึกสงครามต่อจาก ซีเผิงในทันที หมายมั่นเข้าไปแลกแต้มสงครามเป็นสมุนไพรเพิ่มความเร็วในการหยั่งรู้ คิดเพิ่มประสบการณ์ความรู้ ให้ตกผลึกโดยไว อีกไม่นานสงครามคงขยายใหญ่จนขั้นพลังวีรชนไม่มีประโยชน์อีกต่อไป จอมยุทธคนใดที่ตามขั้นพลัง ไม่ทันจะถูกทิ้งไว้ด้านหลังในทันที ตัวอี้เฉินไม่สนใจรายชื่ออันดับในศึกศิลาสงครามแม้แต่น้อยแถมการต่อสู้ครั้งนี้ของเขาก็เป็นสงครามครั้งแรกยากที่จะมีชื่อสลักอยู่
แต่ทันใด ฝูงชนก็ต้องเบิกตากว้าง กับภาพฉากการต่อสู้ของอี้เฉินที่ฉายออกมา
ก่อนที่แท่นศิลาสงครามจะส่องแสงขึ้นมามันบ่งบอกเพียงว่า เป็นเพียงทหารใหม่เพียงเท่านั้น
หลายๆ คนเริ่มละสายตาจากอี้เฉิน ไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อพวกเขาเห็นรายชื่ออี้เฉิน ถูกสลักขึ้นไปบนแท่นศิลาสงคราม ฝูงชนต่างใจสั่นสะท้าน เบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
"เขาใช่ ทหารใหม่จริงๆ งั้นหรือ เหตุใดเพียงการร่วมสงครามครั้งแรก กลับมีชื่อถูกสลักลงไปใน ศิลาสงครามได้"
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ "เพียงร่วมสงครามครั้งแรก อันดับพุ่งไปถึงอันดับที่25เลยงั้นหรือ"
ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยพูด"ไอ้หมอนี้มันฆ่าศัตรูไปกี่คนกัน เพียงแค่เข้าร่วมสงครามครั้งแรก มันก็ไปอยู่อันดับที่25แล้ว" ฝูงชนต่างใจสั่นสะท้าน ไม่อยากคิดภาพ
แต่เหล่านายกองที่ยังดูอยู่ต่างไม่แปลกใจ พวกเขาล้วนเห็นการต่อสู้ของเด็กหนุ่มผมขาว กลับตาตัวเอง ทำให้ไม่แปลกใจมากนักที่อี้เฉินจะติดอันดับ
ฝูงชนหลายๆคนต่างแปลกใจ แถมชื่ออี้เฉินเองก็ทำให้พวกเขาคุ้นเป็นอย่างมาก มีแม้แต่บางคนถึงกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ขยี้ตาอยู่หลายครั้ง เพื่อดูให้ชัดๆ
รอบด้าน เกิดความฮือฮาฝูงชนต่างพากันพูดคุยไม่หยุด ข่าวลือที่ได้ยินมา เริ่มลอยเข้ามาในหัวสมองของพวกเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มผมขาวที่เป็นตัวแปรสำคัญในการยึดแคว้นเล่ย กับภาพของเด็กหนุ่มที่ได้อันดับสองในการประลองสงครามร้อยแคว้น ของหลายๆ คนก็ผุดขึ้นมาทันใด
มีบางคนเริ่มจำใบหน้าอี้เฉินได้ พูดออกมาด้วยความตกใจ"เจ้าๆ อี้เฉิน นี่เอง ไอ้เด็กที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่เมื่อวันวาน ข้าก็นึกว่ามันตายกลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว"
"เป็นเขานี่เอง ข้าก็ว่าคุ้นๆ ชื่อนี้อยู่"
หญิงสาวเอ่ยพูด "ข้าก็ว่า ใบหน้าของเด็กหนุ่มผมขาว มันคุ้นๆชอบกล ที่แท้เขานี่เองคนที่ได้อันดับสองในการประลองครั้งนั้น"
หลายๆ คนเริ่มบ้าคลั่งเมื่อรู้อี้เฉินเป็นใครมองมาด้วยแววตาดุร้ายราวจะกินเลือดกินเนื้อ แต่บางคนก็มองด้วยความสรรเสริญ ยำเกรงในตัวอี้เฉิน จนทำให้รอบๆ เกิดจลาจลเล็กๆ
อี้เฉินที่แลกสมุนไพรเรียบร้อย เขาเข้าไปในจวนที่พักทหารของ ซีเผิงในทันที หากอยู่นานตัวเขาได้เป็นเป้าให้พวกเหล่าทหารซ้อมเป็นแน่ ตัวเขาเองก็ไม่คิดชื่อของเขาจะไปติดอันดับที่25 จนทำให้เกิดความวุ่นวายเช่นนี้
แม้แต่พวก ซีเผิง ซีเอ๋อร์ จางเล่ย ที่อยู่ดูข้างๆ ยังส่ายหัวไม่คิดเพียง ฝูงชนรู้ความจริงจะทำให้หลายๆ คนบ้าคลั่งขนาดนี้ ไอ้หมอนี่มันไปทำเรื่องให้คนโกรธแค้นอะไรไว้นักหนา พวกเขาทั้งสามต่างถอนหายใจยาวออกมา