สวรรค์นิรันดร์กาล

    ก้อนหินประหลาด

            ในเสี้ยวพริบตาการเคลื่อนใหวที่รวดเร็วของฉางเฟิงได้โจมตีออกไปแล้ว5 ครั้ง อัจฉริยะทั้งห้าต่างนอนแน่นิ่งไม่สามารถลุกขึ้นมาได้เพราะได้รับบาดเจ็บ

            “แล้วเจ้าไม่ได้มาทดสอบพลังของข้างั้นหรือ”ฉางเฟิงมองไปที่เมิ่งฝู่

            “ไม่แน่นอนตอนนี้ข้าได้รู้แล้วว่าต่อให้ข้าลงมือก็ไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้ดังนั้นขอไม่ทำให้ตัวเองขายหน้าดีกว่า”เมิ่งฝู่ยิ้มออกมา

            ฉางเฟิงหรี่ตาลงนิกายซากศพเป็นพวกรับมือยากจริงๆเมิงฝู่คนนี้เป็นคนเจ้าเล่ห์อย่างไม่ต้องสงสัยใช้พวกโจวฟ่านเป็นหนูทดลองพลังของฉางเฟิงโดยที่ตัวเองไม่ต้องทำอะไร

            “ถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกเจ้าก็ออกไปเถอะ”ฉางเฟิงกล่าว

            “ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวลา”เมิ่งฝู่หันหลังและจากไป

            “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าแอบตามเจ้าพวกนี้มารีบนำพวกมันออกไปซะ”ฉางเฟิงกล่าว

            “ฟุบ!!!!”พริบตาระดับราชัน 10 คนได้ปรากฏตัวและอุ้มร่างของพวกโจวฟ่านเอาไว้ก่อนจะมองฉางเฟิงด้วยสายตาเย็นชาและจากไป

            “เป็นข้าบกพร่องที่ไม่รู้ถึงการคงอยู่ของอีกฝ่าย”ผู้อาวุโสนิกายบุปผาที่เป็นระดับจักรพรรดิกล่าวขึ้น

            “ไม่แปลกหรอกเจ้าพวกนั้นเป็นระดับจักรพรรดิกันทั้งหมดนั่นแหละแค่ผนึกพลังของตัวเองเอาไว้และใช้สมบัติปกปิดกลิ่นอายเลยยากที่จะตรวจสอบได้แต่โชคร้ายที่พวกมันเผยจิตสังหารออกมาตอนที่ข้าใช้ทักษะเซียนออกมาทำให้ข้ารู้ตัว”ฉางเฟิงกล่าว

            “ถ้าเช่นนั้นข้าจะรายงานท่านซงเทียนและท่านจักรพรรดิสุราเอาไว้”ผู้อาวุโสนิกายบุปผารีบรายงานทันที

            เพราะการที่ระดับจักรพรรดินับ10 คนแอบเข้ามาได้นั้นเป็นเรื่องใหญ่ ซงเทียนที่ได้ข่าวก็รีบจัดกำลังคนคอยตรวจสอบให้มากขึ้นและจักรพรรดิสุรายังเป็นคนคอยจับตาระดับจักรพรรดิทั้ง10 ด้วยตัวเอง

            ฉางเฟิงเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะถ้าเกิดเรื่องจริงๆแค่เปิดใช้ค่ายกลสังหารในเมืองก็พอต้องรู้ก่อนว่าค่ายกลที่ฉางเฟิงติดตั้งให้กับอาณาจักรสวรรค์เป็นค่ายกลโบราณที่ซีรั่วหยานสอนอานุภาพของมันรุนแรงจนสามารถสังหารระดับจักรพรรดิได้

            “ดูเหมือนว่าพวกนางทั้งสามคนกำลังฝึกฝนอย่างหนักอยู่”ฉางเฟิงเข้าไปถามซีรั่วหยานหลายครั้งเกี่ยวกับพวกมู่หลานแต่นางก็บอกเพียงว่ากำลังฝึกอยู่ฉางเฟิงจึงทำอะไรไม่ได้

            วันงานประมูลฉางเฟิงได้รับข้อความจากหลานโหลวดูเหมือนว่าจะมีคนนำสมบัติแปลกๆมาประมูลและจากที่นางตรวจสอบแล้วกลับไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใดนี่ทำให้ฉางเฟิงค่อนข้างสนใจและตกลงยอมเข้าร่วมประมูล

            “ดูเหมือนผู้คนจะมากเกินไปนะเนี่ย”ฉางเฟิงที่มาถึงหอสมบัติก็แปลกใจ

            เพราะคนที่เข้ามาในหอสมบัติมีมากจนคนแออัดกันแล้วฉางเฟิงมาถึงย่อมได้รับการต้อนรับอย่างดี สถานะนักปรุงยาระดับ 6 นั้นมีสถานะสูงกว่าระดับจักรพรรดิทั่วไปเสียอีก

            “ปรมาจารย์ฉางเชิญห้องพิเศษด้านบนสุดได้เลย”พนักงานรีบพาฉางเฟิงไปทันที

            เมื่อไปถึงก็เจอกับหลานโหลวและอี้หยุนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

            “นึกว่าข้าจะได้ห้องส่วนตัวเสียอีก”ฉางเฟิงยกยิ้ม

            “อะไรกันคุณชายฉางเฟิงไม่ดีใจงั้นเหรอที่มีหญิงงามถึงสองคนมาคอยให้บริการ”หลานโหลวยื่นขาเรียวยาวออกไปเพื่อยั่วยวนฉางเฟิง

            “นั่นก็ต้องดูว่าแม่นางหลานคิดจะบริการข้าในรูปแบบใหน”ฉางเฟิงเองก็ยกยิ้มชั่วร้ายออกมา

            “พวกท่านหยุดเล่นกันได้แล้ว”อี้หยุนถอนหายใจ นาบรู้ทั้งสองไม่ได้คิดอะไรจริงจังและชอบพูดหยอกล้อกันเท่านั้น

            “เฮ้ออี้หยุนของเราชั่งน่าเบื่อยิ่งนัก” หลานโหลวกล่าว

            “เอาละการที่แม่นางหลานเรียกข้ามาแบบนี้แสดงว่าของชิ้นนั้นต้องน่าสนใจใช่หรือไม่”ฉางเฟิงกล่าว

            “ไม่ผิดจากการประเมินของทางเราก้อนหินขนาดใหญ่เท่ากับคนๆหนึ่งก้อนนั้นมีพลังงานชีวิตอยู่ข้างใน”หลานโหลวกล่าว

            “หมายถึงอาจจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ด้านในงั้นเหรอ”ฉางเฟิงแปลกใจ

            “ใช่แต่จากการประเมินหินก้อนนี้ผ่านกาลเวลามานานมากแล้วจนไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันนานเท่าไหร่และการที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ข้างในมันก็ค่อนข้างแปลกทำให้ผู้ที่พบมันกลัวว่าสิ่งมีชีวิตข้างในจะทรงพลังเกินไปและควบคุมไม่ได้จึงตัดสินใจขาย”

            “แบบนี้นี่เองมันน่าสนใจจริงๆนั่นแหละ แต่ถ้าหากข้างในนั้นเป็นสิ่งชั่วร้ายละ” ฉางเฟิงกล่าว

            “นั่นก็เท่ากับว่าพวกเราโชคร้าย”

            “แล้วผู้ขายมีเงื่อนไขอะไรในการประมูลสิ่งนั้น”อี้หยุนกล่าว

            “เขาไม่ได้สนใจแค่ศิลาปราณของแค่ของสิ่งนั้นถูกใจเขาเขาก็พร้อมจะแลกเปลี่ยน” หลานโหลวยกยิ้มและมองไปที่ฉางเฟิง

            “ชายคนนั้นเป็นระดับจักรพรรดิสินะ”ฉางเฟิงกล่าว

            “ไม่ผิดแถมยังเป็นระดับจักรพรรดิที่อายุขัยใกล้จะหมดแล้วดังนั้นเจ้าน่าจะมีโอกาสที่จะแลกเปลี่ยนสำเร็จสูง”หลานโหลวกล่าว

            “พอดีเลยข้ามีเม็ดยาชีวาเหลืออยู่ 1 เม็ด” ฉางเฟิงกล่าว

            เม็ดยาชีวานั้นฉางเฟิงปรุงให้กับซีรั่วหยานเพราะเม็ดยาชีวาไม่เพียงแต่มีความสามารถในการรักษาแต่มันยังช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตที่เสียหายและต่ออายุขัยได้ถึง30 ปี

            “เม็ดยาชีวาจริงๆงั้นเหรอไม่ใช่ว่ามันเป็นเม็ดยาในตำนานหรอกเหรอ” อี้หยุนตื่นเต้นและขอฉางเฟิงดูเม็ดยาทันที

            ฉางเฟิงก็ไม่ตระหนี่และมอบให้กับอี้หยุนตรวจสอบ

            “สมแล้วจริงๆแล้วเม็ดยาที่เจ้านำมาประมูลนั้นเป็นเม็ดยาอะไร” อี้หยันกล่าวแม้จะมีข่าวลือมาบ้างแต่นางก็อยากจะได้ยินจากปากของฉางเฟิง

            “เม็ดยาจักรพรรดิ”ฉางเฟิงกล่าว

            “เม็ดยาที่ช่วยให้ระดับราชันทะลวงระดับจักรพรรดิงั้นเหรอไม่แปลกใจเลยที่พวกสี่นิกายใหญ่และราชวงศ์โจวจะพากันส่งรุ่นเยาว์มา”  

            เพราะสำหรับนิกายใหญ่และจงโจวพวกโจวฟ่านถือเป็นเสาหลักในอานาคตและถ้าพวกโจวฟ่านทะลวงระดับจักรพรรดิได้พลังของพวกเขาก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

            “และเพราะแบบนั้นแม้แต่นิกายซากศพยังนิ่งเฉยไม่ได้”หลานโหลวยกยิ้ม

            “แล้วสำหรับเจ้านิกายซากศพเป็นอย่างไร”ฉางเฟิงกล่าว

            ฉางเฟิงสนิทกับพวกนางไม่น้อยจึงพอรู้ว่าแท้จริงแล้วหลานโหลวไม่ได้เกิดที่นี่นางมาจากทวีปอื่นนั่นก็คือทวีปเซียน

            “พวกชั่วร้ายที่ถูกทำลายไปแล้วเท่านั้นเองถึงแม้พวกมันจะเป็นใหญ่ในทวีปนี้ได้แต่ก็อย่าหวังว่าจะกลับทวีปเซียนได้เพราะทันทีที่พวกมันคิดตระกูลเซียนและนิกายเซียนจำนวนมากจะส่งคนมาทำลายพวกมันอีกครั้งแม้แต่ฝ่ายวิถีมารเองก็ยังไม่ยอมรับตัวตนของพวกมัน”หลานโหลวกล่าว

            “เป็นแบบนี้นี่เองไม่แปลกที่พวกมันจะโจมตีไม่เลือกหน้า” ฉางเฟิงเข้าใจทันที

            วิถีมารแม้จะชั่วร้ายแต่ก็ไม่ถึงขั้นนำศพคนตายมาใช้และยิ่งเป็นการขุดศพของบรรพชนยิ่งเป็นสิ่งที่ยากจะให้อภัยดังนั้นนิกายซากศพถึงไม่ถูกจัดอยู่ในวิถีมาร

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน