“อ๊ากๆ ๆ…” อู๋เฟิงใจนกรีดร้อง “ไอ้คนแซ่เซี่ย ข้าไม่ปล่อยเ้าไปแน่”
เซี่ยเหยียนกลับทำหูทวนลม แล้วหันไปพยักหน้าให้พ่างหลานที่อยู่ข้างๆ นกกระพือปีกพรึบก่อนจะพุ่งดิ่งลงไปและรับอู๋เฟิงไว้กลางอากาศอย่างมั่นคง
เซี่ยเหยียนมองไปทางอีกสองคนที่ดื้อดึง “พวกเ้าล่ะ”
“ข้าจะอยู่” หลินอิ่งกล่าว
องค์รัชทายาทไม่ได้พูดอะไรแล้วก็ไม่ได้ขยับเขยื้อน เจตนาชัดเจน
“งั้นพวกเ้าก็อยู่ไป”
“ท่านเซียน ตอนนี้พวกเรามีพลังเวทย์ ช่วยท่านได้” หลินอิ่งพูด
“ด้วยพลังน้อยนิดของพวกเ้าตอนนี้น่ะหรือ”
หลินอิ่ง “......” ท่านเซียนเซี่ยกำลังดูถูกพลังเวทย์พวกเขา
องค์รัชทายาท “......” คันไม้คันมือ อยากต่อยคนชะมัด
เซี่ยเหยียนหยิบเอายันต์วิเศษใบหนึ่งออกมาจากถุงเฉียนคุน ยันต์วิเศษขยายขนาดใหญ่ในทันทีจนเกือบดันเขาตกต้นไม้
หลินอิ่ง “......” ก็ได้ ตอนนี้ท่านเซียนผู้เซี่ยมีสิทธิดูถูกพวกเขา
ยันต์วิเศษที่เซี่ยเหยียนหามาได้เก็บกักพลังิญญาเอาไว้ และแปรเป็พลังเวทย์ด้วยพู่กันพิพากษา พลังเวทย์พวกนี้ที่เขาใช้ในยามปกติก็ไม่ได้ดูมีอานุภาพอะไร แต่ตอนนี้…ทรงพลังมาก!
เซี่ยเหยียนยืนให้มั่น มือขวาคลำพู่กันพิพากษาออกมาจากเอว ปลายพู่กันไล้พาดผ่านไปบนยันต์วิเศษ ปากก็ท่องไปด้วย “ไป” เซี่ยเหยียนก็หายวับไปทันที
แต่พอเขาเห็นจุดที่ตัวเองปรากฏตัวก็แทบจะร้องไห้ ให้ตาย ยอดต้นไม้รึ เขายืนอยู่บนกิ่งที่สูงที่สุด ลมเย็นพัดผ่านพาให้เขาไหวเอนไปตามกิ่งไม้
เขาได้แต่หยิบยันต์วิเศษออกมาอีกใบด้วยน้ำตานองหน้าแล้วกลับไปที่เดิม
องค์รัชทายาทกับหลินอิ่งรู้สึกเพียงว่าตรงหน้าว่างเปล่า แล้วก็มีภาพมัวๆ เซี่ยเหยียนหายไปแล้วก็ปรากฏขึ้นอีก ช่องว่างเวลานั้นเพียงชั่วพริบตา
“ท่านเซียน ท่านทำอะไร” หลินอิ่งถามอย่างไม่เข้าใจ
เซี่ยเหยียนออกจะเขินอยู่สักหน่อย “ข้าควบคุมพลังได้ไม่ดีก็เลยไปโผล่อยู่บนยอดต้นไม้”
“พรืด” องค์รัชทายาทอดหัวเราะเสียงดังไม่ได้ “วิวบนยอดไม้เป็อย่างไร”
“ดีมาก” เซี่ยเหยียนอดกลอกตาไม่ได้ แต่ในใจกลับเสียดายอย่างสุดซึ้ง ยันต์วิเศษสองใบเลยนะ เสียไปเปล่าๆ แบบนี้เลย
ความจริงจะโทษเซี่ยเหยียนก็ไม่ได้ เวลาเซียนฝึกฝนอาคมก็ล้วนฝึกในยามที่ขนาดร่างกายปกติ มาตอนนี้ทุกคนล้วนตัวเล็กลง พลังเวทย์ยังใช้ได้แต่น้อยนิดมาก ดังนั้นองค์รัชทายาทและหลินอิ่งต่างก็ไม่สังเกตเห็นข้อนี้
แต่เซี่ยเหยียนต่างออกไป พลังิญญาและพลังเวทย์จากยันต์วิเศษที่เขาใช้นั้นไม่ได้เปลี่ยนไป ยังคงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ดังนั้นจึงเสียการควบคุม
“จิ๊ด” จู่ๆ ฝานอวี้ก็หวีดร้องเสียงแหลมขึ้นแล้วกระโจนเข้ามา
“รีบหลบเร็ว” เซี่ยเหยียนเอนตัว เดินลมปราณแล้วะโลงไปที่กิ่งไม้กิ่งหนาเบื้องล่าง หนานเหอก็ะโลงมาตามๆ กัน
ส่วนหลินอิ่งก็ะโไปด้านหลัง ลงมาที่กิ่งไม้ที่เล็งไว้อย่างแม่นยำ จากนั้นมีเสียง “เป๊าะ” ดังขึ้น กิ่งไม้ที่ดูหนาแข็งแรงกลับหักลง หลินอิ่งร่วงลงไปพร้อมกับกิ่งไม้
เซี่ยเหยีนอยากไปช่วย แต่ฝานอวี้ไล่ตามมาแล้ว เขาเลยได้แต่ะโลงไปอีกพลางะโเสียงดัง “พ่างหลาน”
เ้านกั์รีบไปช่วยโดยเร็วทันที
ฝานอวี้ไม่ใช่หนูทั่วไป แต่เป็ปีศาจหนู การเคลื่อนไหวทั้งว่องไวและแม่นยำ แค่ที่เซี่ยนเหยียนะโเรียกพ่างหลานเขาก็ไล่ตามมาถึงตัวแล้ว
เซี่ยเหยียนรีบล้วงยันต์วิเศษออกมา พอข้อมือบิดสะบัด พู่กันพิพากษาก็วาดวงกลมไปบนยันต์วิเศษ ในขณะเดียวกันก็ะโเสียงดัง “คุ้มกัน!”
ม่านอาคมโปร่งแสงอันหนึ่งก็ก่อตัวขึ้นด้านหน้าขวางการโจมตีของฝานอวี้ไว้
หนูตัวโตตะปบกรงเล็บลงไป ม่านอาคมไม่ไหวติงแม้แต่น้อย หนูจึงใช้หัวกระแทก ก็ยังคงไม่ไหวติง ฝานอวี้บันดาลโทสะ ร่างของเขาแปรเปลี่ยนแปลงกายเป็คนแล้วใช้เท้าถีบ ในที่สุดม่านอาคมก็ต้านไว้ไม่อยู่ เสียง “เพล้ง” ดังขึ้นพร้อมกับที่ม่านอาคมแตกเป็เสี่ยงๆ และสลายหายไป
เซี่ยเหยียนเหยียบกิ่งไม้แล้วะโมาตรงหน้าฝานอวี้ก่อนจะะโ “ฝานอวี้”
ฝานอวี้ชะงักเล็กน้อย แต่ก็เงื้อมือขึ้นอย่างรวดเร็วหมายจะคว้าเขาไว้
เซี่ยเหยียนหลบอย่างว่องไว ชั่วขณะที่หมุนตัวนั้นเองจู่ๆ เขาก็เห็นผมของฝานอวี้
ผมยาวสีดำขลับถูกมัดรวบสูงด้วยรัดเกล้า แต่กลับมีปิ่นของผู้หญิงซึ่งดูไม่เข้ากันเสียบไว้ด้วย
มือซ้ายของเซี่ยเหยียนยกสูงขึ้น กลีบดอกไม้สีแดงสองกลีบลอยมาอยู่มี่ปลายนิ้ว และบินไปที่ปิ่นบนศีรษะของฝานอวี้แล้ววนไปรอบๆ
“รู้แล้ว” ดวงตาของเซี่ยเหยียนเป็ประกาย เขาััได้แล้ว กลิ่นอายของผีและรังสีความแค้นรุนแรง
“ปิ่นปักผมงั้นหรือ” หนานเหอมาอยู่ที่ข้างตัวเขาตอนไหนก็ไม่รู้ ถามขึ้น
“อืม ความอาฆาตสูงมาก”
“งั้นเ้าดึงความสนใจเขาไว้ ข้าจะไปดึงปิ่นออก” หนานเหอกล่าว
เซี่ยเหยียน “......” เห็นข้าเป็เหยื่อล่อหรือ
หนานเหอเหมือนจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่จึงยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “เหมือนว่าเขาจะไล่ตามแต่เ้า ก็มีแต่เ้าที่จะเป็เหยื่อล่อได้แล้วล่ะ”
เซี่ยเหยียนน้ำตานองหน้า
“มาแล้ว” หนานเหอโพล่งขึ้นมา แล้วเหยียบกิ่งไม้พุ่งไปข้างหน้า
ส่วนเซี่ยเหยียนก็ทำตัวอ่อนเป็แมวคอยหลบมือของฝานอวี้ เขาเอายันต์วิเศษออกมาจากถุงเฉียนคุน พู่กันพิพากษาวาดเส้นแนวนอนและตั้ง “ตรึง”
แสงขาวพุ่งออกมาจากยันต์วิเศษ และครอบฝานอวี้เอาไว้ ร่างของฝานอวี้ขยับไม่ได้
หนานเหอฉวยโอกาสนี่ะโไปที่เหนือหัวของฝานอวี้ มือทั้งสองประสานกัน แสงขาวลอดออกมาจากช่องระหว่างนิ้วกลายเป็โซ่ตรวนค่อยๆ ดึงปิ่นออก