ศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ

    ศาลเทพสวรรค์ ตอนที่ 53 : ขุนเขาแห่งตำนาน [ภูเขาทมิฬซากอสูร]

    ฉินเทียนยืนนิ่งยิ้มบางเบาให้เปาเปา ก่อนในไม่ช้าจะคลายจิตตานุภาพของตัวมันออก


    เปาเปานางคล้ายสั่นกลัวอย่างแรงกล้า นางมิเคยพบเจอจิตตานุภาพสูงส่งเช่นนี้มาก่อนเลย มันกดข่มนางเสียจนตอนนี้นางสั่นกลัวไปหมดแล้ว หากแต่ด้วยสภาพจิตใจที่ไม่ธรรมดาของตัวนาง ไม่ช้านางก็พอจะปรับตัวได้


    ฉินเทียนตอนนี้ที่ได้เห็นอานุภาพแห่งสร้อยจิตพยัคฆ์ มันก็ยิ้มในใจอย่างมีความสุข นอกจากนั้นเพราะด้วยหินอ่านใจที่มันแอบกำอยู่ในมือตั้งแต่ก่อนจะเข้ามาในค่ายกลนี้


    สติปัญญาใดๆ ของสตรีตัวน้อยเปาเปาก็ราวกับไม่ใช่ปัญหาของตัวมันอีกต่อไป


    ในไม่ช้ามันก็สัมผัสได้ถึงความคิดใหม่ของเปาเปา


    'ไม่จริงน่า รึ..ว่า รึว่ามันผู้นี้อยู่ในขอบเขตของทวยเทวะ ก้าวเหนือล้ำเหล่าผู้แสวงมรรคไปแล้ว'


    ฉินเทียนยิ้มเยาะในใจอย่างพอใจ ตอนนี้แม่ตัวน้อยประเมินมันสูงกว่าความเป็นจริงมากแล้ว ตอนนี้ทุกสิ่งอย่างที่มันคิดเอาไว้กำลังเดินตามสิ่งที่มันปรารถนา


    และเมื่อเป็นแบบนี้ฉินเทียนก็ไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป


    มันเดินก้าวเชื่องช้าไปที่ด้านหน้าของนางอสูรเปาเปา


    ไม่ช้าก็พูดกล่าว


    "นางสตรีอสูรตัวน้อย เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าอุบายเล็กน้อยของเจ้าเมื่ออยู่ต่อหน้าอิทธิฤทธิ์ของเหล่าเทวะแล้วมันจะทำอะไรได้ แม้เจ้าจะพอมีปัญญาอยู่บ้าง รอบรู้ค่ายกล ชำนาญศาสตร์หลากหลาย หากแต่ต่อหน้าอำนาจที่แท้จริงมันก็เปล่าประโยชน์ วันนี้เห็นว่าเพราะตัวเจ้าเยาว์วัยข้าจะไม่ถือสา หากแต่..."


    พูดถึงตรงนี้ฉินเทียนทอดสายตาไปยังองค์หญิงอสูรเม่ยเม่ย นางยังตกตะลึงและไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เหตุใดสหายของนางจึงแลดูทรมานและทรุดกายลงไป


    สิ่งที่ท่านราชันย์อสูรในตำนานพูดกล่าวคือเรื่องอะไร นางมิเข้าใจและรู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย


    หากแต่ในไม่ช้าฉินเทียนก็พูดกล่าวกับนางราวกับว่านี่คือคำสั่ง ฉินเทียนชี้ไปที่ภูเขาสีดำทมิฬลูกหนึ่งที่อยู่ไกลสุดลูกหูลูกตา "ข้าจะไปรอเจ้าอยู่ที่ตีนเขาลูกนั้น หากเจ้าคือตัวแทนแห่งผู้รักษาคำสัตย์จงไปที่นั่น หากมิใช่และเผ่าจันทราเป็นเพียงแค่ผู้วาดกลัวต่อโชคชะตาก็จงจากไปเสีย"


    "ไม่ไม่เจ้าคะท่านราชันย์อสูรในตำนาน ข้าองค์หญิงแห่งเผ่ากระต่ายจันทรามิใช่ผู้หวาดกลัวต่อชะตาเจ้าคะ ตัวข้าฝึกฝนและทุ่มเทมาตลอดเพื่อรอวันแห่งคำสัญญา"


    เปาเปาที่เหลียวหันมองไปที่เม่ยเม่ยและบุรุษอสูรผู้แปลกประหลาดเป็นระยะๆ นางพยายามจับใจความสำคัญของเรื่องราว นางรู้สึกว่าบุรุษตรงหน้าผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย และมันผู้นี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับองค์หญิงของนางอย่างยิ่งยวด นางยังมิอาจจะคาดเดาได้ในทันทีว่าคืออะไร หากแต่มันต้องเป็นสิ่งที่สำคัญมาก


    และเมื่อนางเห็นทิศทางที่บุรุษอยู่ผู้นี้ชี้ไป ร่างของนางก็สั่นสะท้านเพราะ


    "ที่นั่นมัน..." เปาเปากล่าววาจาน้ำเสียงสั่น นางรีบออกปากร้องตะโกน "องค์หญิงท่านจะไปที่นั่นไม่ได้นะเพคะ"


    หากแต่องค์หญิงอสูรแลดูจะไม่สนใจ นางหันมองมาที่เปาเปาพร้อมส่ายหน้า "ไม่เปาเปา นี่คือสิ่งที่ข้าต้องกระทำ ข้าต้องไป นี่คือคำสัญญาที่ตกทอดกันมานับหมื่นๆ ปีของพวกเรา ข้าต้องรักษาสัญญา"


    "แต่ที่นั่น..."


    เปาเปายังมิทันพูดจบ องค์หญิงอสูรก็พูดแทรกขึ้นเสียงดังทันที "ไม่ว่าเป็นที่ใดข้าก็จะไป ข้าคือสายเลือดแห่งเผ่ากระต่ายจันทรา!!! ข้าคือองค์ที่จะนำพาเผ่าพันธู์อสูรกลับสู่ความรุ่งเรือง"


    ฉินเทียนเห็นเช่นนี้มันก็ยิ้มอย่างพอใจ ว่าที่ลูกศิษย์ในอนาคตของตัวมันช่างเล่นได้เข้าถึงบทบาทยิ่งนัก


    ฉินเทียนมันเดินหันหลังก่อนจะเหลียวมองไปที่เปาเปาครู่หนึ่ง


    "เจ้าและคนของเจ้าก็สามารถมากับนางได้ด้วยเช่นกัน เส้นทางนี้ไม่ง่ายดายมันคือบททดสอบของเหล่าผู้ที่ถูกเลือก มีแต่ผู้ที่คู่ควรเท่านั้นจึงมีสิทธิ์ได้สืบทอดเทวะตำนาน... เห็นแก่ความมากปัญญาของเจ้าข้าจะมอบโอกาสในเส้นทางแห่งเทวะให้แก่ตัวเจ้า"


    พูดกล่าวจบฉินเทียนก็ร่างกายดุจเมฆหมอกพร้อมหายตัวไป เป็นอีกครั้งที่มันใช้แต้มบุญซื้อวิชาระดับสูงขึ้น วิชานี้ชื่อ [ย่างก้าวเมฆหมอก] และมันก็เป็นดังที่เห็น ฉินเทียนสามารถสร้างสภาวะคล้ายหายตัว กลายเป็นเมฆหมอกได้ วิชานี้ใช้แต้มบุญไม่มากนัก


    หากแต่... มันก็เป็นอีกหนึ่งวิชาที่เน้นเอาไว้โชว์มิได้เอาไว้ใช้งานจริง


    เนื่องด้วยเมื่อร่ายฤทธิ์ใช้ย่างก้าวเมฆหมอกแล้ว กว่าจะเคลื่อนตัวไปไหนได้จะต้องย่างก้าวอย่างเชื่องช้ากว่าเดิมเกือบสิบเท่าตัว นอกจากนั้นฤทธานี้ก็ถูกแก้ได้โดยง่าย เพราะมันมิใช่ฤทธิ์ที่ผู้ใช้แปลงร่างเป็นหมอก


    หากแต่เป็นการสร้างหมอกมาบดบังสายตาเฉยๆ นอกจากนั้นยังมีการให้มุมเงาแสงทำให้คล้ายกลับว่าตัวเองนั้นหายตัวได้ หากแต่จริงๆ กลับเป็นปรากฏการณ์ของการหักเหของแสงเฉยๆ


    ดังนั้นหากใครใช้คาถาลม หรือร่ายฤทธิ์โจมตีเป็นวงกว้าง ผู้ใช้ย่างก้าวเมฆหมอกก็คงไปไม่เป็น เป็นแน่!!!


    แน่นอนวิชานี้ไม่เหมาะเอาไปใช้พร่ำเพรื่อ หากจะใช้ต่อสู้ก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี เพราะใช้ล่อหลอกศัตรูได้เพียงช่วงสั้นๆ สร้างความสับสนเท่านั้น


    หากแต่ถ้าเอาไว้โชคสร้างภาพลักษณ์ยอดเยี่ยม ก็พอใช้ได้อยู่


    ไม่ช้าฉินเทียนก็เดินก้าวจากไปได้สำเร็จ ด้วยการพึงพิงรองเท้าว่องไว การก้าวย่างจากไปของมันจึงไม่แลดูจะเชื่องช้าจนเกินไป คล้ายหมอกแผ่พุ่งธรรมดา


    พร้อมในไม่ช้าตัวมันจะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย ไอ้เคล็ดย่างก้าวเมฆหมอกมันช่างสิ้นเปลืองพลังวิญญาณอย่างแท้จริง


    เมื่อออกจากค่ายกลแล้วไม่ช้าฉินเทียนก็โยนซาลาเปาวิเศษเติมพลังวิญญาณ ก่อนจะใช้เคล็ดวิชาเจ็ดก้าวพริบตาอย่างเต็มกำลังพร้อมรองเท้าวิ่งไวของมัน พุ่งร่างราวโบยบินหายลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว...


    เสียงระเบิดอากาศด้านนอกค่ายกลกักกั้นดังสนั่นไปรอบบริเวณเรียกความสนใจของผู้ใช้อิทธิฤทธิ์ทั้งหลาย


    ไม่ช้านางบริวารของเปาเปาทั้งสิบก็รีบวิ่งมาที่ค่ายกลกักกั้นอย่างรวดเร็ว


    ส่วนภายในนั้นค่ายกลนั้น


    เปาเปาและองค์หญิงอสูรเม่ยเม่ยคล้ายมีเรื่องราวในใจมากมายนัก ทั้งสองยังสับสนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น


    เปาเปาสอบถามเรื่องนี้ต่อองค์หญิงอสูร


    เมื่อเม่ยเม่ยคิดว่าท่านราชันย์อสูรในตำนานเป็นผู้บอกว่าเปาเปาก็มิสิทธิ์ที่จะไปกับนางเช่นกัน


    แม้เรื่องคำสัญญาของบรรพชนนี้สมควรจะต้องถูกเก็บเป็นความลับยิ่งยวด แต่ฟังจากท่านราชันย์อสูรก็ราวกับว่าเปาเปาได้รับอนุญาตให้ล่วงรู้ได้ นางจึงเริ่มบอกกล่าวถึงเรื่องราวในตำนานของบรรพชนเผ่ากระต่ายจันทราที่ตกทอดกันมาในหมู่ราชวงศ์ทันที


    เปาเปาได้ฟังก็คล้ายตกตะลึง


    หากแต่ถึงอย่างนั้น นางก็คิดว่าเรื่องราวนี้มีหลายมุม ที่คล้ายจะมีจุดบอด เช่นความสามารถของราชันย์อสูรในตำนานผู้นี้ แม้นางจะรู้สึกว่ายอดเยี่ยม หากแต่ถ้าพูดถึงขอบเขตเทวะ นางก็ไม่มั่นใจว่าบุรุษผู้นี้อยู่ในขอบเขตนี้จริงรึเปล่า


    เพราะท่านปู่ของนางก็เป็นชาวสวรรค์เช่นกันแม้จะเป็นระดับต่ำสุดอย่างเศษเสี้ยงเทวะก็ตาม นางจึงรู้จักขอบเขตแห่งชาวสวรรค์ดี มันช่างอัศจรรย์เหนือจินตนาการ


    หากแต่กลับบุรุษผู้นี้เปาเปากลับรู้สึกว่ามันคล้ายมีอะไรปิดซ่อนอยู่ตลอดเวลา


    นอกจากนั้นตัวนางก็มิอาจจะสัมผัสถึงกลิ่นอายของชาวสวรรค์จากตัวมันได้


    นางสัมผัสได้เพียงแต่ความสามัญ


    ราวกับว่ามันผู้นี้เป็นอสูรธรรมดามิใช่อสูรบำเพ็ญ


    และเพราะแบบนี้นางจึงยิ่งรู้สึกว่าต้องขบคิดไตร่ตรองสิ่งต่างๆ ให้ละเอียดรอบคอบ


    หากแต่เมื่อนางนึกถึงจิตอำนาจของมันผู้นี้และการจากไปโดยการหายวับไปดุจเมฆหมอก นางก็ประเมินมันผู้นี้อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นระดับชาวสวรรค์ที่ได้เศษเสี้ยวเทวะแล้วอย่างแน่นอน เหมือนดังเช่นท่านปู่ของนาง


    เปาเปาทอนหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจ้องหน้ามององค์หญิงอสูรเม่ยเม่ย


    จากนั้นก็มองไปที่ภูเขาสีดำทมิฬลูกนั้น


    เพราะทั่วหมื่นลี้รอบบริเวณงานพิธีพันสำนัก ทั่วบริเวณนี้มีขุนเขาน้อยใหญ่นับหมื่นแสน หากแต่มีเพียงเขาลูกเดียวที่จะไม่มีใครย่างกายเข้าไปอย่างเด็ดขาด...


    แม้แต่ผู้ได้เศษเสี้ยวแห่งเทวะและเป็นชาวสวรรค์


    เพราะว่าไม่มีผู้ใดที่เข้าไปที่นั่นและได้กลับออกมาและมันก็คือภูเขาทมิฬลูกนั้น


    [ภูเขาทมิฬซากอสูร]


    เปาเปาถามเม่ยเม่ย เจ้ารู้จักภูเขาลูกนั้นหรือไม่องค์หญิงอสูรเม่ยเม่ยส่ายศีรษะ ไม่ช้าเปาเปาก็เล่าเรื่องราวภูเขาลูกนั้นให้นางฟัง


    องค์หญิงเม่ยเม่ยตกใจ ไม่คิดเลยว่าในแดนอสูรจะมีที่ที่แม้แต่ผู้บำเพ็ญระดับชาวสวรรค์ไม่กล้าย่างกายเข้าไป


    ไม่ช้าเปาเปาก็ถามต่อว่าองค์หญิงเม่ยเม่ยเจ้ากลัวหรือไม่


    หากแต่องค์หญิงเม่ยเม่ยกลับส่ายหน้า


    นางพูดกล่าวว่านี่คือโชคชะตาที่นางต้องก้าวเดินและไม่อาจจะหลีกหนี


    ไม่ช้าค่ายกลกักกั้นก็สลาย รอบตัวเปาเปาและเม่ยเม่ยก็มีอีกสิบสตรีนางอสูรยืนรอบกาย


    ก่อนที่ในไม่ช้าเปาเปาจะส่ายศีรษะ ก่อนจะเริ่มเดินทางไปที่หมาย


    .


    .


    .


    ย้อนเวลากลับไปราวครึ่งช่วงยามก่อน


    ณ สถานที่แห่งหนึ่งในบริเวณซากโขดหินแห่งพิธีคัดเลือกพันสำนัก มีหนึ่งกลุ่มยอดบุรุษวัยเยาว์แต่ละคนล้วนอยู่ในระดับผู้ท่องนภาเป็นถึงตราสัญลักษณ์วิญญาณสีเหลืองเข้มหนึ่งจุดแต้มบ้าง ไร้จุดแต้มบ้างเกาะกลุ่มรวมกัน


    กำลังล่าป้ายประจำตัวกันอย่างสนุก


    หากแต่ในเวลานั้นกลับเกิดเรื่องไม่คาดคิด มีกลุ่มผู้ใช้อิทธิฤทธิ์ลึกลับมากมายแฝงตัวอยู่ในบริเวณนี้


    พวกมันล้วนมีแต่ผู้บำเพ็ญระดับสูง อสูรท่องนภาระดับตราสัญลักษณ์วิญญาณสีแดงและสีโลหิต


    มันหมายล้อมจับเหล่ายอดบุรุษวัยเยาว์กลุ่มนี้ที่นับเป็นที่สุดแห่งเล่าผู้บำเพ็ญวัยเยาว์


    ไม่ช้าหนึ่งในกลุ่มวัยเยาว์ ก็ใช้เวลาในช่วงวิกฤต หยิบสมบัติคุ้มกายประจำตระกูลออกมาสร้างเป็นชั้นคุ้มกันระดับสูงปกป้องสหายนับสิบได้สำเร็จ ซื้อเวลาแห่งการมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกไม่น้อย


    หากแต่ถึงจะทำเช่นนั้น


    เหล่าผู้บำเพ็ญลึกลับที่ปรากฏกายออกมาก็ไม่ใช่ธรรมดา พวกมันก็เตรียมการมาอย่างดีเช่นกัน มันร่ายอักขระกลางอาณาเขตพร้อมใช้สมบัติวิเศษปิดซ่อนพื้นที่ ตัดการรับรู้และสัมผัสพลังวิญญาณและพลังธรรมชาติโดยรอบ ป้องกันเหล่าผู้บำเพ็ญวัยเยาว์ใช้ฤทธาหลบหนี หรือส่งอิทธิฤทธิ์ขอความช่วยเหลือ


    จากนั้นพวกมันแต่ละคนก็ต่างช่วยกันร่ายฤทธิ์เพื่อทำลายสมบัติวิเศษคุ้มกายของเหล่าวัยเยาว์


    .


    .


    .


    "องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ พวกเราจะทำเช่นไรดีอสูรเหล่านี้มิใช่ธรรมดาเลย อิทธิฤทธิ์แต่ละตนก็สูงส่ง สมบัติวิเศษคุ้มกายเกรงว่าจะต้านได้ไม่นาน"


    องค์ชายกิเลนผู้มีใบหน้าคมคายนัยน์ตากล้าหาญ ขมวดคิ้ว มันพยายามคิดหาทางออก


    หากแต่เส้นทางมากมายที่คิดได้ ก็มีแต่สู้แลกชีวิตตกตาย


    ตอนนี้ทางรอดถูกปิดกั้นหมดแล้ว


    และเวลาก็คล้ายผ่านไปหลายพันอึดใจ


    ตัวมันก็คล้ายคนปลงตก


    มันมองดูรูปสลักกิเลนต้านทัพ ที่เป็นสมบัติวิเศษที่ใช้สร้างอาณาเขตคุ้มครอง เวลานี้รูปสลักกิเลนต้านทัพคล้ายสั่นเครือ รอยร้าวต่างๆ ก็ค่อยๆ ปรากฏให้เห็น


    องค์ชายกิเลนหันมองสหายใกล้ชิดของตัวมัน


    "ซีซวน ซีห่าว เจ้าว่ารูปสลักกิเลนต้านทัพจะทนอยู่ได้นานเท่าไร"


    สองอสูรที่อยู่ด้านข้างองค์ชายกิเลนก็รีบกล่าวตอบทันที


    "เต็มที่หนึ่งชั่วยาม เลวร้ายก็เพียงครึ่งหรืออาจจะเร็วกว่านั้น"


    องค์ชายอสูรกิเลนพยักหน้ารับ ใบหน้าของมันคล้ายคนปลงตก เตรียมตัวเตรียมใจได้แล้ว


    "ซีซวน ซีห่าว สำหรับข้าแล้วพวกเจ้ามิใช่แค่ผู้ติดตามข้า หากแต่เป็นสหายที่จะร่วมเดินไปไขว่คว้าเส้นทางบนวิถีแห่งเทวะด้วยกัน หากแต่ดูเหมือนว่าเพราะข้าพวกเจ้าถึงต้องมาพบเจอเรื่องเช่นนี้"


    "!!!องค์ชายท่าน /!!!องค์ชาย" ซีซวนและซีห่าวเด็กหนุ่มต่างร้องตะโกนออกปากพร้อมกัน


    องค์ชายอสูรยกมือขึ้น


    "ซีซวน ซีอัปเกรดว หากรูปสลักกิเลนต้านทัพแตกเมื่อไหร่ พวกเจ้าจงรีบหลบหนีออกไปทันที ตัวข้ามีสมบัติวิเศษติดกายอยู่ชิ้นหนึ่งที่ท่านแม่ได้มอบให้ข้าติดกายไว้ มันคือยันต์ผลาญชีพสูญ ข้าจะใช้มันเยื่อเวลาให้พวกเจ้า"


    "ไม่องค์ชาย พวกข้าทำไม่ได้" ซีซวนและซีห่าวพูดกล่าวพร้อมกัน


    "!!!ไม่ต้องพูดนี่คือคำสั่ง"


    องค์ชายกิเลนพูดกล่าวพร้อมมองลึกไปในดวงเนตรของเหล่าอสูรทั้งหลายโดยรอบ แม้พวกมันจะปกปิดใบหน้า หากแต่ก็มีบางคนที่ตัวขององค์ชายกิเลนผู้นี้จำได้


    มันคือผู้รับใช้ของตัวบิดามัน ราชันย์แห่งอสูรกิเลนผู้ปกครอง 1 ใน 4 ทวีปใหญ่แห่งแดนอสูร


    แม้องค์ชายกิเลนจะไม่พูดกล่าว แต่ตัวมันก็รู้ดี เวลานี้ในอาณาจักรอสูรนี้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น บิดามันคล้ายแปรเปลี่ยนมิใช่ตัวตนเช่นวันวาน นอกจากนั้นพี่ชายและน้องสาวของมันหลายสิบชีวิต ช่วงหลายปีมานี้ก็หายตัวไปอย่างแปลกประหลาด ตัวมันที่สืบสายโลหิตแห่งอสูรกิเลนก็คงไม่ต่างกัน




    ท่านปู่ของมันบอกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ มันคล้ายว่ามันคนในกระทำ


    หากแต่เพียงมิรู้ว่าเป็นผู้ใด


    เมื่อตอนนี้องค์ชายกิเลนมองเห็นหนึ่งในผู้ร้ายเป็นนายทหารผู้บำเพ็ญของผู้เป็นบิดา มันก็พอเดาผู้อยู่เบื้องหลังได้บ้างแล้ว


    มันได้แต่กำมือแน่น ถามฟ้าดินถามสวรรค์ในใจว่าทำไม ทำไมบิดามันถึงต้องกระทำเช่นนี้


    หรือว่าเพราะ...


    เมื่อมันหลับตานิ่ง มันก็พบว่าน้องชายต่างมารดาของมันผู้หนึ่ง หลายปีมานี้นับตั้งแต่มันถือกำเนิด บิดาก็แลดูจะใส่ใจมันเป็นพิเศษนัก นอกจากนั้นยังประทานสมบัติวิเศษมากมายช่วยเร่งการบำเพ็ญของตัวมัน


    ราวกับว่า... ราวกับว่ามันจะเป็นผู้ที่ถูกเลือกให้ครองแดนอสูรเป็นราชันย์แห่งหนึ่งทวีป


    ตอนนี้องค์ชายกิเลนยิ้มเยาะ


    หัวใจมันพร้อมพรั่ง


    ปรารถนาของมันตอนนี้มีเพียงซื้อเวลาให้สหายที่มิได้เกี่ยวข้องกับเรื่องบัลลังก์


    และต้องมานองเลือดกับมันอย่างไม่รู้ความ


    .


    .


    .


    หนึ่งชั่วยามผ่านพ้น


    รูปสลักกิเลนต้านทัพแตก


    องค์ชายกิเลนเปิดผนึกยันต์ผลาญชีพสูญ


    ร่างกายของมันสั่นเทา


    เส้นโลหิตปูดโปน


    อานุภาพแห่งยันต์ผลาญชีพสูญดึงพลังแห่งธรรมชาติและสายโลหิตของมันขึ้นมาใช้


    ทำให้ร่างขององค์ชายกิเลนยามนี้แข็งแกร่งกว่าปกตินับร้อยเท่าพันทวีป


    จากการใช้โลหิตและชีพจรวิญญาณของตัวเองแลกกับพลัง


    .


    .


    .


    หากแต่แม้องค์ชายกิเลนจะทำถึงขนาดนี้


    !!!ตุบ


    เสียงหมัดแน่นดังทึบก็กระทุ้งเข้าที่ท้องขององค์ชาย


    บุรุษอสูรตนหนึ่งที่ปกปิดกายและใบหน้าเผยให้เห็นเพียงแค่ดวงเนตรและตราสัญลักษณ์วิญญาณสีโลหิต 5 จุดแต้ม มันพูดกล่าวน้ำเสียงเย้ยหยันต่อองค์ชาย


    "เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกแม้ความตาย สายเลือดของเจ้าจำเป็นสำหรับนายท่านของข้า"


    .


    .


    .


    องค์ชายกิเลนจดจ้องบุรุษตรงหน้า ในใจมันคล้ายโกรธแค้น แม้มันจะยอมแลกซึ่งทุกอย่างแล้ว หากแต่... มันก็ยังมิอาจจะทำอะไรได้อีก มันได้แต่กล่าวโทษตัวเองที่อ่อนแอไม่ได้ความ


    ไม่ช้าร่างกายของมันก็คล้ายโดนผนึก


    หากแต่ในไม่ช้าตัวมันก็ได้แต่กัดฟัน แม้ต้องตายเป็นผีมันก็ต้องฆ่าไอ้เดรัจฉานตรงหน้ามันให้ได้ หลังจากที่มันได้ยินสิ่งที่ไอ้เดรัจฉานผู้นี้พูดกล่าว


    "หลังจากจบงานนี้ข้าปรารถนาจะลิ้มชิมรสสตรีของมารดาเจ้านัก ว่ากันว่านางคือนางงามแห่งใต้หล้า สตรีอันดับหนึ่งแห่งเผ่าอสูรกิเลน ข้าอยากรู้นักรสเชิงกามาของนางจะเป็นเช่นไร ข้าจะชำเรารักนางให้พริ้มพราย"


    "!!!เดรัจฉาน ข้าจะฆ่าเจ้าาาาาาาาาาาา"


    ไม่ช้าผู้ก่อการลึกลับก็หัวเราะเสียงดัง


    หากแต่ในตอนนั้นนั่นเอง


    !!!ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม เสียงระเบิดดังสนั่น กลุ่มควันและฝุ่นดินก็ฟุ้งกระจาย


    อสูรทุกผู้ตนก็จดจ้องไปที่นั่น


    ที่ที่เกิดเสียงระเบิดดังลั่น


    .


    .


    .


    มันพบร่างหนึ่งอสูรรูปงามสวมใส่ชุดขาวตัดน้ำเงินปักลวดลายมังกรด้วยดิ้นทอง


    ยืนนิ่งท่วงท่าสง่างามมิพูดกล่าว


    ปล่อยสายลมและกลุ่มควัน ลอยไหวรอบกาย


    อสูรตนนั้นมันหลับตานิ่ง ท่วงท่าคล้ายเทพเทวาผู้สูงส่งที่ไม่แปดเปื้อนฝุ่นและธุลีดิน พร้อมเฉยชากับโลกหล้า แม้ตรงนี้จะมีผู้ใช้อิทธิฤทธิระดับท่องนภาระดับสูงสุดอยู่มากมายก็ตาม


    .


    .


    .


    ตอนนี้ในใจฉินเทียนคิด


    'เจ็ดก้าวพริบตาเมื่ออัปเกรดแล้วช่างรวดเร็วนัก ยิ่งพอใช่กับรองเท้าวิ่งไว การระเบิดหนึ่งย่างก้าวก็มาไกลนับร้อยลี้ช่างน่าอัศจรรย์เสียจริง หากแต่ตอนนี้ข้าอยู่ที่ใดกัน ตอนใช้ก้าวพริบตาก็ลืมคิดว่าจะไปที่ใดกำหนดแค่ทิศทางคร่าวๆ ว่าจะไปถึงภูเขาสีดำลูกนั้นให้เร็วที่สุด...'


    'แต่เอ๋... ทำไมกันนะ ทำไมข้าถึงรู้สึกคล้ายจะมีกลิ่นอายแห่งความฉิบหายและการฆ่าฟันอยู่แถวนี้'


    ไม่ช้าฉินเทียนก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ทำตัวราวกับมันเป็นเทพเทวา


    มันเหล่สายตาไปยังที่ที่มันสัมผัสถึงพลังวิญญาณและผู้คนได้


    ไม่ช้าภาพก็ปรากฏแก่มัน


    ร่างชายชุดดำหลายสิบคนที่กลางหน้าผาต่างมีตราสัญลักษณ์วิญญาณสีแดงและสีโลหิต


    .


    .


    .


    ฉินเทียนยิ้มเยาะในโชคชะตา พร้อมหัวเราะในใจเบาๆ


    ก่อนร้องตะโกนคำว่า 'ฉิบหายแล้ว' ในใจเสียงดัง

    คล้ายกับเรื่องศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ ที่คุณอ่าน

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416