“พี่เฉา ทำไมพี่มีรูปถ่ายของเด็กผู้หญิงคนนี้ด้วยล่ะ”
“แกรู้จักเด็กคนนี้ด้วยเหรอ” หลงเฉาขมวดคิ้วถาม
“นายใหญ่มีแฟ้มประวัติของเด็กคนนี้ ตอนนั้นนายใหญ่ลืมเก็บเข้าตู้เซฟ ผมก็เลยเห็นเข้าพอดี นายใหญ่ไม่พอใจผมมากเลยล่ะ”
หลงฉือทำท่าคิด แล้วพูดขึ้น “แต่ตอนนี้เธอไม่เด็กแล้วนะ เธอโตแล้ว และก็แต่งงานไปแล้วด้วย แต่งกับคุณชายรองตระกูลเย่” หลงฉือพูดเสียงกระซิบ “เป็นตระกูลเย่เดียวกับที่นายใหญ่ส่งเราไปจัดการเมื่อหลายปีก่อนนั่นล่ะ ว่าแต่...พี่ยังไม่ได้บอกผมเลยนะว่าพี่มีรูปถ่ายใบนี้ได้ยังไง”
“ตอนที่ฉันได้รับบาดเจ็บคราวนั้น ในตัวฉันมีแค่รูปถ่ายใบนี้ที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ บัตรประจำตัวอย่างอื่นไม่มีเลย ตอนนั้นหมอที่รักษาฉัน เขาเก็บเอาไว้ให้ พอฟื้นขึ้นมา ฉันก็จำอะไรไม่ได้ รู้แค่ว่านายใหญ่เป็นคนช่วยชีวิตฉันไว้”
“หรือว่าเด็กผู้หญิงคนนี้จะเป็นลูกสาวของพี่”
“ไม่รู้สิ” หลงเฉาตอบ
เพราะหลงเฉากับหลงฉือเข้ามาทำงานให้กับนายใหญ่ในเวลาไล่เลี่ยกัน อีกทั้งนายใหญ่ยังตั้งชื่อใหม่ให้พวกเขาทั้งสองคนอีกด้วย ทำให้ทั้งสองคนสนิทกันมากเหมือนพี่น้องแท้ๆ หลายสิบปีที่ผ่านมาพวกเขาทำงานเสี่ยงอันตรายด้วยกันมามากมาย ต่างฝ่ายต่างเคยช่วยชีวิตของกันและกันไว้ ดังนั้นถ้าทุกวันนี้มีคนมาถามพวกเขาว่าสามารถตายแทนกันได้ไหม พวกเขาต้องตอบว่า ‘ได้’ อย่างไม่ต้องสงสัย
“แต่ว่านะ ผมสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของพี่จริงๆ แล้วทำไมนายใหญ่ถึงไม่บอกพี่ล่ะ แถมยังให้พี่ไปจัดการเรื่องที่เธอกับน้องชายถูกคุณชายใหญ่ขับรถชนอีกด้วย”
“แกต้องการจะสื่อถึงอะไร” หลงเฉาถามเสียงเข้ม
“พี่เฉา ผมพูดจริงๆ นะ ตั้งแต่พวกเราเข้ามาทำงานให้นายใหญ่ งานสกปรกเรื่องไหนบ้างที่พวกเราไม่เคยทำ พี่คิดดู กว่าที่นายใหญ่จะขึ้นมายืนเป็นเบอร์หนึ่งของตระกูลได้อย่างทุกวันนี้ เขาจัดการกับญาติพี่น้องเขาไปเท่าไหร่แล้ว หรือไม่แน่ ตัวพี่เอง ก็อาจจะถูกเขาทำร้ายจนบาดเจ็บ แต่พอฟื้นขึ้นมา กลายเป็นว่าพี่จำเรื่องราวในอดีตไม่ได้แล้ว เขาก็เลยเก็บพี่ไว้ใช้ประโยชน์เสียเอง”
“อาฉือ อยู่ดีๆ ทำไมวันนี้แกถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา” หลงเฉายังถามอย่างใจเย็น เพราะถึงยังไง นายใหญ่ก็เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขาไว้
หลงฉือกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป เขาร้องไห้ออกมาอย่างหนัก และไม่ได้รู้สึกอายกับการกระทำของตัวเองเลย เขาร้องไห้อยู่นาน โดยที่หลงเฉาก็ไม่ได้ห้ามเขา
“พี่เฉา น้องสาวฉันไม่อยู่แล้ว”
“นายใหญ่ส่งน้องสาวแกไปทำงานที่ต่างประเทศไม่ใช่หรือ”
“ส่งไปทำงานน่ะใช่ แต่ไม่ใช่ที่ต่างประเทศหรอก”
หลงฉือน้ำตาไหลออกมาอีกรอบ ในชีวิตนี้เขาเหลือน้องสาวที่เป็นญาติเขาเพียงคนเดียว เขาทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้น้องสาวมีชีวิตที่สุขสบาย จนเมื่อนายใหญ่เสนองานให้เธอ เขาก็ไม่ปฏิเสธ และเขาก็เป็นคนมาส่งน้องสาวให้กับนายใหญ่เองกับมือ
หลงฉือเริ่มเล่าเรื่องน้องสาวอีกครั้ง “หลังจากที่อาเจียวเข้าไปทำงานเป็นผู้ช่วยเลขาของนายใหญ่ มีคู่ค้าคนหนึ่งถูกใจเธอเข้า นายใหญ่ก็ส่งตัวน้องสาวผมไปให้คู่ค้าคนนั้นทันที อาเจียวไม่เคยเล่าให้ผมฟังเลย จนเมื่อไม่กี่วันก่อนที่อาเจียวเกิดอุบัติเหตุ แต่พี่ก็รู้ คนอย่างเราจะแยกไม่ออกเลยเหรอว่าอันไหนคืออุบัติเหตุ อันไหนไม่ใช่ สุดท้ายผมไปเจอมือถือของอาเจียวในห้องของเธอ ผมไม่อายหรอกนะถ้าพี่จะได้เห็นมัน”
หลงเฉาอ่านข้อความโต้ตอบกันระหว่างอาเจียวกับนายใหญ่ ปรากฏว่าอาเจียวถูกนายใหญ่บังคับให้ไปบริการคู่ค้าของเขา โดยขู่ว่าหากอาเจียวไม่ทำตาม นายใหญ่ก็จะไม่รับรองความปลอดภัยของหลงฉือ และยังมีข้อความระหว่างอาเจียวกับคู่ค้าคนนั้น คือคู่ค้าคนนั้นนำคลิปลับของอาเจียวมาขู่เธอ เพื่อบังคับให้เธอไปร่วมสนุกกับกลุ่มเพื่อนของเขาด้วย หากอาเจียวไม่ยอม เขาจะเอาคลิปของเธอไปแชร์ตามโซเชียลต่างๆ
อาเจียวตอบกลับนายใหญ่และคู่ค้าคนนั้นไปว่าเธอก็จะแฉสิ่งเลวร้ายต่างๆ ของพวกเขากลับเช่นกัน หลังจากข้อความนั้นไม่กี่วัน อาเจียวก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น
“มันไม่ใช่อุบัติเหตุ” หลงเฉาพูดขึ้นในที่สุด
“ผมทำงานอุทิศชีวิตให้นายและหลินกรุ๊ปด้วยสำนึกทั้งหมดที่ผมมี นายใหญ่เคยช่วยชีวิตผม ผมยอมแลกชีวิตผมให้เขาได้ แต่น้องสาวผมผิดอะไร เธอไม่ควรที่จะต้องมาเจอกับเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ พี่เฉา ผมอภัยให้นายใหญ่ไม่ได้จริงๆ” หลงฉือพูดพร้อมกับมองหน้าหลงเฉาอย่างมุ่งมั่น
“อาฉือ ฉันไม่ห้ามนายหรอกนะที่แกจะแค้นให้น้องสาว ถึงนายใหญ่เคยช่วยชีวิตฉันมาแล้วหนึ่งครั้ง ซึ่งฉันก็สามารถใช้ชีวิตฉันตอบแทนเขาได้ แต่กับแกมันต่างกัน แกช่วยชีวิตฉันมาแล้วหลายครั้ง ช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี ฉันก็มีแค่แกที่อยู่เคียงข้างฉัน ในชีวิตนี้ ฉันถือว่าแกเป็นน้องชายและเป็นครอบครัวคนเดียวของฉัน เพราะฉะนั้นก่อนที่ฉันจะคืนชีวิตฉันให้นายใหญ่ ฉันจะช่วยแกแก้แค้นก่อนก็แล้วกัน”
“พี่เฉา ผมก็คิดเหมือนพี่ พอผมจัดการธุระของผมเสร็จ ชีวิตของผม ผมก็จะคืนให้นายใหญ่เหมือนกัน ชาตินี้บุญคุณความแค้นระหว่างผมกับเขาก็ถือว่าให้จบสิ้นกันไป”
“ตู้เซฟของนายใหญ่คงมีของสำคัญอยู่ในนั้นมากมาย แกลองหาวิธีเอาของในนั้นออกมาให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นเราค่อยมาดูกันว่าเราจะจัดการเรื่องนี้ต่อไปยังไง”
“อาฉือ ฉันเสียใจกับแกด้วยนะ น้องสาวของแกเป็นเด็กดีมากจริงๆ แต่น่าเสียดาย” พ่อหลินพูดพร้อมถอนหายใจ
“ขอบคุณครับนายใหญ่” หลงฉือตอบรับพร้อมกับกำมือแน่น ถึงแม้เขาจะโกรธ แต่เขาก็ต้องสะกดอารมณ์ตัวเองไว้ เขารับปากกับพี่เฉาไว้แล้วว่าจะไม่วู่วาม เขาต้องหาหลักฐานเพื่อเล่นงานผู้ชายคนนี้ให้ได้เสียก่อน
“แกมาดื่มกับฉันสิ เวลาที่เรากลุ้มใจมากๆ การดื่มนี่ล่ะจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด อย่างน้อยมันก็ทำให้เรานอนหลับได้ยาวๆ โดยไม่ต้องสะดุ้งตื่นตอนกลางคืน” พ่อหลินรินเครื่องดื่มให้ลูกน้อง
หลงฉือดื่มเครื่องดื่มแก้วนั้นลงไป หลังจากนั้นเขาก็เติมเครื่องดื่มใส่แก้วของเจ้านาย “ขอบคุณครับนายใหญ่ ผมขอบคุณนายใหญ่ด้วยเครื่องดื่มแก้วนี้เหมือนกันนะครับ ชีวิตของผมจะไม่มีวันนี้ได้เลยถ้าไม่ได้รับเมตตาจากท่าน”
“แกกับอาเฉาก็เหมือนน้องชายฉัน ฉันเชื่อใจพวกแกที่สุด อีกอย่าง มีพวกแกคอยอยู่ใกล้ๆ ฉันก็รู้สึกปลอดภัยแล้ว พวกแกไม่ต้องเป็นห่วง ในอนาคตฉันจะดูแลพวกแกอย่างดี”
“ผมกับพี่เฉาไม่เคยลืมบุญคุณนายใหญ่เลยครับ พวกผมก็จะตอบแทนนายใหญ่อย่างดีเหมือนกัน” หลงฉือพูดเข้ม
พ่อหลินดื่มเหล้าเข้าไปมาก เพราะช่วงนี้สถานการณ์ของเขาทั้งที่บ้านและที่บริษัทต่างก็ไม่เป็นไปอย่างใจ ย่าหลินป่วย ภรรยาก็คอยระแวงว่าเขาจะเลี้ยงดูคนอื่นอยู่นอกบ้าน ลูกชายก็เคยเข้ารับคำปรึกษาทางจิต ลูกสาวก็ถูกคนถ่ายภาพลับ บริษัทเสื้อผ้าขาดทุน บริษัทก่อสร้างก็มีทีท่าว่าจะขาดทุนเหมือนกัน ดังนั้นก่อนกลับบ้าน เขาก็จะดื่มหนักอย่างนี้ทุกวัน
เมื่อหลงฉือเห็นเจ้านายนอนหลับไปแล้ว เขาทดสอบเจ้านายอยู่หลายครั้ง ก็ไม่มีทีท่าว่าเจ้านายจะตื่น หลงฉือนำถุงมือมาสวมแล้วเดินไปเปิดตู้เซฟ งานถอดรหัสตู้เซฟไม่ถือว่ายากสำหรับมืออาชีพอย่างเขา
หลงฉือเห็นเอกสารต่างๆ ที่อยู่ในตู้เซฟ เขาค่อยๆ อ่านชื่อแฟ้มพวกนั้นอย่างใจเย็น มีเอกสารที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย หลงฉือหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเอกสารเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
พ่อหลินนอนหลับไปสองชั่วโมงเต็มๆ พอตื่นขึ้นมา เขาก็ยังเห็นหลงฉือยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เขาชำเลืองมองไปที่ตู้เซฟนิดหนึ่งก็เห็นว่ากระดาษที่เขาแกล้งวางพาดไว้ที่ตู้เซฟยังอยู่ที่ตำแหน่งเดิม เขาถอนหายใจโล่งเล็กน้อย ต้องบอกว่าในชีวิตนี้ พ่อหลินไม่เคยไว้ใจใครจริงๆ เลยสักคน
ปฏิกิริยาของนายใหญ่ไม่รอดพ้นไปจากสายตาของหลงฉือไปได้เลย ‘คุณลืมไปหรือเปล่าครับคุณหลิน วิธีการวางกระดาษไว้แบบนั้น ผมเป็นคนสอนคุณเอง’